x close

ที่เที่ยวเดือนกรกฎาคม 2562 ชวนเช็กอินที่เที่ยวไทยสวยกลางฤดูฝน

          เที่ยวหน้าฝน ไปยลแหล่งท่องเที่ยวไทยสวย ๆ ที่เป็นที่เที่ยวเดือนกรกฎาคมห้ามพลาด สนุกสนานและพักผ่อนชิล ๆ กับธรรมชาติได้เต็มที่ ฟินกับอากาศเย็นสบายบริสุทธิ์สดชื่น ใคร ๆ ก็เที่ยวได้
          เข้าสู่ครึ่งปีหลังกันแล้ว ใครที่กำลังมองหาที่เที่ยวเพื่อไปพักผ่อนกลางปี แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปเที่ยวที่ไหนดี เพราะกลัวฟ้าฝน เราอยากจะบอกว่าไม่ต้องกลัวมากเกินไป เพราะหน้าฝนนี่ธรรมชาติจะสวยงามมาก กลิ่นน้ำฝนกลิ่นไอดินจะหอมหวานเป็นพิเศษ เป็นอีกฟีลลิ่งของการท่องเที่ยวที่น่าไปลองกันสักครั้ง เราก็เลยจัดที่เที่ยวเดือนกรกฎาคมมาฝากกัน แต่ละสถานที่นี่วิวดี บรรยากาศแจ่ม รับรองว่าถ้าได้ไปแล้วจะติดใจ มีที่ไหนบ้าง ไปส่องกันค่ะ

1. บ้านอีต่อง จังหวัดกาญจนบุรี

          ถ้าอยากพักผ่อนกับหมู่บ้านเล็ก ๆ บรรยากาศเงียบสงบ หนึ่งในหมู่บ้านที่น่าสนใจ ก็คือ หมู่บ้านอีต่อง อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เป็นหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ติดกับชายแดนไทย-เมียนมา รายล้อมไปด้วยภูเขาน้อยใหญ่ พร้อมกับป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ มีสายหมอกแวะมาทักทายเป็นระยะตลอดทั้งปี อากาศเย็นสบายสดชื่น ไม่ว่าจะไปเที่ยวฤดูกาลไหนก็ฟิน อีกทั้งยังมีเมนูอาหารทะเลอร่อย ๆ ไว้เสิร์ฟ ด้วยอยู่ใกล้กับท้องทะเลอันดามันของประเทศเมียนมา พักผ่อนสบาย กินอิ่มเต็มพุง แบบนี้ไม่ควรพลาด

ภาพจาก iamtripper / Shutterstock.com

2. หมู่บ้านผาฮี้ จังหวัดเชียงราย

          หมู่บ้านที่ตั้งอยู่บนภูเขาสูงในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย ติดกับชายแดนไทย-เมียนมา มีความโดดเด่นที่เป็นหมู่บ้านบนภูเขา ซึ่งมีวิวทิวทัศน์ที่สวยงามน่าเที่ยวชม อีกทั้งยังมีร้านกาแฟวิวสวยหลักล้านให้ได้ไปแวะพักนั่งดื่มกาแฟชมวิวทะเลหมอกชิล ๆ หลายแห่ง โดยกาแฟอาราบิก้าที่นี่จะมีรสชาติและกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ คอกาแฟที่ได้มาชิมลิ้มลองต่างก็หลงใหล

          นอกจากนี้ยังมีสะพานไม้ไผ่ไร่ผาฮี้ ซึ่งทอดยาวไปตามริมหน้าผากับวิวสวย 180 องศา ให้ได้เที่ยวชมด้วย

3. แม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่

          อำเภอแม่แจ่ม เป็นอำเภอที่มีธรรมชาติป่าเขาสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ก็คือ “นาขั้นบันไดบ้านป่าบงเปียง” ซึ่งช่วงเดือนกรกฎาคมก็จะเขียวขจีงดงามพร้อมให้นักท่องเที่ยวได้ยลนาขั้นบันไดกว้างขวางบนภูเขาสูง ซึ่งรายล้อมไปด้วยวิวของภูเขาน้อยใหญ่และทะเลหมอก อีกทั้งยังจะได้ชมพระอาทิตย์ขึ้น-ลงท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบและเป็นธรรมชาติสุด ๆ

          นอกจากนี้แม่แจ่มยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอื่น ๆ รออยู่ด้วย อาทิ นาขั้นบันไดบ้านตีนผา, วัดป่าแดด, วัดยางหลวง, วัดพุทธเอ้น, หมู่บ้านหัตถกรรมผ้าซิ่นตีนจกแม่แจ่ม, นาขั้นบันไดบ้านกองกาน และร้านขนมนุช เป็นต้น

12 ที่เที่ยวแม่แจ่ม ยลวิถีชีวิต ตระการตาธรรมชาติแห่งขุนเขา

4. แก่งสามชั้น จังหวัดนครนายก

          ตั้งอยู่บนแม่น้ำนครนายก ในตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก มีลักษณะเป็นแก่งหินขนาดใหญ่ขวางกั้นลำน้ำ ก่อให้เกิดน้ำตกชั้นเตี้ย ๆ สามารถที่จะเล่นน้ำได้ โดยในช่วงหน้าฝนสายน้ำจะเยอะ บางวันน้ำจะใสแจ๋ว เย็นฉ่ำ เล่นน้ำได้สะใจ บริเวณริมฝั่งมีพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งเล่นพักผ่อน กินข้าวปิกนิกกันได้ หรือถ้าใครสามารถค้างคืนได้ ก็มีรีสอร์ตอยู่ใกล้ ๆ ให้บริการหลายแห่ง

5. เกาะทะลุ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          เกาะที่มีความสวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่งของประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่ห่างจากฝั่งตำบลปากแพรก อำเภอบางสะพาน ราว ๆ 10 กิโลเมตร เกาะทะลุมีพื้นที่ประมาณ 1,000 ไร่ โดยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นสวนมะพร้าวอันร่มรื่น ที่ด้านหน้าของเกาะจะมีชายหาดสวย ทอดยาวขนานไปกับท้องทะเลอันดามัน น้ำทะเลจะเป็นสีฟ้าสวยใส มองเห็นปะการังที่อยู่รอบ ๆ แนวชายฝั่งชัดเจน

 

          บนเกาะจะมีรีสอร์ตที่พักเพียงแห่งเดียว และมีศูนย์อนุบาลเต่าทะเลตั้งอยู่ด้วย พร้อมทั้งยังมีเส้นทางเดินเขาให้ขึ้นไปชมวิวทะเลกว้างใหญ่มุมสูง หรือถ้าใครอยากออกไปดำน้ำ ตกหมึก ชมเขาทะลุ ทางรีสอร์ตก็จะมีกิจกรรมเหล่านี้ให้บริการอย่างครบครัน

6. เขาพ่อตามังเคร จังหวัดชุมพร

          ตั้งอยู่ที่ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “ยอดเขานมสาว” ส่วนที่เรียกกันว่าเขาพ่อตามังเคร ก็เพราะว่าด้านบนนี้มีต้นดอกมังเครกระจายตัวอยู่เยอะมาก ที่นี่มีลักษณะเป็นยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางราว ๆ 970 เมตร โดยการขึ้นไปด้านบนนั้น นักท่องเที่ยวจะต้องเดินตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 2 กิโลเมตร ขึ้นไปยังยอดเขา โดยส่วนใหญ่จะเป็นโปรแกรมเดินป่า 2 วัน 1 คืน เพราะบรรยากาศยามเช้าจะสวยงามมาก มีทะเลหมอกโผล่มาทักทายแบบสวยอลังการ มองเห็นไปได้ไกลถึงทะเลอันดามันฝั่งจังหวัดระนองเลยทีเดียว จึงเหมาะมาก ๆ สำหรับคนที่ชอบเดินป่า ปีนเขา แต่ไม่ต้องการเหนื่อยมากเกินไป

7. เขาค้อ-ภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์

          ถ้าพูดถึงราชินีแห่งหน้าฝนในเมืองไทย หนึ่งในนั้นก็ต้องมี “เขาค้อ” และ “ภูทับเบิก” แห่งจังหวัดเพชรบูรณ์ ด้วยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวภูเขาที่มีวิวทิวทัศน์งดงามแทบจะทุกตารางนิ้ว อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี

ภาพจาก Jarun Tedjaem / Shutterstock.com

          โดยเฉพาะหน้าฝนที่ถ้าวันไหนฝนตกตอนกลางคืนแล้วหยุดช่วงเช้ามืด ก็จะได้เห็นทะเลหมอกแบบตระการตา กับวิวของขุนเขาเขียว ๆ รอบด้าน กลิ่นไอฝนต้นหญ้าหอมฟุ้ง สูดเข้าไปก็มีแต่ความสดชื่น นอกจากนี้ก็ยังมีร้านอาหาร-ร้านกาแฟวิวสวยหลักล้าน ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมาย

8. เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          ที่เที่ยวธรรมชาติที่มีชื่อเสียงติดอันดับโลก มีลักษณะเป็นเขื่อนกว้างที่รายล้อมไปด้วยภูเขาหินปูนรูปร่างสวยงามแปลกตา บางจุดสวยงามจนนักท่องเที่ยวตั้งฉายาให้ว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" โดยนักท่องเที่ยวสามารถที่จะนั่งเรือชมวิวในเขื่อนได้ หรือจะพักผ่อนนอนแพบนเขื่อนก็ได้ ซึ่งน้ำในเขื่อนจะเป็นสีเขียวมรกตใสแจ๋วเย็นสดชื่น วันไหนฟ้าฝนเป็นใจก็จะเห็นสายหมอกลอยคลอเคลียยอดเขา สวยงามราวกับสวรรค์เลยทีเดียว

ภาพจาก tingsriton chairat / Shutterstock.com

          นอกจากนี้ก็ยังมีจุดเช็กอินเจ๋ง ๆ รออยู่อีกเพียบ อาทิ เขาสามเกลอ, ควนคางคก, ถ้ำปะการัง, แพ 500 ไร่, วังปลาแพนางไพร, ถ้ำประกายเพชร เป็นต้น

9. หิ่งห้อย จังหวัดปราจีนบุรี

          ตั้งอยู่ภายในกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เลขที่ 1 หมู่ 5 ค่ายพรหมโยธี ตำบลไม้เค็ด อำเภอเมืองปราจีนบุรี โดยจะมีให้ชมเพียงแค่ช่วงเดือนมิถุนายน-สิงหาคมเท่านั้น ซึ่งเป็นช่วงหน้าฝน โดยหิ่งห้อยจำนวนนับแสนตัวจะมารวมตัวกันบริเวณแนวชายป่า ซึ่งเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ เงียบสงบมาก

          ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไปเที่ยวชม ก็คือ เวลา 19.00-20.00 น. และไม่ควรเกินเวลา 21.00 น. สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ดินแดนหิ่งห้อย ปราจีนบุรี กับ 9 ข้อน่ารู้ ดื่มด่ำความสวยงามยามรัตติกาล หรือค่ายพรหมโยธี โทรศัพท์ 0 3757 0030

10. ทุ่งดอกกระเจียว จังหวัดชัยภูมิ

          ทุ่งดอกไม้ป่าที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในช่วงหน้าฝน โดย “ดอกกระเจียว” จะออกดอกสีม่วงชมพูเบ่งบานละลานตาไปทั่วผืนป่าหลายร้อยไร่ในพื้นที่ของอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อำเภอเทพสถิต และอุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ นักท่องเที่ยวจะได้เดินลัดเลาะไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เจ้าหน้าที่ได้จัดทำไว้ให้ ซึ่งจะได้ชมดอกกระเจียวอย่างใกล้ชิด ยิ่งถ้ามาเที่ยวชมช่วงเช้า ๆ ก็จะได้เห็นดอกกระเจียวพร้อมกับหยาดน้ำค้าง บางวันก็มีหมอกบางเบา บรรยากาศสวยงามโรแมนติกมาก ๆ

          สอบถามรายละเอียดอื่น ๆ ได้ที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม โทรศัพท์ 0 4405 6141, 08 2131 3371 และอุทยานแห่งชาติไทรทอง โทรศัพท์ 08 9282 3437 หรือเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม Pa Hin Ngam National Park และเฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติไทรทอง Sai Thong National Park

11. อุทยานแห่งชาติขุนสถาน จังหวัดน่าน

          ครอบคลุมพื้นที่ทั้งในอำเภอนาน้อย และอำเภอนาหมื่น รวมพื้นที่มากกว่า 285,826 ไร่ ซึ่งทั้งหมดเป็นป่าเขาที่มีความอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชนานาพรรณ พร้อมด้วยสัตว์ป่าอีกหลากหลายชนิด

          สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง อาทิ ดอยแม่จอก, ยอดดอยภูคา และดอยกู่สถาน (ดอยธง) ทั้งนี้อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวติดใจที่นี่ ก็คือ บ้านพักของอุทยาน ซึ่งได้ออกแบบอย่างน่ารัก ทำให้สามารถมองเห็นวิวของขุนเขากว้างใหญ่ และทะเลหมอกได้จากที่นอน เพียงตื่นเช้ามาไม่ต้องลุกไปไหน ก็จะได้เห็นวิวสวย ๆ แล้ว

สูดกลิ่นอายของธรรมชาติ ชมวิวขุนเขา ณ อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

12. แพริมแม่น้ำน่าน บ้านพระฝาง จังหวัดน่าน

          บ้านพระฝาง เป็นหมู่บ้านที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน โดยวัดพระฝางนั้น มีอายุมากกว่า 800 ปี สันนิษฐานว่าสร้างมาก่อนสมัยของพ่อขุนรามคำแหง โดยถูกจัดอยู่ในกลุ่มของโบราณสถานเมืองฝางสวางคบุรี มีพระธาตุเจดีย์ ซึ่งบรรจุพระบรมสารีริกธาตุตั้งอยู่ด้วย ในการเสด็จประพาสต้นของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในปี พ.ศ. 2444 พระองค์ก็ได้เสด็จมายังที่นี่ และโปรดเกล้า ฯ ให้อัญเชิญพระฝาง พระพุทธรูปปางมารวิชัย ไปประดิษฐานที่วัดเบญจมบพิตรฯ จนถึงปัจจุบัน
 

          ทั้งนี้ขณะนี้ทางชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดทำแพไม้ไผ่ริมแม่น้ำน่าน เพื่อเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของชุมชน และจังหวัดน่าน โดยเป็นมุมที่สามารถลงเล่นน้ำในแม่น้ำน่านได้อย่างสนุกสนาน และยังเห็นวิวของดอยแม่แลได้อีกด้วย
 

          ที่เที่ยวไทยสวย ๆ ที่เหมาะแก่การไปเที่ยวเดือนกรกฎาคม ไม่ได้มีแค่นี้แน่นอนค่ะ แต่ถ้าใครคิดไม่ออกว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ก็พิจารณาสถานที่ท่องเที่ยวข้างต้นได้เลย เก็บเอาไว้เป็นไอเดียไปเที่ยวกันค่ะ :)
 

          หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ข้อมูล ณ วันที่ 24 มิถุนายน 2562
 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
ททท., เฟซบุ๊ก Bamboo walk หลากสี, เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม Pa Hin Ngam National Park, เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติไทรทอง Sai Thong National Park, park.dnp.go.th

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ที่เที่ยวเดือนกรกฎาคม 2562 ชวนเช็กอินที่เที่ยวไทยสวยกลางฤดูฝน โพสต์เมื่อ 25 มิถุนายน 2562 เวลา 11:54:13 52,207 อ่าน
TOP