x close

30 สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่น่าไปเยือนในปี 2563

         แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในไทยหลากหลายจากทั่วประเทศ มีครบครันทั้งทะเล ภูเขา น้ำตก ตลาดน่าเดิน รวมถึงวัดวาอารามต่าง ๆ เผื่อจะเป็น Destination ในปี 2563 ที่คุณต้องไปเยือนสักครั้ง
          ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายหลากหลาย ทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม หรือวิถีชีวิตของผู้คน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่แต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ออกเดินทางไปสัมผัสกับความงดงามที่มีเอกลักษณ์อยู่สม่ำเสมอ และหลังจากที่เราเคยนำเอารวมสถานที่ท่องเที่ยวในไทยมาแนะนำกันไปแล้ว ในปี 2563 ขอหยิบเอาสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทยอื่น ๆ ให้ได้ไปเยือนกันบ้าง เริ่มที่...
เที่ยวภูเขา

1. ดอยเสมอดาว จังหวัดน่าน

          เริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดน่านยอดนิยม เพราะมีผู้คนมากหน้าหลายตาเดินทางไปเยือนตลอดทั้งปี ตั้งอยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ที่นี่ถือเป็นจุดชมวิวที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย เพราะมีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการนอนเต็นท์พักผ่อน เพื่อชมทะเลหมอก พระอาทิตย์ขึ้น และนอนดูดาว แถมอากาศยังเย็นสบายตลอดทั้งปี อีกหนึ่งจุดที่น่าสนใจ ก็คือ การเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติไปยัง "ผาหัวสิงห์" ที่มีรูปร่างเหมือนสิงโตนอนหมอบ หันหน้าไปทางทิศตะวันออก ด้านบนสุดของผาหัวสิงห์จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพได้แบบ 360 องศา
 

2. ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย

          สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงราย เป็นที่ขึ้นชื่อสำหรับชมพระอาทิตย์ขึ้นและทะเลหมอกในตอนเช้าและชมพระอาทิตย์ตกในเวลาเย็น จากยอดดอยสามารถมองเห็นแม่น้ำโขงฝั่งลาวและมองเห็นภูชี้ฟ้าที่อยู่ห่างออกไปกว่า 25 กิโลเมตรได้ชัดเจน ด้านบนมีทั้งลานกางเต็นท์ ร้านอาหาร และที่พักไว้คอยบริการ
 

3. ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

          ที่เที่ยวเชียงใหม่สุดฮอตฮิต สามารถเดินทางไปเยือนได้ตลอดทั้งปี อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาน้อยใหญ่ ไฮไลต์ของที่นี่ก็ต้องเป็นจุดชมวิวม่อนแจ่ม ซึ่งสูงจากระดับน้ำทะเลราว ๆ 1,300 เมตร มีการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สามารถมองเห็นวิวโดยรอบได้อย่างสวยงาม มีเก้าอี้ ม้านั่ง ซุ้มไม้ไผ่ให้นั่งชมวิวชิล ๆ พร้อมกับมีสวนดอกไม้ แปลงผัก แปลงปลูกสตรอว์เบอร์รีให้ชมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเสมอ พร้อมกับมีบริการอาหารและเครื่องดื่มไว้รองรับครบครัน บริเวณใกล้ ๆ กับทางเข้าม่อนแจ่มก็มีเครื่องเล่นอย่างฟอร์มูล่าม้งให้ได้สนุกกันด้วย
 

4. เขาแผงม้า จังหวัดนครราชสีมา

          หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขาแผงม้า หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวแห่งอำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา มีอาณาเขตเชื่อมต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ มีลักษณะคล้ายกับแผงคอม้าและมีสภาพป่าที่สมบูรณ์ จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและเหล่าฝูงกระทิงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้เข้ามาศึกษาระบบนิเวศร่วมกันระหว่างคนและสัตว์ป่า นักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปส่องฝูงกระทิงที่ออกมาหาอาหาร
 

5. ภูลมโล จังหวัดเลย

          ช่วงรอยต่อระหว่างปลายปีและต้นปี จะเป็นช่วงที่ "ภูลมโล" ขุนเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด (พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย) จะคึกคักเป็นพิเศษ เพราะดอกนางพญาเสือโคร่งกำลังผลิดอกสีชมพูหวานบานสะพรั่งนับพัน ๆ ต้น ซึ่งถือเป็นแหล่งชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ใหญ่ และอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,664 เมตร ในเขตอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ซึ่งปกติดอกนางพญาเสือโคร่งจะบานในช่วงเดือนมกราคม และบานเพียงแค่ 1-2 สัปดาห์เท่านั้น ทางที่ดีควรโทรศัพท์สอบถามกับเจ้าหน้าที่อีกครั้ง ทั้งนี้ ทางอุทยานไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปเอง เพราะอาจเกิดอันตรายและไม่สะดวกในการท่องเที่ยว โดยจะมีจุดให้บริการนำเที่ยวภูลมโลหลัก ๆ อยู่ 2 แห่งคือ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประจำตำบลกกสะทอน

  • ที่ตั้ง : ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

6. ภูห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย

           ยอดเขาสูงที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมทะเลหมอกเหนือริมน้ำโขงสองฝั่งไทย-ลาว ในช่วงฤดูหนาวสามารถมองเห็นคลื่นหมอกกระทบกับภูเขาสองฝั่ง ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม ในบรรยากาศเงียบสงบ ผู้คนไม่พลุกพล่าน ทำให้มีเวลาตักตวงความสุขจากธรรมชาติได้แบบเต็มที่ โดยการขึ้นมาเที่ยวชมจะต้องใช้บริการรถอีแต๊กของชาวบ้าน นั่งเพลิน ๆ ชมวิวสองฟากฝั่ง และด้านบนไม่อนุญาตให้ค้างคืน สามารถติดต่อผ่านการประสานงานและอำนวยความสะดวกจาก อบต.บ้านม่วง อำเภอสังคม
 

7. หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

           เป็นจุดสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจของภูสิงห์ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู ว่ากันว่ามีอายุกว่า 75 ล้านปีที่สรรค์สร้างโดยธรรมชาติล้วน ๆ ลักษณะเป็นก้อนหินขนาดยักษ์วางเรียงกัน 3 ก้อน ถ้ามองจากระยะไกลหรือมองจากภาพถ่ายทางอากาศ จะมีรูปร่างคล้ายวาฬพ่อ แม่ ลูก เรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน จึงเรียกกันว่า "หินสามวาฬ" นักท่องเที่ยวสามารถไปถ่ายรูปบนก้อนหินได้แต่ระวังลื่นล้มด้วยนะ ทั้งนี้ อนุญาตให้ขับรถกระบะขึ้นไปเที่ยวชมได้ ถ้าเป็นรถยนต์ขนาดเล็กแนะนำให้ใช้บริการรถกระบะของเจ้าหน้าที่หรือชาวบ้าน เพราะถนนขรุขระ บางช่วงต้องขับขึ้นเนินหินสูง
 

เที่ยวน้ำตก

8. น้ำตกเจ็ดสาวน้อย จังหวัดสระบุรี

         น้ำตกที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเสมอมา ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านแก่งหลุ เป็นน้ำตกที่เกิดมาจากลำห้วยมวกเหล็ก มีลักษณะเป็นชั้นเตี้ย ๆ จำนวน 7 ชั้น รวมระยะทางทั้งสิ้น 490 เมตร แต่ละชั้นมีความสูงประมาณ 1-4 เมตร บางชั้นจะมีแอ่งน้ำตื้น ๆ ให้นักท่องเที่ยวได้ลงเล่นคลายร้อน น้ำใสสะอาด ช่วงที่น่าเที่ยวคือเดือนพฤศจิกายน-เมษายน
 

9. น้ำตกพลิ้ว จังหวัดจันทบุรี

          น้ำตกขนาดใหญ่และสวยงาม มีน้ำตลอดปี ประกอบด้วยสายธาร 2 สาย สายหนึ่งไหลลดหลั่นผ่านซอกหินผา อีกสายหนึ่งมีขนาดเล็กกว่า แต่ทิ้งตัวลงมาจากผาสูง ทั้งสองสายไหลมารวมกันในแอ่งน้ำใสสะอาด ภายในบริเวณน้ำตกและลำคลอง มีปลาใหญ่น้อยหลายชนิดอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นที่ตื่นตาตรึงใจแก่ผู้ที่ไปท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ และยังมีเส้นทางธรรมชาติสวย ๆ เอาไว้ให้คุณเดินเล่นเที่ยวชมอีกด้วย
 

เที่ยวทะเล

10. เกาะไม้ท่อน จังหวัดภูเก็ต

          เกาะสวย น้ำทะเลใส บรรยากาศเงียบสงบ นักท่องเที่ยวนิยมไปแบบ One Day Trip พักผ่อนชิล ๆ มีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ทำมากมาย บนเกาะมีที่พักเพียงแห่งเดียว ต้องจองล่วงหน้า อีกมั้งบนเกาะมีรีสอร์ตเพียงแห่งเดียว ไม่มีร้านค้า ร้านอาหาร หรือที่พักอื่น ๆ มารบกวนธรรมชาติ ซึ่งนอกจากการดำน้ำดูปะการังรอบ ๆ เกาะแล้ว ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติให้ได้เดินไปยังจุดชมวิว เพื่อชมทัศนียภาพของท้องทะเลรอบ ๆ เกาะอีกด้วย ทั้งนี้ การไปเที่ยวเกาะไม้ท่อนจะต้องไปกับบริษัททัวร์ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของเกาะเท่านั้น และจะเป็นการเที่ยวแบบ One Day Trip

ภาพจาก jiraphoto / Shutterstock.com

11. ทะเลใน (เกาะแม่เกาะ) จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          เรียกว่าเป็นแลนด์มาร์กของเกาะแม่เกาะก็ว่าได้ สำหรับ "ทะเลใน" (Lagoon) ที่ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง เป็นทะเลสาบน้ำเค็มสีเขียวมรกต โอบล้อมด้วยเขาหินปูนที่สลับซับซ้อน มีขนาดความยาว 250 เมตร กว้าง 200 เมตร ลึก 7 เมตร มีอุโมงค์ใต้น้ำต่อเชื่อมกับทะเลด้านนอก แต่คนไม่สามารถเข้า-ออกได้ สันนิษฐานว่าเกิดจากการยุบตัวของผิวโลก โดยทางอุทยานอำนวยความสะดวกจัดทำทางเดินบันไดเพื่อไปชมวิว และมีศาลาให้นักท่องเที่ยวด้วย
 

12. เกาะห้อง จังหวัดกระบี่

          เกาะที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติธารโบกขรณี จังหวัดกระบี่ มีหาดทรายที่งดงามและบรรยากาศเงียบสงบ ชายหาดรูปครึ่งวงกลมเสี้ยวพระจันทร์ มีภูเขาโอบล้อมทั้งสองด้าน ทำให้ดูเหมือนกับเป็นชายหาดปิด จึงมีความเป็นส่วนตัว อีกทั้งน้ำทะเลยังใสเป็นสีเขียวมรกตงดงาม หาดทรายสะอาดน่าสัมผัส สามารถนอนอาบแดด นอนเล่นอ่านหนังสือเพื่อพักผ่อนได้อย่างสบาย ๆ หรือถ้าชอบการผจญภัยสามารถที่จะเช่าเรือคายักพายไปชมรอบ ๆ เกาะได้
 

ภาพจาก Torjrtrx / Shutterstock.com

13. เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

          ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ สามารถไปแบบ One Day Trip หรือค้างสัก 1 คืน ก็ได้สบาย ๆ ถึงจะเป็นเกาะขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่กลางทะเลอ่าวไทย แต่บนเกาะมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหาร ร้านค้า คาเฟ่ หรือที่พักหลากหลายราคา ที่สำคัญมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย ไม่ว่าจะเป็นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านบนเกาะให้ความเคารพนับถือ, พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน ที่ประทับแปรพระราชฐานฤดูร้อนของรัชกาลที่ 5 และพระราชวงศ์ ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง และช่องเขาขาด ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเกาะ มองจากระยะไกลจะเห็นว่ามีลักษณะเป็นช่องโหว่ เป็นต้น การเดินทางบนเกาะมีทั้งรถมอเตอร์ไซค์ รถจักรยาน ให้นักท่องเที่ยวได้เช่าขี่รอบ ๆ เกาะ หรือจะใช้บริการรถสกายแล็บก็ได้
 

14. หาดเจ้าหลาว จังหวัดจันทบุรี

          สถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยม ร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ชายหาดทอดยาวขนานไปกับท้องทะเล น้ำใส สะอาด เหมาะแก่การลงเล่นน้ำ มีกิจกรรมทางน้ำให้เลือกสนุกสนาน พร้อมทั้งยังมีรีสอร์ตและโรงแรมหลายแห่งให้บริการ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารทะเลสด ๆ ให้ได้ลองลิ้มชิมรสกันด้วย
 

15. หาดทรายแก้ว จังหวัดชลบุรี

          แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของสัตหีบ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่ทหาร (โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ) เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปเที่ยวชมได้ (มีค่าบริการ) ต้องแลกบัตรตอนเข้าและออก บริเวณชายหาดเป็นหาดทรายปนปะการัง ทอดยาวประมาณ 1,700 เมตร ลักษณะเม็ดทรายละเอียดขาว อันเกิดจากการทับถมของทรายและปะการัง คล้ายหาดในฝั่งทะเลอันดามัน น้ำทะเลใสสะอาด มีพรรณไม้ธรรมชาติขึ้นอยู่หลากหลายชนิด ร่มรื่นด้วยทิวสน บรรยากาศดี มีร้านค้า ห้องน้ำ และสิ่งอำนวยความสะดวกบริการ
 

ไหว้พระ

16. วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร

          วัดสำคัญคู่กรุงรัตนโกสินทร์ เพราะเป็นพระอารามหลวงสุดท้ายที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างตามโบราณราชประเพณี โดยเป็นวัดประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 7 อีกทั้งยังเป็นที่ตั้งของสุสานหลวงด้วย โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมที่มีการผสมผสานทั้งสถาปัตยกรรมไทยและตะวันตกเข้าด้วยกัน พระอุโบสถภายนอกประกอบด้วยลวดลายกระเบื้องเคลือบเบญจรงค์รูปเทพประนม (มือ) ภายในเป็นสถาปัตยกรรมโกธิก พระประธานคือ พระพุทธอังคีรส ที่สำคัญเป็นที่ประทับของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 20 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์
 

17. วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จังหวัดสุพรรณบุรี

          พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ชื่อดังที่พุทธศาสนิกชนนิยมเดินทางไปสักการะ "หลวงพ่อโต" พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ สูง 23.46 เมตร รอบองค์ 11.20 เมตร เป็นศิลปะสมัยอู่ทอง สุพรรณภูมิ (ประทับนั่งห้อยพระบาท) ภายในองค์พระพุทธรูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากพระมหาเถรไลยลายจำนวน 36 องค์ ที่ตั้งอยู่ในวิหารใหญ่โตโอ่อ่า นอกจากนี้ ในบริเวณวัดยังมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น วิหารหลวงพ่อดำ, พิพิธภัณฑ์พระขุนแผน-พัดยศ และบ้านขุนช้าง เป็นต้น
 

ภาพจาก Seeme / Shutterstock.com

18. วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร จังหวัดนครพนม

          สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองนครพนม รวมถึงเป็นที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก มีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงบัวเหลี่ยมหรือทรงแจกัน ก่อด้วยอิฐมีลวดลายจำหลักลงไปในแผ่นอิฐ มีซุ้มคั่นด้านละซุ้ม ซ้อนกัน 3 ชั้น ลดหลั่นกันลงมาอย่างวิจิตร ภายในองค์พระธาตุบรรจุพระอุรังคธาตุของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อีกทั้งยังเป็นพระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันอาทิตย์ และเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนปีวอก เชื่อกันว่าผู้ที่ไปนมัสการจะได้รับอานิสงส์มีบุญบารมี โดยทุกปีจะมีการจัดงานนมัสการพระธาตุพนม ถือเอาวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันแรกของงาน ไปสิ้นสุดเอาวันแรม 1 ค่ำ เดือน 3
 

19. วัดร่องเสือเต้น จังหวัดเชียงราย

          พุทธศาสนสถานสำคัญอีกแห่งหนึ่งที่จังหวัดเชียงราย เกิดจากการสร้างสรรค์ของนายพุทธา กาบแก้ว หรือสล่านก ศิลปินท้องถิ่นชาวเชียงราย โดยมีวิหารของวัดเป็นไฮไลต์ที่หลายคนอยากไปเห็นสักครั้ง โดดเด่นที่ศิลปะแนวประยุกต์ ในโทนสีน้ำเงินและสีฟ้าเป็นหลัก ซึ่งแสดงถึงธรรมะขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเป็นหลักความจริงตามเหตุและผล เปรียบเสมือนเป็นท้องฟ้าที่สดใส ถือเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวเชียงรายไม่ควรพลาด
 

เที่ยวตลาด

20. เกาะเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

          ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ฮอตฮิตในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ รวมถึงวันหยุดนักขัตฤกษ์ ที่มักจะเนืองแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว ร้านค้า ร้านอาหาร หรือร้านกาแฟก็ดูจะคึกคักสุด ๆ เกาะขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่กลางแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งนี้เป็นชุมชมชาวมอญที่มีเรื่องราวน่าสนใจ อีกทั้งยังคงอนุรักษ์ประเพณีและวัฒนธรรมไว้ได้เป็นอย่างดี ไฮไลต์ห้ามพลาดในการไปเที่ยวเกาะเกร็ดคือการได้ลิ้มลองของอร่อย ๆ ขึ้นชื่ออย่างขนมไทยอย่างทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง จ่ามงกุฎ, ทอดมันหน่อกะลา และข้าวแช่ตำรับไทยแท้ ๆ เป็นต้น รวมถึงการนั่งเรือรอบเกาะชมบรรยากาศสองฟากฝั่งก็เพลิดเพลินไม่น้อย
 

ภาพจาก mai111 / Shutterstock.com

21. ตลาดน้ำดอนหวาย จังหวัดนครปฐม

          ตลาดชื่อดังของอำเภอสามพราน ขึ้นชื่อเรื่องของอาหารคาวหวานอร่อย ๆ หลากหลาย ตั้งอยู่ภายในอาคารไม้ สองฟากฝั่งเรียงรายไปด้วยอาหาร ขนม ผัก-ผลไม้ เครื่องจักสาน และพรรณไม้ต่าง ๆ ที่นำมาวางจำหน่าย เป็นต้น โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ควรพลาดหิ้วกลับบ้านอย่างเป็ดพะโล้, ปลาทูต้มเค็ม, กุนเชียงหมู, ปลาสลิดตากแห้ง, ห่อหมกปลาช่อน และฝรั่งแป้นสีทอง เป็นต้น เรียกได้ว่าเดินเพลินเกินห้ามใจกันเลยทีเดียว หรืออยากสัมผัสกับบรรยากาศริมแม่น้ำท่าจีนก็มีบริการเรือนำเที่ยวอยู่หลายจุด โดยคิดอัตราค่าบริการตามที่กำหนดเอาไว้
 

ภาพจาก Full_chok / Shutterstock.com

22. ตลาดน้ำคลองลัดมะยม กรุงเทพมหานคร

          ตลาดแห่งนี้เป็นตลาดริมคลองขนาดกว้างขวาง บรรยากาศร่มรื่น อีกหนึ่งที่เที่ยวกรุงเทพฯ ยอดนิยม เพราะได้ไปเดินชิล ชิม ช้อปของกินอร่อย ๆ เช่น ก๋วยเตี๋ยวเรือ ไก่ย่างบางตาล ขนมจีนน้ำยา อาหารทะเลสด ๆ และขนมไทยหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นขนมเบื้องโบราณ, บ้าบิ่น, ข้าวตังหน้าน้ำตาล, ทองหยิบ, ทองหยอด และขนมตาล เป็นต้น รวมถึงมีสินค้าทางการเกษตรปลอดสารพิษจากชาวบ้านในชุมชนมาจำหน่ายให้กับนักท่องเที่ยวในราคาย่อมเยา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมนั่งเรือชมวิวทิวทัศน์สองฟากฝั่ง และมีบริการเรือนำเที่ยวพาไปเยือนตลาดน้ำที่อยู่ใกล้เคียงอย่างตลาดน้ำตลิ่งชันและตลาดน้ำวัดสะพาน ที่นี่จึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่หลายคนนึกถึง
 

23. ตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน จังหวัดสิงห์บุรี

          ภาพของพ่อค้าแม่ขายแต่งกายด้วยชุดโบราณ พูดจาขอรับ/เจ้าค่ะ เป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของตลาดไทยย้อนยุคบ้านระจัน ตลาดที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ บรรยากาศร่มรื่น ภายในจัดเป็นซุ้มไม้ มีสินค้าทั้งคาวหวานให้บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นขนมจีนน้ำยา, หมูสร่ง, ถุงทอง, ปลาเห็ด, ขนมสอดไส้, มันทิพย์-เผือกทิพย์ หรือขนมกง เป็นต้น จะซื้อกินที่นี่เลยหรือติดไม้ติดมือกลับไปเป็นของฝากก็ดีไม่น้อย ที่สำคัญยังนำวัสดุจากธรรมชาติมาใช้เป็นภาชนะต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสาธิตการตีดาบจากลุงตึ๋งบางระจันและการแสดงต่าง ๆ  ทำให้บรรยากาศยิ่งคล้ายกับตลาดในยุคโบราณ เอาเป็นว่าหากมีเวลาไม่ควรพลาด
 

24. สามชุก ตลาดร้อยปี จังหวัดสุพรรณบุรี

          ตลาดริมแม่น้ำท่าจีนที่มากมายไปด้วยของกินคาวหวาน ที่นี่เป็นชุมชนเก่าแก่ที่ยังคงวิถีชีวิตและบรรยากาศแบบดั้งเดิมเอาไว้ บ้านเรือนและร้านค้าต่าง ๆ เป็นอาคารไม้ มีกลิ่นอายของวันวานให้ชวนนึกถึง ภายในตลาดคึกคักไปด้วยร้านค้าที่เปิดขายของกินอร่อย ๆ กว่า 50 ร้าน เช่น ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นยักษ์, ข้าวห่อใบบัว, เป็ดย่าง, ขนมไทย และร้านกาแฟ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวอย่างพิพิธภัณฑ์บ้านขุนจำนงจีนารักษ์ บ้านไม้ที่คงมีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม โดยด้านในจัดแสดงเกี่ยวกับความสำคัญของลุ่มแม่น้ำท่าจีน ความเป็นมาของเมืองสามชุก และประวัติของบ้าน ให้ได้เดินเที่ยวชมพร้อมทำความรู้จักกับตลาดแห่งนี้ให้มากขึ้นด้วย
 

ภาพจาก kwanchai / Shutterstock.com

สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม

25. ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

          อำเภอขนาดกะทัดรัดที่มีเสน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนจากทั่วโลกหาโอกาสไปเที่ยวสักครั้ง ที่นี่นอกจากจะมีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกไปเยือนหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นถนนคนเดินปาย, สะพานประวัติศาสตร์ท่าปาย, วัดน้ำฮู, เจดีย์พระธาตุแม่เย็น, โป่งน้ำร้อนเมืองแปง, น้ำตกแม่เย็น และจุดชมวิวหยุนไหล เป็นต้น แล้ว ยังมีคาเฟ่เก๋ ๆ ให้ได้ไปนั่งจิบกาแฟชมวิวเพลิน ๆ อีกเพียบ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะอยู่ในลิสต์ที่เที่ยวยอดนิยม
 

26. บ้านอีต่อง จังหวัดกาญจนบุรี

          หมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ถูกโอบล้อมด้วยขุนเขาน้อยใหญ่ ตั้งอยู่ติดชายแดนไทย-เมียนมา ดั้งเดิมเคยเป็นเหมืองแร่ที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาก ก่อนจะถูกปิดร้างไปยาวนานหลายปี จนกระทั่งกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วย โดยชาวบ้านร่วมใจกันปรับปรุงเปลี่ยนเหมืองแร่เก่าให้กลายเป็นสระน้ำกว้างสวยใส ปลูกต้นไม้และหญ้าสีเขียว ๆ บรรยากาศสวยงาม และด้วยความที่อยู่ใกล้กับชายแดนเมียนมาที่มีอาณาเขตติดกับทะเลอันดามัน บางวันก็จะได้กินเมนูอาหารทะเลสดใหม่อร่อย ๆ และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่รอบ ๆ เช่น เนินช้างศึก, จุดชมวิวเนินเสาธง, จุดชายแดนไทย-เมียนมา และเหมืองแร่สมศักดิ์และบ้านป้าเกล็น
 

  • ที่ตั้ง : ตำบลปิล๊อก อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

ภาพจาก iamtripper / Shutterstock.com

27. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          สถานที่ท่องเที่ยวในไทยที่ไม่อยากให้พลาดในการไปเยือนสักครั้ง ตั้งอยู่ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาสก ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย เต็มไปด้วยธรรมชาติของป่าเขาและสายน้ำที่งดงาม เป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจที่ดีมาก ๆ สำหรับคนที่ชอบความเงียบสงบ โดยห้ามพลาดบริเวณอ่างเก็บน้ำในเขื่อนรัชชประภา เพราะมีภูเขาหินปูนรูปร่างสวยงามแปลกตาตั้งตระหง่านอย่างโดดเด่นมากมาย นักท่องเที่ยวจึงขนานนามว่าที่นี่คือกุ้ยหลินเมืองไทย อีกทั้งน้ำในเขื่อนยังสวยใส มีสีเขียวมรกต มองเห็นปลาต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน
 

28. เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

          แลนด์มาร์กของจังหวัดพังงา ขึ้นชื่อเรื่องทัศนียภาพที่งดงามจับใจ การได้สัมผัสกับจุดชมวิวที่ตั้งอยู่บนยอดเนินเขา มองเห็นภาพความสวยงามของธรรมชาติกว้างไกลสุดสายตา มองเห็นวิวอ่าวพังงา ล้อมรอบด้วยภูเขาหินปูนน้อยใหญ่ มองไปมองมาก็เหมือนภาพวาดที่มีธรรมชาติเป็นผู้บรรจงสร้างสรรค์อย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยการจะขึ้นไปยังจุดชมวิวเสม็ดนางชีได้นั้น ต้องเดินเท้าขึ้นไป โดยจุดชมวิวแห่งนี้จะมีอยู่ด้วยกัน 2 จุด คือ จุดชมวิวที่ 1 ตั้งอยู่ด้านบนสุด ระยะทางเดินประมาณ 500 เมตร และจุดชมวิวที่ 2 อยู่ถึงก่อนจุดที่ 1 ระยะทางเดินประมาณ 300 เมตร มีจุดกางเต็นท์ไว้คอยบริการด้วย แต่ถ้าใครร่างกายไม่ฟิตพอจะเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว สามารถนั่งรถกระบะจากจุดบริการนักท่องเที่ยวด้านล่างเพื่อขึ้นมายังจุดชมวิวได้
 

29. บ้านป่าบงเปียง จังหวัดเชียงใหม่

          นาขั้นบันไดชื่อดังของเมืองไทย เป็นหนึ่งใน Destination ที่หลายคนหมายมั่นปั้นมือไว้ว่าจะไปเยือนสักครั้ง เพราะภาพของทุ่งนาลดหลั่นเป็นขั้นบันไดสีเขียวขจีในฤดูที่สายฝนโปรายปราย (ช่วงปลายเดือนมิถุนายนถึงต้นเดือนกันยายน) และเป็นสีเหลืองอร่ามงดงามเกินบรรยายในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว (เดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน) ใครชอบช่วงเวลาไหนก็ตรงดิ่งไปเที่ยวกันได้เลย อ๊ะ ๆ แต่บอกกันสักนิดว่าควรจะเช็กช่วงเวลาการเดินทางดี ๆ นะ อีกทั้งยังมีโฮมสเตย์ของชาวบ้านให้ได้เข้าพักเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตอันแสนเรียบง่ายอีกด้วย
 

30. บางกะเจ้า จังหวัดสมุทรปราการ

          สถานที่ฟอกปอดชั้นดีของคนกรุงเทพฯ เพราะตั้งอยู่ไม่ไกล เดินทางสะดวก เพียงไม่นานก็ได้ไปสูดอากาศบริสุทธิ์ ปั่นจักรยานชมทัศนียภาพของต้นไม้น้อยใหญ่ รวมถึงมีกิจกรรมให้เลือกทำมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเที่ยวตลาดน้ำบางน้ำผึ้ง ตลาดหนึ่งเดียวในบางกะเจ้า เปิดทุกวันเสาร์-อาทิตย์ มีให้เลือกซื้อทั้งอาหารคาวและหวานละลานตา หรือปั่นจักรยานเพลิดเพลินกับธรรมชาติที่สวนศรีนครเขื่อนขันธ์ โดยไม่ควรพลาดไฮไลต์การเดินขึ้นไปชมภาพบางกะเจ้ามุมสูงบริเวณหอดูนก หรือไปสนุกกับเรื่องราวความรู้ของปลากัด ณ พิธภัณฑ์ปลากัดไทย เป็นต้น
 


หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

ททท., สำนักอุทยานแห่งชาติ, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
30 สถานที่ท่องเที่ยวในไทย ที่น่าไปเยือนในปี 2563 โพสต์เมื่อ 6 มีนาคม 2563 เวลา 10:45:59 22,351 อ่าน
TOP