20 ที่เที่ยวหน้าฝน สุดฮอต ไปค้นหาความสุขในวันฝนพรำ


20 ที่เที่ยวหน้าฝน สุดฮอต ไปค้นหาความสุขในวันฝนพรำ

          ที่เที่ยวหน้าฝน 2560 มาเช็กที่เที่ยวสวย ๆ จากทั่วประเทศงานดี ๆ มีทั้งภูเขา น้ำตก รวมถึงสวนผลไม้ที่ชวนให้ไปอิ่มอร่อยกันสด ๆ มีที่ไหนบ้างตามไปชมแบบเต็ม ๆ กันเลย


          สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหา "ที่เที่ยวหน้าฝน" หรือคนที่ยังไม่รู้ว่า "หน้าฝนเที่ยวไหนดี" ตามมาทางนี้เลยจ้า เพราะกระปุกดอทคอมได้รวบรวมเอา ที่เที่ยวหน้าฝน 2560 จากทั่วประเทศมาแนะนำกัน มีทั้งภูเขา น้ำตก รวมถึงสวนผลไม้ที่ออกผลให้ได้ลิ้มรสชาติความอร่อยกันสด ๆ จากต้น ^__^ งานนี้รับรองว่าสายฝนไม่สามารถทำให้คุณนั่งเหงาหงอยอยู่แต่ในบ้านแน่นอน ว่าแต่จะมีสถานที่ท่องเที่ยวต้อนรับความชุ่มฉ่ำที่ไหนบ้างนั้น ลองไปชมกันเลย


1. น้ำตกทีลอซู จังหวัดตาก

ที่เที่ยวหน้าฝน
 
          ตั้งอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง น้ำตกแห่งนี้เป็นที่ร่ำลือในเรื่องความงดงามอลังการของผืนป่าอุ้มผาง เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงผืนป่ามรดกโลก เมื่อถึงคราวที่คุณยืนประจันหน้ากับสารธารน้ำตกทีลอซู จะต้องอึ้งอยู่พักใหญ่ เพราะคุณจะเห็นสายน้ำที่ไหลลงสู่หน้าผาชันกว้างเกือบ 500 เมตร และไหลเป็นชั้น ๆ ท่ามกลางป่าดงดิบสมบูรณ์

         นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่ต้องการเดินทางไปเที่ยวน้ำตกทีลอซู มักเลือกใช้บริการของรีสอร์ท หรือบริษัททัวร์ ซึ่งมีให้บริการอยู่หลากหลายรูปแบบ ซึ่งในปี 2560 หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง แจ้งปิดน้ำตกทีลอซูวันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2560 รวม 4 เดือน ในช่วงหน้าฝน เเพื่อพักฟื้นผืนป่าให้สัตว์หากินและขยายพันธุ์โดยไม่ถูกรบกวน สำหรับนักท่องเที่ยวสามารถติดต่อผ่านบริษัททัวร์ที่จัดล่องแพในอำเภออุ้มผางได้ โดยติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ททท. สำนักงานตาก โทรศัพท์ 0 5551 4341-3 หรือที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง โทรศัพท์ 0 5557 7318

2. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา

          เขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ในบริเวณเดียวกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย หมู่ที่ 3 ตำบลเขาพัง อำเภอบ้านตาขุน ห่างจากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี 90 กิโลเมตร เป็นเขื่อนหินทิ้งแกนดินเหนียวอเนกประสงค์ สูง 95 เมตร ยาว 700 เมตร  บริเวณเขื่อนและอ่างเก็บน้ำร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่และสวนสวยงาม อีกทั้งภูเขาหินปูนที่อยู่ในเขื่อนยังมีรูปร่างต่าง ๆ แปลกตาสวยงามตามธรรมชาติ ท่ามกลางผืนน้ำสีเขียวที่ดูอบอุ่นเย็นสบายเหมาะจะมาเที่ยวพักผ่อน ซึ่งในบริเวณเขื่อนรัชชประภาจะมีที่พักให้เลือกมากมาย โดยจะยังมีกิจกรรมสำหรับนักท่องเที่ยว เช่น พายเรือแคนู, เที่ยวถ้ำน้ำทะลุ ซึ่งอยู่ห่างจากหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ 6 กิโลเมตร โดยทางเท้า เป็นถ้ำใหญ่ที่มีธารน้ำไหล มีหินงอกหินย้อยที่งดงาม

3. ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ

เที่ยวหน้าฝน

          ถือเป็นธรรมเนียมสำหรับนักเดินทางที่ในทุกปีจะต้องเดินทางเที่ยวชมความสวย งามของ "ทุ่งดอกกระเจียว" ในเทศกาลท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดชัยภูมิ อย่าง เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม ปี 2560 ซึ่งภายในงานมีการจัดกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย อาทิ การจัดนิทรรศการต่าง, ชมทุ่งดอกกระเจียว, การจำหน่ายสินค้า OTOP, ชมทุ่งบัวสวรรค์และลานหินงาม ป่าหินล้านปีที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามธรรมชาติปั้นแต่งตามแต่จะสุดจินตนาการ การแสดง และจำหน่ายสินค้า เป็นต้น

          โดยแหล่งชมทุ่งดอกกระเจียวของจังหวัดชัยภูมิ ประกอบไปด้วย 2 สถานที่ ได้แก่ อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ถือเป็นอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ที่เมื่อถึงช่วงฤดูฝน ดอกกระเจียวป่าหลากหลายสายพันธุ์จะออกดอกขึ้นมาอย่างหนาแน่น บริเวณทุ่งกว้างที่ถูกปกคลุมด้วย ไอหมอกในยามเช้าอีกด้วย และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ สำหรับพื้นที่สำหรับชมทุ่งดอกกระเจียวป่า ของที่นี่จะอยู่บริเวณน้ำตกชวนชม ซึ่งมีการจัดให้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ 2 กิโลเมตร น้ำตกมีความสูง 20 เมตร บริเวณโดยรอบมีต้นไม้และทุ่งบัวสวรรค์หรือทุ่งดอกกระเจียว ที่มีทั้งสีชมพูและสีขาว

4. ล่องแก่งลำน้ำเข็ก จังหวัดพิษณุโลก

เที่ยวหน้าฝน

          สำหรับคนที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบกิจกรรมท้าทาย ล่องแก่งเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่พลาดไม่ได้เด็ดขาด โดยเฉพาะการล่องแก่งลำน้ำเข็กที่สนุกสนาน ตื่นเต้น และท้าทาย ที่เริ่มต้นการล่องเรือยางจากบริเวณบ้านทรัพย์ไพรวัลย์ ตำบลแก่งโสภา อำเภอวังทอง ไปสู่บริเวณตอนบนของน้ำตกแก่งซอง ซึ่งความพิเศษของการล่องแก่งนี้จะเริ่มต้นจากกระแสน้ำนิ่งระดับ 1 และเข้าสู่ระดับน้ำที่มีความสนุกสนานท้าทายขึ้นตามลำดับ จนกระทั่งถึงระดับสูงสุดคือระดับ 5 ในช่วงท้าย ซึ่งลำน้ำจะขนานไปกับทางหลวง หมายเลข 12 (สายพิษณุโลก-หล่มสัก) รวมระยะทางในการล่องแก่งทั้งสิ้นประมาณ 8 กิโลเมตร ผ่าน 18 แก่ง ใช้เวลา 2-3 ชั่วโมง แล้วแต่ระดับน้ำและความยากง่าย

          ทั้งนี้การล่องแก่งลำน้ำเข็กไม่อนุญาตให้เด็กอายุต่ำกว่า 12 ขวบ ลงล่องแก่งโดยเด็ดขาด โดยยึดตามข้อบังคับของชมรมผู้ประกอบการล่องแก่งลำน้ำเข็ก ที่ผู้ประกอบการทุกคนต้องปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัย สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท. สำนักงานพิษณุโลก โทรศัพท์ 0 5525 2742-3, 0 5525 9907 และ 0 5523 1063 (ในวัน-เวลาราชการ)

5. อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี

เหมืองปิล็อก

          ขึ้นชื่อในเรื่องความงดงามของทิวทัศน์ ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ สำหรับ "ทองผาภูมิ" อำเภอสุดแดนตะวันตก ขอบชายแดนไทย-พม่า เพราะสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาสูงชัน ทำให้มีความสวยงามของท้องทะเลแห่งขุนเขาและทะเลหมอกในยามเช้า อีกทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอยู่หลายแห่ง เช่น เขื่อนเขาแหลม (เขื่อนวชิราลงกรณ) อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีวิวทิวทัศน์ที่งดงาม, เขาช้างเผือก ที่มีความสูง 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเล เส้นทางเดินไปสู่ยอดเขาช้างเผือกเป็นป่าโปร่งสลับกับทุ่งหญ้า มองได้รอบทิศทาง 360 องศา, เหมืองปิล็อก เหมืองขนาดใหญ่ที่อดีตเคยทำรายได้หลักและเป็นลมหายใจของชีวิตคนกาญจนบุรี, บ้านอีต่อง หมู่บ้านเล็ก ๆ ในหุบเขาที่เงียบสงบ ยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมเอาไว้, น้ำตกจ๊อกกระดิ่น มีความยาวประมาณ 5 กิโลเมตร ในยามหน้าฝนสายน้ำจะไหลพรั่งพรู สวยงามมาก และดอยต่องปะเล จุดชมทิวทัศน์ที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยเฉพาะยามที่พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าในยามเย็น จะสวยงามและได้บรรยากาศที่สุด

6. ภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์

ภูสอยดาว

          อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ครอบคลุมพื้นที่ในเขตอำเภอชาติตระการ จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงตามแนวชายแดนไทย-ลาว บริเวณที่สูงที่สุด คือ ยอดเขาภูสอยดาว สูงถึง 2,102 เมตร จากระดับทะเลปานกลาง อากาศหนาวเย็นเกือบตลอดทั้งปี สภาพป่าส่วนใหญ่ยังอุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาเพื่อพิชิตยอดภูสอยดาว เพราะด้วยเส้นทางที่ท้าทาย ซึ่งในระหว่างเดินทางสามารถชมความสวยงามของทิวทัศน์ธรรมชาติ น้ำตก และดอกไม้ป่าชนิดต่าง ๆ ได้อีกด้วย โดยการเดินทางขึ้นไปสู่ยอดภูสอยดาวอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายนักสำหรับนักเดิน เท้าหลาย ๆ คน ด้วยเนินที่สูงชัน เส้นทางแคบ คดเคี้ยว ไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ ผสมกับสายฝน หยาดน้ำค้าง ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของการเดินทางเป็นอย่างมาก ทำให้นักเดินทางหลายคนเลือกที่จะดินทางไปพิชิตยอดดอย เพื่อตามเก็บภาพความงามอันอัศจรรย์ของทุ่งดอกหงอนนาค ราชินีแห่งดอกไม้ ที่ผลิดอกบานสะพรั่งห่มคลุมทั่วทุกทุ่งกว้าง รวมไปถึง เอื้องหมายนา ลิลลี่ป่า ลิ้นมังกร กระดุมเงิน ว่านไก่แดง และผืนหมกที่ปกคลุมป่าสนสามใบ เรียงรายไปไกลสุดสายตา ทั้งนี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ตำบลห้วยมุ่น อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ 53110 โทรศัพท์ 0 5543 6001-2

7. ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

ภูทับเบิก

          ภูทับเบิก ตั้งอยู่ที่บ้านทับเบิก ตำบลวังบาล ห่างจากอำเภอหล่มเก่า 40 กิโลเมตร ตามเส้นทางจากหล่มเก่าไปภูหินร่องกล้า หรือห่างจากตัวจังหวัดเพชรบูรณ์ประมาณ 90 กิโลเมตร มีความสูงจากระดับทะเลประมาณ 1,768 เมตร เป็นจุดที่สูงที่สุดของเพชรบูรณ์ มีสภาพภูมิประเทศที่สวยงามด้วยธรรมชาติแบบทะเลภูเขา มีอากาศบริสุทธิ์ สภาพภูมิอากาศเย็นสบายตลอดปี เนื่องจากร่องลมเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยและอยู่บนที่สูง จึงสามารถมองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ตอนเช้ามีกลุ่มเมฆ และทะเลหมอกตัดกับยอดเทือกเขาเพชรบูรณ์ นอกจากนี้ ไฮไลท์ที่ใคร ๆ ก็อยากไปเยือนภูทับเบิก คือ แปลงปลูกกะหล่ำปลีกว้างไกลสุดสายตา ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นสิ่งที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางไปเที่ยวภูทับเบิก 

8. ปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ปาย

          เมืองเล็ก ๆ ที่สามารถเดินทางไปดื่มด่ำกับบรรยากาศความงดงามได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะฤดูไหน ๆ เพราะแต่ละเดือน แต่ละช่วงฤดูกาล ความงดงามของธรรมชาติจะปรากฏออกมาให้พบเห็นแตกต่างกัน อย่างฤดูฝนแบบนี้ภาพของท้องทุ่งนาสีเขียวกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ขุนเขาที่มีสายหมอกบางเบาล้อมรอบ แม่น้ำปายที่มีน้ำเต็มตลิ่ง เหมาะอย่างยิ่งที่จะลงไปล่องแพชื่นชมธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ตลอดสองฝั่งแม่ น้ำ ที่สำคัญคือค่อนข้างเงียบสงบ เป็นส่วนตัว และที่พักราคาถูก มีสถานที่ท่องเที่ยวให้เลือกไปชื่นชมหลายแห่ง เช่น ถนนคนเดิน, บ้านสันติชล หมู่บ้านศูนย์วัฒนธรรมจีนยูนนาน, น้ำตกหมอแปง, วัดพระธาตุแม่เย็น และโป่งน้ำร้อนท่าปาย ฯลฯ

9. เชียงคาน จังหวัดเลย

เชียงคาน

          เชียงคาน เป็นอำเภอเล็ก ๆ ริมฝั่งแม่น้ำโขง ที่ผู้คนมีรูปแบบวิถีชีวิตที่เรียบง่าย เงียบสงบ มีอัธยาศัยดีต่อผู้มาเยือนเสมอ ในย่านชุมชนยังคงมีห้องแถวไม้ บ้านไม้เก่า แก่ที่ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้ เป็นเสน่ห์ที่สุดคลาสสิกของเชียงคาน บางแห่งตกแต่งทำเป็นที่พัก ร้านอาหาร ร้านค้าสำหรับรองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนแบบสบาย ๆ ใกล้ชิดกับชุมชน แต่ทว่ายังคงแฝงความเรียบง่ายและความเป็นกันเอง โดยเมื่อมาถึงที่นี่สิ่งที่น่าจะทำ คือ หาจักรยานสักคัน ปั่นไปในทุกที่ที่อยากไป เนื่องด้วยเชียงคานเป็นเมืองเล็ก ๆ มีความคล่องตัวสำหรับนักท่องเที่ยวได้ทั่วถึง ส่วนกิจกรรมที่น่าสนใจ คือ ตักบาตรตอนเช้า ชมวัด และล่องเรือชมทิวทัศน์สองฝั่งโขง

10. วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา

วังน้ำเขียว

          สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน นี่คือฉายาที่ใคร ๆ ต่างก็ขนานนามให้กับวังน้ำเขียวเมื่อได้มาเยือน เพราะที่นี่มีผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีธรรมชาติที่บริสุทธิ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าและสภาพอากาศที่เหมาะสมแก่การเจริญของ พรรณไม้ที่หลากหลาย มีน้ำตกที่สวยงาม และจุดชมวิว ที่สามารถมองเห็นผืนป่าอุทยานแห่งชาติทับลานที่กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ของผืน ป่าดงพญาไฟในอดีต อีกทั้งยังมีผลไม้นานาชนิดให้เลือกสรร รวมทั้งยังมีสวนไม้ดอก-ไม้ประดับ ที่สวยงาม การปลูกผักปลอดสารพิษ และ การเพาะเห็ดหอม ซึ่งเป็นจุดดึงดูดให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวในพื้นที่อีกด้วยอีกทั้งอากาศยัง เย็นสบายตลอดทั้งปี โดยเฉพาะฤดูหนาวจะค่อนข้างหนาวเย็นเป็นพิเศษ สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น เขาแผงม้า ที่มีอากาศเย็นสบาย, กิจกรรมชมแปลงปลูกดอกหน้าวัวหลายสายพันธุ์จากต่างประเทศ ที่มีให้ชมทั้งปี, อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง 1 เป็นอ่างเก็บน้ำที่อยู่ท่ามกลางหุบเขา เห็นวิวทิวทัศน์ของแนวสันเขายาวอย่างสวยงาม, ชมสวนผักปลอดสารพิษลุงไกร ที่เป็นการรวมตัวกันเป็นกลุ่มส่งเสริมกสิกรรมไร้สารพิษ วังน้ำเขียว เน้นการปลูกผักสลัด ผักกาดหอมเป็นส่วนใหญ่ มีหลายหลายสายพันธุ์ ผักจากสวนลุงไกร สด สะอาด อร่อย ผักสดคุณภาพสูง, วังน้ำเขียวฟาร์ม เป็นศูนย์เพาะพันธุ์เห็ดเมืองหนาว เปิดให้เยี่ยมชมการเพาะเห็ดแบบออร์แกนิก ไร้สารพิษ และยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเห็ดอีกมากมายให้ซื้อกลับบ้าน

11.  เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์

ที่เที่ยวหน้าฝน

          "เขาค้อ" เป็นชื่อที่ตั้งตามลักษณะของพื้นที่ป่าบริเวณนี้ ที่แต่เดิมมีต้นค้อ ซึ่งเป็นไม้ตระกูลปาล์มขึ้นอยู่มาก ปัจจุบันกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิต เพราะมีภูมิอากาศบนเขาค้อเย็นสบายตลอดปี รวมทั้งมีทัศนียภาพสวยงาม จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจบริเวณเขาค้อมีหลายแห่ง โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์การสู้รบกับคอมมิวนิสต์ ได้แก่ อนุสาวรีย์จีนฮ่อ, พิพิธภัณฑ์อาวุธ, อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ, พระบรมธาตุเจดีย์, พระตำหนักเขาค้อ และน้ำตก ส่วนที่พักบนเขาค้อก็มีให้เลือกหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่บริเวณตำบลทุ่งสมอและแคมป์สน นอกจากนี้ ยังมีรีสอร์ทต่าง ๆ ที่ตั้งอยู่ตามเส้นทางขึ้นเขาค้อมากมาย

12. ล่องแพ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

ที่เที่ยวหน้าฝน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร

          เป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวสุดผจญภัย ที่สร้างประสบการณ์สุดมันส์ของการท่องเที่ยวแบบผจญภัยเชิงอนุรักษ์ได้เป็น อย่างดี นั่นก็คือ การล่องแพพะโต๊ะเชิงอนุรักษ์ บริเวณแม่น้ำพะโต๊ะ อำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมท่องเที่ยวที่เปิดประสบการณ์ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัส ถึงความงดงามทางธรรมชาติ และลิ้มรสอร่อยกับเมนูพื้นบ้านอาหารพื้นเมือง ซึ่งสอดคล้องกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ที่เป็นการผสมผสานระหว่างกิจกรรมการท่องเที่ยวและวิถีชีวิตของชุมชนลุ่มน้ำ พะโต๊ะ นอกจากนั้นสามารถเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวกับกลุ่มโฮมสเตย์บ้านคลอง เรือ ซึ่งมีกิจกรรมท่องเที่ยวในชุมชนที่น่าสนใจ อาทิ เดินป่าศึกษาธรรมชาติเขานมสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่า ดินแดนแห่งสามทะเล ได้แก่ กลางคืนแลทะเลดาว ตื่นเช้าแลทะเลหมอก แดดออกแลทะเลป่า นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมชมสวนผลไม้ ไร่กาแฟ ล่องแพ ดูนกอีกด้วย ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอพะโต๊ะ จังหวัดชุมพร โทรศัพท์ 0 7753 9040, 0 7753 9204 หรือ ททท. สำนักงานชุมพร โทรศัพท์ 0 7750 1831-2 , 0 7750 2775-6

13. อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่

เขาใหญ่

          ด้วยความที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก บวกกับความงดงามทุกช่วงฤดูกาล จึงทำให้ชื่อของ "อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่" อุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศไทย ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยพันธุ์ไม้และสัตว์ป่านานานาชนิด ตลอดจนมีลักษณะทางธรรมชาติที่สวยงาม มักจะติดอันดับต้น ๆ ในการมองหาที่เที่ยวหน้าฝน เพราะนักท่องเที่ยวนิยมมาชมความสวยงาม พร้อมกับสูดอากาศแสนบริสุทธิ์ ยิ่งฤดูฝนด้วยแล้ว ป่าไม้และทุ่งหญ้าจะเขียวขจี แถมน้ำตกทุกแห่งในพื้นที่ ทั้งน้ำตกเหวนรก, น้ำตกเหวสุวัต, น้ำตกผากล้วยไม้ และน้ำตกกองแก้ว ยังไหลแรงส่งเสียงดังสนั่นก้องผืนป่า อากาศเย็นสบาย เงียบสงบ เหมาะแก่การเดินทางไปพักผ่อน อีกทั้งบริเวณใกล้ ๆ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวรวมถึงที่พักเก๋ ๆ ให้เลือกอีกเพียบ

14. ม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตแห่งปี 2556

          ม่อมแจ่ม ตั้งอยู่บนสันเขาบริเวณหมู่บ้านม้งหนองหอย อำเภอแม่ริม อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ประมาณ 40 นาที  ที่นี่มีลักษณะเด่น คือ อากาศเย็นสบายตลอดปี มีหมอกยามเช้า ช่วงที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยว และมีจุดชมวิวสามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ทิวภูเขาสลับกันไกลสุดลูกหูลูกตา อีกด้านเป็นแปลงปลูกพืชและไม้เมืองหนาวของโครงการหลวง ยอดเขาทางทิศตะวันออกมีจุดชมวิวม่อนล่อง เหมาะสำหรับชมทิวทัศน์ของพื้นที่โครงการหลวง เป็นจุดชมทะเลหมอกบนหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ได้กว้างไกล ทางด้านทิศใต้เป็นไหล่เขามองลงไปจะเห็นหมู่บ้านม้งหนองหอย และพื้นที่ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอยโดยรอบ ซึ่งเป็นแปลงปลูกผักและวิจัยพืชผักเมืองหนาว นอกจากนี้ บริเวณบนม่อนแจ่มยังมีร้านอาหาร ที่เปิดให้สามารถปรุงอาหารโดยใช้ผลิตผลท้องถิ่นที่ปลูกเอง รวมทั้งมีที่พักในลักษณะแคมปิ้ง รีสอร์ท อีกด้วย
 
15. ทุ่งแสลงหลวง จังหวัดเพชรบูรณ์

เที่ยวหน้าฝน

          ทุ่งแสลงหลวง มีพื้นที่ 789,000 ไร่ ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดพิษณุโลกและเพชรบูรณ์ ถือเป็นแหล่งผืนป่าสะวันนาแห่งเดียวของภาคเหนือที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ พร้อมด้วยความแตกต่างแห่งพืชพรรณที่ไม่พบเห็นบ่อยนัก นอกจากนี้ ยังเป็นถิ่นอาศัยของสัตว์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และความหลากหลายทางชีวภาพ โดยมีสภาพภูมิประเทศเป็นภูเขาน้อยใหญ่สลับซับซ้อน เป็นต้นน้ำลำธารหลายสายที่ไหลลงสู่แม่น้ำน่าน สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวสามารถขอข้อมูลเดินทางศึกษาธรรมชาติ รวมทั้งใช้บริการที่พักและกางเต็นท์พักแรมได้จากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ส่วนแหล่งท่องเที่ยวในเขตอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกต่าง ๆ บนเส้นทางสายพิษณุโลก-หล่มสัก เช่น น้ำตกแก่งโสภา, น้ำตกวังนกแอ่น ส่วนพื้นที่ทางด้านตะวันออกและตอนกลางของอุทยานฯ ในเขตอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นบริเวณป่าสนและทุ่งหญ้าสะวันนา ได้แก่ ทุ่งแสลงหลวง ทุ่งพญา ทุ่งโนนสน ซึ่งนักท่องเที่ยวนิยมไปเดินป่าและกางเต็นท์พักแรม สามารถติดต่อได้ที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ สล.8 (หน่วยฯ หนองแม่นา)

16. บ้านแม่กลางหลวง จังหวัดเชียงใหม่

เที่ยวหน้าฝน

          บ้านแม่กลางหลวง ตั้งอยู่บนดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของชาวกระเหรี่ยงเผ่าปกาเกอะญอ ในฤดูฝนบ้านแม่กลางหลวงจะเขียวขจีไปด้วยทุ่งนาขั้นบันได ลดหลั่นเป็นขั้น และยังมีกิจกรรมเดินป่าศึกษาธรรมชาติหลากหลายเส้นทาง อาทิ เส้นทางเดินป่าดอยหัวเสือ เส้นทางดูนกห้วยน้ำขุ่น และเส้นทางศึกษาธรรมชาติน้ำตกผาเสี่ยว เหมาะสำหรับผู้รักธรรมชาติที่ต้องการความเงียบสงบและเรียนรู้วิถีชีวิตชาว บ้าน

17. อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่

          อำเภอกัลยาณิวัฒนา เป็นอำเภอที่ 878 ของประเทศไทย แยกตัวออกจากอำเภอแม่แจ่ม อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของจังหวัดเชียงใหม่ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 136 กิโลเมตร อำเภอนี้เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่หลงรักธรรมชาติ ชื่นชอบวิถีชีวิต และต้องการพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ อีกทั้งฤดูฝนยังมีมนต์เสน่ห์ชวนให้หลงใหลกับนาขั้นบันไดเขียวชอุ่ม ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ เช่น วัดจันทร์ เป็นวัดที่สันนิฐานว่ามีอายุเก่าแก่ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยละว้า (ลั๊วะ) ที่อพยพมาจากเชียงใหม่เมื่อ 300 ปี ก่อน, อ่างเก็บน้ำห้วยอ้อ เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ทัศนียภาพสวยงาม เป็นแหล่งตกปลาตามธรรมชาติ, ศูนย์ศิลปาชีพบ้านวัดจันทร์ เป็นสถานที่ฝึกอบรมการทอผ้าและการส่งเสริมอาชีพราษฎรในพื้นที่ และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงวัดจันทร์ ที่มีกิจกรรมต่าง ๆ ให้เลือกทำมากมาย ดูเพิ่มเติมได้ที่ thairoyalprojecttour.com

18. แก่งหินเพิง จังหวัดปราจีนบุรี

เที่ยวหน้าฝน

          แก่งหินเพิง ตั้งอยู่ที่ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เป็นแก่งหินขนาดใหญ่ที่สวยงามอยู่ในลำน้ำใสใหญ่ ซึ่งมีลักษณะทางธรณีวิทยา เป็นชั้นหินทราย อยู่ในเขตความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ 9 (ใสใหญ่) โดยภายในอำเภอนาดี เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่เหมาะแก่การล่องเรือยางที่ท้าทายและสนุกสนาน ในช่วงฤดูฝนราวเดือนกรกฎาคม-พฤศจิกายน เป็นช่วงที่มีปริมาณน้ำหลากล้นแก่ง และไหลลดหลั่นเป็นชั้น ๆ เหมาะสำหรับการล่องแก่งผจญภัยเป็นอย่างมาก

          สำหรับการล่องแก่งนั้นจะผ่านแก่งกินต่าง ๆ ได้แก่ แก่งหินเพิง, แก่งวังหนามล้อม, แก่งวังบอน, แก่งลูกเสือ, แก่งวังไทร และแก่งงูเห่า ใช้แพยางนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ล่องไปตามลำน้ำใสใหญ่ ผู้ประกอบการจะพานักท่องเที่ยวไปยังบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ที่ 9 (ใสใหญ่) และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 45 นาที จากนั้นจะเริ่มล่องแก่งมายังจุดสุดท้ายบริเวณ ขญ.9 ใช้เวลาล่องแก่งประมาณ 30 นาที นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อบริษัทนำเที่ยวที่จัดกิจกรรมในการล่องแก่งหินเพิงได้

19. สวนผึ้ง ราชบุรี

สถานที่ท่องเที่ยวสุดฮิตแห่งปี 2556

          อำเภอสวนผึ้ง ไม่ใช่เพียงแค่ฤดูหนาวเท่านั้นที่สามารถไปเที่ยวได้ เพราะที่นี่สามารถเดินทางไปท่องเที่ยวได้ในทุกช่วง โดยเป็นอีกอำเภอหนึ่งที่มีภูมิทัศน์สวยงามท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนบริเวณ ชายแดนแถบตะวันตกของประเทศ สวนผึ้งสมัยก่อนเป็นแหล่งทำแร่ แต่ต่อมาที่นี่ได้กลายเป็นแหล่งรวมรีสอร์ทหลากรูปแบบ ที่ตกแต่งอย่างมีสไตล์ นอกจากนี้ ที่สวนผึ้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวน่าแวะชมมากมาย เช่น พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านภโวทัย ที่เป็นลักษณะเป็นเรือนไทยประยุกต์ที่จัดแสดงวัตถุโบราณ สิ่งของเครื่องใช้ในอดีต, บ้านหอมเทียน, อัลปาก้าฮิลล์ สวนผึ้ง และตลาดน้ำสวนผึ้ง Veneto ฯลฯ

20. เทศกาลผลไม้ภาคตะวันออก

ที่เที่ยวหน้าฝน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สวนยายดา - เจ๊บุญชื่น (Suan-Yai-Da)

ที่เที่ยวหน้าฝน
ภาพจาก เฟซบุ๊ก สวนยายดา - เจ๊บุญชื่น (Suan-Yai-Da)

          นอกจากภาคตะวันออกที่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามแล้ว อีกหนึ่งเทศกาลท่องเที่ยวในช่วงปลายฤดูร้อนต้นฝนก็คงเป็นเทศกาลชมผลไม้รส เลิศนานาชนิด ที่ทุกคนต่างรอคอยที่จะเดินทางไปลิ้มรสชิมความอร่อยของผลไม้สด ๆ จากต้น ภายในบรรยากาศสบาย ๆ ของสวนผลไม้ ที่เป็นของดีขึ้นชื่อของภาคตะวันออก ตามโครงการ "อร่อยทุกไร่ ชิมไปทุกสวน Fruits Festival 2560" ที่นอกจากนักท่องเที่ยวไปชิมผลไม้สด ๆ จากต้น ซึ่งมีทั้งทุเรียน, เงาะ, สละ, ลองกอง, มังคุด และแก้วมังกร เป็นต้น แล้วยังสามารถเรียนรู้วิถีชีวิตแบบชาวสวนได้อีกด้วย ตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมของทุกปี ผลไม้ของภูมิภาคแห่งชายทะเลตะวันออกของไทย โดยถือเป็นโครงการที่ดีในการช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวของภาคตะวันออก

          20 ที่เที่ยวหน้าฝน ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาสถานที่เที่ยวหน้าฝนเจ๋ง ๆ สำหรับวางแผนพาคนในครอบครัวไปเที่ยวกันได้เป็นอย่างดีเลย อ๊ะ ๆ แต่ถ้าอยากรู้รายละเอียดของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เพิ่มเติม สอบถามได้ที่ TAT Call Center 1672 นะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, , thairoyalprojecttour.com




20 ที่เที่ยวหน้าฝน สุดฮอต ไปค้นหาความสุขในวันฝนพรำ โพสต์เมื่อ 30 พฤษภาคม 2557 เวลา 16:18:18 246,297 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 20 ที่เที่ยวหน้าฝน สุดฮอต ไปค้นหาความสุขในวันฝนพรำ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP