เที่ยวพิจิตร ไปยลโฉม 10 ที่เที่ยวเมืองชาละวัน

เที่ยวพิจิตร
ภาพจาก Piyachat Butsupho / shutterstock.com

          เที่ยวพิจิตร เมืองชาละวัน จังหวัดเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมา พลาดไม่ได้กับสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่าง ๆ ในพิจิตร ที่จะทำให้คุณสนุกอีกขึ้นอีกเป็นกอง

          ถิ่นประสูติพระเจ้าเสือ แข่งเรือยาวประเพณี พระเครื่องดีหลวงพ่อเงิน เพลิดเพลินบึงสีไฟ ศูนย์รวมใจหลวงพ่อเพชร รสเด็ดส้มท่าข่อย ข้าวเจ้าอร่อยลือเลื่อง ตำนานเมืองชาละวัน ... นี่คือคำขวัญของจังหวัดพิจิตร จังหวัดที่หลายคนมักถามว่า "พิจิตร มีอะไรให้เที่ยว" ซึ่งจริง ๆ แล้วที่นี่มีอะไรเจ๋ง ๆ ให้เราได้ค้นหามากมาย



เที่ยวพิจิตร
ภาพจาก OLOS / shutterstock.com

เที่ยวพิจิตร

          จังหวัดพิจิตร เป็นจังหวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่ง ที่มีความสำคัญในแง่ประวัติศาสตร์ ล่วงมาถึงปัจจุบัน พิจิตรก็ยังคงเป็นเมืองที่มีความสงบ สมกับเป็นเมืองพระ ที่มีวัดวาอารามเก่าแก่ต่าง ๆ ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือ จนมีชื่อเสียงโด่งดัง มีโบราณสถาน บึงน้ำขนาดใหญ่ และอื่น ๆ อีกเพียบ วันนี้เราจะไปสำรวจหาของดีกันดูว่าพิจิตรในวันนี้มีที่เที่ยวที่ไหนสวยงามและโดดเด่นบ้าง ตามมาดูกันเลย

1. วัดท่าหลวง

เที่ยวพิจิตร

          เป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองพิจิตรอายุนับร้อยปี อันเป็นที่ประดิษฐาน "หลวงพ่อเพชร" พระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปะเชียงแสนที่มีอายุกว่า 800 ปี ซึ่งหล่อด้วยทองสำริด และมีพุทธลักษณะงามล้ำเกินคำบรรยาย องค์พระมีหน้าตักกว้าง 1.40 เมตร สูง 1.60 เมตร ตามประวัติเล่าว่าพระพิจิตรผู้เป็นเจ้าเมืองอยากได้พระประธานมาประดิษฐานที่เมืองพิจิตร เมื่อทัพกรุงศรีอยุธยาเดินทางผ่านเมืองเพื่อไปปราบขบถจอมทองเมืองเชียงใหม่ พระพิจิตรจึงได้ขอร้องแม่ทัพว่าหากปราบขบถเสร็จแล้ว ขอให้หาพระพุทธรูปมาฝาก ครั้นเมื่อเสร็จศึก แม่ทัพนั้นได้อาราธนาพระพุทธรูปหลวงพ่อเพชร ลงแพลูกบวบล่องมาทางแม่น้ำปิง โดยฝากเจ้าเมืองกำแพงเพชรไว้ จากนั้นได้อาราธนาหลวงพ่อเพชรมาประดิษฐานไว้ ณ อุโบสถวัดนครชุมก่อน แล้วจึงย้ายมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดท่าหลวง อำเภอเมืองพิจิตร จนถึงปัจจุบัน

2. วัดหัวดง

          ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลหัวดง อำเภอเมืองพิจิตร ทางตอนใต้ของตัวเมืองพิจิตรไปตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่อายุนับร้อยปี สร้างเมื่อ พ.ศ. 2413 ผูกพัทธสีมาครั้งแรก พ.ศ. 2468 ความน่าสนใจอยู่ที่การค้นพบพระรูปเหมือนหลวงพ่อเงินขนาดหน้าตักกว้าง 5 นิ้ว เนื้อนวโลหะ (ทองเหลือง) ที่แทรกขึ้นมาบริเวณต้นอินทนิล เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2538 ซึ่งหลวงพ่อเงินนั้นเป็นพระเกจิอาจารย์ที่ประชาชนทั่วไปรู้จักและเคารพนับถือเป็นจำนวนมาก และจากนั้นมาวัดแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักของชาวพิจิตร มีผู้คนแวะเวียนมาเยี่ยมชมอย่างไม่ขาดสาย

3. วัดยางสามต้นวนาราม (วัดไตรยาง)

          ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลหนองพระ ริมทางหลวงหมายเลข 11 อำเภอวังทรายพูน ความศักดิ์สิทธิ์ของ "หลวงพ่อเงินวัดไตรยาง" เป็นที่เลื่องลือในหมู่ชาวเมืองพิจิตรมาช้านานแล้ว และยังเลื่องลือไปถึงจังหวัดใกล้เคียงอีกด้วย จนกระทั่งสามารถดึงดูดผู้คนให้เดินทางเข้าเยี่ยมเยือนอยู่เสมอ ภายในวัดจะได้ชมวิหารหลวงพ่อเงินองค์ใหญ่ พร้อม ๆ กับสักการะรูปเหมือนพระเกจิอาจารย์ดังที่มีมากถึง 25 รูป

4. พระพุทธเกตุมงคลหรือหลวงพ่อโตตะพานหิน วัดเทวปราสาท

เที่ยวพิจิตร

          ชมพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงาม สมสัดส่วน และมีขนาดใหญ่ที่สุดของพิจิตร พระพุทธเกตุมงคล หรือ หลวงพ่อโต นั้นเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร หน้าตักกว้าง 20 เมตร สูง 30 เมตร แท่นสูง 4 เมตร สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก เมื่อปี พ.ศ. 2508 แล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2513  ซึ่งถ้าหากเดินทางด้วยรถไฟจะมองเห็นองค์พระเหลืองอร่ามมาแต่ไกล เสมือนเป็นสัญญาณบอกว่าคุณได้เดินทางมาถึงเมืองพิจิตรแล้ว

5. ศาลเจ้าแม่ทับทิม

เที่ยวพิจิตร
ภาพจาก OLOS / shutterstock.com

          ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันออก ทางด้านหลังใกล้ริมทางรถไฟสายเหนือ สายเชียงใหม่-กรุงเทพฯ ตามทางหลวงหมายเลข 111 สายพิจิตร-สากเหล็ก เลี้ยวซ้ายเข้าซอยวัดวิจิตราราม ผ่านตลาดท่าฬ่อแล้วเลี้ยวซ้าย ไปสักการะองค์เจ้าแม่ทับทิม (ตุ้ยบ่วยเต่งเหนี่ยง) อันศักดิ์สิทธิ์ ด้านขวาเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อกวนอู ด้านซ้ายเป็นที่ประทับของเจ้าพ่อปุ้นเถ่ากงและปุ้นเถ่าม่า

          ตามประวัติกล่าวว่าองค์เจ้าแม่ทับทิมและองค์เจ้าพ่อกวนอู ได้อัญเชิญมาจากเกาะไหหลำ มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในปี พ.ศ. 2410 ในสมัยนั้นเจ้าของอู่ต่อเรือซึ่งตั้งถิ่นฐานทำการค้าที่หมู่บ้านท่าฬ่อเป็นผู้อัญเชิญองค์เจ้าแม่ทับทิมมาจากประเทศจีน ได้บริจาคซุงไม้สักจำนวน 2 แพ เพื่อปลูกสร้างศาลขนาดใหญ่ถวายแด่องค์เจ้าแม่ทับทิมและเจ้าพ่อกวนอู ให้เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้านตลอดจนผู้เลื่อมใสศรัทธาทั้งใกล้และไกล ยิ่งกว่านั้นศาลเจ้าแห่งนี้ยังใช้เป็นสถานที่สอนหนังสือไทยและหนังสือจีนให้แก่เด็ก ๆ ในหมู่บ้าน

          ทั้งนี้เพราะความศักดิ์สิทธิ์และอภินิหารของเจ้าพ่อ เจ้าแม่แห่งศาลเจ้าแม่ทับทิมท่าฬ่อ เป็นที่เลื่องลือ ในเดือนธันวาคมของทุกปีจะมีการจัดงานสักการะเจ้าแม่ทับทิม ซึ่งมีผู้คนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลกันมาร่วมงาน ส่วนใหญ่มาเพื่อแก้บนเรื่องขอมีบุตร


6. วัดเขารูปช้าง

          ตั้งอยู่ที่ตำบลดงป่าคำ อำเภอเมืองพิจิตร ตามเส้นทางสายพิจิตร-ตะพานหิน ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งเพราะมีเจดีย์แบบลังกาตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีหินสีขาวซ้อนกันมองดูคล้ายช้างนั่นเอง จึงเป็นที่มาของชื่อวัดว่าวัดเขารูปช้าง และเมื่อเดินทางมาถึงแล้ว อยากชวนคุณออกกำลังขา เดินขึ้นไปบันไดนาคที่สูง 136 ชั้น สู่ลานกว้างบนยอดเขา คุณจะมองเห็นวิวเมืองพิจิตรและตัวเมืองตะพานหินได้ชัดเจน โดยเฉพาะยามเย็นที่มีแสงสีทองทาบทอลงมาเติมเสน่ห์เมืองพิจิตร ให้งดงามไปอีกแบบ

          สำหรับเจดีย์เก่าแห่งนี้ได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ โดยประดับกระเบื้องเคลือบสีทองทั้งองค์ มีรั้วรอบองค์เจดีย์ และทางวัดยังได้สร้างวิหารใหญ่ขึ้นอีกหลัง โดยมีเจดีย์เก่าแบบลังกา ทรงเหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างในสมัยอยุธยา นอกจากนี้ยังมีมณฑปแบบจัตุรมุขหลังเก่าอยู่ไม่ไกลกัน ภายในประดิษฐานรอยพระพุทธบาทสำริดและภาพจิตรกรรมฝาผนังเรื่องไตรภูมิพระร่วง

7. บึงสีไฟ

เที่ยวพิจิตร
ภาพจาก xwing / shutterstock.com

          ตั้งอยู่ที่ตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร ความยิ่งใหญ่ของบึงสีไฟไม่เพียงเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่อันดับสามของประเทศ ที่มีเนื้อที่ประมาณ 5,000 ไร่เท่านั้น หากที่นี่ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แห่งแรกของจังหวัดพิจิตร บรรยากาศรอบ ๆ บึงสีไฟ มีความสงบงามและเป็นธรรมชาติ จึงกลายเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองที่สำคัญแห่งหนึ่งเลยทีเดียว และคงไม่มีใครปฏิเสธว่าพระอาทิตย์ตกกลางบึงสีไฟนั้นคือความงามจับตาในช่วงเย็นที่น่าประทับใจจริง ๆ ซึ่งไฮไลท์น่าสนใจในการมาชมบึงสีไฟ นอกจากวิวพระอาทิตย์ตกกลางบึงสีไฟในช่วงเย็นที่น่าประทับใจแล้ว ยังมีรูปปั้นพญาชาละวัน รูปปั้นจระเข้ด้านหน้าบึงสีไฟ ที่มีความยาวถึง 38 เมตร กว้าง 6 เมตร สูง 5 เมตร

8. ขจรฟาร์ม (ฟาร์มนกกระจอกเทศ)

          ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลวังงิ้ว อำเภอดงเจริญ ห่างจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 57 กิโลเมตร ไปทางอำเภอตะพานหินถึงบ้านเขาทราย แล้วแยกขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 11 ไปอีก 12 กิโลเมตร ถึงแยกบางมูลนาก-นครสวรรค์ เลี้ยวขวาไปตามทางเดียวกับเหมืองแร่ยิบซั่มอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ถึงแยกบ้านโคกสนั่น-บ้านตลิ่งชัน จะมีป้ายฟาร์มนกกระจอก เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 7 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 3 กิโลเมตร

          ด้วยความน่ารักของเหล่านกกระจอกเทศที่เรียกความสนใจจากเจ้าตัวเล็กได้มากมาย ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงนกกระจอกเทศใหญ่ที่สุดของเมืองไทย โดยมีนกกระจอกเทศเลี้ยงภายในฟาร์มมากถึง 1,000 ตัว นอกจากนี้บริเวณรอบ ๆ ฟาร์มยังมีบ่อเลี้ยงจระเข้ นกยูง กวาง ให้เด็ก ๆ ได้เพลิดเพลินกันอีกด้วย ทั้งนี้เปิดให้เข้าชมทุกวัน เวลา 08.00-17.00 น. โทรศัพท์ 0 5660 1004-5

9. อุทยานเมืองเก่าพิจิตร

          ตั้งอยู่ตำบลโรงช้าง อำเภอเมืองพิจิตร อยู่ห่างจากตัวเมืองประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เส้นทางสายพิจิตร-สามง่าม-วังจิก ทางหลวงหมายเลข 115 และทางหลวงหมายเลข 1068 ประมาณหลักกิโลเมตรที่ 6 เชื่อกันว่าที่นี่คือที่ตั้งของเมืองพิจิตรเก่า สร้างในสมัยพระยาโคตรบอง ประมาณปี พ.ศ. 1601 สังเกตได้จากภายในบริเวณกำแพงเมืองที่มีพื้นที่ประมาณ 400 ไร่เศษนั้น มีลักษณะเป็นเมืองโบราณ ประกอบไปด้วยกำแพงเมือง คูเมือง เจดีย์เก่า ฯลฯ มีสวนรุกขชาติกาญจนกุมาร ซึ่งกรมป่าไม้ได้จัดตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2520 ทำให้พื้นที่ภายในมีความร่มรื่นเหมาะสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ

          ไฮไลท์น่าชม เช่น ศาลหลักเมือง เป็นอาคารแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ด้านบนจะเป็นที่ตั้งของศาลหลักเมือง ส่วนด้านล่างจะเป็นที่ประดิษฐานรูปปั้นของพระยาโคตรบองซึ่งชาวบ้านเรียกว่า "พ่อปู่", วัดมหาธาตุ เป็นโบราณสถานก่อด้วยอิฐที่ตั้งอยู่กึ่งกลางเมืองพิจิตรเก่า ทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำน่านเก่า ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานสำคัญของชาติ ไม่ควรพลาดชม "พระธาตุเจดีย์" เจดีย์ทรงลังกาซึ่งภายในมีพระเครื่องชนิดต่าง ๆ ซึ่งได้ถูกลักลอบขุดค้นไป

          ถ้ำชาละวัน สัมผัสวรรณคดีชื่อดังเรื่องไกรทอง บทพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 2 ได้ที่นี่ โดยมีลักษณะเป็นถ้ำลึกลงไปในดิน ด้านหน้ามีรูปปั้นไกรทองและชาละวันที่ทางจังหวัดได้สร้างไว้ มีเรื่องเล่าว่า เมื่อประมาณ 65 ปีมาแล้ว พระภิกษุวัดนครชุมรูปหนึ่งจุดเทียนไขเดินเข้าไปในถ้ำ จนหมดเทียนเล่มหนึ่งก็ยังไม่ถึงก้นถ้ำ จึงไม่ทราบว่าภายในถ้ำชาละวันจะสวยงามวิจิตรพิสดารเพียงใด ปัจจุบันดินพังทลายทับถมจนตื้นเขิน และเกาะศรีมาลา เป็นมูลดินคล้ายเกาะเล็ก ๆ กลางคูเมืองนอกกำแพงเก่า มีคูล้อมรอบเกาะแต่ตื้นเขิน สันนิษฐานว่าแต่เดิมน่าจะเป็นป้อม หรือหอคอยรักษาการณ์อย่างใดอย่างหนึ่ง

10. ย่านเก่าวังกรด


          ย่านเก่าวังกรด ตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองพิจิตร ห่างจากจากตัวเมืองพิจิตรประมาณ 6 กิโลเมตร อยู่ติดริมแม่น้ำน่านไปทางตะวันออก เป็นย่านพาณิชยกรรมที่เก่าแก่ คนพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นคนไทยเชื้อสายจีนที่เข้ามาพำนักและก่อร่างสร้างตัวจากการค้าขาย ในอดีตมีความรุ่งเรืองด้านการค้าขายอย่างมาก แม้เวลาจะผ่านไปนานเพียงใด ย่านเก่าวังกรดยังคงสามารถบอกเล่าเรื่องราวในอดีตและให้ความทรงจำผ่านสถาปัตยกรรมเรือนแถวไม้เก่าแก่ และจากคำบอกเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ของคนในชุมชน

          ย่านเก่าวังกรดมีสถานที่สำคัญมากมายให้ได้แวะเข้าไปชม ทั้งร้านค้า ร้านยาสมุนไพร และร้านอาหารที่ยังคงไว้ซึ่งรสชาติและเอกลักษณ์เฉพาะแบบโบราณที่คนพิจิตรและที่อื่น ๆ ต้องมาลิ้มลองให้ได้ นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อวังกลมที่ขึ้นชื่อด้านความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่พึ่งและศูนย์รวมจิตใจของชาวเมืองได้เป็นอย่างดี  ทั้งหมดนี้เองที่ทำให้วังกรดเป็นเมืองเก่าที่มีเสน่ห์และทรงคุณค่าแก่การอนุรักษ์ให้รุ่นลูกหลานสืบไป

          ทั้งนี้ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ vmwangkrod.nha.co.th และ เฟซบุ๊ก ย่านเก่าวังกรด-ชุมชนเก่าเล่าเรื่อง

หมายเหตุ : อัปเดตข้อมูลล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2560

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, vmwangkrod.nha.co.th


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวพิจิตร ไปยลโฉม 10 ที่เที่ยวเมืองชาละวัน โพสต์เมื่อ 22 มิถุนายน 2559 เวลา 15:55:00 29,015 อ่าน
TOP