28 เรื่องชวนรู้ของเขาใหญ่ มนตร์เสน่ห์ผืนป่าอันงดงาม

          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกหนึ่งที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ผืนป่าสีเขียวสวยงาม เหมาะสำหรับเป็นที่พักผ่อนนอนสูดอากาศบริสุทธิ์ให้ฉ่ำปอด

          อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่าเขาใหญ่ สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนใกล้กรุงเทพฯ ที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ วิวทิวทัศน์ป่าเขา อีกทั้งด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก ขับรถเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแล้ว ทำให้เขาใหญ่กลายเป็นที่เที่ยวติดอันดับสำหรับการไปนอนค้างสูดอากาศบริสุทธิ์สักคืนสองคืน แต่ด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างใหญ่ จะให้ไปเที่ยวทุกมุมก็ดูจะไม่ไหว ไม่เป็นไร…วันนี้เราจะขอทำหน้าที่เป็นไกด์แนะนำสิ่งที่ต้องทำและต้องรู้ของการมาเที่ยวเขาใหญ่กัน รับประกันเลยว่าเมื่ออ่านจบแล้วจะรีบเก็บกระเป๋าไปเที่ยวเขาใหญ่แทบไม่ทัน

           ● 1. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีอาณาเขตพื้นที่ที่กว้างขวางมาก ๆ จะไม่ให้กว้างได้อย่างไร ก็ครอบคลุมถึง 11 อำเภอของ 4 จังหวัด คือสระบุรี นครราชสีมา ปราจีนบุรี และนครนายก โดยมีขุนเขาน้อยใหญ่และแม่น้ำลำธารสายต่าง ๆ เป็นเส้นกั้นพรมแดนธรรมชาติ

           ● 2. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ถูกยกให้เป็นผืนป่ามรดกโลกแหล่งที่ 5 ของไทย และเป็นอันดับที่ 2 ของมรดกทางธรรมชาติของไทย ได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี พ.ศ. 2548 ณ เมืองเดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้

           ● 3. ในปี พ.ศ. 2505 อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของไทยอีกด้วย

เขาใหญ่
ภาพจาก BlueBoeing / shutterstock.com

           ● 4. วิธีที่สะดวกที่สุดในการมาเที่ยวเขาใหญ่ คือการขับรถยนต์ส่วนตัว เพราะที่เที่ยวแต่ละที่ในเขาใหญ่ค่อนข้างห่างกันมาก การขับรถยนต์ส่วนตัวจึงช่วยทั้งในเรื่องการประหยัดเวลา รวมถึงในเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

           ● 5. แต่ก็ใช่ว่าไม่มีรถจะเที่ยวเขาใหญ่ไม่ได้นะ นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางได้ด้วยรถไฟ รถตู้ และรถโดยสาร (หากนักท่องเที่ยวคนไหนเลือกเดินทางด้วยวิธีเหล่านี้ ควรศึกษาทำการบ้านทั้งในเรื่องเส้นทาง จุดต่อและจุดเปลี่ยนรถต่าง ๆ ให้ดี เพื่อการเดินทางสู่เขาใหญ่โดยสวัสดิภาพ)

           ● 6. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น.

           ● 7. อัตราค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวในการเที่ยวชมเขาใหญ่ มีรายละเอียด ดังนี้ สำหรับคนไทย ผู้ใหญ่ 40 บาท/คน และเด็ก 20 บาท/คน, สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 400 บาท/คน และเด็ก 200 บาท/คน

เขาใหญ่

           ● 8. และหากนักท่องเที่ยวคนไหนนำยานพาหนะเข้าไปภายในอุทยาน มีการเก็บอัตราค่าธรรมเนียม ดังนี้ จักรยาน 20 บาท/คัน, รถจักรยานยนต์ 30 บาท/คัน, รถยนต์ (ไม่เกิน 4 ล้อ) 50 บาท/คัน, รถบัสเล็ก (ไม่เกิน 24 ที่นั่ง) 100 บาท/คัน และรถบัสใหญ่ (24 ที่นั่งขึ้นไป) 200 บาท/คัน

           ● 9. ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเดินทางเที่ยวเขาใหญ่ อยู่ในช่วงระหว่างเดือนธันวาคม-เมษายนของทุกปี

           ● 10. สิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับใครก็ตามที่มาเที่ยวเขาใหญ่คือเสื้อกันฝนหรือร่ม, เสื้อผ้าที่ไม่หนาเกินไป พร้อมที่จะเปียกและแห้งง่าย, เสื้อกันหนาว โดยเฉพาะตอนกลางคืนเขาใหญ่จะค่อนข้างมีลมโกรก, รองเท้าแบบยางและมีที่รัดส้น เป็นคู่ที่พร้อมจะเปียก และสำคัญที่สุด "ยารักษาโรคประจำตัว" ที่ควรพกติดตัวเอาไว้

           ● 11. ภายในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีบ้านพักและเต็นท์ให้นักท่องเที่ยวได้ใช้บริการ

           ● 12. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเช่าเต็นท์ สามารถติดต่อได้กับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีทั้งเตาถ่าน หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้าห่ม ถุงนอน เสื่อผ้าใบ เรียกได้ว่ามีแค่ตัวเปล่า ๆ มาจากบ้านก็มานอนค้างที่เขาใหญ่ได้

เขาใหญ่

           ● 13. จุดกางเต็นท์ของเขาใหญ่มีอยู่ด้วยกันหลายจุด และแต่ละจุดมีความสวยงามต่างกันไป เช่น "จุดกางเต็นท์เขื่อนลำตะคอง" "จุดกางเต็นท์ผากล้วยไม้" เป็นต้น (หากจะไปกางเต็นท์จุดดังกล่าวควรทำการติดต่อเจ้าหน้าที่ให้เรียบร้อย)

           ● 14. สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนบ้านพักที่เขาใหญ่ สามารถเข้าไปจองที่พักล่วงหน้าได้ที่ nps.dnp.go.th มีบ้านพักให้เลือกหลากหลายขนาด พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เช่น พัดลม เครื่องทำน้ำอุ่น กระติกน้ำร้อน เป็นต้น สามารถเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ khaoyainationalpark.com


เขาใหญ่

           ● 15. หากระหว่างทางที่ขับรถในเขาใหญ่ ถ้านักท่องเที่ยวเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน อย่างการพบเห็นช้างป่า (โดยเฉพาะเส้นทางที่ขึ้นจากปราจีนบุรี ช่วงบริเวณน้ำตกเหวนรก) ควรปฏิบัติ ดังนี้

           - ควรอยู่ในรถ รักษาระยะห่างจากโขลงป่าเอาไว้ หรือถ้าช้างเดินเข้ามาใกล้ ให้ถอยห่างเรื่อย ๆ

           - ไม่ควรบีบแตรหรือถ่ายรูปโดยใช้แสงแฟลช เพราะช้างอาจตกใจและเข้าทำร้ายได้

           - หากเจอช้างป่าในเวลากลางคืน ไม่ควรดับไฟหน้ารถ เพราะจะทำให้เราไม่รู้ระยะห่างระหว่างตัวเราและโขลงช้างได้

           - หากเจอช้างประกบทั้งหน้าและหลัง ควรเลือกถอยเข้าหาฝูงที่มีจำนวนน้อยกว่า

           - สังเกตอาการของช้าง ถ้าช้างอารมณ์ดีจะกระพือใบหู หางส่ายไปมา แต่ถ้าช้างอยู่ในอารมณ์ไม่ดี หูจะแข็งไม่กระพือ

           - เมื่อถอยรถแล้วก็คอยดูท่าทีของช้างให้ดี ๆ ว่าจะเข้าข้างทางเมื่อไร เมื่อช้างเดินเข้าป่าไปแล้วค่อยเคลื่อนรถออกไป

เขาใหญ่

           ● 16. ใครไปถึงเขาใหญ่แล้วเกิดอาการงงไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนก่อนดี แนะนำให้คุณตั้งหลักที่ "ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวเขาใหญ่" ภายในจะมีนิทรรศการให้ความรู้กับนักท่องเที่ยว รวมถึงข้อมูลต่าง ๆ จะมีเจ้าหน้าที่คอยตอบทุกข้อสงสัย ติดต่อเรื่องที่พัก รวมถึงกิจกรรมส่องสัตว์กลางคืน

           ● 17. ถัดไปไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว จะมี "ทางเดินศึกษาธรรมชาติกองแก้ว" มีลักษณะเป็นเส้นทางลัดเลาะเข้าป่าระยะทาง 1.2 กิโลเมตร เป็นการเดินทางที่ไม่ลำบาก สามารถเดินชิลในป่า มีสะพานข้ามลำธาร มีต้นไม้ใหญ่ ให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ถ่ายรูปกันมือเป็นระวิง

เขาใหญ่

           ● 18. ใครอยากชมวิวพระอาทิตย์ตก ไม่ไกลจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ตรงบริเวณ "อ่างเก็บน้ำสายศร" นอกจากจะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินสวย ๆ แล้ว ไม่แน่ว่าอาจจะได้เห็นสัตว์น้อยใหญ่ ออกมาอวดโฉม ดื่มน้ำ เล็มหญ้า จนรู้สึกราวกับว่าได้ใกล้ชิดสัตว์ป่าแบบสุด ๆ

           ● 19. เขาใหญ่มีกิจกรรมส่องสัตว์ตอนกลางคืน โดยให้บริการทั้งหมดด้วยกัน 2 รอบ ได้แก่ 19.00 น. และ 20.00 น. นักท่องเที่ยวสามารถจองและชำระเงินค่าใช้จ่ายได้ที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว

           ● 20. แหล่งท่องเที่ยวของเขาใหญ่เรียกได้ว่ามีมากมายหลากหลายประเภท และกิจกรรมให้ได้ทำทั้งน้ำตก เดินป่า ดูดาว หรือจะชมวิวแบบชิล ๆ มีครบหมดทุกอย่าง

เขาใหญ่

           ● 21. แหล่งท่องเที่ยวน้ำตกในเขาใหญ่มีมากกว่า 20 แห่ง อย่างที่รู้กันว่าหลายแห่งงดงามและมีชื่อเสียงด้วยกันทั้งนั้น เช่น น้ำตกเหวนรก น้ำตกเหวสุวัต น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกเหวไทร เป็นต้น ใครรู้ตัวว่าชอบเที่ยวน้ำตกควรมาช่วงกลางฤดูฝนไปจนถึงต้นฤดูหนาว เพราะน้ำจะใสและมีปริมาณมากเป็นพิเศษ

           ● 22. ใครมาเที่ยวเขาใหญ่ช่วงหน้าหนาวต้องไม่พลาดกิจกรรมดูดาว จุดที่นิยมดูดาวที่เขาใหญ่ ได้แก่ มอต้นจาน ลานกางเต็นท์ลำตะคอง ค่ายสุรัสวดี หรือบริเวณทุ่งโล่งต่าง ๆ แถมยังอากาศปลอดโปร่งและเย็นสบายอีกด้วย

           ● 23. ดอกไม้ป่าบนเขาใหญ่มีให้ชมตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว บริเวณลานหินทรายยอดเขาสมอปูนและตาดหินยาว จะมีดอกไม้ป่านานาพรรณพร้อมกันผลิดอกออกช่อแต่งแต้มสีสันบนลานหินนับไม่ถ้วน จนดูราวกับเป็นเมืองสวรรค์เลยทีเดียว

           ● 24. กิจกรรมการส่องสัตว์ดูนก เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวเขาใหญ่ ที่นี่มีนกให้คุณพบเห็นหลายร้อยชนิด และพบเห็นได้ในหลายบริเวณ เช่น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ผากล้วยไม้ หนองผักชี และเขาเขียว เป็นต้น

เขาใหญ่
ภาพจาก topten22photo / shutterstock.com
           ● 25. ใครที่ชอบความตื่นเต้นเร้าใจ แนะนำให้คุณลองล่องแก่งแพยางที่แก่งหินเพิง
ซึ่งควรมาเที่ยวในช่วงหน้าน้ำหลาก ในช่วงเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน ซึ่งจะเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำที่แก่งหินเพิงเป็นจำนวนมาก

           ● 26. นักท่องเที่ยวคนไหนชอบกิจกรรมแบบชิล ๆ แนะนำให้คุณลองชมบรรยากาศวิวโดยรอบ สูดอากาศบริสุทธิ์ที่เขาใหญ่กัน ได้แก่ "จุดชมวิวทิวทัศน์ กม.30" "จุดชมวิวทิวทัศน์เขาเขียว" (ผาเดียวดาย) เป็นต้น รับรองว่าคุณจะได้เห็นธรรมชาติ ผืนป่าเขาสีเขียวที่สวยงามจนทำเอาคุณต้องตะลึง

เขาใหญ่
ภาพจาก jack-sooksan / shutterstock.com

           ● 27. กิจกรรมการเดินป่าที่เขาใหญ่ก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย หากแต่นักท่องเที่ยวจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อระเบียบให้ดี งดส่งเสียงดัง เดินตามเส้นทางที่จัดไว้ให้ งดให้อาหารสัตว์ ทิ้งขยะต่าง ๆ พกน้ำติดตัวไปด้วย สวมใส่รองเท้าเดินป่า และใส่ถุงเท้าที่ใช้ป้องกันปลิงดูดเลือด

           ● 28. สิ่งสำคัญที่สุดในการไปเที่ยวเขาใหญ่ พึงเตือนตัวเองไว้เสมอว่า "เขาใหญ่ คือบ้านของสัตว์ป่า" ดังนั้นสิ่งที่เราทุกคนควรปฏิบัติก็คือการเคารพสิทธิ์ความเป็นอยู่ของสัตว์ทุกตัวบนเขาใหญ่ ไม่รบกวนหรือเบียดเบียนธรรมชาติมากจนเกินไป นั่นก็เพื่อที่ให้ทั้งเราและธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้แบบสงบสุข

           ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาใหญ่ในวันนี้จะยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับในดวงใจของใครหลายคน ด้วยเพราะธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไปเที่ยวพักผ่อนแบบชิล ๆ แบบไม่ต้องคิดอะไรมาก ลองได้ไปครั้งหนึ่งแล้วจะต้องติดใจอยากเที่ยวเขาใหญ่อีกหลายรอบแน่ ๆ

           ทั้งนี้นักท่องเที่ยวคนไหนสนใจอยากทราบรายละเอียดข้อมูล สามารถเพิ่มเติมสอบถามได้ที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โทร. 086 092 6529

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2559

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
     และ khaoyainationalpark.com


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
28 เรื่องชวนรู้ของเขาใหญ่ มนตร์เสน่ห์ผืนป่าอันงดงาม โพสต์เมื่อ 18 สิงหาคม 2559 เวลา 12:14:28 9,926 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP