x close

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พิกัดชมทะเลหมอก นอนในอ้อมกอดของหมู่ดาว

เที่ยวอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ที่เที่ยวน่าน ชมทะเลดาวนับพันที่ดอยเสมอดาว และดูทะเลหมอกสุดฟินที่ดอยผาชู้ 

ชวนทุกคนหยุดเวลา พักความเครียดจากเรื่องต่าง ๆ ไปสโลว์ไลฟ์กันที่จังหวัดน่าน ดินแดนเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ ที่อยู่ภายในอ้อมกอดของขุนเขา ไปย้อนวันวานความเรียบง่าย ให้ธรรมชาติได้ฮีลร่างกายและจิตใจ กับอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ที่บอกเลยว่าคนรักหมอกไม่ควรพลาด เพราะอุทยานแห่งนี้มีจุดชมวิวดูทะเลหมอกถึง 2 จุดเลยทีเดียว และนอกจากทะเลหมอกแสนสวยในยามเช้าแล้ว ก็สามารถมองเห็นทะเลดาวนับหมื่นนับพันดวงยามค่ำคืนด้วย เกริ่นมาขนาดนี้กระเป๋าเสื้อผ้าเริ่มสั่นแล้วใช่ไหม ว่าแล้วเราไปทำความรู้จักกับ อุทยานแห่งชาติศรีน่าน สถานที่ท่องเที่ยวน่าน และเตรียมแพลนไปเที่ยวกันดีกว่า 

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน ตั้งอยู่ที่ไหน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีเนื้อที่ประมาณ 934 ตารางกิโลเมตร หรือ 583,750 ไร่ พื้นที่ครอบคลุมในท้องที่กิ่งอำเภอนาหมื่น อำเภอนาน้อย อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน สภาพป่าเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ เทือกเขาสูงสลับซับซ้อนวางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นป่าต้นน้ำลำธารที่สำคัญของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของประชาชนในจังหวัดน่าน มีพรรณไม้ที่สำคัญหลายอย่าง และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดเด่นทางธรรมชาติที่มีทิวทัศน์สวยงาม ได้แก่ เสาดินและคอกเสือ ปากนาย แก่งหลวง จุดชมวิวดอยผาชู้ และทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน ได้รับการประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2550 และเป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 104 ของประเทศไทย

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ภูมิประเทศอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน วางตัวในแนวเหนือจรดใต้ขนานกันทั้งทางทิศตะวันตกและตะวันออก แบ่งพื้นที่ออกเป็นฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออก โดยมีเทือกเขาที่สำคัญคือ ดอยแปรเมือง ดอยขุนห้วยฮึก ขุนห้วยหญ้าไทร และดอยหลวง มียอดเขาขุนห้วยฮึก ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของพื้นที่ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด มีความสูง 1,234 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สองฝั่งแม่น้ำรายล้อมไปด้วยป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง ซึ่งเป็นป่าต้นน้ำลำธารของแม่น้ำน่านทั้งสิ้น ส่วนใหญ่ไหลจากทิศเหนือไปสู่ทิศใต้ แหล่งน้ำที่พบเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ มีลำห้วยลำธารที่สำคัญคือ แม่น้ำขะนิง แม่น้ำสา นอกจากลำน้ำสองสายแล้วยังมีลำห้วยเล็ก ๆ อีกหลายสาย

สภาพภูมิอากาศอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ลักษณะภูมิอากาศแบ่งออกเป็น 3 ฤดู ได้แก่ 

  • ฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน อากาศจะร้อนพอประมาณถึงร้อนจัด 

  • ฤดูฝน ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงตุลาคม ฝนจะตกปานกลางถึงหนัก

  • ฤดูหนาว ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม อากาศจะหนาวจัด 

ลักษณะท้องฟ้า มีเมฆมากในฤดูฝน ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน และมีเมฆน้อยมากในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม อุณหภูมิโดยเฉลี่ยประมาณ 24 องศาเซลเซียส

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

พืชพรรณและสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

เนื่องจากลักษณะภูมิประเทศเป็นเทือกเขาสลับซับซ้อน ป่าที่พบในอุทยานจึงแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ 

  • ป่าไม่ผลัดใบ ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดิบเขา ป่าสนเขา พรรณไม้ที่พบคือ กระบาก ตะเคียน ยาง ประดู่ มะค่าโมง ยมหอม ตะแบก ชิงชัน เหียง พลวง ตะเคียนหนู พวกไม้ก่อต่าง ๆ พลับพลา หมีเหม็น สนสองใบ สนสามใบ เป็นต้น

  • ป่าผลัดใบ ได้แก่ ป่าเบญจพรรณ ป่าเต็งรัง พรรณไม้ที่พบคือ สัก แดง ประดู่ ชิงชัน ขะเจ๊าะ สาธร มะค่าโมง ตะแบก ตีนนก โมกหลวง เต็ง รัง เหียง พลวง ตะคร้อ มะม่วงป่า กว้าว รกฟ้า มะกอก ไผ่ชนิดต่าง ๆ เป็นต้น

แหล่งท่องเที่ยวในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

  • ดอยเสมอดาว : อยู่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 16 สายนาน้อย-ปางไฮ เป็นแนวสันเขาที่มีความสูงไม่มากนัก โดยสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 888 เมตร พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นลานกว้างตามสันเขา ภูมิอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี จึงกลายเป็นจุดชมวิวที่งดงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของอุทยานแห่งชาติศรีน่านและจังหวัดน่าน เหมาะสำหรับการนอนเต็นท์พักผ่อน เพื่อชมทะเลหมอก ดูพระอาทิตย์ขึ้น และนอนดูดาวบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจนและทั่วถึง ทำให้เปรียบเสมือนเราอยู่กึ่งกลางทะเลดาว จึงตั้งชื่อว่า “ดอยเสมอดาว” 

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

  • ผาหัวสิงห์ : ไม่ไกลจากบริเวณลานกว้างของดอยเสมอดาวมากนัก นักท่องเที่ยวสามารถเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติขึ้นไปยัง ผาหัวสิงห์ ซึ่งเป็นหน้าผารูปร่างเหมือนสิงโตนอนหมอบหันหน้าไปทางทิศตะวันออก สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้ 360 องศา ทิศเหนือมองเห็นอำเภอเวียงสา ทิศใต้มองเห็นทิวเขาเป็นแนวยาว ทิศตะวันออกมองเห็นผาชู้ แม่น้ำน่าน ทิศตะวันตกมองเห็นอำเภอนาน้อยเกือบทั้งหมด และเป็นจุดชมดวงอาทิตย์ตกที่สวยงามอีกจุดหนึ่ง ทั้งนี้ การเดินขึ้นไปบนผาหัวสิงห์นั้นต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางจากอุทยานก่อนทุกครั้ง 

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

  • แก่งหลวง : ห่างจากอำเภอนาน้อยประมาณ 35 กิโลเมตร เป็นเกาะแก่งขนาดน้อยใหญ่ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากกระแสน้ำในแม่น้ำน่านไหลผ่านโขดหินที่กระจัดกระจายอยู่กลางแม่น้ำ รวมทั้งโขดหินและหน้าผา เมื่อถึงฤดูน้ำหลากจะได้ยินเสียงน้ำกระทบโขดหินดังกึกก้อง และในช่วงหน้าแล้งจะมองเห็นแนวหินและโขดหินที่มีรูปร่างทรงหลากหลายสวยงาม ซึ่งสามารถลงเล่นน้ำได้เฉพาะในเดือนเมษายนเท่านั้น 

  • ดอยผาชู้ : บริเวณเชิงผาชู้เป็นที่ตั้งที่ทำการของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน ในช่วงฤดูหนาวนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางสู่ผาชู้ เพื่อชมทะเลหมอก รับแสงตะวันยามเช้า ครั้นเมื่อสายหมอกจางลงก็จะเผยให้เห็นลำน้ำน่านทอดตัวคดเคี้ยวอยู่ปลายผืนป่า ทั้งนี้ การชมทะเลหมอกนั้นต้องเดินทางขึ้นผาชู้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้นเป็นระยะทาง 2 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินราว 1 ชั่วโมง ช่วงใกล้ขึ้นถึงยอดจะเป็นหินแหลมคม จึงต้องเตรียมรองเท้าผ้าใบที่ใส่กระชับไปด้วยเพื่อความสะดวกในการปีนป่าย และต้องติดต่อเจ้าหน้าที่นำทางทุกครั้ง นอกจากนี้อีกไฮไลต์บนดอยผาชู้ที่พลาดไม่ได้เลยคือ เป็นสถานที่ตั้งของสายธงชาติที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ยาวประมาณ 200 เมตร เรียกว่าต้องร้องเพลงชาติประมาณ 12 จบกันเลยทีเดียวกว่าจะเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาได้สำเร็จ 

ตำนานแห่งผาชู้ มีตำนานเล่าสืบต่อกันมาว่า เจ้าเอื้องผึ้งซึ่งเป็นคู่รักกับเจ้าจันทน์ผา จำใจต้องแต่งงานกับเจ้าจ๋วง แต่เจ้าเอื้องผึ้งเสียใจที่ไม่ได้แต่งงานกับคนที่ตัวเองรัก จึงตัดสินใจกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตาย ครั้นเจ้าจันทน์ผาตามมาก็พบว่าเจ้าเอื้องผึ้งได้กระโดดหน้าผาไปแล้ว จึงกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายตามคนรักตกไปอยู่ใกล้กัน พอเจ้าจ๋วงได้เห็นหญิงที่ตนรักกระโดดหน้าผาไปจึงรู้สึกเสียใจและตัดสินใจกระโดดหน้าผาตามลงไปด้วย แต่ร่างของเจ้าจ๋วงกระเด็นห่างออกไป ด้วยความรักแท้ระหว่างเจ้าเอื้องผึ้งและเจ้าจันทน์ผา ในชาติต่อมา เจ้าเอื้องผึ้งจึงเกิดเป็นดอกกล้วยไม้เกาะอยู่ใต้ต้นจันทน์ผา ส่วนเจ้าจ๋วงก็เกิดเป็นต้นสน ณ จุดที่ตกไปนั้นเอง (คำว่า “จ๋วง” เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ต้นสน ส่วน “เอื้องผึ้ง” แปลว่า กล้วยไม้) หน้าผาแห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ผาชู้” นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

  • เสาหินและคอกเสือ : เสาหิน เกิดจากการกัดเซาะพังทลายของดินเป็นบริเวณกว้างกว่า 20 ไร่ ลักษณะคล้ายแพะเมืองผีของจังหวัดแพร่ แต่มีความสวยงามกว่า และจะมีการพังทลายของดินเปลี่ยนแปลงไปทุก ๆ ปี แต่ก็ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศเป็นตะกอนดินไหลลงสู่แม่น้ำลำธาร ทำให้เกิดการตื้นเขินได้ ทั้งนี้ ในสมัยก่อนชาวบ้านไม่ได้เรียกพื้นที่บริเวณนี้ว่า “เสาหิน” แต่เรียกว่า “เด่นเสือโคร่ง” หรือ “เด่นอีบด” บ้างก็เรียก “เด่นปู่เขียว”  เพราะในภาษาพื้นเมืองทางภาคเหนือ คำว่า เด่น หมายถึงที่โล่งที่สามารถมองเห็นได้ชัด และจากคำบอกเล่าของชาวบ้านเล่าว่า สมัยก่อนบริเวณเสาหินแห่งนี้มีการยุบตัวเป็นหลุมลึกและมีหลืบถ้ำโพรงดิน ชาวบ้านจะเห็นเสือโคร่งอาศัยอยู่ จึงเรียกที่นี่ว่า เด่นเสือโคร่ง นั่นเอง 

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน

  • ปากนาย : ตั้งอยู่ในพื้นที่ตำบลนาทะนุง อำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน ห่างจากตัวอำเภอ 27 กิโลเมตร และห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 63 กิโลเมตร เกิดจากสภาพป่าที่ถูกน้ำเหนือเขื่อนสิริกิติ์ท่วม ที่นี่จึงกลายเป็นแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ที่สุดของจังหวัดน่าน ที่รายล้อมด้วยทิวทัศน์สวยงาม สามารถนั่งเรือชมธรรมชาติ หรือพักผ่อนบนเรือนแพของชาวประมง นอกจากนี้ยังมีเส้นทางข้ามไปจังหวัดอุตรดิตถ์ได้ จึงมีนักท่องเที่ยวเดินทางผ่านบริเวณนี้เพื่อแวะชมและพักค้างคืนเป็นจำนวนมาก 

  • ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน : อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีแม่น้ำน่านทอดตัวผ่านกลางอุทยาน ตั้งแต่เหนือสุดจนถึงใต้สุดยาวกว่า 60 กิโลเมตร ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือ ล่องแพ ชมธรรมชาติสองฝั่งน้ำที่เผยให้เห็นทิวทัศน์ เกาะแก่ง โขดหิน หาดทราย หน้าผา ที่ได้ร้อยเรียงร่วมกันเป็นลำน้ำอันงดงามจากธรรมชาติ โดยจุดเด่นที่น่าสนใจ ได้แก่ ผาง่าม หน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งโดดเด่นอยู่กลางป่าเขาเขียวขจี และผาขวาง หน้าผาขนาดใหญ่ ตั้งขวางอยู่กลางแม่น้ำน่าน มีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ 

ที่พักในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ในอุทยานมีบ้านพักรับรองนักท่องเที่ยว จำนวน 4 หลัง มีรายละเอียดดังนี้ 

  • บ้านศรีน่าน 101 (เจ้าจันทร์) สำหรับพัก 6 ท่าน ราคา 1,800 บาท/คืน

  • บ้านศรีน่าน 102 (เจ้าเอื้อง) สำหรับพัก 6 ท่าน ราคา 1,800 บาท/คืน

  • บ้านศรีน่าน 202 (พนาไพร 1) สำหรับพัก 2 ท่าน ราคา 1,000 บาท/คืน

  • บ้านศรีน่าน 203 (พนาไพร 2) สำหรับพัก 2 ท่าน ราคา 1,000 บาท/คืน

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

โดยสามารถจองบ้านพักผ่านระบบออนไลน์ได้ที่เว็บไซต์ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช 

นอกจากนี้ยังมีพื้นที่กางเต็นท์จำนวน 3 จุด ได้แก่ บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน (ดอยผาชู้), บริเวณดอยเสมอดาวและผาหัวสิงห์ และบริเวณลานป่าสน (ดอยผาชู้) แต่ต้องเตรียมอาหารไปเอง 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

ลานกางเต็นท์บริเวณผาชู้ 

ภาพจาก เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติศรีน่าน จังหวัดน่าน - Sri Nan National Park

ลานกางเต็นท์บริเวณผาชู้

ค่าธรรมเนียมในการเข้าชมอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ในการเข้าชมอุทยานแห่งชาติศรีน่าน จะมีค่าธรรมเนียมดังนี้ 

  • ผู้ใหญ่ คนละ 20 บาท / เด็ก คนละ 10 บาท / ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ฟรี 

  • รถยนต์ คันละ 30 บาท / มอเตอร์ไซค์ คันละ 20 บาท / จักรยาน ฟรี

ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักอุทยานแห่งชาติ - National Parks of Thailand

ภาพจาก เฟซบุ๊ก สำนักอุทยานแห่งชาติ - National Parks of Thailand

การเดินทางไปยังอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

สำหรับการเดินทางโดยรถยนต์ เริ่มต้นจากกรุงเทพฯ ผ่านนครสวรรค์ พิษณุโลก ถึงแพร่ จากแพร่ตามถนนยันตรกิจโกศล ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 101 ไปถึงอำเภอเวียงสา เลี้ยวขวาไปตามถนนเจ้าฟ้า ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1026 จากอำเภอเวียงสาไปอำเภอนาน้อย ระยะทางประมาณ 35 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าตามถนนสายนาน้อย-ปางไฮ ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 1083 ไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร จะถึงเสาหินและที่ทำการอุทยาน 

ช่องทางการติดต่ออุทยานแห่งชาติศรีน่าน

ที่ทำการอุทยานแห่งชาติศรีน่าน

อุทยานแห่งชาติศรีน่าน แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองน่าน เมืองท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งใหม่ทางตอนเหนือ ไปปลดปล่อยความเครียด เพลิดเพลินกับธรรมชาติ ชมทะเลหมอกยามเช้า และดูทะเลดาวยามค่ำคืน ฟินไปกับสายลมเย็น ๆ กันดีกว่า 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
อุทยานแห่งชาติศรีน่าน พิกัดชมทะเลหมอก นอนในอ้อมกอดของหมู่ดาว อัปเดตล่าสุด 3 สิงหาคม 2565 เวลา 14:10:15 3,780 อ่าน
TOP