x close

15 เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ รู้ไว้จะได้เที่ยวเพลิน ๆ

          เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่เที่ยวทะเลในฝันของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ อยากที่จะไปสัมผัสและดื่มด่ำบรรยากาศที่งดงามของชายหาดและท้องทะเลสวย ๆ

          เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล เป็นเกาะในฝันที่ใครต่อใครอยากที่จะไปล้มตัวลงนอนบนหาดทรายที่ขาวละเอียดดุจผงแป้ง ไปนอนฟังเสียงคลื่นเข้ากระทบฝั่ง เมื่อมองไปในทะเลก็เห็นน้ำทะเลสวยใสราวกับกระจก ยั่วยวนให้เราอยากที่จะดำดิ่งไปสัมผัสกับโลกใต้ท้องทะเล สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ของหลีเป๊ะที่ทำให้นักท่องเที่ยวมากมายต่างถวิลหา อยากจะเดินทางมาสัมผัสที่นี่กันสักครั้ง วันนี้เราเลยจะพาไปทำความรู้จักและค้นพบความมหัศจรรย์ของเกาะหลีเป๊ะให้มากขึ้น เพื่อให้การเที่ยวหลีเป๊ะไม่มีพลาด

เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะตั้งอยู่ที่ไหน

          ● 1. เกาะหลีเป๊ะ เป็นเกาะเล็ก ๆ กลางทะเล ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเกาะอาดัง ในจังหวัดสตูล ขึ้นชื่อว่าเป็น "มัลดีฟส์เมืองไทย" เพราะความสวยงามของน้ำทะเลที่ใสแจ๋ว หาดทรายขาวละเอียด รวมถึงโลกใต้ท้องทะเลที่เต็มไปด้วยปะการังและสัตว์น้ำนานาชนิด เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์ย่อม ๆ ของคนรักทะเลเลยทีเดียว

          ● 2. ช่วงที่เหมาะสมที่สุดในการเที่ยวเกาะหลีเป๊ะคือช่วงฤดูร้อน (ระหว่างเดือนพฤศจิกายน-พฤษภาคม) แต่ใช่ว่าหน้าฝนจะเที่ยวหลีเป๊ะไม่ได้ ดีเสียอีก เพราะที่พักจะมีราคาถูกลง และหากยังไม่มีมรสุมมากมาย นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถดำน้ำดูปะการังสวย ๆ ได้เช่นกัน (ควรเช็กสภาพอากาศก่อนเดินทาง หากมีมรสุมก็อาจจะเป็นอันตรายได้)

เกาะหลีเป๊ะ

การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ

          ● 3. การเดินทางไปเกาะหลีเป๊ะ ส่วนใหญ่จะต้องมาต่อเรือที่ท่าเรือปากบารา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู ซึ่งการเดินทางมายังท่าเรือปากบาราจากจังหวัดอื่น ๆ สามารถทำได้ 2 วิธี ได้แก่

          - เครื่องบิน : นักท่องเที่ยวสามารถนั่งเครื่องบินมาลงที่หาดใหญ่หรือที่ตรังก็ได้ แต่ส่วนใหญ่มักนิยมลงที่หาดใหญ่มากกว่า หลังจากนั้นติดต่อรถตู้จากบริษัททัวร์ต่าง ๆ ให้มารับที่สนามบิน แล้วไปส่งที่ท่าเรือปากบารา

          - รถโดยสาร : นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการ บขส. โดยขึ้นที่สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (ถนนบรมราชชนนี) โดยเลือกมาลงที่ อำเภอละงู จังหวัดสตูล จากนั้นนั่งรถสองแถวมายังท่าเรือปากบารา

เกาะหลีเป๊ะ

          ● 4. การเดินทางข้ามไปยังเกาะหลีเป๊ะ จากท่าเรือปากบารา จะมีเรือให้บริการ 2 แบบ คือ สปีดโบ๊ตขนาดใหญ่ และไฮสปีด เฟอร์รี่ ซึ่งใช้ระยะเวลาในการเดินทางจากปากบารา-เกาะหลีเป๊ะ ประมาณหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

          ● 5. รอบเรือที่จะไปยังเกาะหลีเป๊ะจากท่าเรือปากบารานั้น แต่ละผู้ประกอบการจะมีรอบเรือออกหลากหลายเวลา ได้แก่ 09.30 น., 11.30 น., 11.45 น., 13.30 น. และ 15.30 น. ซึ่งแต่ละรอบนั้นอาจจะแวะเกาะตะรุเตา หรือเกาะไข่ด้วย หากต้องการแวะลงเที่ยวชม 2 เกาะนี้ ก่อนการจองตั๋วเรือให้ถามผู้ประกอบการก่อนว่าได้แวะหรือไม่ และเมื่อนั่งเรือมาจากท่าเรือปากบาราแล้ว นักท่องเที่ยวก็จะต้องมาต่อเรือหางยาวที่โป๊ะกลางทะเลใกล้กับเกาะหลีเป๊ะ เพื่อไปยังรีสอร์ตต่าง ๆ อีกทอดหนึ่ง


เกาะหลีเป๊ะ

สถานที่ท่องเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ

          ● 6. เกาะหลีเป๊ะประกอบทั้งหมดด้วยกัน 3 หาด ได้แก่ "หาดพัทยา" "หาดซันไรซ์" และ "หาดซันเซ็ท" ซึ่งแต่ละหาดมีบรรยากาศและความสวยงามที่แตกต่างกันไป

          ● 7. ใครที่ชอบความสนุกนานและคึกคัก ขอแนะนำให้คุณพักที่ "หาดพัทยา" เนื่องจากหาดนี้อยู่ใกล้โป๊ะท่าเรือขาเข้าเกาะหลีเป๊ะ มีเรือโดยสารเข้ามาเทียบท่าอยู่ตลอดเวลา และมีร้านอาหารริมชายหาด ร้านสะดวกซื้อ บริษัททัวร์ดำน้ำ และที่พักมากมาย
         
          ● 8. "หาดซันไรซ์" เป็นหาดที่จัดได้ว่าน้ำทะเลสวย ทรายขาว ทั้งยังมีแนวสนคอยให้ร่มเงาอยู่ตลอดแนวชายหาด บรรยากาศทั่วไปของหาดค่อนข้างสงบ เราจึงเห็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมมานอนอาบแดดกันบนหาดนี้ แถมยังเป็นจุดที่เหมาะกับการเล่นน้ำหรือดำน้ำตื้นสำรวจสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเลด้วย

          ● 9. นักท่องเที่ยวคนไหนที่รักความสงบ "หาดซันเซ็ท" จะเป็นคำตอบสำหรับคุณ เป็นชายหาดบรรยากาศเงียบสงบ มีนักท่องเที่ยวน้อย มีรีสอร์ตไม่เยอะ ทำให้นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน วิวสวย น้ำใส เล่นน้ำกันได้แบบชิล ๆ

เกาะหลีเป๊ะ

          ● 10. เพราะเกาะหลีเป๊ะมีจำนวนพื้นที่ไม่กว้างมากนัก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเดินเที่ยวทั่วชมทั้ง 3 หาดได้ในระยะเวลาไม่ถึงชั่วโมง หรือถ้าใครไม่อยากเดิน ที่หลีเป๊ะก็มีรถรับจ้างไว้คอยรับ-ส่งนักท่องเที่ยวด้วย

เกาะหลีเป๊ะ

เกาะหลีเป๊ะ

          ● 11. Walking Street Lipe หรือถนนคนเดินหลีเป๊ะ เป็นจุดท่องเที่ยวหลักของเกาะหลีเป๊ะ ตั้งอยู่กลางเกาะ โดยจุดเริ่มต้นของถนนเส้นนี้อยู่ที่หาดพัทยาและไปสิ้นสุดจนเกือบถึงหาดซันไรซ์ ซึ่งมีระยะทางยาวประมาณ 1 กิโลเมตร

เกาะหลีเป๊ะ
ภาพจาก Annop Itsarayoungyuen / shutterstock.com

          ● 12. ภายในถนนคนเดินหลีเป๊ะ ประกอบไปด้วยร้านอาหารหลากหลายประเภท ทั้งอาหารตามสั่ง อาหารซีฟู้ด อาหารนานาชาติ อาหารปิ้งย่าง และยังมีร้านค้าครบครัน อาทิ ร้านขายอุปกรณ์ดำน้ำ ร้านขายของที่ระลึก ร้านอินเทอร์เน็ต ร้านขายยา และอีกสารพัดร้านค้า ราคาสินค้าอาจจะสูงกว่าปกติสักเล็กน้อย เนื่องจากต้องบวกค่าขนส่งเข้าไปด้วย นักท่องเที่ยวขาดเหลืออะไร ก็แวะเข้ามาที่นี่ได้เลย

เกาะหลีเป๊ะ

          ● 13. อาหารที่หลีเป๊ะก็อร่อยไม่แพ้ที่ไหน เพราะที่นี่มีร้านอาหารน่ากินอยู่หลายร้าน เช่น "ร้านรักษ์เล" ร้านอาหารไทยและอาหารซีฟู้ดชื่อดัง "The Cove Bistro" ร้านอาหารระดับ 5 ดาว คุณภาพอาหารคับแก้ว "ร้านเตอร์บิลัง ต้นตำรับโรตีชาชัก" ร้านโรตีเจ้าดังบนเกาะหลีเป๊ะ นอกจากนี้ก็มีให้เลือกอีกมากมาย ตั้งแต่ร้านอาหารไปยันร้านขนมหวาน และร้านกาแฟกันเลยทีเดียว

          ● 14. บนเกาะหลีเป๊ะมีสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตครบทุกค่าย ร้านอาหารและที่พักเกือบทุกแห่งก็มี Wi-Fi ให้บริการ

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้ ๆ เกาะหลีเป๊ะ

          ● 15. นอกจากชายหาดหลักบนเกาะหลีเป๊ะแล้ว โดยรอบของเกาะหลีเป๊ะยังมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกไม่น้อย อาทิ เกาะไข่ เกาะหินงาม เกาะหินซ้อน เกาะอาดัง เกาะราวี จุดดำน้ำร่องน้ำจาบัง เป็นต้น โดยสามารถติดต่อบริการพาเที่ยวได้จากผู้ประกอบการบนเกาะ หรือจะให้ทางที่พักจัดการให้ก็ได้

เกาะหลีเป๊ะ

          เกาะหลีเป๊ะในวันนี้จึงเป็นมากกว่าเกาะท่องเที่ยวไว้สำหรับพักผ่อนในวันหยุด หากแต่ยังเป็นดินแดนสวรรค์ของคนที่รักและชื่นชอบการเที่ยวทะเล ที่ไม่ว่าใครเดินทางมาเที่ยว เป็นต้องได้รับความประทับใจกลับบ้านไปด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นช่วงฤดูกาลไหน เกาะหลีเป๊ะก็ยังคงรอต้อนรับนักท่องเที่ยวมาเยือนอยู่เสมอ ทั้งสวย เด็ด และโดนใจแบบนี้ วันหยุดหน้าอย่าได้พลาดเชียว

          ทั้งนี้นักท่องเที่ยวสามารถสอบถามข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับหลีเป๊ะเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตรัง โทรศัพท์ 0 7521 1058 หรือสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดสตูล โทรศัพท์ 0 7471 1225


ขอขอบคุณข้อมูลจาก

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
15 เรื่องน่ารู้ก่อนเที่ยวเกาะหลีเป๊ะ รู้ไว้จะได้เที่ยวเพลิน ๆ โพสต์เมื่อ 5 สิงหาคม 2559 เวลา 12:27:25 185,037 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP