x close

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566 เที่ยวสนุกครบทุกรสชาติ ต้อนรับฤดูฝนสุดชุ่มฉ่ำ

         ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566 จัดกระเป๋าให้พร้อม แล้วออกไปเริงร่าส่งท้ายหน้าร้อน เตรียมพร้อมเข้าสู่ช่วงหน้าฝนกัน
          เดือนพฤษภาคม เป็นเดือนสุดท้ายของหน้าร้อน ที่หลายคนมักจะเตรียมหาที่เที่ยวรับไอฝนสุดชุ่มฉ่ำ การท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่นิยมไปกันในเดือนนี้จึงมักจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ ไปสัมผัสกับต้นไม้เขียวชอุ่ม อีกทั้งยังมีประเพณีที่น่าสนใจให้ได้ไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ อีกเพียบ ใครที่ยังหาแพลนเที่ยวถูกใจไม่ได้เสียที ลองมาดูไอเดียที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566 ที่เรานำมาฝากกันดีกว่า

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566
ภาคเหนือ

1. วัดหลวงขุนวิน จังหวัดเชียงใหม่

         ศาสนสถานอันเงียบสงบและมีมนตร์ขลังด้วยพลังแห่งศรัทรา ตั้งอยู่บนดอยสูงกลางป่าลึกของอำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นมานานกว่า 700 ปี มีไฮไลต์โดดเด่นด้วยความงดงามของอาคารวิหารไม้แกะสลักทั้งหลังแบบล้านนา พระพุทธรูปองค์ใหญ่ เจดีย์ที่บรรจุพระเกศาธาตุของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อุโบสถพระยืน-อุโบสถพระนอนที่เป็นพระพุทธรูปไม้แกะสลัก และบันไดพญานาคที่สวยเหมือนมีชีวิตจริง ๆ คล้ายเกล็ดพญานาคทอดยาวตลอดทางบันไดอีกด้วย นอกจากนี้ตัววัดตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมือง ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ทำให้ได้บรรยากาศที่เงียบสงบ เหมาะแก่การไปปลีกวิเวกในอ้อมกอดธรรมชาติและธรรมะที่เกิดจากพลังศรัทธาอันยิ่งใหญ่

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

2. ถ้ำแม่ละนา จังหวัดแม่ฮ่องสอน

           ขึ้นเหนือไปลุยกับความสวยงามของธรรมชาติที่ซ่อนตัวอยู่ในอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน กับถ้ำแม่ละนา ถ้ำที่มีความยาวตลอดเส้นทางเป็นลำน้ำแม่ละนา ลอดผ่านตัวถ้ำกว่า 12 กิโลเมตรด้วยกัน ซึ่งถือได้ว่ายาวที่สุดในเอเชียเลยทีเดียว ภายในถ้ำจะมีขนาดกว้างใหญ่ มีหลายห้องโถง รวมถึงอากาศเย็นสบาย ตลอดทางก็จะได้เห็นทั้งหินงอก หินย้อย ม่านหิน และเสาหินต่าง ๆ ในแต่ละจุดก็จะมีความสวยงามและความยิ่งใหญ่อลังการต่างกันไป  นอกจากนี้ยังมี มุกหิน ระยิบระยับแปลกตาให้ได้ชมกันอีกด้วย เป็นความงดงามสุด Unseen ของธรรมชาติที่หาดูได้ยากมาก ถ้าใครอยากมาเที่ยวถ้ำแห่งนี้จะต้องมาเฉพาะช่วงฤดูหนาวถึงฤดูร้อนเท่านั้น หรือในช่วงครึ่งปีแรก เพราะในช่วงครึ่งปีหลังจะเป็นช่วงที่ระดับน้ำในลำน้ำแม่ละนาสูงมาก ทำให้เข้าถ้ำไม่ได้นั่นเอง และที่สำคัญถ้ำแห่งนี้เหมาะกับนักท่องถ้ำระดับมือโปรเท่านั้น เป็นถ้ำที่จัดอยู่ในระดับยากถึงยากมากเลยทีเดียว เรียกได้ว่าต้องมีประสบการณ์และความชำนาญอยู่พอตัวเลย และแม้ว่าจะชำนาญแล้วก็ยังต้องหาคนนำทางไปด้วย
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

3. ประเพณีบวชนาคช้าง ประจำปี 2566 จังหวัดสุรินทร์

         ตื่นตาตื่นใจไปกับ ประเพณีบวชนาคช้าง ประจำปี 2566 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2566 ที่บ้านตากลาง ตำบลกระโพ อำเภอท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่สุดยิ่งใหญ่เอกลักษณ์ของเมืองช้าง และเป็นประเพณีพื้นบ้านของชาวกูย หรือ ชาวกวย ซึ่งเป็นชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตระหว่างคนกับช้างที่สืบทอดจากบรรพบุรุษมายาวนานหลายร้อยปี และที่บ้านตากลางแห่งนี้ก็เป็นที่รู้จักของผู้คนในชื่อ หมู่บ้านช้าง นั่นเอง โดยประเพณีบวชนาคช้างจะจัดขึ้นในช่วงวันขึ้น 13-15 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี ซึ่งการบวชช้างนั้นไม่ได้หมายถึงการนำช้างมาบวช หากแต่เป็นการบวชของผู้ชายในหมู่บ้าน แต่มีขั้นตอนในการดำเนินพิธีแตกต่างจากการบวชที่อื่น ๆ เช่น การนั่งช้างแห่ไปทั่วหมู่บ้านของผู้ที่จะบวช เครื่องแต่งกายและเครื่องประดับที่ตรงตามพิธีของชาวกูยโบราณ เป็นต้น

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ภาพจาก : puwanai / Shutterstock.com

4. น้ำตกเจ็ดสี จังหวัดบึงกาฬ

          ไปเย็นฉ่ำรับสายฝนกับ น้ำตกเจ็ดสี ตั้งอยู่ที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูวัว อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ เป็นอีกหนึ่งน้ำตกที่นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวบึงกาฬ นิยมมาเล่นน้ำกัน เพราะมีบริเวณที่สามารถเล่นน้ำได้หลายจุดทั้งลานหินและแอ่งน้ำตื้น ๆ ในส่วนของน้ำตกมีทั้งหมด 3 ชั้น เป็นน้ำตกที่เปิดให้เข้าชมได้ในช่วงเดือนเมษายน-ธันวาคมของทุกปี แต่แนะนำให้ไปช่วงเดือนพฤษภาคมจะดีกว่า เพราะอากาศสบาย ๆ ไม่ร้อนอบอ้าว และเริ่มจะมีฝนตกลงมาให้ป่าโดยรอบสดชื่นขึ้น ไฮไลต์ของน้ำตกแห่งนี้คือ ตอนที่สายน้ำไหลตกหินเบื้องล่างทำให้เกิดเป็นละอองไอน้ำสวย และยิ่งตอนที่กระทบกับแสงแดดจะทำให้เกิดสีต่าง ๆ เหมือนสายรุ้ง จนเป็นที่มาของชื่อ น้ำตกเจ็ดสี นั่นเอง
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

5. ประเพณีบุญบั้งไฟยโสธร ปี 2566 จังหวัดยโสธร

          หลังจากอากาศเริ่มลดอุณหภูมิลง และมีไอดินกลิ่นฝนเข้ามาแทนที่ งานบุญบั้งไฟในภาคอีสานก็เริ่มต้นขึ้น โดยงานประเพณีบุญบั้งไฟ จังหวัดยโสธร จะจัดขึ้นในวันเสาร์-อาทิตย์ที่สองของเดือนพฤษภาคม ในทุกปี ซึ่งในปี 2566 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17-21 พฤษภาคม 2566 บริเวณด้านข้างเทศบาลยโสธร (โดมเทศบาลเมืองยโสธร) ทั้งนี้ ประเพณีบุญบั้งไฟ ถือเป็นประเพณีหนึ่งของภาคอีสาน ที่มีที่มาจากนิทานพื้นบ้านเรื่องพญาคันคาก เรื่องผาแดงนางไอ่ ซึ่งในนิทานพื้นบ้านดังกล่าวได้กล่าวถึงการที่ชาวบ้านได้จัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเป็นการบูชา พญาแถน หรือ เทพวัสสกาลเทพบุตร โดยมีความเชื่อว่าพระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และมีความชื่นชอบไฟเป็นอย่างมาก หากหมู่บ้านใดไม่จัดทำการจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไม่ตกตามฤดูกาล อาจก่อให้เกิดภัยพิบัติกับหมู่บ้านได้ ทำให้ในหลายจังหวัดทางภาคอีสานจะจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟขึ้น แต่สำหรับจังหวัดยโสธรจะมีความโดดเด่นกว่าจังหวัดอื่น ๆ นั่นคือ ในวันก่อนแห่ จะมีการประกวดกองเชียร์จำนวนมาก รวมทั้งวันแห่บั้งไฟ จะมีขบวนบั้งไฟแบบโบราณ และการรำเซิ้งแบบโบราณ จากทั้ง 9 อำเภอของจังหวัดยโสธร เข้าร่วมด้วย
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ภาพจาก : yaipearn / Shutterstock.com

6. ประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า ปี 2566 จังหวัดกาฬสินธุ์

        อีกหนึ่งประเพณีบุญบั้งไฟของทางภาคอีสาน เป็นงานบุญประเพณีที่จัดขึ้นตามฮีต 12 คอง 14 เพื่อบูชาและขอฝนกับพญาแถน ก่อนที่จะถึงฤดูกาลทำนาตามความเชื่อโบราณ แต่ความโดดเด่นของบั้งไฟที่บ้านกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จะแตกต่างจากพื้นที่อื่นของอีสาน เพราะตามปกติบั้งไฟจะทำเป็นรูปทรงกระบอกที่เรียกว่า บั้งไฟหาง จุดชนวนดินปืนตรงส่วนท้ายเพื่อให้บั้งไฟพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แต่บั้งไฟตะไลของชาวบ้านกุดหว้าจะเป็นทรงกลมคล้ายล้อเกวียน ทำด้วยไม้ไผ่ผ่าให้แบน เรียกว่า กง ทำหน้าที่บังคับบั้งไฟ และจุดชนวนจากกลางลำ โดยจะเจาะรูเชื้อเพลิงให้ออกด้านข้างลำตัวของบั้งไฟ ทำให้บั้งไฟหมุนในลักษณะเป็นเกลียว หรือเหมือนควงสว่าน จากช้าแล้วค่อยเพิ่มความเร็วตรงขึ้นท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว พอหมดเชื้อเพลิงในการขับเคลื่อนก็จะกางร่มชูชีพร่อนลงมาอย่างสวยงาม  

        สำหรับงาน ประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า ปี 2566 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-21 พฤษภาคม 2566 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ประเพณีบุญบั้งไฟตะไลล้านบ้านกุดหว้า (Kut Wa's Skyrocket Festival)

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ภาพจาก : NPstock / Shutterstock.com

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566
ภาคตะวันตก

7. ม่อนหมอกตะวัน จังหวัดตาก

          เมื่อสายฝนโปรยก็ต้องไปยลหมอกเต็ม ๆ รับสายลมเย็น ๆ กันที่ ม่อนหมอกตะวัน แหล่งท่องเที่ยวในอำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นพื้นที่ที่ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นจุดชมวิวทะเลหมอกแห่งใหม่ เพราะตั้งอยู่บนยอดเขาที่มีความสูงกว่า 1,100 เมตร อีกทั้งเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงามอย่างมาก สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศาเลยทีเดียว บนม่อนแห่งนี้อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี แต่ถ้าใครอยากเห็นทะเลหมอกแบบทั่วทั้งบริเวณต้องมาในช่วงหน้าฝนเลย นอกจากนี้ที่นี่ยังมีลานกางเต็นท์ รวมถึงที่พัก ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสอากาศเย็น ๆ กันอีกด้วย

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

8. สังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี

         ชวนไปฟินกับอากาศเย็น ๆ บรรยากาศกรีนซีซั่นกันที่ สังขละบุรี อำเภอเล็ก ๆ ในจังหวัดกาญจนบุรี ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งป่า เขา และสายน้ำ รวมถึงเรื่องราววัฒนธรรมของชาวไทย-มอญ และสถานที่ท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ที่น่าสนใจมากมาย พลาดไม่ได้กับไฮไลต์เด็ด สะพานมอญ หรือ สะพานอุตตมานุสรณ์ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย เป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ที่ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี นับได้ว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวทะเลสาบเขื่อนวชิราลงกรณ และจุดชมวิวแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สวยงาม
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

          และถ้าไปเยือนสังขละบุรีแล้ว กิจกรรมหนึ่งที่น่าสนใจคือ การนั่งเรือล่องแม่น้ำซองกาเลีย สัมผัสวิถีชีวิตสองฝั่งแม่น้ำที่เชื่อมสายสัมพันธ์ระหว่างชาวไทยและชาวมอญ เที่ยววัดวังก์วิเวการาม (เก่า) หรือวัดจมน้ำ สำหรับใครที่อยากเดินทางมาท่องเที่ยววัดวังก์วิเวการามในช่วงน้ำลดแบบนี้จะต้องมาเที่ยวช่วงเดือนมีนาคม-มิถุนายน เพราะวัดจะโผล่ขึ้นมาจากน้ำเพียง 4 เดือนเท่านั้น แต่เมื่อเข้าช่วงเดือนตุลาคม สถานที่แห่งนี้จะกลายเป็นเมืองบาดาล หากเดินทางมาเที่ยวในช่วงนี้ก็จะมองเห็นเพียงหอระฆังของวัดที่โผล่พ้นน้ำเท่านั้น
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566
ภาคตะวันออก

9. บุฟเฟต์ผลไม้ในภาคตะวันออก

         เรียกว่าเป็นไฮไลต์สำคัญสำหรับคนรักผลไม้เลยก็ว่าได้ ในช่วงเดือนพฤษภาคมของทุกปี ซึ่งจะเป็นช่วงเวลาที่สวนผลไม้หลาย ๆ สวนในภาคตะวันออก ไล่เรียงมาตั้งแต่จันทบุรี ตราด และระยอง จะเปิดสวนให้เข้าไปกินผลไม้สด ๆ จากต้นได้แบบไม่อั้น ทั้งมังคุด เงาะ ทุเรียน ระกำ มะม่วง และอื่น ๆ อีกมากมาย เป็นที่ถูกอกถูกใจนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติสายผลไม้ทั้งหลาย รวมถึงสามารถสั่งซื้อแบบออนไลน์ส่งตรงความสดใหม่จากสวนถึงหน้าบ้านเลยทีเดียว อย่างไรก็ตาม ถ้าจะไปสวนไหน ยังไงก็ลองโทรศัพท์สอบถามกับทางสวนนั้น ๆ ก่อน จะได้ไม่ไปเก้อกันนะ
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

10. เกาะขายหัวเราะ จังหวัดตราด

         หากใครเคยอ่านการ์ตูนขายหัวเราะคงจะเห็นมุกติดเกาะในหนังสือการ์ตูนอยู่บ่อย ๆ พอมีนักท่องเที่ยวมาพบเกาะนี้ในจังหวะที่เกาะโผล่ขึ้นมาเล็กน้อยช่วงน้ำลด และมีต้นตะบันขึ้นมาโดด ๆ จึงพากันเรียกเกาะนี้ว่า เกาะขายหัวเราะ นั่นเอง โดยเกาะนี้ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังเกาะกระดาด สามารถเดินข้ามไป-มาได้ในช่วงเวลาที่น้ำลง ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนิยมมาถ่ายรูปกับเกาะนี้กัน นักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวที่เกาะขายหัวเราะสามารถเดินทางแบบวันเดย์ทริปได้ หรือจะค้างคืนที่เกาะหมาก หรือเกาะกระดาด ก็ได้

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566
ภาคกลาง

11. วัดถ้ำกระบอก จังหวัดสระบุรี

         วัดถ้ำกระบอก ตำบลขุนโขลน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ไม่ได้มีเพียงแต่มุมมองของการบำบัดยาเสพติดที่เป็นพื้นที่สรรค์สร้างเพื่อสังคม ทำเพื่อมวลมนุษยชาติเท่านั้น แต่ยังมีมุมมองความน่าสนใจของสถานที่ในหลากหลายจุด โดยเฉพาะประติมากรรม พระหินลาวา ที่เต็มไปด้วยปริศนาธรรม ชวนให้มาค้นหาคำตอบ ซึ่งพระพุทธรูปหินลาวานี้สร้างด้วยการนำหินแร่จากทั่วประเทศมาหลอมด้วยความร้อนสูงจนละลายกลายเป็นลาวา และหล่อขึ้นรูปเป็นพระพุทธรูปขนาดใหญ่องค์สีดำในอิริยาบถต่าง ๆ ท่ามกลางทัศนียภาพของธรรมชาติและภูเขาหิน ซึ่งมีความสวยงามเกินบรรยาย ทั้งนี้ ยังมีอีกจุดหนึ่งที่สามารถไปชมได้คือ พระบรมรูปลาวา ของในหลวง รัชกาลที่ 9 หนึ่งเดียวที่สูงถึง 24 เมตร นอกจากนี้ยังมีโบสถ์ที่รายล้อมไปด้วยพระพุทธรูปในอิริยาบถต่าง ๆ ที่ดูแปลกตาแต่มีความน่าสนใจให้ได้ชมกันอีกด้วย

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ภาพจาก : YuenSiuTien / Shutterstock.com

12. แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

         ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคมสำหรับคนรักธรรมชาติ ที่ไม่ควรพลาดไปเที่ยวชม คือ เทศกาลดูผีเสื้อ แคมป์บ้านกร่าง แก่งกระจาน ที่จะมีฝูงผีเสื้อนับพันตัว กว่า 200 สายพันธุ์ บินโฉบอวดปีกหลากสีสันให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจกันในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมของทุกปี จะมาถ่ายรูปผีเสื้อเฉย ๆ แบบไปเช้า-เย็นกลับ หรือตั้งแคมป์ค้างสักคืนบนพะเนินทุ่งก็ดี เพราะจะได้มีเวลาเดินเที่ยวสำรวจธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานด้วย 

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566
ภาคใต้

13. ล่องเรือดูโลมาสีชมพู ขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

         มาเที่ยวทะเลส่งท้ายหน้าร้อนที่จังหวัดนครศรีธรรมราชกันบ้าง กับการนั่งเรือชมโลมาสีชมพู ที่อำเภอขนอม บริเวณแหลมประทับและอ่าวแขวงเภา เพราะเป็นแหล่งของโลมาสีชมพูที่อาศัยอยู่ที่นี่ประมาณ 50 ตัว โดยนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเรือออกไปชมได้อย่างใกล้ชิด แต่แนะนำว่าไม่ควรให้อาหารปลา เนื่องจากจะทำให้ปลาเปลี่ยนนิสัยการหากินได้ ปกติแล้วนักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือไปดูโลมาสีชมพูที่นี่ได้ตลอดทั้งปี แต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมจะเป็นช่วงเวลาที่คลื่นลมน้อย ไม่ค่อยมีมรสุม ทำให้มีโอกาสพบเจอเจ้าโลมาได้ง่ายกว่าช่วงอื่น ๆ นั่นเอง
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ภาพจาก : Foofa Jearanaisil / Shutterstock.com

14. ปราสาทหินพันยอด จังหวัดสตูล

         ปราสาทหินพันยอด อยู่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา ตำบลปากน้ำ อำเภอละงู เป็นที่เที่ยวสุด Unseen ในจังหวัดสตูล ที่มีประติมากรรมภูเขาหินมองดูแล้วคล้ายกับปราสาทยอดแหลม ซึ่งเกิดขึ้นจากการกัดเซาะหินของน้ำฝน และการยกตัวของแผ่นเปลือกโลกมามากกว่า 100 ล้านปี ทำให้ภูเขาหินที่นี่มีรูปร่างที่สวยงามแปลกตาราวกับปราสาทในเทพนิยาย อีกทั้งยังพบซากฟอสซิลฝังตัวอยู่ในเนื้อหินปูนอายุไม่ต่ำกว่า 500 ล้านปีด้วย สำหรับการเข้าไปชมความงามของปราสาทแห่งนี้ นักท่องเที่ยวต้องพายเรือคายักลอดผ่านช่องแคบในช่วงน้ำลด ลัดเลาะไปเรื่อย ๆ จึงจะพบกับวิวสุดอลังของภูเขาหินทรงปราสาท ใครที่เป็นสายแอดแวนเจอร์ อยากชื่นชมความสวยงามที่ธรรมชาติสรรค์สร้างขึ้นมา ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว 

เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

15. ป่าฮาลาบาลา จังหวัดยะลา

          สายธรรมชาติต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะเราจะพาทุกคนไปล่องเรือ ชมดินแดนนกเงือก กลางป่าฮาลาบาลา ที่จังหวัดสตูล โดยป่าแห่งนี้มีอาณาบริเวณครอบคลุมพื้นที่ 2 จังหวัด คือ หลายตำบลในจังหวัดนราธิวาส และตำบลอัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา มีเนื้อที่รวมแล้วกว่า 270,725 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงชันสลับซับซ้อนกัน และเป็นบริเวณของป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสายด้วยกัน ด้วยความอุดมสมบูรณ์นี้เลยทำให้ที่นี่กลายเป็นที่อยู่อาศัยของ นกเงือก จำนวน 10 ชนิดด้วยกัน ถือว่าเป็นผืนป่าดิบชื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดของคาบสมุทรมลายู จนได้ชื่อว่าเป็น Amazon of Asia เลยทีเดียว
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

          กิจกรรมที่ต้องทำเมื่อไปเที่ยวที่ป่าฮาลาบาลาแห่งนี้คือ การล่องเรือ ชมความงามของพื้นป่า ที่ให้อารมณ์เหมือนกับได้ล่องเรืออยู่กลางแอมะซอนจริง ๆ เลย โดยเรายังจะได้เห็นนกเงือกหายากต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ในบริเวณป่านี้ และนอกจากนกเงือกแล้วก็ยังมีช้าง กระทิง หมูป่า เลียงผา สมเสร็จ กระซู่ ชะนี หรือแม้กระทั่ง เซียมัง (ชะนีดำใหญ่) ซึ่งเป็นชะนีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอีกด้วย การล่องเรือไปตามลำน้ำแบบนี้ต้องมีเจ้าหน้าที่หรือผู้ชำนาญในพื้นที่นำทาง แนะนำให้เที่ยวในช่วงเดือนพฤษภาคม เพราะเป็นช่วงที่ป่ากำลังเขียวขจีด้วยน้ำฝน แต่ยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่จะมีฝนตกหนัก เหมาะกับการไปเที่ยวมาก ๆ
เที่ยวเดือนพฤษภาคม 66

ภาพจาก : KorradolYamsatthm / Shutterstock.com

         เป็นอย่างไรบ้างกับ 15 ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566 ที่เรานำมาฝากกัน บอกเลยว่ามีหลากหลายสไตล์ที่ล้วนแล้วแต่น่าสนใจทั้งนั้น อีกทั้งยังเป็นสถานที่สวย ๆ ที่รอให้ทุกคนได้ไปสัมผัสกับความชุ่มฉ่ำและความเขียวขจีของธรรมชาติ ใครกำลังมองหาที่เที่ยวชิล ๆ ดื่มด่ำบรรยากาศกรีน ๆ ก็ตามไปเช็กอินกันได้เลย
 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

บทความ สถานที่ท่องเที่ยว ที่เที่ยวหน้าฝน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ที่เที่ยวเดือนพฤษภาคม 2566 เที่ยวสนุกครบทุกรสชาติ ต้อนรับฤดูฝนสุดชุ่มฉ่ำ อัปเดตล่าสุด 20 เมษายน 2566 เวลา 16:56:28 54,670 อ่าน
TOP