เที่ยวเขาใหญ่ ในวันที่อากาศเย็น ๆ ชมวิวสวย ๆ

เขาใหญ่

เขาใหญ่

          หนาวนี้เที่ยวไหนดี...? คงเป็นคำถามที่ติดอยู่ในใจของใครหลาย ๆ คนใช่มั้ยล่ะคะ หน้าร้อนเที่ยวทะเล หน้าฝนเที่ยวน้ำตก เอ... แล้วหน้าหนาวล่ะเที่ยวไหน อิอิ วันนี้เรามีสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตของหน้าหนาวมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาที่เที่ยวในช่วงฤดูนี้ได้รู้จักกัน นั่นก็คือ "อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า "เขาใหญ่" นั่นเอง

          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือ "เขาใหญ่" เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย มีอาณาเขตครอบคลุม 11 อำเภอ ของ 4 จังหวัด คืออำเภอมวกเหล็ก อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี อำเภอปากช่อง อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา อำเภอนาดี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี และอำเภอปากพลี อำเภอบ้านนา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ได้รับสมญานามว่าเป็นอุทยานมรดกของกลุ่มประเทศอาเซียน เป็นป่าผืนใหญ่ตั้งอยู่ในเทือกเขาพนมดงรัก
อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ภาพจาก BlueBoeing / Shutterstock.com

         ในส่วนหนึ่งของดงพญาไฟหรือดงพญาเย็นในอดีต ประกอบด้วยขุนเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อนหลายลูก เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำลำธารที่สำคัญหลายสาย เช่น แม่น้ำนครนายกและแม่น้ำมูล อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพรรณไม้และสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้างป่า กวางป่า เก้ง กระทิง เสือ ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม มีเนื้อที่ 1,353,471.53 ไร่ หรือ 2,165.55 ตารางกิโลเมตร (กว้างใหญ่มาก ๆ)

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          ด้วยสภาพป่าที่รกทึบและได้รับอิทธิพลจากลมมรสุม ทำให้ที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่เกิดฝนตกชุกตามฤดูกาล อากาศไม่ร้อนจัดและหนาวจัดจนเกินไป จัดอยู่ในประเภทเย็นสบายตลอดทั้งปี อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 23 องศาเซลเซียส เหมาะแก่การเดินทางไปท่องเที่ยวเป็นที่สุด ยิ่งในช่วงฤดูหนาว ระหว่างเดือนตุลาคม - กุมภาพันธ์ คนจะนิยมไปเที่ยวที่นี่กันมาก เพราะนอกจากอากาศจะดีแล้ว บรรยากาศหน้าหนาวของที่นี่ยังโรแมนติกซะด้วย

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่นั้น มีด้วยกันหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น

          "ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่" สร้างขึ้นเมื่อ ปี พ.ศ. 2505 ตั้งอยู่กิโลเมตรที่ 24 ถนนธนะรัชต์ เส้นทางขึ้นเขาใหญ่ด้านอำเภอปากช่อง นักท่องเที่ยวที่ผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ และประชาชนทั่วไป มักแวะไปกราบไหว้ ขอโชคลาภและขอพรอยู่เสมอ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          "น้ำตกเหวนรก" เป็นน้ำตกขนาดใหญ่และสูงที่สุด อยู่ทางทิศใต้ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีทั้งหมด 3 ชั้น ชั้นแรกสูงประมาณ 60 เมตร เมื่อน้ำไหลผ่านหน้าผาชั้นนี้จะพุ่งไหลลงสู่หน้าผาชั้นที่ 2 และ 3 ที่อยู่ถัดลงไปใกล้ ๆ กันในลักษณะการไหลตก 90 องศา รวมความสูงไม่ต่ำกว่า 150 เมตร เป็นสายน้ำที่ไหลทะลักไปสู่หุบเหวเบื้องล่าง ในฤดูฝนน้ำจะไหลแรงมากจนดูน่ากลัว (โห... น่าตื่นตาตื่นใจ)
         
          "น้ำตกกองแก้ว" เป็นน้ำตกเตี้ย ๆ ที่เกิดจากห้วยลำตะคอง ในฤดูฝนจะดูสวยงามมาก เหมาะสำหรับการเล่นน้ำ ใกล้บริเวณน้ำตกจะมีสะพานแขวนลำห้วยถึง 2 สะพาน ที่สำคัญน้ำตกแห่งนี้อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 100 เมตรเท่านั้นเองค่ะ อย่างไรก็ตามสำหรับห้วยลำตะคองนั้น ถือเป็นแนวแบ่งเขต 2 จังหวัด คือจังหวัดนครนายกและจังหวัดนครราชสีมา

          "น้ำตกผากล้วยไม้" เป็นน้ำตกขนาดกลางที่อยู่ในห้วยลำตะคองเช่นเดียวกัน มีลักษณะเป็นหน้าผาลดหลั่นกันลงมา สูงประมาณ 10 เมตร อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ประมาณ 7 กิโลเมตร สามารถเข้าถึงได้โดยทางรถยนต์และทางเดินเท้า ทางเดินเริ่มจากจุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้ไปประมาณ 1.2 กิโลเมตร โดยเดินเลียบไปตามห้วยลำตะคองที่เต็มไปด้วยพรรณไม้ใหญ่ร่มครึ้ม (เดินสบายแดดไม่ร้อน) แถมยังมีโอกาสพบนกหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น นกกางเขนน้ำหลังเทา นกกะรางคอดำ นกปรอดโอ่งเมืองเหนือ ฯลฯ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          "น้ำตกเหวสุวัต" ถือเป็นน้ำตกที่มีชื่อเสียงมาก และเป็นที่รู้จักของประชาชนทั่ว ๆ ไป ตั้งอยู่สุดถนนธนะรัชต์ หรือจะเดินเท้าต่อจากน้ำตกผากล้วยไม้ไปก็ได้ ประมาณ 3 กิโลเมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นสายน้ำ ตกลงมาจากหน้าผาสูงประมาณ 20 เมตรเศษ บริเวณด้านล่างของน้ำตกเป็นแอ่งน้ำและลำธาร เหมาะที่จะลงเล่นน้ำ แต่ในช่วงฤดูฝนนั้นจะมีน้ำมากและไหลแรง การลงเล่นน้ำจึงควรใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพื่อความปลอดภัยค่ะ

          "น้ำตกวังเหว" เป็นน้ำตกขนาดใหญ่มีความกว้างประมาณ 40 - 60 เมตร ในฤดูฝนมีน้ำมากและไหลแรง อยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.9 (ใสใหญ่) ประมาณ 17 กิโลเมตร อยู่ใจกลางป่าทางด้านทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ การเดินทางจะต้องใช้เวลาประมาณ 2 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่รักการผจญภัยไปพักค้างแรมในป่าเป็นอย่างยิ่ง ตลอดเวลาการเดินทางจะพบกับพรรณไม้นานาชนิด และแก่งหินที่สวยงามตามธรรมชาติมากมาย

          "น้ำตกเหวไทร" เป็นน้ำตกอีกแห่งหนึ่งที่อยู่ทางใต้ถัดไปจากน้ำตกเหวสุวัต โดยห่างจากน้ำตกเหวสุวัตประมาณ 700 เมตร น้ำตกนี้มีลักษณะเป็นหน้าผากว้างเต็มลำห้วย สูงประมาณ 5 เมตร ในฤดูฝนน้ำตกนี้จะไหลแรงเต็มหน้าผา สวยงามน่าชมมาก ทั้งนี้ การเดินทางไปน้ำตกเหวไทรไปได้ 2 เส้นทาง คือ เดินเท้าต่อไปจากเหวสุวัตระยะทางประมาณ 700 เมตร หรือจะเดินจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ ไปตามเส้นทางเดินเท้าเส้น "กองแก้ว - เหวสุวัต" ก็ได้ ระยะทางประมาณ 8.3 กิโลเมตร แถมตามสองข้างทางเดินที่ผ่านนั้น ก็จะมีสิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมาย เช่น สมุนไพร และเห็ดป่า (ชักอยากเห็นแล้วสิ)

          "น้ำตกเหวประทุน" เป็นน้ำตกที่อยู่ในห้วยลำตะคองอีกแห่งเหมือนกัน มีลักษณะเป็นหน้าผากว้างและสูงสวยงามมาก อยู่ถัดจากน้ำตกเหวไทรประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ สามารถเดินทางจากน้ำตกเหวสุวัตไปก็ได้ หรือจะเดินจากบริเวณศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ไปก็ได้ เดินตามเส้นทางเดินเท้าเส้น "กองแก้ว – เหวสุวัต" ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร

          "น้ำตกเจ็ดคต" อยู่ในเขตพื้นที่หมู่ที่ 8 บ้านหินตั้ง ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นน้ำตกขนาดเล็ก ระหว่างทางเดินจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.18 (เจ็ดคต) ไปยังน้ำตกเจ็ดคต ประมาณ 1,200 เมตร สามารถลงเล่นน้ำในลำห้วยได้ตลอดเส้นทาง เมื่อถึงน้ำตกมองเห็นน้ำไหลตกจากผาหินเป็นทางยาว สูงประมาณ 10 เมตร ลงสู่แอ่งน้ำขนาดใหญ่คล้ายสระว่ายน้ำ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          "น้ำตกโกรกอีดก" น้ำตกโกรกอีดก เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวยงามมีหลายชั้น ตั้งอยู่บริเวณหมู่ที่ 5 บ้านบึงไม้ ตำบลชะอม อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี เป็นน้ำตกที่เกิดจากเทือกเขาใหญ่ ความสูงประมาณ 350 เมตร มีน้ำตลอดทั้งปีแต่จะสวยมากในช่วงฤดูฝน เพราะปริมาณน้ำจะไหลเต็มหน้าผา

          "แก่งหินเพิง" เป็นแก่งหินขนาดใหญ่กลางแม่น้ำใสใหญ่ในเขต อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี แก่งหินเพิงจะสวยงามมากที่สุดในยามน้ำหลาก ราวเดือนกรกฎาคม - พฤศจิกายน ฤดูฝนจึงเป็นช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการท่องเที่ยวแก่งหินเพิง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำตามแก่งต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก สำหรับผู้ชื่นชอบความตื่นเต้นเร้าใจ ยังนิยมนำการล่องแก่งแพยาง จากแก่งหินเพิงลงมายังหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ ขญ.9 อีกด้วย

          นอกจากนี้ยังมีน้ำตกอีกมากมายที่น่าเที่ยวไม่แพ้กันค่ะ ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกตาดมะนาว, น้ำตกตาดตาภู่, น้ำตกตาดตาคง, น้ำตกตะคร้อ, น้ำตกสลัดได, น้ำตกส้มป่อย, น้ำตกแก่งกฤษณา, น้ำตกเหวจั๊กจั่น, น้ำตกผาไทรคู่, น้ำตกผากระชาย, น้ำตกผาด่านช้าง, น้ำตกผามะนาวยักษ์, น้ำตกผากระจาย, น้ำตกผาหินขวาง, น้ำตกผารากไทร, น้ำตกผาชมพู และน้ำตกผาตะแบก

          อ๊ะ ๆ ไม่เพียงเท่านั้นเพราะยังมี... "จุดชมทิวทัศน์ กม.30" กิโลเมตรที่ 30 ถนนธนะรัชต์ สามารถชมทิวทัศน์ด้านทิศเหนือของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้เป็นบริเวณกว้างและสวยงามมาก ๆ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          "จุดชมทิวทัศน์เขาเขียว" (ผาเดียวดาย) นับเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามน่าชม มีลักษณะคล้ายผานกเค้าที่ภูกระดึง นักท่องเที่ยวสามารถมองเห็นภูเขาร่มขวางอยู่เป็นแนวยาว และทิวทัศน์ที่สวยงามด้านจังหวัดปราจีนบุรี ตอนเช้าตรู่ก็จะเห็นพระอาทิตย์ขึ้นยามเช้า เป็นดวงกลมสีแดงเหนือสันเขาร่มที่สวยงาม

          "จุดชมทิวทัศน์ผาตรอมใจ" เป็นจุดวิวที่ตรงข้ามกับผาเดียวดาย อยู่ด้านหน้าด่านตรวจเขาเขียวห่างลานจอดรถ 10 เมตร จะเห็นส่วนต่าง ๆ ของเขาใหญ่ทางด้านที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ในฤดูฝนระหว่างกันยายน - ตุลาคม จะเห็นผีเสื้อกลางคืนมาชุมนุมกันมากมายในช่วงกลางวัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความงามของเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ภาพจาก jack-sooksan / Shutterstock.com

          ถ้าอยากเดินป่าศึกษาธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ก็มี "เส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพร" เป็นเส้นทางที่ต้องมีการพักแรมในป่า โดยมากเป็นเส้นทางที่อยู่รอบอุทยานแห่งชาติ ใช้เวลาค้างคืน ผู้สนใจสามารถติดต่อเดินป่าได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติใกล้เคียงและที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เส้นทางเดินป่าประเภทท่องไพร

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          หรือจะไปชมความงามของธรรมชาติ ณ อ่างเก็บน้ำสายศร ที่สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2524 โดยนายบุญเรือง สายศร ซึ่งเป็นหัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ท่านแรก โดยสร้างขึ้นเพื่อใช้ในกิจการของอุทยาน และเป็นแหล่งน้ำสำหรับสัตว์ป่า

เขาใหญ่
ภาพจาก park.dnp.go.th

          อีกทั้งทางอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังได้สร้างหอดูสัตว์ขึ้นเพื่อให้นักท่องเที่ยวใช้ดูสัตว์ ที่ลงมากินดินโป่งทั้งหมด 3 แห่ง คือหอดูสัตว์หนองผักชี, หอดูสัตว์มอสิงโต และหอดูสัตว์คลองปลากั้ง โดยหอดูสัตว์ทั้งหมดนี้จะสร้างใกล้ ๆ โป่ง เนื่องจากสัตว์จะลงมากินดินโป่ง ซึ่งโดยมากที่เห็นจะเป็นกวาง ช้างป่ามีบ้างแต่น้อยกว่า และหากโชคดีอาจมีโอกาสได้เห็นกระทิงลงมากินดินโป่งซึ่งหาชมได้ยากมาก โดยโอกาสเห็นกระทิงนั้นจะพบที่หอดูสัตว์คลองปลากั้งมากที่สุด

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          รวมถึงกิจกรรม "ส่องสัตว์" ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ใช้ไฟส่องสัตว์ในเวลากลางคืนไปตามถนนสองข้างทาง จะพบสัตว์ที่เลี่ยงหากินกลางวันมาหากินกลางคืน เช่น เม่น ชะมด นกฮูก บ่าง หมีขอ ฯลฯ โดยให้บริการทั้งหมดด้วยกัน 2 รอบ ได้แก่ 19.00 น. และ 20.00 น. สามารถติดต่อขออนุญาตได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่ หรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถือเป็นแหล่งที่มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก บางทีขณะกำลังขับรถยนต์ไปตามถนน จะสามารถเห็นสัตว์ป่าเดินผ่านหรือออกหากินตามทุ่งหญ้า หรืออาจเห็นโขลงช้างออกหากินริมถนน ลูกช้างตัวเล็ก ๆ น่ารัก เดินยึกยัก ๆ ก็ดูเพลินตาไม่เบา สัตว์ป่าที่สามารถพบได้บ่อย ๆ และตามโอกาสอำนวย ได้แก่ เก้ง กวาง ตามทุ่งหญ้าทั่ว ๆ ไป ส่วนนกที่น่าสนใจและพบเห็นได้บ่อย ได้แก่ นกเงือก นกขุนทอง นกขุนแผน นกพญาไฟ นกแต้วแล้ว นกโพระดก นกแซงแซว นกเขา นกกระปูด ไก่ฟ้า และนกกินแมลงชนิดต่าง ๆ แถมยังมีแมลงแปลก ๆ อีกเพียบกว่า 5,000 ชนิด (สุดยอด...!!)

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ภาพจาก Small_andante / Shutterstock.com

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืน ที่นี่เขาก็มีสถานที่ให้กางเต็นท์ 2 จุด คือ "สถานที่กางเต็นท์ผากล้วยไม้" และ "สถานที่กางเต็นท์ลำตะคอง" และยังมีเครื่องนอนและอุปกรณ์พักแรมให้เช่าด้วย ส่วนค่ายพักแรมมี 3 จุด คือค่ายกองแก้ว ค่ายเยาวชนและค่ายสุรัสวดี เหมาะสำหรับกลุ่มใหญ่ที่เข้ามาทำกิจกรรมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ ขณะที่บ้านพักมี 2 จุดคือ บริเวณที่ทำการอุทยานและบริเวณบ้านธนะรัชต์

          ทั้งนี้ดูรายละเอียดและจองบ้านพักได้ที่ http://nps.dnp.go.th

          ++ บ้านพักอุทยาน

          ++ แผนผังบ้านพัก

อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่
ภาพจาก Em7 / Shutterstock.com

การเดินทาง

          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 205 กิโลเมตร สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ แยกจากถนนมิตรภาพตรงกิโลเมตรที่ 56 ไปตามถนนธนะรัชต์ประมาณ 23 กิโลเมตร อีกเส้นทางหนึ่งคือจากกรุงเทพฯ - แยกหินกอง แล้วไปตามทางหลวงหมายเลข 33 (นครนายก - ปราจีนบุรี) ถึงสี่แยกเนินหอมใช้ทางหลวง 3077 ไปถึงเขาใหญ่ ทั้งนี้เส้นทางที่สองค่อนข้างชันเหมาะที่จะใช้เป็นทางลงมากกว่าค่ะ

          หากโดยสารรถประจำทางจากกรุงเทพฯ ให้ลงที่อำเภอปากช่อง แล้วต่อรถสองแถวขึ้นเขาใหญ่บริเวณหน้าตลาดปากช่อง รถจะไปถึงตรงแค่ด่านเก็บเงิน มีบริการระหว่างเวลา 06.00-17.00 น. จากนั้นต้องโบกรถขึ้นไปยังที่ทำการ หรือจะเช่ารถจากปากช่องเลยก็ได้ (เดินทางก็ง่ายแถมยังสะดวกสบายอีกด้วย)

อัตราค่าบริการผ่านเข้าอุทยานแห่งชาติ

          – นักท่องเที่ยวชาวไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท/คน เด็ก 20 บาท/คน
          – นักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท/คน เด็ก 200 บาท/คน

เขาใหญ่
ภาพจาก khaoyainationalpark.com

          *หมายเหตุ

          1) ผู้ขับขี่และผู้โดยสารต้องชำระค่าบริการสำหรับบุคคลเข้าไปในอุทยานแห่งชาติด้วย ยกเว้นผู้ขับขี่ ลำดับที่ 5

          2) รถยนต์บรรทุกเกิน 10 ล้อ ไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ

          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โทรศัพท์ 0 2562 0760 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทรศัพท์ 08 6092 6529 ด่านตรวจศาลเจ้าพ่อ โทรศัพท์ 08 6092 6531 ส่องสัตว์กลางคืน โทรศัพท์ 08 1063 9241 หรือที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปณ.9 อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เว็บไซต์ www.khaoyainationalpark.com และ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

          ... สูดอากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางธรรมชาติอันแสนสุข เที่ยวเมืองไทย เที่ยวเขาใหญ่ ในวันที่อากาศเย็น ๆ นะคะ...

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
khaoyainationalpark.com, park.dnp.go.th, ททท., wikipedia.org, เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่, เฟซบุ๊ก Khao Yai National Park-THAILAND-อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ (Official) และ relaxzy.com


เที่ยวเขาใหญ่ ในวันที่อากาศเย็น ๆ ชมวิวสวย ๆ โพสต์เมื่อ 13 กรกฎาคม 2552 เวลา 13:57:04 113,617 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เที่ยวเขาใหญ่ ในวันที่อากาศเย็น ๆ ชมวิวสวย ๆ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP