x close

12 ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2563 ตะลอนทัวร์ชมธรรมชาติชุ่มฉ่ำใจ

          ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2563 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ มาครบทั้งภูเขา ทะเล และชุมชน วางแพลนไว้เป็นที่เที่ยววันหยุดยาวในช่วงเดือนนี้กันได้ด้วย

          เดือนกันยายน เป็นช่วง Green Season ที่สายฝนโปรยปรายความชุ่มฉ่ำลงมา บางคนเลือกที่จะใช้เวลาว่างนอนอยู่บ้านชิล ๆ ดูซีรีส์เรื่องโปรด พร้อมกินขนมกรุบกรอบ บางคนเลือกที่จะออกเดินทางโลดแล่นไปท่องเที่ยวสัมผัสกับความเขียวขจีของธรรมชาติ วันนี้เราเลยหยิบเอาที่เที่ยวเดือนกันยายน 2563 มาแนะนำกัน เผื่อใครยังคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี

1. เขาช่องลม จังหวัดนครนายก

          ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ยอดนิยม สายธรรมชาติมักไปดื่มด่ำกับดินแดนสีเขียวในช่วงเดือนกันยายน ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังของเขื่อนขุนด่านปราการชล โดยการไปเที่ยวที่ช่องเขาลมจะต้องนั่งเรือ (โดยมีจุดบริการที่เขื่อนขุนด่านปราการชล) ระยะทางจากเขื่อนถึงเขาช่องลมใช้เวลาประมาณ 15 นาที โดยเรือจะแวะจุดท่องเที่ยว ได้แก่ น้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม และน้ำตกช่องลม เป็นต้น ช่วงที่น้ำเยอะ ๆ สามารถลงเล่นน้ำได้ สายน้ำไหลเย็นฉ่ำ บรรยากาศรอบ ๆ เป็นสีเขียว สดชื่น สูดอากาศแต่ละทีมันชื่นอกชื่นใจ

          - เขาช่องลม จ.นครนายก ดินแดนกรีนโซนที่ชวนไปเช็กอิน

ภาพจาก RJ22 / Shutterstock.com

2. ล่องแพแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี

          แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ เป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัดกาญจนบุรี มีทัศนียภาพงดงาม สองฟากฝั่งเต็มไปด้วยวิวสวย ๆ บางช่วงก็เป็นป่าไม้อุดมสมบูรณ์ บางช่วงก็เป็นแนวภูเขาสูงใหญ่ บางช่วงก็เป็นไร่สวนของชาวบ้าน การได้นั่งเรือชมวิวจึงเป็นเหมือนการชาร์จพลังกับธรรมชาติที่ดีมาก ๆ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีโรงแรม รีสอร์ตต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นอยู่เหนือแม่น้ำแควด้วย ใครที่อยากพักผ่อนกับสายน้ำบอกเลยว่าไม่ควรพลาด และที่เด็ดสุด ๆ ก็คือ การล่องแพไม้ไผ่ นักท่องเที่ยวจะได้กระโดดเล่นน้ำกันอย่างชุ่มฉ่ำใจ สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

          - รวมที่เที่ยวกาญจนบุรี จุดเช็กอินยอดฮิต น่าไปเก็บให้ครบในปีนี้

ภาพจาก BestDeals / Shutterstock.com

3. โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย

          ชุมชนท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองไทย ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านตึก อำเภอศรีสัชนาลัย โดยนำเสนอการท่องเที่ยวชุมชนในแบบเรียบง่าย และยังโดดเด่นในเรื่องของท้องทุ่งนาและวิถีชีวิตของชาวนาด้วย นักท่องเที่ยวจะได้พักผ่อนกับธรรมชาติงาม ๆ ของหมู่บ้าน ได้ปั่นจักรยานชมท้องนากว้างใหญ่ สูดอากาศบริสุทธิ์สดชื่นแบบเต็มปอด พร้อมกับกินอาหารพื้นบ้านอร่อย ๆ แบบปลอดสารพิษ นอกจากนี้ยังได้เรียนรู้การทำผลิตภัณฑ์ชุมชนอย่างผ้าหมักโคลน และการสาธิตทำตุ๊กตาบาร์โหนด้วย ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก โฮมสเตย์บ้านนาต้นจั่น จังหวัดสุโขทัย

          - ท่องเที่ยววิถีชาวนา เย็นตา พาปอดสบาย ไปกับนาข้าวสีเขียว

ภาพจาก FotoErro / Shutterstock.com

ภาพจาก FotoErro / Shutterstock.com

4. ชุมชนปากน้ำประแส จังหวัดระยอง

          ชุมชนชาวประมงที่ตั้งอยู่บริเวณปากแม่น้ำประแส ชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ยังคงมีภาพของการทำประมงพื้นบ้านให้ได้เห็น และรอบ ๆ หมู่บ้านยังเต็มไปด้วยป่าชายเลนเขียวขจีสวยงาม สถานที่ที่มีชื่อเสียง ก็คือ ทุ่งโปรงทอง ป่าที่เต็มไปด้วยต้นโปรงสีเหลือง-เขียวอ่อนนับหมื่นนับแสนต้น พออยู่รวมกันมาก ๆ ก็สะท้อนแสงอาทิตย์กลายเป็นสีเหลืองทองอร่าม ภายในหมู่บ้านมีโฮมสเตย์ให้บริการหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละแห่งก็มักจัดชุดดินเนอร์เป็นอาหารทะเลแบบจุก ๆ ไว้รองรับ และมักพาทัวร์เที่ยวชมท้องทะเลและดำน้ำด้วย

          - 10 หมู่บ้านท่องเที่ยว บรรยากาศป่าเขา และท้องทะเล ดีงามจนน่าบอกต่อ

5. บ้านท่าระแนะ จังหวัดตราด

          หมู่บ้านที่อยู่ในตำบลหนองคันทรง อำเภอเมืองตราด ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนดีเด่นอีกหนึ่งแห่งที่เราขอแนะนำ สำหรับใครที่ชอบการเรียนรู้วิถีชุมชนและชอบอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง ต้องลองไปสัมผัสกับบ้านท่าระแนะกันสักครั้ง เพราะชาวบ้านดำเนินชีวิตอยู่กับป่าชายเลนและท้องทะเลได้อย่างดีเยี่ยม สามารถล่องเรือชม “ลานตะบูน” ซึ่งมีรากตะบูนอันคดเคี้ยวสวยงามโผล่ขึ้นมายามน้ำลด อีกทั้งยังจะได้ล่องเรือไปในคลองขอนชื่นชมธรรมชาติสองฟากฝั่ง นอกจากนี้ภายในชุมชนยังมีของกินอร่อย ๆ ให้ได้ลิ้มลอง ไม่ว่าจะเป็น แกงส้มปลากดลูกเถาคัน, ปลากระบอกฉู่ฉี่ และอาหารทะเลสด ๆ เป็นต้น แถมยังมีกิจกรรมสนุก ๆ ให้ร่วมทำมากมาย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ท่องเที่ยวมหัศจรรย์บ้านท่าระแนะ

          - 40 ที่เที่ยวตราด จังหวัดมากเสน่ห์ที่ต้องไปเยือนสักครั้ง

6. ทุ่งนาหลังวัดภูเก็ต จังหวัดน่าน

          วัดภูเก็ต ตั้งอยู่ที่ตำบลวรนคร อำเภอปัว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในการมาไหว้พระขอพร อีกทั้งในช่วงฤดูฝนที่นี่ยังมีไฮไลต์เด็ดที่น่าสนใจ เพราะบริเวณด้านหลังมีลานชมวิวที่สามารถมองเห็นวิวทุ่งนาเขียวขจี ตัดกับวิวภูเขาสูงตระหง่าน วันไหนอากาศดี ๆ ก็อาจจะเจอเข้ากับสายหมอกลอยอ้อยอิ่ง เป็นอีกหนึ่งมุมสงบ ๆ ของจังหวัดน่านแบบเอ็กซ์คลูซีฟ หยิบกล้องขึ้นมาถ่ายเท่าไรก็ไม่เบื่อ งดงามราวกับสวรรค์สรรค์สร้าง ถ้าไม่มาเที่ยวช่วงนี้ ก็ไม่รู้จะมาเที่ยวตอนไหนแล้ว

          - 12 ที่เที่ยวน่านหน้าฝน สัมผัสความสุขมุมใหม่ในช่วงกรีนซีซั่น

ภาพจาก Bangprikphoto / Shutterstock.com

7. ดอยแม่โถ จังหวัดเชียงใหม่

          ภาพของทุ่งหญ้าเขียวขจีกว้างสุดสายตา สามารถชมวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา เป็นสิ่งที่ดึงดูดให้หลาย ๆ คนเดินทางไปเยือน “ดอยแม่โถ” ดอยที่ตั้งอยู่ในอำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทุ่งหญ้าที่ดอยแห่งนี้เกิดจากระบบนิเวศบนดอยที่โล่งและมีลักษณะเป็นพื้นที่กว้าง ร่มไม้เปิด แสงถึงพื้นดินเพียงพอ จนเกิดเป็นทุ่งหญ้าปกคลุมทั่วภูเขา ทั้งนี้ หากใครอยากเห็นภาพความเขียวขจีไม่มีอะไรมาบดบังสายตาแนะนำให้ไปช่วงฤดูฝน ยิ่งถ้าวันไหนที่บรรยากาศต่าง ๆ เป็นใจ ท้องฟ้าสีครามตัดกับพื้นหญ้าสีเขียวงดงามเกินบรรยาย 

          - เที่ยวดอยแม่โถ จังหวัดเชียงใหม่ ตระการตาทุ่งหญ้ากว้าง สุดอะเมซิ่งช่วงหน้าฝน

8. น้ำตกปิตุ๊โกร จังหวัดตาก

          น้ำตกที่สวยงามมากที่สุดของเมืองไทย นอกจากจะมีรูปลักษณ์ที่สวยงามแล้ว ก็ยังสูงใหญ่น่าประทับใจมาก ๆ สำหรับน้ำตกปิตุ๊โกรตั้งอยู่บนเทือกเขาดอยสามหมื่น อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก มีลักษณะเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ สูงมากกว่า 500 เมตร ได้ฉายาว่า “น้ำตกหัวใจ” ด้วยมีสายน้ำสองสายไหลจากหน้าผาลงมาบรรจบกัน จนมีรูปร่างคล้ายกับหัวใจสีขาว รอบ ๆ น้ำตกเป็นต้นไม้น้อยใหญ่นานาพรรณสีเขียวขจี ดูสดชื่นสุด ๆ ทั้งนี้ การเข้าไปเที่ยวชมน้ำตกปิตุ๊โกร ควรไปช่วงหน้าฝน และต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 8 กิโลเมตร นอนค้างคืนในป่า 1 คืน อีกทั้งต้องมีผู้เชี่ยวชาญเส้นทางนำทาง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก โทรศัพท์ 0 5551 4341

          - น้ำตกปิตุ๊โกร จังหวัดตาก ควรรู้อะไรบ้างก่อนไปพิชิต

9. ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี

          แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอุบลราชธานี ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติผาแต้ม โดย “ผาแต้ม” เป็นจุดท่องเที่ยวหลักของอุทยาน เพราะนอกจากจะได้ชมภาพบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้น ดื่มด่ำกับวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของอันซีนไทยแลนด์ด้วย เพราะบริเวณด้านล่างของหน้าผามีภาพเขียนสีก่อนประวัติศาสตร์ปรากฏเรียงรายอยู่ มีอายุไม่ต่ำกว่า 3,000-4,000 ปี เป็นภาพเขียนสีที่ยาวที่สุดในประเทศไทย และทางอุทยานได้ทำทางเดินจากหน้าผาด้านบนลงไปชมภาพเขียนสีเหล่านี้กันได้ โดยแบ่งเป็น 4 ประเภท คือ สัตว์ เครื่องมือเครื่องใช้ สัญลักษณ์ และคน แบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มภาพเขียนสีผาขาม, กลุ่มภาพเขียนสีผาแต้ม, กลุ่มภาพเขียนสีผาหมอน และกลุ่มภาพเขียนสีผาหมอนน้อย

          นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย เช่น เสาเฉลียง เสาหินธรรมชาติที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำและลมนับล้านปี มีลักษณะคล้ายดอกเห็ดเรียงรายกันอยู่มากมาย และทุ่งดอกไม้ป่า ที่จะผลิบานอวดดอกสวยเต็มลานหินในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม ของทุกปี เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาน้อย และเดินป่าไม่ไหวแต่ได้ใกล้ชิดธรรมชาติแบบประทับใจ

          - ผาแต้ม ไปชมธรรมชาติ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

10. กุ้งเดินขบวน จังหวัดอุบลราชธานี

          เทศกาลที่หลายคนรอคอยไปพบความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ กับปรากฏการณ์กุ้งจำนวนนับแสนตัวพากันเดินขบวนทวนกระแสน้ำขึ้นมาบนโขดหิน เพื่อมุ่งหน้าไปวางไข่ที่แหล่งต้นน้ำบนเทือกเขาพนมดงรัก นักท่องเที่ยวจะได้เห็นกุ้งฝอยและกุ้งก้ามขน ซึ่งมักจะอยู่รวมกันเป็นฝูงและอาศัยอยู่ตามผิวน้ำหรือริมตลิ่ง พากันค่อย ๆ เดินกลับไปยังแหล่งกำเนิดที่ต้นน้ำบนยอดเขา กุ้งเหล่านี้ต้องเดินผ่านโขดหินขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ไต่หลบหลีกกระแสน้ำไปเรื่อย ๆ ซึ่งจะปีนขึ้น-ลงในระยะทางไม่เกิน 2 เมตร ในแต่ละจุด สำหรับเทศกาลกุ้งเดินขบวน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้ที่แก่งลำดวน อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี ตั้งแต่วันที่ 1-30 กันยายน 2563 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่า อุบลราชธานี

ภาพจาก Christopher PB / Shutterstock.com

11. เกาะแรต จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          เกาะขนาดกะทัดรัดที่ตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านแหลมลื่น ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก เพียงแค่ 500 เมตรเท่านั้น โดยมีสะพานปูนเชื่อมเข้าไปถึงยังตัวเกาะ ส่วนที่เรียกกันว่า “เกาะแรต” เพราะเรียกตามชื่อต้นไม้ท้องถิ่นที่อยู่บนเกาะที่ชื่อว่า “ต้นขี้แรด” โดยบนเกาะมีบ้านเรือนชาวบ้านอยู่ราว ๆ 90 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ทำอาชีพประมงพื้นบ้าน มีบางส่วนที่ปรับเปลี่ยนบ้านเรือนให้เป็นโฮมสเตย์รองรับนักท่องเที่ยว เสน่ห์ที่น่าสนใจของเกาะแรต คือ การได้ไปสัมผัสกับวิถีชีวิตอันเรียบง่ายและเป็นกันเองของชาวบ้าน อีกทั้งยังได้ไปนอนชิลกินอาหารอร่อย ๆ ณ โฮมสเตย์ที่มีบริการหลายหลัง ซึ่งแต่ละหลังก็จะมีการให้บริการแตกต่างกันไปอีกด้วย

          - ชวนเที่ยวเกาะแรต สุราษฎร์ธานี เกาะจิ๋วแต่แจ๋ว แหล่งวิถีชีวิตชาวเล

12. เสม็ดนางชี จังหวัดพังงา

          ปิดท้ายกันที่ “เสม็ดนางชี” จุดชมวิวฮอตฮิตของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่ที่บ้านหินร่ม ตำบลคลองเคียน อำเภอตะกั่วทุ่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเก็บเกี่ยวความสวยงามของบรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินสวย ๆ ราวกับสรวงสวรรค์ได้อย่างเต็มสายตา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน เพราะจะเห็นร่องรอยของละอองหมอกจาง ๆ ที่พยายามเคล้าคลอเคลียกับภูเขาหินปูนหลากหลายรูปทรงอยู่กลางทะเล เป็นความสวยงามที่ชวนให้ดูแปลกตา ทั้งนี้ สามารถเช่าเต็นท์นอนบนจุดชมวิวเสม็ดนางชี รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องหลงใหลไปกับความสวยงามที่แสนเรียบง่ายของท้องทะเลพังงาแห่งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก Sametnangshe boutique เสม็ดนางชีบูทีค

          - เรื่องน่ารู้เสม็ดนางชี ยลวิวธรรมชาติสวยอลังที่จังหวัดพังงา

          และนี่คือสถานที่ท่องเที่ยวเดือนกันยายน 2563 ที่เราหยิบมาแนะนำกัน ซึ่งเป็นเดือนที่มีวันหยุดยาวให้ได้เดินทางไกลไปชาร์จพลัง เสพธรรมชาติสวย ๆ หรือดื่มด่ำกับวิถีชีวิตที่น่าสนใจของชุมชนต่าง ๆ กันเต็มที่ เอาเป็นว่าเลือกสักที่แล้วปักหมุดออกไปท่องเที่ยวไทยกันเลย

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก
อุทยานแห่งชาติผาแต้ม, donsak.sru.ac.th, suratthanitourism.com, ททท. และ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช
 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
12 ที่เที่ยวเดือนกันยายน 2563 ตะลอนทัวร์ชมธรรมชาติชุ่มฉ่ำใจ โพสต์เมื่อ 18 สิงหาคม 2563 เวลา 17:31:19 36,851 อ่าน
TOP