25 ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้า-เย็นกลับ ก็ฟินกับที่เที่ยวสวย ๆ

          รวบรวมที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้า-เย็นกลับ หรือค้าง 1 คืน ก็ไปสนุกสนานกับที่เที่ยวสวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ได้ มีทั้งวัด ตลาดน้ำ ธรรมชาติ และศูนย์การเรียนรู้

          ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ยังคงตอบโจทย์หลาย ๆ คนที่มีเวลาจำกัดแต่อยากเดินทางออกไปพักผ่อนหรือสูดอากาศบริสุทธิ์บ้าง และหลังจากที่เรานำ 20 ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบไปเช้า-เย็นกลับ วันเดียวก็สนุกได้ มาแนะนำกันไปแล้ว คราวนี้ก็หยิบเอาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ทั้งแบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือจะค้าง 1 คืน ก็ทำได้เหมือนกันมาแนะนำ ใครชอบที่ไหนปักหมุดแล้วพุ่งตัวไปด่วน ๆ
 

1. วัดสิงห์ จังหวัดปทุมธานี

          เริ่มต้นกันที่หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำละครเรื่อง ทองเอก หมอยา ท่าโฉลง ทางช่อง 3 กับ "วัดสิงห์" วัดแห่งนี้มีอายุมากกว่า 300 ปี สวยงามด้วยพระอุโบสถสถาปัตยกรรมแบบอยุธยา ด้านในประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ ด้านหลังของพระอุโบสถเป็นวิหารโถง อาคารทรงไทยแบบอยุธยา มีพระพุทธรูปและ "หลวงพ่อเพชร" พระนอนศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานอยู่ด้วย ชาวบ้านเชื่อกันว่าหากมาบนบานศาลกล่าวด้วยมะพร้าวน้ำหอมก็จะสมหวัง
 

          ที่อยู่ : 17 หมู่ 2 ตำบลสามโคก อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี
          โทรศัพท์ : 082 523 2692
          เฟซบุ๊ก : วัดสิงห์ จ.ปทุมธานี
 

คลิกเลย

2. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดปทุมธานี

          ผู้ปกครองที่กำลังมองหาที่เที่ยวที่เพิ่มพูนความรู้ให้เด็ก ๆ อยู่ละก็ ที่นี่ตอบโจทย์แน่นอน เพราะเป็นสถานที่อนุรักษ์แหล่งข้อมูลอ้างอิงและตัวอย่างที่สำคัญทางธรณีวิทยา พร้อมทั้งยังให้เป็นแหล่งค้นคว้าหาความรู้ในเรื่องธรณีวิทยาด้วย โดยภายในมีการจัดแสดงเรื่องราวของการเปลี่ยนแปลงของโลกตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทั้งเรื่องของฟอสซิล ปิโตรเลียม น้ำบาดาล หินแร่ และไฮไลต์คือโซนยุคจูราสสิค ที่ได้จัดเป็นสวนแบบดึกดำบรรพ์ จำลองไดโนเสาร์หลากหลายสายพันธุ์มาให้ผู้เข้าชมได้ชมกันอย่างใกล้ชิด และยังเป็นหุ่นจำลองที่เคลื่อนไหวได้ จึงให้ความรู้สึกที่เสมือนจริงมาก ๆ

          ที่อยู่ : 55 หมู่ 5 ถนนเลียบคลองห้า ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.30-16.30 น.
          โทรศัพท์ : 0 2902 7661
          เฟซบุ๊ก : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติธรณีวิทยา เฉลิมพระเกียรติ จังหวัด ปทุมธานี
 

คลิกเลย

3. ทุ่งนามอญบ้านบ่อทอง จังหวัดปทุมธานี

          สถานที่ท่องเที่ยวชิล ๆ ที่ก่อเกิดจากความตั้งใจของ ป้าต้อย-ธัณย์จิรา องอาจอุดมรัตน์ ที่ต้องการจะนำเสนอวิถีชีวิตที่เรียบง่ายของคนมอญในชุมชน จึงได้ปรับเปลี่ยนที่ดินของตัวเองให้มีความเหมาะสมต่อการท่องเที่ยวและการเรียนรู้วิถีเกษตร บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ อัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย มีทั้งพื้นที่ของร้านค้า ร้านอาหารริมบึงบัว ด้านในสุดจะเป็นนาข้าวกว้างใหญ่ ไฮไลต์ก็จะอยู่ที่นี่ เพราะจะมีสะพานไม้ให้นักท่องเที่ยวได้เดินเที่ยวชมนาข้าว มีศาลาให้นั่งเล่น พร้อมด้วยซุ้มไม้ไผ่ริมท้องนาอีกหลายหลัง ใครถ่ายรูปเรียบร้อยแล้วจะนั่งชิลชมวิวริมท้องนาก็ได้ หรือจะไปหาของกินอร่อย ๆ ทำกิจกรรมอื่น ๆ เช่น พายเรือชมสวน, ชมโรงเรือนปลูกเมลอน, ชมคอกควาย, ชมแปลงผักสวนครัว หรือเดินเที่ยวชมสวนรอบ ๆ เป็นต้น

          ที่อยู่ : บ้านบ่อทอง ตำบลคูขวาง อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น.
 

คลิกเลย

4. ตลาดน้ำพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร

          ตลาดน้ำย้อนยุคที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว้างใหญ่กว่า 15 ไร่ มีอาหารคาวหวานหลากหลายให้เลือกชิมและช้อป หรือจะล่องเรือกราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สักการะองค์พ่อพันท้ายนรสิงห์ ณ ศาลเก่าปากคลองโคกขาม ชมฝูงนกนางนวลและวิถีชีวิตชาวบ้าน ก็ราคาเพียงคนละ 50 บาท

          ที่อยู่ : 9/97 พันท้ายนรสิงห์ เทศบาลนครสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ตลาดน้ำ พันท้ายนรสิงห์-ริมคลองสนามไชยPhanthai Norasing Floating Market
 

5. ตลาดน้ำท่าคา จังหวัดสมุทรสงคราม

ภาพจาก Piyawan Tantibankul / Shutterstock.com

          ตลาดน้ำที่ยังคงไว้ซึ่งวิถีชีวิตชาวบ้านดั้งเดิม อันสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างชีวิตและสายน้ำ จากเดิมที่ชาวบ้านจะพายเรือออกมาเพื่อพูดคุยและแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกัน จากนั้นพัฒนามาเป็นการนำเอาออกมาวางขายให้กับคนภายนอกได้ซื้อหา สินค้าที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายส่วนใหญ่มักเป็นผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าที่มีอยู่ดั้งเดิมของจังหวัด รวมถึงผักและผลไม้สด ๆ ใหม่ ๆ จากท้องไร่ ที่สับเปลี่ยนหมุนเวียนให้ได้ชิมตามฤดูกาล นับเป็นตลาดน้ำอีกแห่งหนึ่งที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นชาวสวน และคงไว้ซึ่งบรรยากาศชนบทแบบคลาสสิก ที่หาดูไม่ได้จากที่ไหนง่าย ๆ

          ที่ตั้ง : ตำบลท่าคา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-วันอาทิตย์ และทุกวันขึ้นหรือแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ 12 ค่ำ (วันโกน) ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00 น.
 

คลิกเลย

6. ตลาดเก่าบางนกแขวก จังหวัดสมุทรสงคราม

          ตลาดเก่าแก่อายุมากกว่า 100 ปี ตลอดแนวตลาดเป็นบ้านเรือนเก่าแก่ มีร้านอาหารท้องถิ่นอร่อยเด็ดให้เลือกกินมากมาย รวมทั้งมีร้านขายของที่ระลึกแฮนด์เมด ราคาย่อมเยาให้ได้ช้อปปิ้งกันเบา ๆ บรรยากาศของตลาดแห่งนี้เงียบสงบมาก เหมาะแก่การไปเดินเล่นวันหยุดแบบเพลิน ๆ และห้ามพลาดการลิ้มลองอาหารอร่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นก๋วยเตี๋ยวปู ผัดไทยกุ้งสดสูตรโบราณ ก๋วยเตี๋ยวกะลาโบราณ ขนมจีนซาวน้ำ หอยเชลล์อบเนย สละลอยแก้ว และอื่น ๆ อีกมากมาย นับเป็นอีกหนึ่งตลาดน้ำที่มีความสมบูรณ์เรื่องอาหารการกินไม่เป็นสองรองใครที่ไหนเลย

          ที่อยู่ : ริมแม่น้ำแม่กลอง ตำบลบางนกแขวก อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 08.00-17.00 น.
 

คลิกเลย

7. ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ภาพจาก tavan150 / Shutterstock.com

          ตลาดน้ำสไตล์ย้อนยุค ตั้งอยู่บริเวณหมู่บ้านช้าง ใกล้ ๆ กับวัดมเหยงคณ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยสายน้ำเย็นฉ่ำ มีระเบียงริมน้ำให้นักท่องเที่ยวไว้นั่งหย่อนขาสัมผัสสายน้ำเย็นชื่นใจ หลากหลายด้วยเมนูอาหารอร่อย ๆ ทั้งของคาว-ของหวาน เช่น ผัดไทย, ทอดมัน, ก๋วยเตี๋ยว, น้ำพริกปลาทู, ส้มตำรสเด็ด, ขนมครกไข่นกกระทา, ถุงทอง, หมูระเบิด, ไก่ระเบิด, หอยครกกระทะร้อน และยำต่าง ๆ เป็นต้น รวมถึงการได้ชมการแสดงประวัติศาสตร์ที่มีให้ชมทุกวัน

          ที่อยู่ : ตำบลไผ่ลิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.
          โทรศัพท์ : 035 881 733
          เว็บไซต์ : ayothayafloatingmarket.in.th
          เฟซบุ๊ก : ตลาดน้ำอโยธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
 

คลิกเลย

8. ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          แหล่งท่องเที่ยวที่น้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง รัชกาลที่ 9 มาสร้างเป็นแหล่งเรียนรู้และเผยแพร่หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาได้แบบฟรี ๆ ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วนต่าง ๆ โดยใช้หลักการเกษตรทฤษฎีใหม่ ประกอบด้วยพื้นที่นา, พื้นที่เพาะปลูก, เลี้ยงสัตว์, พื้นที่กักเก็บน้ำ และพื้นที่พักอาศัย ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติที่เงียบสงบ รวมถึงยังสนุกไปกับฐานกิจกรรมต่าง ๆ อีกทั้งยังมีการจัดแสดงเกี่ยวกับโครงการพระราชดำริมากมาย รวมถึงมีคาเฟ่เล็ก ๆ ให้คุณได้นั่งชิล ๆ อีกด้วย

          ที่อยู่ : 158 หมู่ 2 ตำบลภูเขาทอง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. (ปิดวันจันทร์)
          โทรศัพท์ : 098 965 7998
          เฟซบุ๊ก : ศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงบ้านของพ่อ
 

คลิกเลย

9. อยุธยาไนท์มาร์เก็ต จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ภาพจาก ploypemuk / Shutterstock.com

          อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตเมื่อไปเที่ยวที่อยุธยา สุดชิลไปกับการเดินเล่นซื้อของท่ามกลางบรรยากาศแบบไทย ๆ บนต้นไม้ประดับประดาด้วยสุ่มไก่ติดไฟสว่าง ละลานตาด้วยของกินที่เรียกได้ว่าจัดหนักและจัดเต็ม มีให้เลือกตั้งแต่ ขนมไทย น้ำตาลสด ทองม้วนสด ก๋วยเตี๋ยวเรือ กุ้งแม่น้ำเผา และหมูกระทะ แอบกระซิบนิดหนึ่งว่ามีมุมถ่ายรูปสวย ๆ เยอะมาก แต่จะเดินให้สนุกมากยิ่งขึ้น แนะนำว่าลองแต่งชุดไทยมาเดิน ก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ

          ที่อยู่ : ข้างศาลากลางเก่า ถนนศรีสรรเพชญ์ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันศุกร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น.
          โทรศัพท์ : 035 610 565
          เฟซบุ๊ก : อยุธยาไนท์มาร์เก็ต-Ayutthaya Night Market
 

10. หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทย จังหวัดสุพรรณบุรี

          ตั้งอยู่ติดกับถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 340 (สุพรรณบุรี-ชัยนาท) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ที่สะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตชาวไทยแบบดั้งเดิมที่เกี่ยวข้องกับควายไทยเรื่อยมา บนพื้นที่กว่า 70 ไร่ จะมีการจัดแสดงบ้านเรือนทรงไทย ซึ่งรายล้อมไปด้วยสวนดอกไม้สวย ๆ สระน้ำกว้าง และนาข้าวสีเขียวขจี มีการจัดวางข้าวของเครื่องใช้แบบโบราณ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมด้วย และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ควาย ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำร่วมกับควายสุดน่ารักด้วย ทั้งนี้ใครอยากพักผ่อนในบรรยากาศสบาย ๆ แบบไทย ๆ ก็มีบริการที่พักไว้รองรับเช่นกัน

          ที่อยู่ : ตำบลวังน้ำซับ อำเภอศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.
          โทรศัพท์ : 0 3558 2591-2
          เว็บไซต์ :  buffalovillages.com
          เฟซบุ๊ก : หมู่บ้านอนุรักษ์ควายไทยและบ้านไทยรีสอร์ท จ.สุพรรณบุรี
 

คลิกเลย

11. ตลาดน้ำวัดโตนด จังหวัดนนทบุรี

          ตลาดน้ำติดคลองอ้อมนนท์ ลำคลองที่แฝงไว้ซึ่งวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ รวบรวมอาหารอร่อยเอาไว้อย่างหลากหลาย รวมถึงยังเป็นแหล่งจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตรของคนบ้านสวน ซึ่งมีส่วนสำคัญให้คนในชุมชน ได้หันกลับมาให้ความสำคัญและคุณค่าของผลผลิตที่ตัวเองมี รวมถึงยังเป็นศูนย์กลางในการทำกิจกรรมต่าง ๆ อย่างการทอดผ้าป่ากลางน้ำ หรือนักท่องเที่ยวคนไหนอยากจะล่องเรือเที่ยวคลองอ้อมนนท์ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสนุก ๆ ที่คุณจะได้รู้จักตลาดน้ำวัดโตนดอย่างใกล้ชิด

          ที่อยู่ : ตำบลบางกร่าง อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
          เวลาเปิด-ปิด : วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-15.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ตลาดน้ำวัดโตนด
 

12. หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา จังหวัดฉะเชิงเทรา

           เป็น 1 ใน 5 หอดูดาวภูมิภาคสำหรับประชาชน ที่รัฐบาลสร้างขึ้นเพื่อสร้างความตระหนักและความตื่นตัวทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้กระจายไปสู่ภูมิภาคต่าง ๆ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ทั้งหมด 36 ไร่ มีอาคารหอดูดาวและอาคารฉายดาวตั้งอยู่ตรงกลางอย่างโดดเด่น โดยรอบเป็นลานดูดาว สระน้ำ และสวนสีเขียวที่มีต้นไม้น้อยใหญ่สุดร่มรื่น บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะแก่การมาเที่ยวชมในวันหยุดกับครอบครัว ภายในประกอบด้วยอาคารหอดูดาว, อาคารท้องฟ้าจำลอง, ลานดูดาว และสวนพฤกษศาสตร์หอดูดาว

           *นอกจากนี้ในทุกวันเสาร์จะมีกิจกรรม NARIT Public Night ชมท้องฟ้าจำลองรอบเวลา 17.00-18.00 น.  และกิจกรรมดูดาวเวลา 18.00-22.00 น. เข้าชมฟรี ! (อาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง)

           ที่อยู่ : 999 หมู่ 3 ตำบลวังเย็น อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา
           เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (ปิดวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. วันเสาร์เปิดถึงเวลา 22.00 น.
           โทรศัพท์ : 084 088 2264
           เฟซบุ๊ก : หอดูดาวเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา ฉะเชิงเทรา
 

คลิกเลย

13. ตลาดโบราณนครเนื่องเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา

ภาพจาก Sombat Muycheen / Shutterstock.com

           ตลาดเก่าแก่มากกว่า 130 ปี เสน่ห์ของตลาดแห่งนี้อยู่ที่บรรยากาศกลิ่นอายความคลาสสิก ทั้งอาคารบ้านเรือน ห้องแถว ร้านค้าเก่าแก่ รวมถึงวิถีชีวิตของชาวบ้านสองฟากฝั่งคลอง ที่ยังคงอยู่ไม่เลือนหายไปตามเวลา พลาดไม่ได้กับการเดินแวะชิมอาหารอร่อย ๆ มากมาย เช่น ก๋วยเตี๋ยวหมู ก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ขนมโบราณ ขนมจีน (ที่มาพร้อมน้ำยาหลากหลายรส) เราจะได้เห็นเหล่าบรรดาพ่อค้าแม่ขายพายเรือเทียบท่าเอาของมาขาย โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งซื้อนั่งกินกันตรงริมน้ำ สลับกับการชมบรรยากาศตลาดได้แบบชิล ๆ

          ที่อยู่ : นครคลองเนื่องเขต 12 ตำบลคลองนครเนื่องเขต อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ตลาดโบราณนครเนื่องเขต
 

คลิกเลย

14. อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก

           เป็นอ่างเก็บน้ำในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ มีทิวทัศน์ที่สวยงาม รายล้อมไปด้วยภูเขาและป่าไม้เขียวขจี อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายแบบ ทั้งพายเรือแคนู ดูนก เดินป่าตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีพื้นที่กางเต็นท์และนั่งปิกนิกอยู่โดยรอบอ่างเก็บน้ำ จะมาเที่ยวพักผ่อนแบบวันเดย์ทริป หรือจะมาพักค้างคืนก็ได้

           ที่อยู่ : ตำบลนาหินลาด อำเภอปากพลี จังหวัดนครนายก
           เฟซบุ๊ก : อ่างเก็บน้ำวังบอน นครนายก
 

15. เมืองรัตติยา จังหวัดนครปฐม

          สถานที่ท่องเที่ยวสไตล์ย้อนยุค พื้นที่กว้างขวางกว่า 25 ไร่ โดดเด่นด้วยป้อมปราการกำแพงเมืองท่าประตูชัย กำแพงเมืองสีขาวสุดยิ่งใหญ่ สถาปัตยกรรมสมัยอยุธยา มีป้อมปราการและประตูเมืองสวยอลังการ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำท่าจีน ตรงบริเวณปากคลองนกกระทุง โดยมีสะพานแขวนโบราณสีแดงที่ทอดข้ามคลองเป็นจุดถ่ายรูปชิค ๆ และสำหรับคนชอบกินจะต้องถูกใจกับโซนตลาดโบราณ เพราะมีร้านค้าจำหน่ายอาหารและสินค้ามากกว่า 200 ร้าน ซึ่งแต่ละร้านก็มีของอร่อย ๆ ให้ได้เลือกซื้อมากมาย นอกจากนี้ยังมีเรือนนวด ร้านกาแฟ และร้านอาหารริมแม่น้ำ บรรยากาศสบาย ๆ ไว้รอต้อนรับด้วย

          ที่อยู่ : หมู่ 2 ตำบลคลองนกกระทุง อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 08.00-17.30 น.
          โทรศัพท์ : 063 058 5672
          เฟซบุ๊ก : เมืองรัตติยา
 

คลิกเลย

16. ชมนาบัว ณ คลองมหาสวัสดิ์ จังหวัดนครปฐม

          แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและชุมชนของจังหวัดนครปฐม เหมาะสำหรับเป็นที่เที่ยวแบบวันเดย์ทริปสุด ๆ เพราะที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลากหลาย จะกิน จะเที่ยว จะช้อปปิ้ง ก็สนุกสุด ๆ แถมยังได้เรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านที่แสนเรียบง่ายและเป็นกันเอง แต่ไฮไลต์สำคัญของการมาเที่ยวที่นี่ เห็นทีจะหนีไม่พ้นการล่องเรือเที่ยวคลองมหาสวัสดิ์ เพื่อสัมผัสวิถีชีวิตริมน้ำ โดยเรือจะแวะตามจุดต่าง ๆ เช่น ชมความสวยงามของนาบัว, เยี่ยมชมสวนฟักข้าว, ถ่ายรูปสวย ๆ กับนากล้วยไม้ และลิ้มรสผลไม้สด ๆ จากสวน เป็นต้น

          ค่าเรือ 350 บาท/ลำ, ค่าหัว 100 บาท/คน, เรือ 1 ลำ นั่งได้ 6 คน ค่าบริการเพิ่มเติมในกรณีนั่งรถอีแต๋น เที่ยวละ 100 บาท นั่งได้ 10 คน สามารถลงเรือชมสวนได้ที่จุดบริการนักท่องเที่ยว ณ วัดสุวรรณาราม และตลาดน้ำบ้านศาลาดิน

          ที่อยู่ : ตำบลศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น.
          โทรศัพท์ : 081 498 6340, 083 000 4371
 

คลิกเลย

17. ตลาดน้ำวัดสรรเพชญ จังหวัดนครปฐม

          ตลาดริมน้ำน่าเดินอีกหนึ่งแห่งของจังหวัดนครปฐม ท่ามกลางบรรยากาศสไตล์บ้าน ๆ ให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้านที่เรียบง่าย อีกทั้งยังละลานตาไปด้วยของกิน ซึ่งพ่อค้าแม่ขายขนกันมาแบบเต็มที่ แต่ละอย่างก็ดูน่ากินน่าอุดหนุน นอกจากจะมีของขายให้เราเลือกซื้อเลือกกินกันเพลิน ๆ แล้ว ตลาดน้ำวัดสรรเพชญยังมีภาพ 3 มิติ เอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายรูปเล่น ๆ เพลิน ๆ พร้อมด้วยกิจกรรมอีกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้สนุกสนานกันอย่างเต็มที่

          ที่อยู่ : วัดสรรเพชญ (หลังโรงเรียน ภปร.ราชวิทยาลัย) ตำบยายชา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ตลาดน้ำวัดสรรเพชญ
 

18. เขาวงพระจันทร์ จังหวัดลพบุรี

          หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อของจังหวัดลพบุรี โดยเฉพาะเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวสายบุญ โดยทุกปีเขาวงพระจันทร์จะมีการจัดงานเทศกาลนมัสการรอยพระพุทธบาท แต่ถึงไม่มีงานนักท่องเที่ยวก็สามารถขึ้นไปพิชิตเขาวงพระจันทร์ได้เช่นกัน ทั้งนี้นักท่องเที่ยวจะต้องขึ้นบันได 3,790 ขั้น เพื่อขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาท เชื่อกันว่านำความเป็นสิริมงคลมาให้ตนเองและครอบครัว อีกทั้งด้านบนยังสามารถชมวิวมุมสูงโดยรอบได้อย่างสวยงามอีกด้วย

          ที่อยู่ : ตำบลห้วยโป่ง อำเภอโคกสำโรง จังหวัดลพบุรี
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 05.00-18.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ชมรมเรารักเขาวงพระจันทร์ลพบุรี
 

คลิกเลย

19. ชุมชนบางขาม จังหวัดลพบุรี

          แหล่งทองเที่ยววิถีชุมชนเชิงเกษตรที่กำลังได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "บ้านสวนขวัญ" ชุมชนบ้านสวนริมคลองบางขาม ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้ามาเรียนรู้วิถีกสิกรรมธรรมชาติ พร้อมสัมผัสกับวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน และชมธรรมชาติสวย ๆ ของลุ่มน้ำบางขามที่เตรียมเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้สนุกและเพลิดเพลินแบบไม่รู้เบื่อ รวมถึงยังมีที่พักและอาหารอร่อย ๆ ไว้คอยบริการอีกด้วย

          ที่อยู่ : หมู่ 6 ตำบลมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี
          เบอร์โทรศัพท์ : 084 775 1435
          เฟซบุ๊ก : บ้านสวนขวัญ
 

คลิกเลย

20. ตลาดบ้านดินมดแดง จังหวัดลพบุรี

          ตลาดน่าเดินเล่นชิล ๆ ตั้งอยู่ภายในศูนย์การเรียนรู้บ้านดินมดแดง แม้ว่าจะเป็นตลาดเล็ก ๆ แต่ก็บรรยากาศอบอุ่น มีของให้นักท่องเที่ยวได้เดินเลือกซื้อเลือกกินไม่อั้น และที่สำคัญราคาไม่แพง พ่อค้าแม่ขายก็น่ารัก มีการให้เราได้ชิมฟรีก่อนซื้อด้วยนะ กว่าจะชิมให้หมดครบทุกร้าน สงสัยว่าได้อิ่มจนพุงกาง รวมถึงยังมีร้านขายขนมและของเล่นโบราณ ให้ฟีลย้อนยุคกลับไปเป็นเด็ก ๆ กันเลยทีเดียว
 

          ที่อยู่ : ตำบลโคกตูม อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี
          เบอร์โทรศัพท์ : 081 550 9697
          เฟซบุ๊ก : บ้านดินมดแดง
 

คลิกเลย

21. ตลาดน้ำสามโก้ จังหวัดอ่างทอง

          ตลาดน้ำบรรยากาศบ้าน ๆ แบบวิถีชุมชน เสน่ห์ที่แสนน่ารักของตลาดแห่งนี้ นั่นคือภาชนะต่าง ๆ ที่ใช้ในตลาดทำมาจากธรรมชาติ และที่สำคัญของกินและของใช้มาจากคนในอำเภอสามโก้จริง ๆ รวมถึงยังมีกิจกรรมต่าง ๆ จำหน่ายของที่ระลึกน่ารัก ๆ ท่ามกลางบรรยากาศตลาดแบบชิล ๆ ยิ่งเดินก็ยิ่งเพลิน ใครมาเที่ยวอ่างทองแวะไปเช็กอินกันได้เลย

          ที่อยู่ : วัดสามโก้ หมู่ที่ 5 ตำบลสามโก้ อำเภอสามโก้ จังหวัดอ่างทอง
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 09.00-18.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ตลาดน้ำสามโก้
 

คลิกเลย

22. ตลาดปากบาง จังหวัดสิงห์บุรี

ภาพจาก Sombat Muycheen / Shutterstock.com

          ตลาดโบราณที่มีอายุมากกว่า 150 ปี ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในอดีตเคยเป็นแหล่งค้าขายอันรุ่งเรือง มีเอกลักษณ์เด่นอยู่ที่บ้านเรือนของคนในชุมชน ที่มีลักษณะเป็นห้องแถวไม้โบราณนับ 100 หลังคาเรือน และนอกจากบรรยากาศเก่า ๆ แล้ว ในตลาดแห่งนี้ยังมีของกินโบราณเพียบ ทั้งของคาวและของหวานแบบพื้นบ้าน ซึ่งบางเมนูนั้นก็หากินไม่ได้ในที่อื่น ๆ เช่น ผัดไทยปากบาง, กุนเชียงปลา, กุนเชียงหมู, หมูทุบ, น้ำพริก, ปลาส้ม, ขนมสาลี่ และกระยาสารทแม่ทองสุก เรียกว่านอกจากจะได้กลิ่นอายความคลาสสิกของอาคารบ้านเรือนและบรรยากาศเก่า ๆ แล้ว ที่นี่ยังมีอาหารมากมายที่รอให้นักชิมไปลิ้มรสกัน

          ที่อยู่ : ตลาดปากบาง ตำบลพรหมบุรี อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00-19.00 น.
 

คลิกเลย

23. ตลาดประมงท่าเรือพลี จังหวัดชลบุรี

          ใครที่หลงรักอาหารทะเลอยากแนะนำให้พุ่งตรงไปที่ตลาดแห่งนี้ เพราะได้ชื่อว่าเป็นแหล่งอาหารทะเลสดใหม่ ราคาถูกอีกต่างหาก แถมยังมีเมนูอาหารทะเลมากมายให้เลือกกินกันอย่างจุใจ มีโต๊ะให้นั่งกินชิล ๆ รับลมทะเลสบาย ๆ เมนูที่ห้ามพลาด เช่น อาหารทะเลเผา, อาหารทะเลลวก, หอยนางรมทรงเครื่อง, ปลาหมึกนึ่งมะนาว, ปลาซาบะย่าง, หอยเชลล์อบเนยกระเทียม, ยำไข่แมงดา, ปลาไข่ทอดราดน้ำจิ้มซีฟู้ด, กั้งทอดกระเทียม, ปลากรายทอดมัน, ทอดมันกุ้ง, กุ้งอบวุ้นเส้น, แจงลอน, ข้าวผัดทะเล และยำทะเล เป็นต้น

          ที่อยู่ : ซอยท่าเรือพลี เทศบาลเมืองชลบุรี อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา 16.00-22.00 น.
          เฟซบุ๊ก : ตลาดประมงท่าเรือพลี ชลบุรี
 

คลิกเลย

24. เกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

          ที่เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯ ไปเที่ยวได้ง่าย ๆ เดินทางไม่นาน ไม่มีรถส่วนตัวก็ไปเที่ยวได้ ที่สำคัญ ธรรมชาติท้องทะเลของที่นี่ยังคงสวยงาม และยังมีที่พักสวย ๆ และร้านอาหารอร่อย ๆ มากมาย เป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยว ในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ยังได้ มีที่พักหลายแบบหลากสไตล์ ทั้งแบบถูก ๆ ประเภทโฮมสเตย์ ไปจนถึงโรงแรม รีสอร์ต สวยหรูริมหาด

          สำหรับที่เที่ยวบนเกาะสีชัง เช่น  ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่, มณฑปรอยพระพุทธบาท, พิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน, ช่องเขาขาด, หาดถ้ำเขาพัง และแหลมจักรพงษ์ ฯลฯ
 

คลิกเลย

25. เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ

ภาพจาก faber1893 / Shutterstock.com

          แหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมสถานที่สำคัญ ๆ ในประเทศเอาไว้ มีพื้นที่ประมาณ 600 ไร่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปลายปี พ.ศ. 2506 โดย คุณประไพ วิริยะพันธุ์ ที่นี่ได้รวมปูชนียสถานที่สำคัญกว่า 116 แห่ง เช่น เขาพระวิหาร, ปราสาทหินพนมรุ้ง, วัดมหาธาตุ สุโขทัย, พระพุทธบาทสระบุรี, พระธาตุเมืองนคร และพระธาตุไชยา เป็นต้น โดยสร้างให้มีขนาดเล็กลง ซึ่งบางแห่งเท่าแบบจริงด้วยฝีมือการสร้างอย่างประณีต นอกจากนั้นยังเป็นแหล่งรวบรวมศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านที่นับวันจะสูญหายไปจากสังคมยุคใหม่ สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาค้นคว้าเรื่องราวประวัติความเป็นมาของประเทศไทย สามารถศึกษาได้จากเมืองโบราณแห่งนี้อีกด้วย

          ที่อยู่ : 296/1 หมู่ 7 ตำบลบางปูใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ
          เวลาเปิด-ปิด : ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-19.00 น.
          โทรศัพท์ : 02 323 4099
          เว็บไซต์ : muangboranmuseum.com
          เฟซบุ๊ก : เมืองโบราณ สมุทรปราการ
 

คลิกเลย

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
25 ที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้า-เย็นกลับ ก็ฟินกับที่เที่ยวสวย ๆ โพสต์เมื่อ 21 มีนาคม 2562 เวลา 15:31:08 26,646 อ่าน
TOP