x close

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง มากล้นด้วยวัด ธรรมชาติ วิถีชีวิต

          แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง มีทั้งวัด ธรรมชาติ และวิถีชีวิต ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไปเยือนได้ตลอดทั้งปี

           การได้ออกไปท่องเที่ยวพักผ่อนตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาชาร์จแบตให้กับร่างกายและจิตใจ ซึ่งหลังจากที่เราเคยนำเสนอสถานที่ท่องเที่ยวภาคเหนือ, สถานที่ท่องเที่ยวภาคอีสาน และสถานที่ท่องเที่ยวภาคใต้ กันไปแล้ว คราวนี้เป็นคิวของ “สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง” กันบ้าง โดยเราได้หยิบเอาสถานที่ต่าง ๆ ทั้งวัดวาอาราม โบราณสถาน ธรรมชาติ และวิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์ของคนท้องถิ่นต่าง ๆ มาแนะนำกัน โดยเริ่มที่

1. อุทยานประวัติศาสตร์กำแพงเพชร จังหวัดกำแพงเพชร

           กลุ่มโบราณสถานขนาดใหญ่ ที่ได้รับการประกาศให้เป็น “มรดกโลก” จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2534 แบ่งออกเป็นโบราณสถานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกของแม่น้ำปิง ซึ่งมีความแตกต่างกันในการใช้วัสดุก่อสร้าง โบราณสถานด้านตะวันออกเป็นที่ตั้งเมืองกำแพงเพชร สร้างด้วยศิลาแลงและมีขนาดใหญ่ ส่วนโบราณสถานฝั่งตะวันตก คือ เมืองนครชุม ก่อสร้างด้วยอิฐและมีขนาดเล็ก แต่รูปแบบศิลปะที่ปรากฏนั้นมีลักษณะร่วมสมัยระหว่างสุโขทัยและอยุธยา
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

2. ยอดเขาโมโกจู จังหวัดกำแพงเพชร

           ยอดเขาสูงที่ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ อีกหนึ่งสถานที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการผจญภัย เพราะเมื่อไปถึงยอดเขา นักท่องเที่ยวจะเจอกับทิวทัศน์สวยงามตระการตา โดยเส้นทางพิชิตยอดดอยโมโกจูจะเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเพียง 4 เดือนเท่านั้น คือ เดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวจะต้องทำการติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเป็นผู้นำทางขึ้นเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังต้องค้างแรมกลางป่า และใช้เวลาไป-กลับประมาณ 5 วัน 4 คืน ดังนั้นนักท่องเที่ยวควรฟิตร่างกายมาให้พร้อม
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

3. น้ำตกคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร

           น้ำตกสวยที่ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติคลองลาน จุดเด่นของน้ำตกคลองลานอยู่ที่ลำธารที่ไหลเป็นสายยาวเหยียดเหมือนคลอง อีกทั้งยังเป็นน้ำตกที่สูงและใหญ่ เหมาะกับการพักผ่อนตามธรรมชาติและการถ่ายรูปสุด ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของทั้งนักท่องเที่ยวและชาวบ้านในพื้นที่ ส่วนใหญ่นิยมมากินอาหารริมธารน้ำตก ส่วนเด็ก ๆ ก็ลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน อีกทั้งยังมีจุดกางเต็นท์ไว้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

15 ที่เที่ยวกำแพงเพชร สวยได้ใจจนอยากไปเยือน

4. วัดปากคลองมะขามเฒ่า (วัดหลวงปู่ศุข) จังหวัดชัยนาท

           วัดที่ตั้งอยู่บริเวณปากคลองมะขามเฒ่า (แม่น้ำท่าจีน) หากใครไปถึงถิ่นต้องไปสักการบูชา "พระครูวิมลคุณากร (ศุข)" หรือ "หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า" เกจิอาจารย์ที่ผู้คนต่างเลื่อมใส แม้ท่านจะมรณภาพไปตั้งแต่ปี พ.ศ. 2466 ด้วยวัย 76 ปี แต่ความศรัทธาที่มีต่อหลวงปู่ไม่ลดเลือนไป เชื่อกันว่าใครมากราบไหว้ขอพรจะมีความสุขสมความปรารถนา มีสิริมงคลต่อชีวิตและแคล้วคลาดจากอันตรายทั้งปวง และยังเชื่อในการบูชาเครื่องรางของขลังของหลวงปู่ศุข ว่าให้คุณทั้งในด้านโชคลาภ เมตตามหานิยม และแคล้วคลาดอยู่ยงคงกระพัน
  • ที่อยู่ : หมู่ 1 ถนนอู่ทองมะขามเฒ่า ตำบลมะขามเฒ่า อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท

5. วัดธรรมามูลวรวิหาร จังหวัดชัยนาท

           วัดที่ตั้งอยู่บนไหล่เขาธรรมามูล เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สันนิษฐานว่าพระมหาธรรมราชาแห่งกรุงสุโขทัยทรงสร้างภายในประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ “หลวงพ่อธรรมจักร” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองชัยนาทและจังหวัดใกล้เคียง ในแต่ละปีจะมีการจัดงานประเพณีนมัสการปิดทองหลวงพ่อธรรมจักร ในงานมีมหรสพสมโภชตามประเพณีทั่วไป โดยทุกวันแรม 11 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี ทางวัดได้จัดให้มีงานประเพณีตักบาตรเทโวอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก kwanchai / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : ตำบลธรรมามูล อำเภอเมืองชัยนาท จังหวัดชัยนาท
     

15 ที่เที่ยวชัยนาท เช็กอินสนุก เที่ยวกี่รอบก็ไม่เบื่อ

6. เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

           เขื่อนคอนกรีตบดอัดยาวที่สุดในโลก สร้างขึ้นตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีความยาวรวม 2,720 เมตร ความสูง 93 เมตร รอบ ๆ เขื่อนรายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่มากมาย ทิวทัศน์สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเดินไปถ่ายรูปบนสันเขื่อนได้ หรือจะนั่งรถนำเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมด้านในก็ได้ ส่วนใครอยากชมวิวสวย ๆ รอบเขื่อนก็มีเรือหางยาวไว้บริการ ทั้งนี้ เขื่อนขุนด่านปราการชลจะเปิดระบายน้ำผ่านอาคารระบายน้ำล้น Spillway เพื่อผลักดันน้ำเค็ม รักษาระบบนิเวศและการท่องเที่ยว
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

7. เขาช่องลม จังหวัดนครนายก

          ที่เที่ยวธรรมชาติที่อยู่ในพื้นที่เขื่อนขุนด่านปราการชล มีลักษณะเป็นช่องเนินเขา มีลำธารไหลผ่านอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยทุ่งหญ้าที่ขึ้นเต็มสองฟากฝั่ง มีก้อนหินน้อยใหญ่อยู่ในลำธาร บรรยากาศสวยงาม หากเดินลึกเข้าไปด้านในจะพบกับ “น้ำตกช่องลม” ช่วงที่น้ำเยอะ ๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ สายน้ำไหลเย็นฉ่ำ บรรยากาศรอบ ๆ เป็นสีเขียว สดชื่น สูดอากาศแต่ละทีช่างชื่นอกชื่นใจ ได้ชาร์จพลังงานง่าย ๆ จากธรรมชาติจริง ๆ ทั้งนี้ การเดินทางเข้าไปยังเขาช่องลมสามารถลงเรือได้ที่เขื่อนขุนด่านปราการชล
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
     

เรื่องน่ารู้เขาช่องลม จ.นครนายก สัมผัสธรรมชาติสุดฟินแค่เอื้อม

8. อุทยานวังตะไคร้ จังหวัดนครนายก

           ที่เที่ยวนครนายกยอดนิยม มีลักษณะเป็นน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ ไม่สูงมากนัก ตั้งอยู่บนคลองวังตะไคร้ น้ำใสไหลเย็นตลอดทั้งปี มีแก่งหินตลอดลำธาร ช่วยลดความแรงของน้ำได้อย่างดีทีเดียว ทำให้สามารถลงเล่นน้ำได้เกือบตลอดทั้งคลองวังตะไคร้ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมอย่างล่องแพห่วงยางให้ได้สนุกสนานและชุ่มฉ่ำไปกับสายน้ำด้วย ใครอยากกินข้าว นั่งปิกนิก ชมวิวริมน้ำตก ก็เลือกมุมเหมาะ ๆ ใต้ต้นไม้ร่ม ๆ ได้เลย ทั้งนี้ ในช่วงหน้าฝนน้ำจะเยอะเป็นพิเศษ แนะนำให้เล่นอยู่ริมตลิ่งและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : หมู่ 1 ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก
  • เว็บไซต์ : www.wangtakrai.com

8 น้ำตกนครนายก จุดชิลธรรมชาติดี ๆ อยู่ใกล้กรุง

9. วัดพระปฐมเจดีย์ราชวรมหาวิหาร จังหวัดนครปฐม

           พระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรมหาวิหาร มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงลังกากลมสูงใหญ่ มีความสูงราว ๆ 120 เมตร มีวิหาร 4 ทิศ กำแพงแก้ว 2 ชั้น ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระโคตมพุทธเจ้า ทางด้านทิศเหนือขององค์พระเป็นที่ประดิษฐานของ “พระร่วงโรจนฤทธิ์” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธศาสนิกชนทั่วไทยให้ความเคารพนับถือ ในทุก ๆ ปี ช่วงวันขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ถึงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 12 จะมีการจัดงานเทศกาลนมัสการองค์พระปฐมเจดีย์อย่างยิ่งใหญ่
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

10. วัดไร่ขิง พระอารามหลวง จังหวัดนครปฐม

          วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน) เป็นวัดที่ชาวนครปฐมและพุทธศาสนิกชนให้ความเคารพนับถือ ภายในพระอุโบสถเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธรูปหลวงพ่อวัดไร่ขิง” ซึ่งมีเรื่องเล่าว่าได้ลอยตามน้ำมาและได้อัญเชิญขึ้นไว้ที่วัดแห่งนี้ องค์พระพุทธรูปเป็นเนื้อทองสัมฤทธิ์ปางมารวิชัย พุทธลักษณะงดงามด้วยพุทธศิลป์ 3 สมัย คือ พระรูปผึ่งผายแบบเชียงแสน พระหัตถ์เรียวงามแบบสุโขทัย และพระพักตร์งดงามในแบบรัตนโกสินทร์ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก กล่าวกันว่าผู้ใดขอสิ่งใด หากทำคุณงามความดีก็จะสมปรารถนา โดยในช่วงวันขึ้น 13 ค่ำ ถึงแรม 3 ค่ำ เดือน 5 ของทุกปี จะมีการจัดงานนมัสการหลวงพ่อวัดไร่ขิง มีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก tomgigabite / shutterstock.com

           และจากวัดไร่ขิงหากเลาะเลียบไปตามแม่น้ำจะเจอกับ “ตลาดน้ำดอนหวาย” ตลาดบนบกริมแม่น้ำนครชัยศรี ที่มีอาหารพื้นเมือง ขนมโบราณ และพืชผัก-ผลไม้ท้องถิ่นจำหน่ายมากมาย เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-17.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Full_chok / Shutterstock.com

11. ตลาดน้ำวัดลำพญา จังหวัดนครปฐม

           ตลาดที่อยู่ติดริมแม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน) มีร้านค้ากว่า 50 ร้าน จำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งของกิน สินค้าพื้นเมือง พืชผัก-ผลไม้ พ่อค้าแม่ค้าก็เป็นชาวบ้านในชุมชนที่นำพืชผลของตัวเองมาจำหน่าย ราคาจึงไม่สูงมากนัก บางส่วนตั้งร้านค้าอยู่บนแพ บางส่วนอยู่ในเรือ มีที่นั่งให้นักท่องเที่ยวได้นั่งกินอาหารกันแบบชิล ๆ เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Bangprikphoto / Shutterstock.com

30 สถานที่ท่องเที่ยวนครปฐม สนุกครบรส ไม่ไกลกรุงเทพฯ

12. วัดคีรีวงศ์ จังหวัดนครสวรรค์

          วัดศักดิ์สิทธิ์ที่ตั้งอยู่บนเขาดาวดึงส์ สิ่งที่โดดเด่นคือ พระจุฬามณีเจดีย์ ซึ่งเป็นเจดีย์ขนาดใหญ่ตั้งอยู่บนยอดเขา มี 4 ชั้น โดยบริเวณฐานขององค์มหาเจดีย์จะสามารถมองเห็นภูมิทัศน์ที่สวยงามของเมืองนครสวรรค์ได้แบบไกลสุดลูกหูลูกตา ภายในพระจุฬามณีเจดีย์ประกอบไปด้วยรูปหล่อเหมือนขนาดเท่าองค์จริงของพระชื่อดังหลายองค์ นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปจำลองที่สำคัญของเมืองไทยไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้กันอีกด้วย

          ใกล้ ๆ กันเป็นที่ตั้งของ “หอชมเมืองนครสวรรค์” เป็นอาคารหอคอยสูง 32 เมตร มีทั้งหมด 10 ชั้น ในส่วนของชั้นที่ 1 จะเป็นประชาสัมพันธ์และร้านจำหน่ายสินค้า OTOP ชั้นที่ 2 และชั้นที่ 3 จะเป็นร้านอาหาร และจากชั้นที่ 4-9 จะเป็นบันไดเวียนเพื่อขึ้นสู่ชั้นที่ 10 ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองนครสวรรค์ สามารถชมทัศนียภาพโดยรอบได้แบบ 360 องศา มองเห็นธรรมชาติโดยรอบเมืองนครสวรรค์ได้ไกลกว่า 10 กิโลเมตร เปิดทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. และวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

13. บึงบอระเพ็ด จังหวัดนครสวรรค์

           บึงน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย มีเนื้อที่ประมาณ 132,737 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอท่าตะโก และอำเภอชุมแสง ซึ่งนอกจากจะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำมากกว่า 148 ชนิด พืชกว่า 44 ชนิดแล้ว ที่นี่ยังมีทัศนียภาพที่สวยงาม สิ่งที่น่าสนใจของบึงบอระเพ็ดก็คือ “นกเจ้าฟ้าหญิงสิรินธร” และ “ปลาเสือตอ” เป็นสัตว์ที่พบเห็นได้ยาก แต่สามารถพบได้บริเวณบึงบอระเพ็ด นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำภายในอาคารแสดงพันธุ์สัตว์น้ำบึงบอระเพ็ดเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ให้ได้ชมกันด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

14. พาสาน จังหวัดนครสวรรค์

           อาคารสัญลักษณ์ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามโดดเด่นและทันสมัย ตั้งอยู่บริเวณปลายเกาะยม จุดบรรจบของแม่น้ำปิงและแม่น้ำน่าน ต้นแม่น้ำเจ้าพระยา ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์มาจากการศึกษาสภาพแวดล้อม วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมและประเพณีวัฒนธรรมของชาวปากน้ำโพ ตัวอาคารมีรูปทรงคล้ายเส้นสายที่สอดประสานมาบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียวที่ส่วนปลาย เสมือนกับการรวมตัวของสายน้ำ มีพื้นที่ใช้สอยภายนอก ลานประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม ลานกิจกรรม สวนริมแม่น้ำ แพท่าน้ำ พื้นที่ภายในอันประกอบไปด้วย ส่วนแสดงนิทรรศการ ห้องประชุม สำนักงาน จุดชมทัศนียภาพ และอื่น ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Casper1774 Studio / Shutterstock.com

พาสาน นครสวรรค์ ที่เที่ยวใหม่ สนุกไปกับงานสถาปัตยกรรม

15. เขาหน่อ - เขาแก้ว จังหวัดนครสวรรค์

            กลุ่มยอดเขาหินปูนรูปทรงสวยงามแปลกตา สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนบนถนนพหลโยธิน ช่วงนครสวรรค์-กำแพงเพชร ซึ่ง “เขาหน่อ” ถูกแยกออกจาก “เขาแก้ว” โดยถนนท้องถิ่น ในส่วนของเขาหน่อนั้นจะแยกออกเป็น 2 ส่วน คือ เขานางพันธุรัต เป็นภูเขาหินปูนลูกเล็ก สามารถเดินขึ้นไปชมวิวได้ ด้านบนมีถ้ำขนาดเล็ก มีพระพุทธรูปนอนองค์ใหญ่ พระพุทธรูปองค์เล็กอยู่ด้านหน้า และเขาพระพุทธบาท เป็นภูเขาลูกใหญ่ ห่างจากเขานางพันธุรัตประมาณ 300 เมตร มีทางบันไดปูนประมาณ 700 ขั้น ให้เดินขึ้นไปชมวิวด้านบน ส่วนเขาแก้วจะมีถ้ำอยู่หลายถ้ำ ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของค้างคาวมากมาย ในช่วงเย็นฝูงค้างคาวจะบินออกมาเป็นขบวนยาวจากปากถ้ำเพื่อออกไปหากิน โดยองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านแดนได้จัดทำศาลานั่งชมค้างคาวไว้ให้นักท่องเที่ยวอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลบ้านแดน อำเภอบรรพตพิสัย จังหวัดนครสวรรค์
     

เขาหน่อ - เขาแก้ว จ.นครสวรรค์ จุดชมวิวสวยสุดท้าทาย

16. เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

           เกาะกลางแม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง มีเนื้อที่รวมราว ๆ 4.2 ตารางกิโลเมตร บนเกาะดั้งเดิมเป็นชุมชนชาวมอญ โด่งดังในเรื่องของการทำเครื่องปั้นดินเผาและขนมไทยโบราณ ปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นักท่องเที่ยวสามารถที่จะเข้าไปเที่ยวชมวิถีชีวิต ปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ชิมลิ้มลองอาหารท้องถิ่นและขนมไทยอร่อย ๆ จะนั่งเรือไหว้พระรอบ ๆ เกาะเกร็ดก็ยังได้
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลเกาะเกร็ด อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

17. วัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ จังหวัดนนทบุรี

           ศาสนสถานในศาสนาพุทธ ฝ่ายมหายาน เป็นวัดจีนที่ได้ชื่อว่าสวยงามอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย มีสถาปัตยกรรมแบบจีนที่สวยงามโอ่อ่า ราวกับพระราชวังโบราณจำลองจากประเทศจีน ภายในวัดมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นพระศรีศากยมุนีพุทธเจ้า, พระอมิตาภพุทธะ, พระไภษัชยคุรุไวฑูรย์พุทธเจ้า, พระศรีอริยเมตไตรย, พระสกันทโพธิสัตว์, เทพเจ้าไฉ่ซิงเอี้ย, เทพเจ้าไท้ส่วยเอี้ย, พระแม่กวนอิมปางพันมือ, พระอวโลกิเตศวรโพธิสัตว์ และพระมหาสถามปราปต์โพธิสัตว์ เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

18. ตลาดต้นไม้บางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี

           ริมถนนกาญจนาภิเษก ช่วงอำเภอบางใหญ่ เป็นแหล่งซื้อ-ขายตลาดต้นไม้ใกล้กรุงเทพฯ ขนาดใหญ่ ซึ่งมีตลาดย่อย ๆ ลงไปอีกหลายแห่ง ซึ่งมีต้นไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับ รวมถึงอุปกรณ์การจัดสวนให้เลือกซื้อมากมาย ราคาย่อมเยา เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่ซื้อต้นไม้เป็นจำนวนเยอะ ๆ เพราะยิ่งซื้อเยอะก็ยิ่งราคาถูก ตลาดต้นไม้ในบางใหญ่ เช่น ตลาดต้นไม้ซอยวัดพระเงิน, การ์เด้นท์ เซ็นเตอร์, ตลาดต้นไม้สามพี่น้อง, บุญยงตลาดต้นไม้, บิ๊กการ์เด้น, ตลาดต้นไม้สวนพฤกษชาติ และแสงอารี การ์เด้น เป็นต้น
  • ที่อยู่ : ริมถนนกาญจนาภิเษก ช่วงอำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี
     

28 ที่เที่ยวนนทบุรี ใกล้กรุงเทพฯ ขั้นสุด ปักหมุดเที่ยวได้เลย

19. วัดดอนใหญ่ จังหวัดปทุมธานี

            วัดสวยที่ตั้งอยู่บริเวณคลองแปด ลำลูกกา โดดเด่นด้วยอุโบสถเงินแบบจตุรมุข ภายในประดิษฐานพระประธานองค์ใหญ่สีขาว นามว่า “สมเด็จพระสุวรรณปทุมพุทธพจนวราภรณ์” หรือ “หลวงพ่อใจดีมั่งมีศรีสุข” นอกจากนี้ในวิหารยังประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ เช่น พระพุทธชินราช พระพิฆเนศ เทพทันใจ พระแม่ธรณี และไอ้ไข่ เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก YuenSiuTien / Shutterstock.com

20. วัดโบสถ์ (วัดหลวงพ่อโตองค์ใหญ่) จังหวัดปทุมธานี

             วัดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นวัดเก่าแก่และเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวจังหวัดปทุมธานี ด้วยมี “หลวงพ่อเหลือ” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ อีกทั้งยังมีรูปปั้นเหมือนของ “สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี)” องค์ใหญ่ สูงมากถึง 28 เมตร ให้พุทธศาสนิกชนได้เดินทางมากราบไหว้ขอพร นอกจากนี้ยังมีโบราณสถานและโบราณวัตถุ พร้อมทั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์อีกมากมายให้ได้มาทำบุญเสริมบารมีกัน
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Anirut Thailand / Shutterstock.com

  • ที่ตั้ง : ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
  • เฟซบุ๊ก : วัดโบสถ์ สมเด็จโต หลวงพ่อโสธร องค์ใหญ่ สามโคก ปทุมธานี

21. ตลาดอิงน้ำสามโคก จังหวัดปทุมธานี

            ตลาดบรรยากาศน่ารัก ตามแบบวิถีชาวบ้านที่เรียบง่าย ตั้งอยู่ริมคลองบางเตยและแม่น้ำเจ้าพระยา ภายในตลาดเป็นชุมชนเก่าแก่ บ้านเรือนจะเป็นเรือนแถวไม้แบบดั้งเดิม มีของกินอร่อย ๆ ให้ได้เลือกกินเพียบ มีกิจกรรมให้เลือกทำหลากหลาย ทั้งล่องเรือชมวิววิถีริมคลองบางเตย เดินชมชุมชนเก่า นวดแผนไทย พร้อมทั้งมีร้านขายของชำที่จำหน่ายสินค้าโบราณให้ได้มาย้อนวัยกัน นอกจากนี้ก็ยังมีร้านกาแฟ-ร้านอาหารริมน้ำบรรยากาศดี ให้แวะพักใจชิล ๆ อีกด้วย เปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Sombat Muycheen / Shutterstock.com

22. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า จังหวัดปทุมธานี

            แหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยาและสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของอาเซียนและของโลก ภายในแบ่งเป็นโซนต่าง ๆ ได้แก่ OUR HOME นำเสนอเรื่องราวของการก่อกำเนิดจักรวาลระบบสุริยะและโลก ไปจนถึงวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต, OUR LIFE จัดแสดงสิ่งแวดล้อมและการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต รวมถึงมนุษย์ ภายในชีวนิเวศ (Biome) ต่าง ๆ และ OUR KING แสดงถึงหลักการทรงงาน พระวิสัยทัศน์ และกระบวนการศึกษาปัญหาในธรรมชาติ อันเป็นที่มาของโครงการในพระราชดำริกว่า 3,000 โครงการ ของในหลวง รัชกาลที่ 9

15 ที่เที่ยวปทุมธานี ครบรสความสนุก อยู่ใกล้กรุงเทพฯ แค่เอื้อม

23. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            สถานที่ที่เคยเป็นราชธานีเก่าแก่อันยิ่งใหญ่สืบเนื่องยาวนาน และมีความเจริญรุ่งเรืองที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ โดยมีศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ งดงาม และทรงคุณค่า จนได้รับการเชิดชูคุณค่าไว้ในบัญชีรายชื่อแหล่งมรดกโลกขององค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ในปี พ.ศ. 2534 จุดท่องเที่ยวหลัก ๆ ที่น่าไปเยี่ยมชม ไม่ว่าจะเป็นพระราชวังโบราณหรือพระราชวังหลวง ที่ประทับของพระมหากษัตริย์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา, วัดพระศรีสรรเพชญ์, วัดราชบูรณะ, วิหารพระมงคลบพิตร และวัดไชยวัฒนาราม เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

พาทัวร์ 12 อุทยานประวัติศาสตร์เสมือนจริง อยู่บ้านก็เที่ยวได้

24. วัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            วัดโบราณที่สร้างมามากกว่า 300 ปี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางด้านตะวันตกของเกาะเมือง สมเด็จพระเจ้าปราสาททอง (สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ 5) โปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2173 เดิมพื้นที่วัดไชยวัฒนาราม เป็นที่อยู่สุดท้ายก่อนสิ้นพระชนม์ของพระราชมารดาสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ในช่วงที่ยังไม่เสวยราชสมบัติ เมื่อพระองค์ได้ขึ้นครองราชย์จึงได้โปรดให้สร้างวัดไชยวัฒนารามนี้ขึ้นเพื่ออุทิศผลบุญให้แก่พระราชมารดา สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ “พระปรางค์ศรีรัตนมหาธาตุ” เป็นปรางค์ประธานของวัด, “พระระเบียง” ภายในพระระเบียงมีพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัย และ “พระอุโบสถ” ภายในมีซากพระประธาน เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยสร้างด้วยหินทราย เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลบ้านป้อม อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
     

วัดไชยวัฒนาราม เรื่องน่ารู้วัดโบราณสมัยอยุธยา

25. ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

           สถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนในสมัยก่อน และเพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้ามากมาย พลาดไม่ได้กับของกินอร่อย ๆ ทั้งคาวและหวาน มีทั้งร้านค้าที่อยู่บนเรือและท่าน้ำ สะดวกแบบไหนก็เลือกนั่งกันได้เลยชิล ๆ เปิดทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก AfriramPOE / shutterstock.com

26. พระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

            พระราชวังโบราณตั้งแต่สมัยอยุธยา สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง ใช้เป็นสถานที่ประทับแรม ปัจจุบันเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ ภายในเขตพระราชวังมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น หอเหมมณเฑียรเทวราช ปรางค์ศิลาจำลองแบบจากปรางค์ขอม, พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ เป็นพระที่นั่งปราสาทโถงทรงจตุรมุขอยู่กลางสระน้ำ รูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทย, อนุสาวรีย์สมเด็จพระนางเจ้าสุนันทากุมารีรัตน์ และหอวิฑูรทัศนา ตั้งอยู่กลางเกาะน้อยในสวนเขตพระราชวังชั้นใน เป็นต้น เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ถนนปราสาททอง ตำบลบ้านเลน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  • เว็บไซต์ : www.royaloffice.th
     

สถานที่ท่องเที่ยวอยุธยา ราชธานีเก่าน่าเที่ยว เมืองแห่งมรดกโลก

27. วัดท่าหลวง จังหวัดพิจิตร

            พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองพิจิตรอายุนับร้อยปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก สถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อเพชร” พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนที่มีอายุกว่า 800 ปี องค์พระมีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร หล่อด้วยทองสำริด มีพุทธลักษณะงามล้ำเกินคำบรรยาย เชื่อกันว่าหากใครเดือดร้อน เช่น ของหายหรือมีความทุกข์ยาก จะมาขอให้อำนาจหลวงพ่อเพชรช่วยปกป้องรักษาหรือปัดเป่าความทุกข์ยากให้หมดไป
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

28. วัดโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร

            วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2242 ในสมัยสมเด็จพระสุริเยนทราธิบดี (ขุนหลวงสรศักดิ์ หรือพระพุทธเจ้าเสือ) พระมหากษัตริย์สมัยกรุงศรีอยุธยา เพื่อเป็นอนุสรณ์สถาน ณ สถานที่ประสูติของพระองค์ ภายในโดดเด่นด้วยพระวิหารสูงใหญ่ในศิลปะแบบอยุธยา มีกำแพงล้อมรอบ 2 ชั้น และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของจังหวัดจากกรมศิลปากร วิหารหลังนี้เป็นที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อโต” หรือ “หลวงพ่อยิ้ม” ที่พระพักตร์ของท่านดูยิ้มแย้ม เป็นที่อิ่มเอมใจแก่ผู้พบเห็นและเข้ามาสักการะยิ่งนัก นอกจากนี้ชาวอำเภอโพธิ์ประทับช้าง ได้สร้างอนุสาวรีย์พระพุทธเจ้าเสือไว้เป็นที่ระลึกข้างที่ว่าการอำเภอโพธิ์ประทับช้างอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร

29. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร จังหวัดพิจิตร

            สถานที่ที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตั้งของเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ประมาณปี พ.ศ. 1601 สังเกตได้จากภายในบริเวณกำแพงเมือง ที่มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษนั้น มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปด้วย กำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 ทำให้พื้นที่ภายในมีความร่มรื่น โดยมีสิ่งที่น่าสนใจ เช่น ศาลหลักเมือง เป็นอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่างจะเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบอง ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า “พ่อปู่”, วัดมหาธาตุ เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐที่ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองพิจิตรเก่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านเก่า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ และถ้ำชาละวัน มีลักษณะเป็นถ้ำลึกลงไปในดิน ด้านหน้ามีรูปปั้นไกรทองและชาละวันที่ทางจังหวัดได้สร้างไว้ เป็นต้น
  • ที่อยู่ : ถนนโยธาธิการ พิจิตร 3063 ตำบลเมืองเก่า อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร
     

เที่ยวพิจิตร ไปยลโฉม 13 ที่เที่ยวเมืองชาละวัน

30. วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก

           วัดสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก คนส่วนใหญ่เรียกกันว่า “วัดใหญ่” เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร และเป็นสถานที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” พระพุทธรูปที่ได้รับการยกย่องว่าสวยงามที่สุดในประเทศไทย งดงามด้วยสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม และประติมากรรม ที่ถือได้ว่าเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมอันล้ำค่าของเมืองพิษณุโลก นอกจากนี้ยังมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ ให้เคารพบูชา เช่น พระพุทธธูปเข้านิพพาน พระเหลือ พระศรีศาสดา เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

31. อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก

            อุทยานแห่งชาติที่มีความสวยงามทางธรรมชาติ ธรณีวิทยา และเรื่องราวทางด้านประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่บนรอยต่อของ 3 จังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ในอดีตพื้นที่แห่งนี้ถูกใช้เป็นฐานที่มั่นของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ทางภาคเหนือ ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติและประวัติศาสตร์ มีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญ เช่น พิพิธภัณฑ์การสู้รบ, โรงเรียนการเมืองการทหาร, กังหันน้ำ, โรงพยาบาลรัฐ, ลานอเนกประสงค์, สุสาน ท.ป.ท., หมู่บ้านมวลชน เป็นต้น และแหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ เช่น ลานหินแตก, ลานหินปุ่ม, ผาชูธง, น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร, น้ำตกศรีพัชรินทร์, น้ำตกตาดฟ้า และน้ำตกผาลาด เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

32. เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก

            อำเภอที่มีธรรมชาติสวยงาม โดยเฉพาะภูเขาหินปูนรูปร่างแปลกตาและท้องทุ่งนาสุดกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยป่าเขาสีเขียวขจีสุดอุดมสมบูรณ์ แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของที่นี่ ได้แก่ จุดชมวิวบ้านเผ่าไทย, จุดชมวิวและโฮมสเตย์บ้านรักไทย, ภูเขาหินปูนบ้านมุง, ทุ่งทานตะวันบ้านไร่ภูตะวัน, ชมค้างคาวยามเย็นที่บ้านมุง และน้ำตกถ้ำหมี เป็นต้น นักท่องเที่ยวคนไหนที่ชื่นชอบการเที่ยวในบรรยากาศที่สงบจะพลาดที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก
     

สถานที่ท่องเที่ยวพิษณุโลก ครบรสความสนุก เช็กอินแบบจุใจ

33. วัดไตรภูมิ จังหวัดเพชรบูรณ์

            วัดโบราณที่ประดิษฐาน “พระพุทธมหาธรรมราชา” พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นพระพุทธรูปปางสมาธิสมัยลพบุรี หล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 13 นิ้ว สูง 18 นิ้ว ไม่มีฐาน พระพักตร์กว้าง มีลักษณะเป็นเหลี่ยม พระโอษฐ์แบะ ประดิษฐานบนโต๊ะบูชาในศาลาไม้ ซึ่งถูกพบครั้งแรกที่แม่น้ำป่าสัก มีจำนวน 2 องค์ องค์จริงคือองค์บนสุด ส่วนองค์ที่อยู่ด้านล่างหล่อจำลองขึ้นใหม่เพื่อใช้ประกอบพิธีอุ้มพระดำน้ำ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 10 เป็นประจำทุกปี
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ซอยเพชรรัตน์แสงสันต์ ตำบลในเมือง อำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์

34. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

            แหล่งเพาะปลูกขนาดใหญ่ของชาวไทยภูเขาเผ่าม้ง และด้วยสถานที่ตั้งที่อยู่บนจุดสูงสุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำให้ที่นี่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยว เพราะมีอากาศที่เย็นสบาย สามารถนอนกางเต็นท์ชมดาวตอนกลางคืน นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น สถานีวิจัยเพชรบูรณ์แปลงทดลองทับเบิก มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แหล่งสาธิตการปลูกพืชเมืองหนาว และวัดป่าภูทับเบิก ซึ่งมีพระมหาเจดีย์โพธิปักขิยธรรม เจดีย์เพชร 37 ยอด บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระอรหันต์ธาตุ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมสักการะ และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ ในช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม จะมีดอกนางพญาเสือโคร่งสีชมพูบานสะพรั่งไปทั้งภูเขาให้ได้ถ่ายภาพความสวยงาม
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลวังบาล อำเภอหล่มเก่า จังหวัดเพชรบูรณ์
     

ภูทับเบิก กับเรื่องราวน่ารู้ต่าง ๆ สถานที่ท่องเที่ยวที่ไปได้ทุกฤดู

35. เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

           ดินแดนมหัศจรรย์แห่งการพักผ่อนเลยก็ว่าได้ สำหรับอำเภอเขาค้อ หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดผู้คนทุกฤดูกาล สำหรับชื่อเขาค้อนั้นมาจากเดิมบริเวณนี้มีต้นค้อ ซึ่งเป็นต้นไม้ตระกูลปาล์มอยู่เป็นจำนวนมาก และนอกจากอากาศที่เย็นสบายแล้วที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ เช่น อนุสาวรีย์จีนฮ่อ อนุสาวรีย์ทหารอาสาจากหน่วยรบกองพลที่ 93 ซึ่งมาช่วยรบในพื้นที่เขาค้อและเสียชีวิตในการสู้รบ, ฐานอิทธิ จุดชมวิวที่สวยงาม ซึ่งในอดีตเคยเป็นฐานสำคัญทางยุทธศาสตร์ ปัจจุบันจัดเป็นพิพิธภัณฑ์อาวุธ จัดแสดงปืนใหญ่ ซากรถถัง และอาวุธที่ใช้สู้รบกันบนเขาค้อ, อนุสาวรีย์ผู้เสียสละ ซึ่งจารึกชื่อผู้เสียชีวิตจากการสู้รบในสงครามไว้ เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

36. วัดผาซ่อนแก้ว จังหวัดเพชรบูรณ์

            วัดสวยที่ตั้งอยู่บนเนินเขาในหมู่บ้านทางแดง ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2547 เพื่อเป็นที่สอนปฏิบัติการเจริญสติปัฏฐาน 4 ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและเงียบสงบ มีภูเขาที่สูงใหญ่ซ้อนกันเป็นทิวเขาเรียงรายโอบรอบบริเวณศาลาปฏิบัติธรรม และบนปลายยอดเขาสูงตระหง่านนั้นมีถ้ำอยู่ ซึ่งมีชาวบ้านทางแดงหลายคนเห็นลูกแก้วลอยเหนือฟากฟ้า และลับหายเข้าไปในถ้ำบนยอดผา ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นพระบรมสารีริกธาตุเสด็จมา และต่างถือว่าเป็นสถานที่มงคล มีความศักดิ์สิทธิ์และเรียกตาม ๆ กันว่า  “ผาซ่อนแก้ว”
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : หมู่ 7 บ้านทางแดง ตำบลแคมป์สน อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
     

20 ที่เที่ยวเพชรบูรณ์ เมืองสุดน่ารักที่ห้ามพลาด

37. ศาลพระกาฬ จังหวัดลพบุรี

            สถานที่สำคัญของจังหวัดลพบุรี ภายในประดิษฐาน “เจ้าพ่อพระกาฬ” สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง สันนิษฐานว่าเป็นเทวรูปพระนารายณ์ยืน สร้างด้วยศิลาแลง 2 องค์ องค์เล็กเป็นแบบเทวรูปเก่าในประเทศไทย องค์ใหญ่เป็นประติมากรรมแบบลพบุรี แต่พระเศียรเดิมหายไป ภายหลังมีผู้นำพระเศียรพระพุทธรูปศิลาทรายสมัยอยุธยามาสวมต่อไว้ ใกล้ ๆ กันเป็นที่ตั้งของ “พระปรางค์สามยอด” โบราณสถานและแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ โดดเด่นด้วยปราสาทศิลาแลงแบบเขมรเรียงต่อกัน 3 องค์ และเชื่อมต่อกันด้วยมุขกระสัน หากแต่ภายในพื้นที่ของพระปรางค์สามยอดนักท่องเที่ยวจะเห็นลิงเจ้าถิ่นแสนซุกซน เพราะฉะนั้นหากจะเดินเที่ยวชมอาจต้องระมัดระวังกันเสียหน่อย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก kwanchai / Shutterstock.com

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

38. พระนารายณ์ราชนิเวศน์ จังหวัดลพบุรี

            พระราชวังที่สมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ. 2208-2209 ออกแบบโดยวิศวกรชาวฝรั่งเศส ความสวยงามของที่นี่อยู่ที่ลักษณะสถาปัตยกรรมแบบไทยผสมตะวันตก โดยสมเด็จพระนารายณ์โปรดประทับช่วงตลอดฤดูฝน แต่ภายหลังการเสด็จสวรรคตก็ได้ถูกทิ้งร้าง จนถึงรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์โปรดเกล้าฯ ให้บูรณะพระราชวังของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช สร้างพระที่นั่งขึ้นใหม่ และพระราชทานนามว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” มาจนถึงปัจจุบัน
  • ที่อยู่ : ถนนสรศักดิ์ ตำบลท่าหิน อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี

39. ทุ่งทานตะวัน จังหวัดลพบุรี

            ลพบุรีเป็นจังหวัดที่มีการปลูกทานตะวันมากที่สุดในประเทศไทย โดยช่วงที่ดอกทานตะวันเริ่มแย้มกลีบบานอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี โดยจะมีพื้นที่ปลูกใน 5 อำเภอ 8 ตำบล ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี, อำเภอบ้านหมี่, อำเภอโคกสำโรง อำเภอหนองม่วง และอำเภอพัฒนานิคม ซึ่งแต่ละไร่ก็จะบานในช่วงเวลาที่แตกต่างกันไป แต่ไม่ว่าจะเป็นทุ่งทานตะวันไร่ไหน รับรองว่าสวยงามไม่แพ้กันเลย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

40. เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี

            เขื่อนดินที่ยาวที่สุดในประเทศไทย นอกจากคุณประโยชน์ในการกักเก็บน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ เพราะมีจุดชมวิวริมอ่างเก็บน้ำ พิพิธภัณฑ์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และสันเขื่อน ล้วนแล้วแต่ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจุดที่รถไฟจอดอยู่เหนือเขื่อน ในลักษณะทางรถไฟที่คดโค้งให้ความรู้สึกเหมือนรถไฟลอยอยู่เหนือน้ำ ตลอดจนมีร้านอาหาร ร้านจำหน่ายสินค้าที่ระลึก รถนำชมวิวทิวทัศน์ บ้านพักรับรอง ลานกางเต็นท์ เอาไว้รองรับนักท่องเที่ยวอย่างเต็มที่
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : บ้านหนองบัว ตำบลหนองบัว อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี
     

ที่เที่ยวลพบุรี จัดทริปเที่ยวเพลิน ๆ เติมความสุขช่วงวันหยุด

41. วัดพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

            วัดสำคัญของสมุทรปราการ ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีโบราณสถานที่สำคัญก็คือ พระสมุทรเจดีย์ ด้วยในสมัยก่อนนั้นพระเจดีย์แห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะกลางแม่น้ำ แต่ต่อมาแม่น้ำตื้นเขินจนมีผืนดินเชื่อมกับเกาะเหมือนดั่งที่เห็นในปัจจุบัน ตามประวัตินั้นพระสมุทรเจดีย์สร้างมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย โดยสร้างหลังจากที่มีการสร้างป้อมปราการ 6 ป้อม บริเวณปากแม่น้ำ ซึ่งได้มีการสร้างและบูรณะกันเรื่อยมาจนถึงสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ด้านในเป็นสถานที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุ 12 องค์  นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น ศาลาเก๋งจีนหอเทียน, หอระฆังตึกฝรั่งกับจิตรกรรมฝาผนัง และพระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางห้ามสมุทร เป็นต้น โดยจะมีการจัดงานนมัสการพระสมุทรเจดีย์เป็นประจำทุกปี ในช่วงวันแรม 5 ค่ำ เดือน 1
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ถนนสุขสวัสดิ์ ตำบลปากคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ

42. บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

            บางกะเจ้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยพื้นที่สีเขียว อีกทั้งยังเป็นเส้นทางปั่นจักรยานยอดฮิต เพราะแวดล้อมด้วยสวนป่าชุมชนขนาดใหญ่ ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด ใกล้ ๆ กันยังเป็นที่ตั้งของ “ตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง” ตลาดน้ำใกล้กรุงเทพฯ ที่มีสินค้าของชุมชนบางน้ำผึ้งและตำบลใกล้เคียง และเพื่อเป็นการแก้ไขภาวะสินค้าล้นตลาด เสน่ห์ของตลาดน้ำแห่งนี้คือวิถีชีวิตชาวบ้านริมคลองที่ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยเชื้อสายมอญ และยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์และอาหารที่มีชื่อเสียงของชุมชน รวมทั้งมีกิจกรรมขี่จักรยานท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนและชื่นชมธรรมชาติอันสวยงามของสวนผลไม้ในชุมชน เปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ

43. สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ

            สถานที่ท่องเที่ยวในแบบพักผ่อนตากอากาศทางชายทะเลด้านอ่าวไทย ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี พ.ศ. 2480 ตามดำริของ จอมพล แปลก พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น มีพื้นที่ทั้งหมด 639 ไร่ ปัจจุบันใช้เป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานาน และเป็นสถานพักฟื้น พักผ่อน ของกรมพลาธิการทหารบก ภายในมีร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยว ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน จะมีนกนางนวลหนีหนาวจากไซบีเรียอพยพมาหากินอยู่ตามชายทะเล และมีจำนวนนกต่าง ๆ กว่า 200 ชนิด
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ถนนสุขุมวิท ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ
  • เฟซบุ๊ก : สถานตากอากาศบางปู

44. เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

             รวบรวมสถานที่สำคัญ ๆ ในประเทศ มีพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี พ.ศ. 2506 โดยคุณประไพ วิริยะพันธุ์ ที่นี่ได้รวมปูชนียสถานที่สำคัญกว่า 116 แห่ง เช่น เขาพระวิหาร, ปราสาทหินพนมรุ้ง, วัดมหาธาตุ สุโขทัย, พระพุทธบาทสระบุรี, พระธาตุเมืองนคร และพระธาตุไชยา เป็นต้น โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งบางแห่งเท่าแบบจริงด้วยฝีมือการสร้างอย่างประณีต นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่นับวันจะสูญหายไปจากสังคมยุคใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศไทย สามารถศึกษาได้จากเมืองโบราณแห่งนี้อีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

10 ที่เที่ยวสมุทรปราการ เยี่ยมชมความสวยงามเมืองใกล้กรุง

45. วัดเพชรสมุทรวรวิหาร (วัดบ้านแหลม) จังหวัดสมุทรสงคราม

           วัดที่มีชื่อเสียงและมีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน ผู้คนนิยมเดินทางไปนมัสการ “หลวงพ่อบ้านแหลม” พระพุทธรูปปางอุ้มบาตรขนาดเท่าคนจริง สูง 167 เซนติเมตร และเป็น 1 ใน 5 พระพุทธรูปตามตำนานที่ลอยน้ำมาพร้อมกันจากภาคเหนือ คือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม, หลวงพ่อโสธร, หลวงพ่อโต วัดบางพลี, หลวงพ่อวัดเขาตะเครา และหลวงพ่อวัดไร่ขิง โดยมีความเชื่อว่าหากได้มาสักการะปิดทองหลวงพ่อบ้านแหลมแล้วจะเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต รวมทั้งสมความปรารถนา
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก praditkhorn somboonsa / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : ถนนเพชรสมุทร เขตตำบลแม่กลอง อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม

46. วัดบางกุ้ง จังหวัดสมุทรสงคราม

            แหล่งท่องเที่ยวสมุทรสงครามที่มีชื่อเสียงอีกแห่งหนึ่ง เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สิ่งที่โดดเด่นมาก ๆ ก็คือ “โบสถ์ปรกโพธิ์” ความมหัศจรรย์ของโบสถ์วัดจะถูกปกคลุมด้วยต้นโพธิ์, ต้นไทร, ต้นไกร และต้นกร่างขนาดใหญ่ จนทำให้วัดบางกุ้งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งใน Unseen Thailand แถมภายในโบสถ์ก็เป็นสถานที่ประดิษฐาน “หลวงพ่อนิลมณี” (หลวงพ่อโบสถ์น้อย) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่าหลวงพ่อดำ พระประธานเป็นพระพุทธรูปปั้นขนาดใหญ่ ให้เข้าไปกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Blanscape / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : หมู่ 4 ตำบลบางกุ้ง อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม

47. ตลาดน้ำอัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

            แหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อทั้งคนไทยและต่างชาติ นอกเหนือไปจากการเดินเที่ยว ช้อป และชิมกันรัว ๆ แล้ว ยังจะได้สัมผัสธรรมชาติของวิถีชีวิตริมน้ำ ซึ่งเป็นภาพที่น่าประทับใจอย่างยิ่ง ส่วนกิจกรรมท่องเที่ยวตลาดน้ำอัมพวาที่ไม่ควรพลาด ได้แก่ ชิมอาหารพื้นบ้านทั้งคาวหวาน, เดินเยี่ยมชมร้านค้าขายของที่ระลึกและวิถีชีวิตชาวบ้าน และล่องเรือไหว้พระ ชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำแม่กลองและหิ่งห้อย เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Matyas Rehak / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : ถนนประชาเศรษฐ อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม

48. ตลาดน้ำท่าคา จังหวัดสมุทรสงคราม

            ตลาดน้ำที่ยังคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตชาวบ้านดั้งเดิม สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างชีวิตและสายน้ำ จากเดิมที่ชาวบ้านจะพายเรือออกมาเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน จากนั้นพัฒนามาเป็นการนำออกมาวางขายให้คนภายนอกได้ซื้อหา สินค้าที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายส่วนใหญ่มักเป็นผลผลิตทางการเกษตร เป็นสินค้าที่มีอยู่ดั้งเดิมของจังหวัด รวมถึงผักและผลไม้สด ๆ ใหม่ ๆ จากท้องไร่ ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ได้ชิมตามฤดูกาล นับเป็นตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นชาวสวน เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และทุกวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (วันโกน) ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น.
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Ion Mes / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
     

20 ที่เที่ยวสมุทรสงคราม ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้า-เย็นกลับสบาย ๆ

49. วัดโคกขาม จังหวัดสมุทรสาคร

           วัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ด้วยปรากฏพระอุโบสถและเจดีย์ศิลปะแบบอยุธยา ด้านในของพระอุโบสถหลังเก่านี้ยังเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธสิหิงค์” พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา เล่าลือกันว่าหากใครขออะไรก็จะสมความปรารถนา
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Soraya Plaithong / Shutterstock.com

50. วัดโกรกกราก จังหวัดสมุทรสาคร

           วัดเก่าแก่อีกแห่งของสมุทรสาคร สร้างมามากกว่า 100 ปี มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ชื่อว่า “หลวงพ่อปู่” มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยการใส่แว่นตาสีดำ สร้างจากเนื้อศิลาแลง รูปแบบศิลปะสมัยสุโขทัย และที่ต้องใส่แว่นตาดำนั้น เป็นเพราะว่าช่วงหนึ่งชุมชนแห่งนี้เคยเกิดโรคตาแดงระบาด ชาวบ้านก็บนกันว่าถ้าหายจะนำทองคำมาปิดที่ตา พอมีคนหาย คนอื่น ๆ ก็เริ่มมาบนบ้าง ทำให้รอบองค์พระมีแต่ทองคำ กลายเป็นที่เลื่องลือว่าหลวงพ่อปู่มีความศักดิ์สิทธิ์มาก
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก CGN089 / Shutterstock.com

51. สะพานแดง จังหวัดสมุทรสาคร

            สะพานไม้ที่ทอดยาวไปในท้องทะเลกว้างใหญ่ สร้างมายาวนานนับสิบปี โดดเด่นด้วยสีแดงสด ตัดกับท้องทะเลและธรรมชาติรอบด้านอย่างชัดเจน มีความยาวราว ๆ 200 เมตร เป็นจุดชมวิวและถ่ายภาพยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ยามเช้าและยามเย็นวิวจะสวยงามมาก ลมทะเลพัดเย็นสบาย ๆ นอกจากนี้ในบางช่วงยังสามารถพบเห็นฝูงปลาโลมาจากบริเวณนี้ได้ด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : หมู่บ้านประมง ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร
     

ที่เที่ยวสมุทรสาคร จัดมาเน้น ๆ ใกล้กรุงเทพฯ มีเวลาน้อยก็เที่ยวได้

52. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร จังหวัดสิงห์บุรี

            สถานที่ประดิษฐานพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดสิงห์บุรี และพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองไทย โดยมีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร และยังมีพุทธลักษณะที่งดงามตามแบบสมัยสุโขทัย สันนิษฐานกันว่าผู้สร้างพระพุทธรูปองค์นี้ คือ ท้าวอู่ทอง มีความเก่าแก่และน่าศรัทธา ซึ่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เคยเสด็จพระราชดำเนินมาเยือน ณ วัดแห่งนี้ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2519 ด้วย ทั้งนี้ บริเวณโดยรอบของวัดก็มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสนใจอีกมากมาย พร้อมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ตลาดชุมชน (เปิดในช่วงวันหยุด) ให้เดินเที่ยวชม
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลจักรสีห์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

53. วัดไทร จังหวัดสิงห์บุรี

           วัดเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มีพระอุโบสถตั้งแต่สมัยอยุธยา ถูกปกคลุมไปด้วยรากไทรมากมาย กลายเป็นการยึดให้ผนังโบสถ์ไม่พังทลาย มีทางเข้า-ออกทางเดียว เชื่อกันว่าเป็นวิหารมหาอุดที่ใช้สำหรับการปลุกเสกพิธีสำคัญก่อนการออกรบ ด้านในประดิษฐานองค์พระประธาน ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อขาว” หรือ “หลวงพ่อทะยาน” แต่ปัจจุบันเรียกกันว่า “หลวงพ่อวัดไทร” สามารถมาเที่ยวชมไหว้พระขอพรได้ตลอดทั้งวัน
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก kwanchai / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : ตำบลชีน้ำร้าย อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
     

ไหว้พระสิงห์บุรี เส้นทางทำบุญใกล้กรุง วันเดียวก็เอาอยู่

54. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

          ตลาดที่ตั้งอยู่ภายในบริเวณวัดโพธิ์เก้าต้น โดยสินค้าที่ชาวบ้านนำมาจำหน่ายจะเป็นอาหารท้องถิ่น ขนมโบราณที่หากินยาก ผลิตภัณฑ์ทำมือ รวมไปถึงพืชผักและผลไม้สด ๆ จากไร่ของชาวบ้าน ซึ่งจะเริ่มขายกันในราคาเพียงแค่หลักสิบเท่านั้น เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. ดูเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน

สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Watcharin Tadsana / Shutterstock.com

เยือนถิ่นวีรชนคนกล้า ผ่าน 11 ที่เที่ยวสิงห์บุรี น่าไปเยือน

55. อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย จังหวัดสุโขทัย

            โบราณสถานเก่าแก่ซึ่งแสดงถึงอาณาจักรสุโขทัยเมื่อ 600 กว่าปีที่แล้ว โดยภายในอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มีทั้งวัดวาอาราม กำแพงเมืองเก่า และร่องรอยของพระราชวัง จุดที่น่าสนใจ อาทิ วัดมหาธาตุ, วัดศรีชุม, วัดชนะสงคราม, วัดช้างล้อม, กำแพงเมือง, วัดช้างรอบ, วัดศรีสวาย, วัดตระพังเงิน, วัดสระศรี, วัดตระพังทองหลาง, เนินปราสาทพระร่วง, วัดพระพายหลวง และทำนบพระร่วง เป็นต้น สามารถปั่นรถจักรยานชมบริเวณโดยรอบได้ หรือจะนั่งรถรางก็ได้ มีออร์ดิโอทัวร์ด้วย ซึ่งเป็นอุปกรณ์เครื่องฟังแนะนำสถานที่สำคัญต่าง ๆ ภายในบริเวณอุทยาน เช่าได้ที่บริเวณศูนย์บริการท่องเที่ยวของอุทยาน
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

56. อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย จังหวัดสุโขทัย

            อุทยานประวัติศาสตร์ที่มีอายุหลายร้อยปี ปัจจุบันก็ยังคงหลงเหลือซากของวัดวาอารามให้ได้ชม ได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก จากองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (UNESCO) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2534 ภายในบริเวณมีทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุมากมาย มีวัดที่ไม่ควรพลาดชม ก็คือ “วัดช้างล้อม” ที่มีเจดีย์ประธานทรงลังกา และที่ฐานเจดีย์มีช้างปูนปั้นยืนหันหลังชนผนังเจดีย์อยู่โดยรอบจำนวน 39 เชือก ถือเป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่สวยงดงามมาก ๆ นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวที่สำคัญอีกหลายจุด เช่น วัดเจดีย์เจ็ดแถว วัดเขาพนมเพลิง วัดเขาสุวรรณคีรี วัดสวนแก้วอุทยานใหญ่ วัดสวนแก้วอุทยานน้อย และวัดนางพญา เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

57. เขาหลวง จังหวัดสุโขทัย

            ผืนป่ากลางเมืองสุโขทัย ตั้งอยู่ภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติรามคำแหง ความสูงระดับ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบด้วย 4 ยอดเขา คือ ยอดพระเขาเจดีย์ ยอดเขาพระแม่ย่า ยอดเขาภูกา และยอดเขานารายณ์ จุดที่เป็นไฮไลต์อยู่ที่ผานารายณ์ เป็นจุดที่สามารถไปยืนชมทิวทัศน์กว้างไกลของทุ่งหญ้าและผืนป่าดงดิบตามริมห้วยชุ่มชื้น และยังเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าและตกในยามเย็น โดยจะต้องเดินขึ้นไปด้านบน 4 กิโลเมตร เป็นเส้นทางเดินป่าระยะไกล ทางลาดชัน ควรค้างคืนบนยอดเขา 1 คืน
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

58. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี

           วัดที่มีความสำคัญวัดหนึ่งของเมืองไทย มีอายุราว ๆ 1,200 ปี รู้จักกันดีจากเสภาเรื่องขุนช้างขุนแผน ของพระสุนทรโวหาร (ภู่) ปัจจุบันวัดนี้เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร สิ่งที่สำคัญภายในวัดอย่างหนึ่งก็คือ “หลวงพ่อโต” พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่ สูงกว่า 23 เมตร ตั้งอยู่ในวิหารใหญ่โตโอ่อ่า รูปทรงโบราณ ถือได้ว่าเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของเมืองสุพรรณบุรีเลยทีเดียว นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อาทิ หลวงพ่อนาค อายุ 800 ปี, ภาพจิตรกรรมฝาผนัง, พระพุทธสิหิงค์, หลวงพ่อถิร, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, พิพิธภัณฑ์พระขุนแผน-พัดยศ, บ้านขุนช้าง เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี
  • เว็บไซต์ : watpasuphan.com

59. อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี

            แหล่งรวมศิลปะไทย-จีนที่สวยงาม ภายในประกอบไปด้วย ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง, พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร, หมู่บ้านมังกรสวรรค์ และอุทยานพุทธบัญชา (พระยูไล) สิ่งที่โดดเด่นก็คือ “พิพิธภัณฑ์ลูกหลานพันธุ์มังกร” ซึ่งมีลักษณะเป็นอาคารรูปทรงมังกรขนาดใหญ่ มีความยาว 135 เมตร สูง 35 เมตร และกว้าง 18 เมตร ด้านในจัดแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์จีน ตลอดจนประวัติความเป็นมาของชาวไทยเชื้อสายจีนในไทย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Sakcared / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จังหวัดสุพรรณบุรี

60. สามชุกตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี

            ตลาดเก่าแก่แห่งอำเภอสามชุก ตั้งอยู่ในชุมชนริมแม่น้ำท่าจีน โดยชาวบ้านเปิดบ้านไม้เก่าแก่ของตนขายของฝากของที่ระลึกกันอย่างคึกคัก มีของกินอร่อย ๆ ให้ไปตะลุยชิมมากมาย ใครที่ชอบกินบอกเลยว่าต้องชอบที่นี่ เพราะมีของกินให้เลือกซื้อไม่ต่ำกว่า 50 ร้านค้า นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ให้เยี่ยมชมด้วย คือ “พิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์” บ้านไม้เก่าแก่ มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ด้านในจัดแสดงเกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มแม่น้ำท่าจีน ประวัติความเป็นมาของเมืองสามชุกและประวัติของบ้าน เดินเที่ยวชมกันได้เพลิน ๆ
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

61. อุทยานแห่งชาติพุเตย จังหวัดสุพรรณบุรี

             สวรรค์ของคนตามล่าสายหมอกและชอบเที่ยวธรรมชาติ ภายในอุทยานแห่งชาติพุเตยมีสิ่งที่น่าสนใจมากมาย เช่น น้ำตกพุกระทิง, น้ำตกตะเพินคี่ใหญ่-น้อย, ถ้ำตะเพินเงิน, ถ้ำตะเพินเพชร, ป่าสนสองใบ เป็นต้น แต่ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ “ยอดเขาเทวดา” ยอดเขาที่สูงที่สุดภายในอุทยาน มีความสูงราว ๆ 1,123 เมตร มีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่ค่อนข้างสนุกสนาน ให้ได้ผจญภัยขึ้นไปชมความงดงามด้านบนยอดเขา โดยเฉพาะในช่วงปลายฤดูฝนยาวไปจนถึงปลายฤดูหนาว ก็จะมีทะเลหมอกให้ได้ชมกันอย่างจุใจ
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

62. วัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร จังหวัดสระบุรี

            พระอารามหลวงชั้นเอก สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2167 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม มีปูชนียสถานสำคัญอันเลื่องชื่อคือ “รอยพระพุทธบาท” ขนาดความกว้าง 21 นิ้ว ยาว 60 นิ้ว ลึก 11 นิ้ว ที่ประทับบนแผ่นหินเหนือไหล่เขาสุวรรณบรรพต หรือเขาสัจจพันธ์คีรี ค้นพบในสมัยอยุธยา พระเจ้าทรงธรรมจึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างมณฑปชั่วคราวครอบไว้ ปัจจุบันพระมณฑปเป็นอาคารรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ประกอบเครื่องยอดรูปปราสาท 7 ชั้น มุงกระเบื้องเคลือบสีเขียว ผนังด้านนอกปิดทองประดับกระจก บานประตูเป็นงานประดับมุกชั้นเยี่ยม มีบันไดทางขึ้นงดงาม ราวกับทอดลงมาจากสวรรค์
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : บ้านพระพุทธบาท หมู่ 8 ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

63. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จังหวัดสระบุรี

           แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติทั้งป่าเขา แหล่งน้ำ น้ำตก และเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่สวยงาม โดยนักท่องเที่ยวนิยมไปนอนกางเต็นท์ริมอ่างเก็บน้ำเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ ในช่วงหน้าฝนจะมีเห็ดแชมเปญให้ได้ชมกัน สิ่งที่โดดเด่นของที่นี่อีกสิ่งก็คือน้ำตกเจ็ดคด แบ่งเป็น 3 ช่วงด้วยกัน คือ น้ำตกเจ็ดคดเหนือ น้ำตกเจ็ดคดกลาง และน้ำตกเจ็ดคดใต้ มีความสวยงามแตกต่างกันไป
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Thanida Siritan / Shutterstock.com

64. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี

            น้ำตกชื่อดังของจังหวัดสระบุรี ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย มีลักษณะเป็นชั้นเตี้ย ๆ จำนวน 7 ชั้น รวมระยะทางทั้งสิ้น 490 เมตร แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ 1-4 เมตร บางชั้นจะมีแอ่งน้ำตื้น ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นคลายร้อน น้ำใสสะอาด ช่วงที่น่าเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน-เมษายน
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

65. วัดม่วง จังหวัดอ่างทอง

            วัดชื่อดังของจังหวัดอ่างทอง สันนิษฐานว่าสร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ไฮไลต์อยู่ที่ “หลวงพ่อใหญ่” หรือ “พระพุทธมหานวมินทรศากยมุนีศรีวิเศษชัยชาญ” พระพุทธรูปปางมารวิชัย สีทองโดดเด่นเป็นสง่า นอกจากนี้ภายในวัดยังมีสวนนรก สวรรค์ และแบบจำลองตัวละครในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง ที่พ่วงมาด้วยคำสอนต่าง ๆ ปลูกฝังศีลธรรมความดีงามแก่ผู้ที่แวะเวียนมาที่วัดแห่งนี้อีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลหัวตะพาน อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

66. วัดขุนอินทประมูล จังหวัดอ่างทอง

            สถานที่ประดิษฐาน “พระศรีเมืองทอง” องค์พระพุทธไสยาสน์ที่ใหญ่และยาวที่สุดของประเทศไทย ภายในวัดยังมีซากโบราณสถานวิหารหลวงพ่อขาว ซึ่งปัจจุบันเหลือเพียงแค่ฐาน ส่วนศาลาอเนกประสงค์ มีศาลรูปปั้นขุนอินทประมูลและโครงกระดูกมนุษย์ ขุดพบในเขตวิหารพระพุทธไสยาสน์ เมื่อปี พ.ศ. 2541 ลักษณะนอนคว่ำหน้า มือและเท้ามัดไพล่อยู่ด้านหลัง เชื่อกันว่าเป็นโครงกระดูกขุนอินทประมูล บ้างก็ว่าไม่ใช่ สันนิษฐานกันว่าเป็นนายอากรผู้สร้างพระพุทธไสยาสน์ โดยยักยอกเอาเงินของหลวงมาสร้างเพื่อเป็นปูชนียสถาน ครั้นพระมหากษัตริย์ทรงทราบได้รับสั่งถามว่าเอาเงินที่ไหนมาสร้าง ขุนอินทประมูลไม่ยอมบอกความจริงเพราะกลัวส่วนกุศลจะตกไปถึงองค์พระมหากษัตริย์ จึงถูกเฆี่ยนจนตาย และกลายเป็นที่มาของชื่อวัดแห่งนี้
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลอินทรประมูล อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง

67. วัดป่าโมกวรวิหาร จังหวัดอ่างทอง

           พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยา สถานที่แห่งนี้ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่งดงามมากองค์หนึ่งของเมืองไทย องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทอง สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย มีประวัติเล่าขานกันว่าพระพุทธรูปองค์นี้ลอยน้ำมาจมอยู่หน้าวัด ราษฎรบวงสรวงแล้วชักลากขึ้นมาประดิษฐานไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำ พงศาวดารกล่าวว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราชก่อนที่จะยกทัพไปรบกับพระมหาอุปราชา ได้เสด็จมาชุมนุมพลและถวายสักการบูชาพระพุทธไสยาสน์องค์นี้
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Fluid Shutter / Shutterstock.com

  • ที่อยู่ : หมู่ 4 ถนนป่าโมกราษฎร์บำรุง ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
     

16 ที่เที่ยวอ่างทอง จังหวัดเดียวเที่ยวเพลินจนลืมเวลา

68. วัดจันทราราม (วัดท่าซุง) จังหวัดอุทัยธานี

            วัดเก่าแก่ที่สันนิษฐานกันว่าสร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จากเดิมที่เป็นวัดเล็ก ๆ ปัจจุบันมีเนื้อที่วัดมากกว่า 200 ไร่ มีการบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัดเรื่อยมา มีอาคารสวยงามวิจิตรตระการตา กลายเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองอุทัยธานี สิ่งสำคัญภายในวัด เช่น วิหารแก้ว 100 เมตร, ปราสาททองคำ (กาญจนาภิเษก), พระจุฬามณีเจดีย์สถาน, วิหารหลวงพ่อ 5 พระองค์, มณฑปแก้ว, มณฑปหลวงพ่อปาน, พระยืน 30 ศอก, มหาวิหาร 100 ปี หลวงพ่อพระราชพรหมยาน (ศาลา 12 ไร่), วิหารหลวงพ่อศักดิ์สิทธิ์ และอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เป็นต้น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

  • ที่อยู่ : ตำบลน้ำซึม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
  • เว็บไซต์ : www.watthasung.com

69. ถนนคนเดินตรอกโรงยา จังหวัดอุทัยธานี

            ชุมชนเก่าแก่ที่มีเรือนแถวไม้เป็นเอกลักษณ์ ดั้งเดิมที่นี่เป็นชุมชนของชาวจีน สมัยก่อนนั้นมีการเปิดให้สูบฝิ่นอย่างเสรี ผู้คนมากมายต่างมาที่นี่เพื่อซื้อ-ขายและสูบฝิ่น บรรยากาศคึกคักมาก ชาวบ้านจะเรียกที่นี่กันว่า "ตรอกโรงยา" ต่อมาเมื่อมีการออกกฎหมายว่าฝิ่นเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ผู้คนเริ่มห่างหายจากที่นี่ และกลายเป็นชุมชนที่ซบเซาลงในที่สุด หน่วยงานเอกชน พร้อมด้วยหน่วยงานในท้องถิ่น และชาวบ้านในชุมชน ได้ร่วมมือกันรื้อฟื้นให้ตรอกโรงยากลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการเปิดถนนคนเดินในช่วงวันเสาร์ ชาวบ้านก็รวมตัวกันเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมกับนำของดีของเด่นดั้งเดิมของชุมชนออกมาจำหน่าย
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ภาพจาก Suriya Desatit / Shutterstock.com

70. หุบป่าตาด จังหวัดอุทัยธานี

           หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวอันซีนของไทยที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ตั้งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำประทุน ไฮไลต์สำคัญคือการได้เห็น “ต้นตาด” พืชตระกูลปาล์มดึกดำบรรพ์ที่พบมากในบริเวณหุบเขาหินปูนแห่งนี้ และ “กิ้งกือมังกรสีชมพู” สัตว์หายากของโลกที่สามารถพบเห็นได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น ถ้ามาช่วงฤดูฝนจะพบได้มากกว่าช่วงอื่น โดยในระยะทางประมาณ 40 เมตรของถ้ำจะมืดสนิท ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเที่ยวที่หุบป่าตาดควรพกไฟฉายติดตัวมาด้วย โดยเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น
สถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง

ที่เที่ยวอุทัยธานี เสน่ห์เมืองแห่งสายน้ำ และความงดงามของธรรมชาติ

            และนี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลางเพียงไม่กี่แห่งที่เราหยิบมาแนะนำกัน เพราะจริง ๆ แล้วในพื้นที่ภาคกลางยังมีแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมายให้ไปเยือน เอาเป็นว่าหากมีโอกาสก็ปักหมุดไว้สัก 1-2 แห่ง แล้วเดินทางไปเที่ยวชมกันนะ

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวภาคกลาง มากล้นด้วยวัด ธรรมชาติ วิถีชีวิต อัปเดตล่าสุด 18 กรกฎาคม 2565 เวลา 16:03:48 39,215 อ่าน
TOP