x close

เที่ยวหน้าฝน 2563 สัมผัสความชุ่มฉ่ำ 15 สถานที่น่าไปเยือน

          คัดสรรที่เที่ยวหน้าฝน 2563 ที่น่าไปเช็กอินในช่วงที่สายฝนโปรยปราย เพราะจะได้ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่กลับมามีชีวิตชีวาเขียวชอุ่มอีกครั้ง อีกทั้งยังได้สัมผัสอากาศเย็นสบายและผู้คนไม่พลุกพล่าน
          จากที่เราเคยนำเสนอ ที่เที่ยวหน้าฝน 2562 ชุ่มฉ่ำยามฝนโปรย ไม่ไปไม่มีทางรู้ ไปแล้วนั้น ในปีนี้ด้วยสถานการณ์โควิด 19 ระบาดไปทั่วโลก ส่งผลให้ทุกอย่างต้องหยุดนิ่งเพื่อลดการแพร่เชื้อ และเมื่อทุกอย่างเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น หลายจังหวัดผ่อนคลายและมีมาตรการต่าง ๆ ทำให้หลายคนเริ่มอยากออกไปท่องเที่ยวเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ สำหรับคนที่กำลังวางแพลนหาที่เที่ยวหน้าฝน 2563 แต่ไม่รู้จะไปเที่ยวที่ไหนดีละก็...ตามมาทางนี้ เพราะเรามีที่เที่ยวหน้าฝนทั้งภูเขา ทะเล ทุ่งดอกไม้สวย ๆ และความมหัศจรรย์ที่พบได้เฉพาะหน้าฝนเท่านั้นมาแนะนำกัน เริ่มกันที่...

1. ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ

          เทศกาลท่องเที่ยวที่บ่งบอกว่าเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับเทศกาลดอกกระเจียวบาน ประจำปี 2563 ที่จะผลิบานอวดโฉมในช่วงฤดูฝนท่ามกลางธรรมชาติที่สมบูรณ์ ในช่วงประมาณเดือนกรกฎาคมถึงปลายเดือนสิงหาคม ณ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ โดยทุ่งดอกกระเจียวทั้งสองแห่งเป็นดอกกระเจียวป่าที่เกิดและเติบโตขึ้นเองตามธรรมชาติ

          อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม : ทุ่งดอกกระเจียวจะขึ้นกระจายทั่วไป ตั้งแต่ลานหินงามจนถึงจุดชมวิวสุดแผ่นดิน 1 กิโลเมตร และดอกกระเจียวจะบานเป็นสีชมพูอมม่วงในช่วงต้นฤดูฝน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม Pa Hin Ngam National Park

          อุทยานแห่งชาติไทรทอง : ทุ่งดอกกระเจียวจะตั้งอยู่บริเวณสันเขาพังเหย ทางด้านทิศตะวันตกห่างจากที่ทำการอุทยานประมาณ 10 กิโลเมตร สามารถเลือกชมได้จาก 5 ทุ่งใหญ่ ๆ และที่สำคัญทุ่งดอกกระเจียวของที่นี่มีทั้งดอกสีชมพูและสีขาว และจะชูช่อออกดอกสวยเต็มทุ่ง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติไทรทอง Sai Thong National Park

2. ทุ่งดอกหงอนนาค อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว

          หน้าฝนนี้ชวนขึ้นภูสอยดาวไปชมความงามของทุ่งดอกหงอนนาค ทุ่งดอกไม้ที่ธรรมชาติรังสรรค์ให้เราได้ยลโฉมความงามเพียงแค่ปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในทุก ๆ หน้าฝนระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม แถมยังต้องเดินขึ้นเขาอีกต่างหาก แต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด ทุ่งดอกหงอนนาคบริเวณลานสน ณ ภูสอยดาว ยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่หลาย ๆ คนอยากไปเยือนสักครั้ง สำหรับเส้นทางพิชิตลานสน ภูสอยดาว นักท่องเที่ยวจะต้องเดินเท้าเข้าป่าเป็นระยะทาง 6.5 กิโลเมตร ใช้เวลาราว ๆ 4-5 ชั่วโมง แล้วแต่สภาพร่างกายของแต่ละคน โดยเส้นทางก็จะผ่านลำธาร เดินขึ้นเขาสูงชันบ้างบางจุด รวมทั้งยังมีแหล่งท่องเที่ยวสวย ๆ ให้ชมระหว่างทางมากมาย เช่น น้ำตกภูสอยดาว, น้ำตกสายทิพย์, หลักกิโลเมตรประเทศไทย-ลาว และจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน ฯลฯ ส่วนถ้าใครมีแรงเหลือมากพอก็สามารถเดินต่อขึ้นไปพิชิตยอด 2,102 จุดสูงสุดของอุทยานแห่งชาติภูสอยดาวได้ด้วยเช่นกัน

          ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาวจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว 850 คน/วัน ได้แก่

          1. ที่ทำการฯ และน้ำตกภูสอยดาว รองรับได้จำนวน 500 คน/วัน
          2. ลานสนภูสอยดาว รองรับได้จำนวน 350 คน/วัน

          ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว - Phu soi dao National Park

3. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

          ใครว่าต้องไปเที่ยวภูทับเบิกเฉพาะหน้าหนาว เพราะที่นี่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี มีความสวยงามแตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะในช่วงเดือนมิถุนายน ที่ฝนกำลังตกปรอย ๆ แต่ละยอดดอยจะเป็นสีเขียวขจี ยามแดดออกท้องฟ้าจะสดใส อากาศสดชื่นและเย็นสบายมาก ที่สำคัญนักท่องเที่ยวไม่เยอะ เที่ยวได้แบบชิล ๆ บางวันถ้าโชคดี ก็มีทะเลหมอกให้ชมเช่นกัน โดยส่วนใหญ่จะพบในช่วงเดือนกรกฎาคม-กันยายน และยิ่งถ้าวันนั้นเป็นวันที่ฟ้าเปิดและเป็นใจจะได้เห็นแสงพระอาทิตย์งาม ๆ ส่องแสงลอดทะเลหมอก สวยงามจับตาและจับใจจริง ๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานพิษณุโลก โทรศัพท์ 0 5525 2742-3

4. อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่

          อำเภอของเชียงใหม่ที่มีธรรมชาติสวยงามและอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยเทือกเขาและป่าไม้สีเขียวขจี บรรยากาศเงียบสงบมาก เมืองพร้าวเคยเป็นเมืองโบราณมาก่อน เรียกว่า นครป้าว ที่นี่จึงมีสถานที่ท่องเที่ยวอย่างวัดวาอารามและโบราณวัตถุให้ได้ไปเที่ยวชมมากมาย ยิ่งถ้าได้มาเที่ยวช่วงต้นฤดูฝนอากาศก็จะเย็นสบาย ธรรมชาติกำลังเขียวชอุ่ม จะไปเที่ยวดอยก็ยังได้เพราะฝนยังตกไม่ชุกมากนัก

          สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอพร้าวที่น่าสนใจ เช่น ดอยม่อนล้าน หรือสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูง ตามพระราชดำริดอยม่อนล้าน ตั้งอยู่ที่ตำบลป่าไหน่  บนความสูง 1,696 เมตร จากระดับน้ำทะเล สามารถมองเห็นวิวของทะเลหมอก รวมทั้งยอดดอยน้อยใหญ่บริเวณโดยรอบได้อย่างชัดเจน, วิหารจีน ณ วัดห้วยบง ตั้งอย่างโดดเด่นบริเวณเชิงเขาในเขตบ้านห้วยบง ตำบลเขื่อนผาก เป็นวัดที่มีสถาปัตยกรรมสไตล์จีนอันสวยงาม, วัดพระธาตุดอยเวียงชัยมงคล ตั้งอยู่ที่บ้านหลวง ตำบลโหล่งขอด วัดสำคัญอีกหนึ่งแห่งของอำเภอพร้าว โดยสิ่งสำคัญของวัดแห่งนี้คือพระธาตุดอยเวียง ซึ่งมีอายุหลายร้อยปี ตั้งอย่างสง่างามอยู่ด้านหลังของวิหารไม้สไตล์ล้านนา และเขตอนุรักษ์ป่าน้ำรู ตั้งอยู่ในตำบลน้ำแพร่ เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีตาน้ำขนาดใหญ่ โดยน้ำจะไหลออกมาจากตาน้ำ เป็นน้ำใสบริสุทธิ์ เย็นฉ่ำ สามารถที่จะลงไปเล่นน้ำในสระได้ นอกจากนี้อำเภอพร้าวยังมีแหล่งท่องเที่ยวเก๋ ๆ แคมปิ้งสุดเท่ให้ไปสัมผัสอีกด้วย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ โทรศัพท์ 0 5324 8604-5

5. นาขั้นบันไดอำเภอขุนยวม จังหวัดแม่ฮ่องสอน

          หนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่น่าสนใจของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีที่ท่องเที่ยวหลากหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัดวาอารามโบราณ ทุ่งดอกบัวตองใหญ่ที่สุดในไทย นาข้าวขั้นบันได พิพิธภัณฑ์ พร้อมทั้งชุมชนต่าง ๆ แต่วันนี้เราขอแนะนำให้ไปสัมผัสความงดงามของ 2 นาขั้นบันไดในอำเภอขุนยวมกัน

          - บ้านหัวแม่สุริน ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่อูคอ เป็นชุมชนที่น่าท่องเที่ยวอีกแห่งของอำเภอขุนยวม ด้วยมีธรรมชาติของป่าเขาที่สวยงาม มีประเพณีวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ ชาวบ้านยังคงใช้วิถีชีวิตอย่างเรียบง่าย ไฮไลต์ของที่นี่อยู่ที่นาข้าวขั้นบันได เบื้องหลังเป็นภูเขาสูงใหญ่ ปัจจุบันมีร้านกาแฟให้บริการอยู่ริมนาข้าวขั้นบันได ซึ่งสามารถมองเห็นวิวทุ่งนากว้างได้อย่างสวยงามมาก ๆ อากาศก็เย็นสบาย เงียบสงบ ไม่ว่าจะมาฤดูกาลไหนก็งดงาม ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถีบ้านหัวแม่สุรินทร์

ที่เที่ยวหน้าฝน 2563

          -  วัดต่อแพ นอกจากการเที่ยวชมวัดต่อแพที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยวม ในพื้นที่ตำบลแม่เงาแล้ว บริเวณด้านข้างของวัดยังมีพื้นที่นาข้าวขั้นบันไดให้ได้ไปเดินเที่ยวชมกัน ซึ่งเป็นผืนนากว้าง มีนาข้าวแปลงเล็ก ๆ ลดหลั่นกันลงมาตามความลาดชันของพื้นที่ ในช่วงหน้าฝนก็จะเป็นสีเขียวสดชื่นสบายตา ส่วนหน้าเก็บเกี่ยวก็จะเป็นสีเหลืองทองอร่ามสวยงามไปอีกแบบ ช่วงที่น่าท่องเที่ยวคือตั้งแต่ประมาณเดือนมิถุนายน-ปลายเดือนพฤศจิกายน

6. น้ำตกเปรโต๊ะลอซู จังหวัดตาก

          น้ำตกสวยที่ตั้งอยู่ในอำเภออุ้มผาง มีชื่อเรียกอีกอย่างว่าเปรโต๊ะลอซู เป็นน้ำตกสายน้ำที่ไหลจากยอดภูผาลงสู่เบื้องล่าง มีความสูงเกือบ 500 เมตร ทำให้เมื่อมองจากระยะไกลจะเห็นว่าน้ำตกมีรูปร่างคล้ายกับรูปหัวใจ จนทำให้ได้รับการขนานนามว่า “น้ำตกรูปหัวใจ” สามารถเที่ยวชมได้ในช่วงปลายฝนต้นหนาวเพราะจะมีความสวยงามมากที่สุด และเดินทางสะดวกสบายกว่าฤดูกาลน้ำหลาก ด้วยระยะทางที่ค่อนข้างลำบากจึงต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการนำทาง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก โทร. 055514341-3 หรือเฟซบุ๊ก TAT TAK เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวหน้าฝนที่นักผจญภัยและรักในความงดงามของธรรมชาติไม่ควรพลาด

7. น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก

          น้ำตกที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งในหมู่นักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างประเทศ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวสายผจญภัย เพราะเส้นทางท่องเที่ยวก่อนไปยังน้ำตกค่อนข้างสมบุกสมบันเอาการ น้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง ห่างจากที่ทำการเขต 3 กิโลเมตร  จุดเด่นคือการเฝ้าชมสายน้ำตกที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวตกลงสู่หน้าผาสูงชัน บวกกับเสียงยามเมื่อน้ำตกกระทบลงหินดังกึกก้อง สร้างความน่าเกรงขามและความสวยงามให้กับน้ำตกแห่งนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งยังเป็นที่เลื่องลือกันว่าเส้นทางถนนก่อนเข้าไปสู่น้ำตกทีลอซูหฤโหดอยู่ไม่น้อย ปกติแล้วสามารถเดินทางได้ 2 เส้นทางหลัก ๆ ได้แก่

          เส้นทางแรก : ล่องเรือยางจากท่าทราย อำเภออุ้มผาง ไปตามลำน้ำแม่กลอง ใช้เวลาเดินทาง 3 ชั่วโมง และเดินเท้าต่อไปยังน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร สำหรับการล่องแพ นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพในอำเภออุ้มผางได้เลย

ภาพจาก TananyaP / Shutterstock.com

          เส้นทางที่สอง : เดินเท้าตามเส้นทางรถจากหน่วยพิทักษ์ป่าห้วยหนองหลวงถึงน้ำตกทีลอซู ระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลา 4-5 ชั่วโมง ทั้งนี้ นักท่องเที่ยวที่เลือกใช้เส้นทางดังกล่าว จำเป็นจะต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางก่อนทุกครั้ง

          โดยปกติทุกปีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผางจะปิดเส้นทางรถยนต์ (เส้นทางถนน) สำหรับใช้วิ่งเข้า-ออกน้ำตกทีลอซู เป็นระยะเวลา 3 เดือน ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน - 30 กันยายน เนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูฝน การเดินทางเข้า-ออก ไปยังพื้นที่น้ำตกทีลอซูจึงค่อนข้างลำบาก เนื่องจากถนนบางช่วงยังเป็นดินลูกรัง อีกทั้งเพื่อเป็นการพักฟื้นผืนป่า ให้สัตว์ป่าออกหากินและและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน และเปิดเส้นทางการเดินรถอีกครั้ง วันที่ 1 ตุลาคม - 31 พฤษภาคม (หรือถ้าช่วงเดือนตุลาคมฝนยังตกอยู่ อาจจะเลื่อนออกไปเป็นช่วงเดือนพฤศจิกายนแทน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง - Umphang Wildlife Sanctuary

เรื่องน่ารู้น้ำตกทีลอซู จ.ตาก อลังการม่านน้ำตก ดื่มด่ำธรรมชาติตระการตา

8. ดอยวาวี จังหวัดเชียงราย

          ชุมชนใหญ่ของชาวจีนฮ่อ กองพล 93 ที่อพยพเข้ามาตั้งหลักปักฐานราว 50 ปีมาแล้ว ยึดอาชีพปลูกชาและผลไม้ท่ามกลางบรรยากาศอันสงบเงียบและทิวทัศน์งามของดอยสูงเช่นเดียวกับชุมชนดอยแม่สลอง แม้หมู่บ้านจะมีขนาดเล็ก แต่ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสกลิ่นอายชุมชนชาวจีนอันเรียบง่าย ราวกับอยู่ทางแถบยูนนานตอนใต้ของจีน ขณะที่พ้นหมู่บ้านออกไปบนดอยก็เขียวขจีด้วยไร่ชาที่ลดหลั่นตามลาดเขา ช่วยประดับทิวทัศน์ชุมชนและเทือกดอยให้งดงามชวนมอง
ที่เที่ยวหน้าฝน 2563

          ใกล้กับดอยวาวีมีจุดชมทะเลหมอกอยู่บน "ดอยกาดผี" ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของอำเภอแม่สรวย เมื่อขึ้นไปยืนที่ชะง่อนผาสูง 1,500 เมตร จะสามารถมองเห็นทะเลหมอกหนาทึบเต็มหุบเขา พร้อมกับภาพอลังการของขุนเขาสลับซับซ้อนตามแนวเทือกดอยช้าง ซึ่งดอยกาดผีอยู่ห่างจากดอยวาวีประมาณ 20 กิโลเมตร ตามเส้นทางค่อนข้างทุรกันดาร ระหว่างทางยังผ่านหมู่บ้านชาวอาข่าและเย้า สถานที่น่าแวะ เช่น ดอยช้าง เป็นที่ตั้งสถานีวิจัยเกษตรที่สูงและหมู่บ้านขาวเขา มีแปลงปลูกผลไม้เมืองหนาวให้เที่ยวชม
ที่เที่ยวหน้าฝน 2563

ภาพจาก FS11 / Shutterstock.com

9. ดอยผาหมี จังหวัดเชียงราย

          หมู่บ้านเล็ก ๆ ในตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลราว ๆ 1,400 เมตร เป็นหมู่บ้านของชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า ที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ด้วยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทั้งภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามจับตา อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีร้านกาแฟวิวดี ร้านอาหารบรรยากาศดี พร้อมทั้งโฮมสเตย์รูปแบบทันสมัย และจุดกางเต็นท์ให้บริการ นักท่องเที่ยวจะได้จิบกาแฟอุ่น ๆ รสชาติเข้มข้น ไปพร้อมกับการชมวิวภูเขาสายหมอกอันสวยงาม ได้ยินเพียงเสียงนก เสียงลมที่พัดผ่าน บรรยากาศเงียบสงบสุด ๆ ชาวบ้านมีวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ได้ชมไร่กาแฟและรู้จักกับกระบวนการผลิตกาแฟอย่างลึกซึ้ง ได้ลองกินอาหารพื้นเมืองสุดอร่อย และได้พักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง
ที่เที่ยวหน้าฝน 2563

          การเดินทางไปยังดอยผาหมี จากตัวเมืองแม่สายให้ใช้ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธิน มุ่งหน้าไปยังตำบลเวียงพางคำ พอถึงร้านอาหารจันกะผัก หรือศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ ให้สังเกตทางแยกทางด้านซ้ายมือ จะมีป้ายบอกทางขึ้นไปยังบ้านดอยผาหมี ขับตรงตามทางไปเรื่อย ๆ ราว ๆ 4-5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาทีก็จะถึงหมู่บ้านดอยผาหมี หรือถ้าใครมาจากทางดอยตุง ให้ใช้เส้นทางทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1149 ขับตรงมาทางดอยช้างมูบ ดอยผาฮี้ ตรงมาเรื่อย ๆ ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร ใช้เวลาราว ๆ 30-40 นาที ก็จะถึงหมู่บ้านดอยผาหมี

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ไม่มีรถยนต์ส่วนตัว สามารถเช่ารถจากตัวเมืองแม่สายขึ้นมาเที่ยวชมได้ หรือถ้าพักโฮมสเตย์บนดอยผาหมี ก็ให้ทางโฮมสเตย์ลงมารับได้เช่นกัน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ งานประชาสัมพันธ์และส่งเสริมการท่องเที่ยว เทศบาลตำบลเวียงพางคำ โทรศัพท์ 0 5364 6569

ที่เที่ยวหน้าฝน 2563

ภาพจาก napat intaroon / Shutterstock.com

10. บ้านป่าหมาก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          ชุมชนของพี่น้องชาวกะเหรี่ยงที่อยู่ท่ามกลางป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ในอำเภอสามร้อยยอด เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ริมคลองตะลุยแพรกซ้าย ชาวบ้านใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก โดยพืชพรรณที่เป็นดาวเด่นของที่นี่ ก็คือ กาแฟพันธุ์โรบัสต้า ที่ชาวบ้านปลูกกันแบบอินทรีย์ไม่มีสารพิษ ที่นี่เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของประจวบคีรีขันธ์ เพราะทัศนียภาพโดยรอบของหมู่บ้านนั้นสวยงามเงียบสงบ มีลำธารใหญ่ไหลผ่าน รายล้อมไปด้วยขุนเขาสีเขียว อากาศเย็นสบายบริสุทธิ์สุดชื่น โดยผู้นำชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันพัฒนาให้มีจุดกางเต็นท์ริมลำธารไว้ให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนเบา ๆ พร้อมทั้งมีร้านกาแฟโรบัสต้าป่าช้างขาว ร้านกาแฟเล็ก ๆ ริมลำธารให้ได้มานั่งชิมกาแฟเข้มข้น ชิลกับวิวธรรมชาติสวย ๆ รอบด้าน มองเห็นภูเขาสุดเย็นตา สะพานแขวนข้ามลำธารสีเหลืองสดใส จิบกาแฟไป ชมสายหมอกคลอเคลียเหนือสายน้ำและเหนือขุนเขาไป...ฟินสุด ๆ

          ทั้งนี้ บ้านป่าหมากยังคงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างแท้จริง จึงไม่ได้มีที่พักที่สะดวกสบาย มีเพียงสถานที่ให้กางเต็นท์เท่านั้น ไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ มากนัก รวมทั้งยังไม่มีไฟฟ้าด้วย และชาวบ้านยังคงใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย การเข้าไปเยี่ยมชมหมู่บ้านจึงต้องเคารพทั้งสถานที่และประเพณีวัฒนธรรมของชาวบ้าน ปฏิบัติตามกฎของชุมชน ไม่ก่อกองไฟในบริเวณลานกางเต็นท์ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทำลายธรรมชาติ และช่วยกันรักษาความสะอาด

          การเดินทางเข้าไปยังบ้านป่าหมาก แนะนำว่าให้ใช้รถกระบะ รถเก๋งธรรมดาไม่โหลดเตี้ยจะเข้าได้เฉพาะหน้าหนาวและหน้าร้อนเท่านั้น แต่เส้นทางบางช่วงก็เป็นถนนลูกรัง มีข้ามแก่งหิน จึงอาจจะไม่เหมาะสำหรับรถเก๋งเท่าไรนัก แต่ถ้าไม่มีรถส่วนตัวก็สามารถติดต่อให้รถชาวบ้านไปรับในพื้นที่ใกล้เคียงได้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ท่องเที่ยวชุมชนบ้านป่าหมาก ลานกางเต็นท์

11. เกาะพิทักษ์ จังหวัดชุมพร

          ข้ามไปเที่ยวหน้าฝนที่เกาะเล็ก ๆ แต่เสน่ห์เหลือล้นกันบ้าง กับ “เกาะพิทักษ์” ตั้งอยู่บริเวณอ่าวท้องครก ตำบลบางน้ำจืด เดิมทีเกาะแห่งนี้ชื่อว่าเกาะผีทัก เพราะเคยมีชาวประมงออกเรือมาที่เกาะพิทักษ์ และพบกับเงาคนกำลังกวักมือเรียก แต่เมื่อเข้าไปใกล้ ๆ กลับไม่พบใคร จนต่างพากันเรียกเกาะแห่งนี้ว่าเกาะผีทัก นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวบนเกาะแห่งนี้สามารถเดินเล่นเที่ยวรอบเกาะ ชมวิวทิวทัศน์ได้อย่างสะดวกสบาย ด้วยเพราะบรรยากาศที่เงียบสงบของเกาะ ทำให้มีนักท่องเที่ยวติดใจแวะเวียนมาพักที่เกาะแห่งนี้เป็นจำนวนไม่น้อย มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ไว้บริการ แถมยังได้ทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกับคนในชุมชน เช่น เรียนรู้วิถีชีวิตประมง กินอาหารทะเลสด ๆ ล่องเรือ ดำน้ำชมปะการังน้ำตื้น เป็นต้น นับว่าเป็นเกาะท่องเที่ยวในชุมพรที่มีความน่าสนใจอยู่ไม่น้อย

12. เทศกาลดูผีเสื้อปางสีดา อุทยานแห่งชาติปางสีดา

          ทุกช่วงฤดูฝนระหว่างปลายเดือนเมษายน-สิงหาคม จะเป็นฤดูกาลที่ผีเสื้อป่าจะออกมาเผยโฉมให้นักท่องเที่ยวได้เห็นมากที่สุด โดยเฉพาะที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา จังหวัดสระแก้ว มีผีเสื้อป่ามากกว่า 400 สายพันธุ์ บินว่อนไปทั่วผืนป่า ซึ่งจุดที่นักท่องเที่ยวนิยมไปเที่ยวชมผีเสื้อมากที่สุดจะอยู่บริเวณโป่งผีเสื้อ, น้ำตกปางสีดา และลานหินดาด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่อุทยานแห่งชาติปางสีดา โทรศัพท์ 08 1862 1511 หรือเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติปางสีดา - Pang sida National Park

          ทั้งนี้ อุทยานเเห่งชาติปางสีดามีกำหนดให้นักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้วันละ​ 400 คน​ เท่านั้น​ เเละนักท่องเที่ยวทุกคนที่เข้ามาจะต้องปฏิบัติตาม​ตามกฎระเบียบ​ที่ทางอุทยานเเห่งชาติปางสีดากำหนดอย่างเคร่งครัด​ เพื่อความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวทุกคน​

13. กุ้งเดินขบวน จังหวัดอุบลราชธานี

          กุ้งเดินขบวนหนึ่งปีมีครั้งเดียวต้องตามมาดู ณ น้ำตกแก่งลำดวน ช่วงฤดูน้ำหลากคือกลางเดือนสิงหาคมจนถึงสิ้นเดือนกันยายน โดยกุ้งที่มาเดินขบวนคือกุ้งฝอยและกุ้งก้ามขน จุดเด่นคือบรรดากุ้งเป็นแสนตัวออกมาเดินพาเหรดทวนกระแสน้ำ แต่บางช่วงเวลาที่มีน้ำมาก กุ้งว่ายทวนน้ำไปไม่ได้ จำต้องปีนป่ายไปบนก้อนหินทรายแทน จนกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เราไม่เคยเจอะเจอ โดยกุ้งทุกตัวมีจุดหมายเดียวกันคือขึ้นไปบนเทือกเขาพนมดงรัก เพื่อที่จะวางไข่ขยายเผ่าพันธุ์ และจะเดินทางประมาณ 1 ทุ่ม จนถึงตี 4 ของอีกวัน ใครที่จะไปชมควรพกไฟฉาย ไม่นำอาหารและเครื่องดื่มเข้าไป และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

14. หินสามวาฬ จังหวัดบึงกาฬ

          หินยักษ์ขนาดใหญ่รูปร่างคล้ายวาฬติดหน้าผาสูงในจังหวัดบึงกาฬ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อนุรักษ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าดงดิบกะลา ป่าภูสิงห์ และป่าดงสีชมพู มีลักษณะเป็นหินขนาดใหญ่ติดหน้าผาสูง แยกตัวเป็น 3 ก้อน มีอายุประมาณ 75 ล้านปี หนึ่งเดียวของโลก ความพิเศษของหินสามวาฬอยู่ตรงที่เมื่อมองดูจากระยะไกล หินสามก้อนนี้จะดูคล้ายกับฝูงครอบครัววาฬ ที่ประกอบด้วย พ่อวาฬ แม่วาฬ และลูกวาฬ ซึ่งเรียกตามขนาดของหินแต่ละก้อน อ๊ะ ๆ แต่เราขอเตือนทุกคนที่ขึ้นไปเที่ยวที่หินสามวาฬต้องไม่ลืมที่จะใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วยนะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจเดินลื่นตกหน้าผา เป็นอันตรายแก่ชีวิตได้

หินสามวาฬ ภูสิงห์ หินยักษ์รูปวาฬสุดอันซีนที่บึงกาฬ

15. ภูห้วยอีสัน จังหวัดหนองคาย

          ยอดเขาสูงที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมทะเลหมอกเหนือริมน้ำโขงสองฝั่งไทย-ลาว ไฮไลต์ของการเดินทางมาเที่ยวที่แห่งนี้ ก็คือการได้ขึ้นไปชมวิวความสวยงามของทะเลหมอก ที่หลายคนขนานนามให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสุดอันซีนแบบไทยแท้ โดยจุดเด่นของภูห้วยอีสันอยู่ที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน ดังนั้นคุณจึงมีเวลาตักตวงความสุขจากธรรมชาติได้แบบเต็มที่ นักท่องเที่ยวที่ต้องการขึ้นไปยังภูห้วยอีสันจะต้องนั่งรถของชาวบ้านขึ้นไป โดยผ่านการประสานงานและอำนวยความสะดวกจาก อบต.บ้านม่วง อำเภอสังคม ใครอยากหาจุดชมทะเลหมอกวิวสวย คนไม่เยอะ มาที่นี่ไม่ผิดหวัง ดูรายละเอียดเพิ่ีมเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ภูห้วยอีสัน

          ทั้งนี้ อุทยานแห่งชาติ 155 แห่งจะกลับมาเปิดให้เข้าเที่ยวชมในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยบางแห่งก็สามารถเปิดได้ทุกจุด บางที่อาจเปิดเป็นบางจุด และยังมีอุทยานแห่งชาติบางแห่งที่ยังคงปิดทำการต่อไป อีกทั้งการท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติจะต้องเป็นการท่องเที่ยวแบบวิถีใหม่ โดยมีเงื่อนไขหลัก ๆ ดังนี้

          - มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวัน
          - งดการใช้พลาสติก/โฟม ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติ
          - ปฏิบัติตามมาตรการรักษาระยะห่างระหว่างบุคคล
          - ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าทุกคน ขณะท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติ

          สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช

          หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก
thai.tourismthailand.org, park.dnp.go.th

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
เที่ยวหน้าฝน 2563 สัมผัสความชุ่มฉ่ำ 15 สถานที่น่าไปเยือน โพสต์เมื่อ 16 มิถุนายน 2563 เวลา 17:34:20 18,680 อ่าน
TOP