ทะเลใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวชิล ๆ แบบคนมีเวลาน้อย

เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯ
 
           เที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพฯ ตัวเลือกดี ๆ สำหรับเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาที่เที่ยวรับลมร้อนในช่วงวันหยุด มีที่ไหนน่าสนใจตามไปชมกันเลย

          วันนี้กระปุกท่องเที่ยวนำเอา "ทะเลใกล้กรุงเทพฯ" มาบอกกัน ทั้ง ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ไปเช้า เย็นกลับ, ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ไม่มีรถ, ทะเลใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวก และทะเลใกล้กรุงเทพฯ คนน้อย แหม...ช่างเหมาะกับนักเดินทางผู้มีเวลาน้อยแต่อยากออกไปสูดอากาศดี ๆ รับลมทะเลชิล ๆ ซะเหลือเกิน ^^ เอ้า! ถ้าอย่างนั้นก็ไปดูกันว่า ทะเลใกล้กรุงเทพฯ ที่ไหนสวยและน่าเที่ยวบ้าง...ตามเราเข้าไปชมกันเลยจ้า

เกาะล้าน

1. เกาะล้าน

          เริ่มกันที่ เกาะล้าน ที่เรียกได้ว่าฮอตฮิตสุด ๆ ในเวลานี้ก็ได้ อาจเพราะอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เดินทางสะดวกสบาย จากกรุงเทพฯ หากขับรถมาเองก็ประมาณ 2 ชั่วโมง และสำหรับคนที่ไม่มีรถก็มีทั้งรถตู้ส่งถึงบริเวณจุดขึ้นเรือไปเกาะเลยที เดียว อีกทั้งยังสามารถเดินทางไปเที่ยวแบบเช้า-เย็นกลับ หรือค้างคืนก็สามารถทำได้

          นอกจากนี้ เสน่ห์ที่ทำให้ใครต่างหลงใหลเกาะล้าน นั่นคือ มีน้ำทะเลยังใสสะอาด มีโทนสีออกฟ้าเข้มราวทะเลฝั่งอันดามัน และมีที่พักหลากหลายรูปแบบให้เลือกสรรตามความชอบใจ ส่วนร้านอาหารก็มีบริการเพียบ แต่ย่านชุมชนราคาอาหารจะถูกกว่าหาด หรืออยากจะนั่งเพลินพร้อมชมวิวทะเลยามเย็นแสนโรแมนติกก็มี แถมสะดวกสบายด้วยร้านสะดวกซื้อที่เปิด 24 ชั่วโมง ทางด้านสถานที่ท่องเที่ยวก็มีให้เลือกตามความชื่นชอบส่วนตัว เช่น หาดตาแหวน หาดแสม หาดเทียน หาดนวล และหาดตายาย

          การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 34 (บางนา-ตราด) เข้าสู่ชลบุรี แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 3 สู่พัทยา หรือใช้ทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ (กรุงเทพฯ-ชลบุรี) สามารถขึ้นได้จากถนนรามอินทรา หรือถนนบางนา- ตราด เมื่อสุดทางไปออกทางหลวงหมายเลข 36 สู่เมืองพัทยา จอดรถที่ท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ มีเรือเมล์โดยสารไปเกาะล้าน 2 ท่า คือ ท่าเรือหน้าบ้านและหาดตาแหวน เมื่อมาถึงเกาะล้าน มีมอเตอร์ไซค์รับจ้างบนเกาะ คิดตามระยะทางไปหาดต่าง ๆ แต่แนะนำให้เช่ามอเตอร์ไซค์ที่เที่ยวเองแบบเหมาทั้งวัน

          ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดการเดินทางไปเกาะล้านเพิ่มเติมได้ที่นี่ pattayaconcierge.com


พัทยา

2. หาดพัทยา

         เมื่อพูดถึง "พัทยา" น้อยคนนักจะไม่รู้จัก เพราะพัทยาในวันนี้มีชื่อเสียงโด่งดังกลายเป็นชายหาดตากอากาศยอดนิยมอันดับ หนึ่งของภูมิภาค และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลกที่ผู้คนนับล้านจากทั่วทุกทวีปต้องการมา สัมผัส รวมทั้งยังเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับต้น ๆ สำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ของคนกรุงเทพฯ เพราะนอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลากหลายรูปแบบ มีกิจกรรมท่องเที่ยวนานาชนิดให้เลือกทำ มีที่พัก รีสอร์ท และโรงแรมชั้นนำมากมาย การคมนาคมสะดวกสบายแล้ว จากกรุงเทพฯ มีรถทัวร์และรถตู้บริการไม่ขาดสาย อีกทั้งพัทยายังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียว

         หาดพัทยา มีพื้นที่แบ่งได้เป็น 4 ส่วน ได้แก่ พัทยาเหนือ พัทยากลาง พัทยาใต้ และหาดจอมเทียน บริเวณ พัทยาเหนือเป็นบริเวณที่ค่อนข้างเงียบสงบ ชายหาดเหมาะสำหรับเล่นน้ำและนั่งพักผ่อนหย่อนใจ ส่วนบริเวณตั้งแต่พัทยากลางไปจนถึงสุดหาดพัทยาใต้ เป็นบริเวณที่มีธุรกิจการบริการอยู่หนาแน่น ทั้งแหล่งอาหารการกิน ห้างสรรพสินค้า ร้านขายของที่ระลึกต่าง ๆ  ตลอดจนสถานบันเทิงจำนวนนับไม่ถ้วนที่จะคึกคักเป็นพิเศษในตอนกลางคืน

         สำหรับ หาดจอมเทียน อยู่ห่างจากตัวเมืองพัทยาไปทางทิศใต้ประมาณ 4 กิโลเมตร โดยมีเขาพระตำหนักที่เป็นยอดเขาสูงที่สุดในบริเวณนี้ คั่นอยู่ระหว่างหาดจอมเทียนและหาดพัทยาใต้ หาดจอมเทียนเป็นหาดที่สงบเงียบ มีถนนเลียบหาดตลอดความยาวถึง 6 กิโลเมตร เป็นหาดที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาพักผ่อน เล่นน้ำ เล่นกีฬาและกิจกรรมทางน้ำกันมากที่สุดในเขตเมืองพัทยา

         การเดินทาง : โดย รถส่วนตัว จากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปจังหวัดชลบุรีได้ 4 เส้นทาง คือ ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี, ใช้เส้นทางสายกรุงเทพฯ-มีนบุรี ทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทรา-บางปะกง เข้าสู่จังหวัดชลบุรี, ใช้เส้นทางสายเก่า ถนนสุขุมวิท ทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดสมุทรปราการ ไปจนถึงแยกอำเภอบางปะกง และให้แยกเข้าสู่เส้นทางหมายเลข 34 ไปจนถึงจังหวัดชลบุรี และใช้เส้นทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) สายกรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา

         ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดการเดินทางไปพัทยาเพิ่มเติมได้ที่นี่ pattayaconcierge.com

เกาะสีชัง

 3. เกาะสีชัง

          เกาะที่มีเรื่องราวมาอย่างยาวนาน ถือว่าเป็นแหล่งตากอากาศใกล้กรุงเทพฯ ที่ไม่ว่าใครต่างก็อยากไปเยือน เพราะตั้งอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก การเดินทางสะดวกสบาย คนที่ไม่มีรถก็สามารถไปได้ง่าย ๆ เพราะมีทั้งรถทัวร์และรถตู้บริการถึงจุดขึ้นเรือไปเกาะ และสามารถเดินทางไปเที่ยวได้ทั้งแบบเช้า-เย็นกลับ หรือจะพักค้างคืนก็ได้

          เพียง 45 นาที จากเกาะลอยสถานที่ขึ้นเรือ สู่บรรยากาศคึกคักของท่าเรือเทววงศ์ ที่มองไปทางใดก็เห็นแต่ภาพรถโดยสารสารพัดชนิด หากมาสีชังแล้วชั่งใจไม่ได้ว่าจะใช้พาหนะใดโดยสาร ขอแนะนำให้เลือกใช้บริการสกายแล็ปเป็นพาหนะคู่กาย เพราะนอกจากราคาจะสมเหตุสมผลแล้ว ยังได้ทั้งสารถีรับ-ส่ง พ่วงด้วยตำแหน่งไกด์กิตติมศักดิ์ และสำหรับสถานที่แรกที่ไม่ควรพลาด คือ การเดินทางไปสักการะศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ศาลเจ้าที่ชาวสีชังเคารพนับถือ ก่อนพาเราลงจอดยังพระจุฑาธุชราชฐาน สถานที่ประทับตากอากาศฤดูร้อนสมัยรัชกาลที่ 5 หนึ่งในไฮไลท์ที่นักท่องเที่ยวต้องมา เพราะหากแวะเวียนมาสีชังแล้วยังไม่ได้เก็บภาพศาลาท่าเรือทรงโคโลเนียลสีขาว ที่ทอดตัวอยู่กลางทะเล คงเหมือนมาไม่ถึงเกาะ

           ภูมิทัศน์ที่สีชังถูกตกแต่งด้วยสวนดอกไม้ สระ ธารน้ำ น้ำพุ และหน้าผา ตามลักษณะอุทยานในพระราชวังของประเทศตะวันตก ประกอบด้วยพระที่นั่ง 4 องค์ พระตำหนัก 14 หลัง ศาลา 1 หลัง ซึ่งตอนนี้เหลือเพียงอาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง และพระตำหนักไม่กี่หลัง รวมทั้งฐานพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์ ที่รื้อถอนแล้วนำไปสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆในพระราชวังดุสิต กรุงเทพมหานคร ซึ่งในปัจจุบันนี้อาคารอาไศรยสฐาน 3 หลัง อันได้แก่ เรือนผ่องศรี เรือนวัฒนา และเรือนอภิรมย์ เรือนที่ประทับตั้งชื่อตามพระชายาในรัชกาลที่ 5 ถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นพิพิธภัณฑ์ เพื่อทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวเขตพระราชฐานและเกาะสีชังให้แก่ผู้มาเยือน นอกจากนี้ ก็ยังมีพระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางค์นิมิตร พระอุโบสถสีขาวหนึ่งเดียวในเขตพระราชฐาน สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิค ครอบด้วยเจดีย์แบบลังกาวงศ์ ยังคงรอคอยให้ผู้ศรัทธามาสักการะ

            บนเกาะสีชังมีไฮไลท์สถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่ง คือ หาดท่าวัง เรือนไม้สีเขียวริมทะเล ที่ถูกเปลี่ยนเป็นคาเฟ่น่ารัก ๆ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะมานั่งพักผ่อนหย่อนกาย หรือหากต้องการนั่งพักสายตา ทอดอารมณ์มองเกลียวคลื่นซัดเข้าฝั่ง ชื่นชมกับทรายหน้าหาดสีขาวนวล ที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าประทับใจและน่าเก็บภาพเป็นที่สุด อ๊ะ ๆ ยังไม่หมดเท่านั้น เพราะหากมาเกาะสีชังแล้วต้องการให้ครบทุกรสชาติ ต้องไม่พลาดการชมพระอาทิตย์ตกที่ จุดชมวิวช่องเขาขาด ซึ่งอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมวิวของรัชกาลที่ 5 กินพื้นที่กว้างและทอดยาวไปตามทางเดินริมผา มีจุดพักเป็นระยะ ๆ ให้นักท่องเที่ยวถ่ายรูปอย่างจุใจ นอกจากจะเป็นจุดนัดพบของนักท่องเที่ยวและคู่รักแล้ว นักตกปลาหลากวัยก็มาใช้เวลายามเย็นแถวนี้เช่นกัน

            ทั้งนี้สำหรับการเดินทางไปเกาะสีชัง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ pattayaconcierge.com

หาดเจ้าหลาว

 4. หาดเจ้าหลาว จันทบุรี

          หาดเจ้าหลาว ตั้งอยู่ที่ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี อยู่ทางทางด้านตะวันออกของอ่าวคุ้งกระเบน นับเป็นชายหาดที่มีชื่อแห่งหนึ่งของเมืองจันท์ อยู่ก่อนถึงตัวเมืองจันทบุรี 60 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่สวยงามมีบรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าว หาดทรายจะเป็นสีแดงละเอียด ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของหาดทรายเมืองจันท์ หาดทรายทอดยาวไปจดเขตห้ามล่าสัตว์ป่าคุ้งกระเบน เหมาะกับกิจกรรมชายหาดอย่างว่ายน้ำ บานาน่าโบ๊ท ดำน้ำดูปะการังน้ำตื้นที่อยู่ห่างจากฝั่งเพียง 2 กิโลเมตร นอกจากนี้ ยังมีเรือท้องกระจกให้บริการอีกด้วย

          ส่วนชายหาดด้านตะวันออกเป็นแหลมหิน มีสวนสาธารณะสำหรับนั่งเล่นพักผ่อนอยู่บริเวณสะพานเฉลิมพระเกียรติ (ปากน้ำแขมหนู) บริเวณนี้จะมีท่าเทียบเรือขนาดเล็กและหมู่บ้านชาวประมงอาศัยอยู่ด้วย ในตอนเย็นจะเห็นภาพเรือประมงพากันออกหาปากแล่นเรียงรายกันออกไป บริเวณสันเขาหาดเจ้าหลาวเป็นจุดชมทิวทัศน์ท้องทะเลและภูเขาที่งดงาม จะเดินเล่นตามเนินเขาหรือจะมานั่งตกปลาก็ได้ หาดเจ้าหลาวเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว เพราะมีทั้งที่พักและร้านอาหารทะเลที่ขึ้นชื่อในความสดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นปูดำ ปลาหมึก ปลากะพง หอยแมลงภู่ และหอยนางรม เป็นต้น

          การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และสามารถเข้าถึงได้ 2 เส้นทาง คือ จากถนนสุขุมวิทก่อนถึงตัวเมืองจันทบุรีประมาณ 30 กิโลเมตร ถึงกิโลเมตรที่ 301 มีทางแยกขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3399 เมื่อถึงบ้านหมูดุดจะพบสามแยกให้เลี้ยวซ้าย จะเห็นป้ายบอกทางไป หาดเจ้าหลาว ระยะทาง 3 กิโลเมตร

          อีกเส้นทางหนึ่งคือจากตัวเมือง ให้ใช้ ถนนท่าแฉลบ ออกจากตัวเมืองประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวขวาไปตามทางหลวงหมายเลข 3147 ผ่านค่ายเนินวงไปยัง อำเภอท่าใหม่ แล้วใช้ ถนนท่าใหม่-อ่าวคุ้งกระเบน จากสี่แยกหอนาฬิกา ผ่านโครงการชลประทานจันทบุรี บรรจบกับทางหลวงหมายเลข 3399 เลี้ยวซ้ายไปหาดเจ้าหลาว ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร

          สำหรับคนที่ไม่มีรถก็ใช่ว่าจะมาเที่ยวไม่ได้ เพราะมีรถทัวร์บริการทุกวันที่สถานีขนส่งเอกมัยและหมอชิต ปลายทางสถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดจันทบุรี และจากจุดลงรถก็มีรถสาธารณะบริการอีกเช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูล บขส. โทรศัพท์ 1490

หาดนางรำ

5. หาดนางรำ สัตหีบ

           หาดนางรำ สัตหีบ ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมก็ว่าได้ เพราะ น้ำทะเลยังใสสะอาด อีกทั้งมีบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะแก่การพักผ่อนทั้งแบบเช้า-เย็นกลับ หรือจะพักค้างคืน โดย หาดนางรำ ตั้งอยู่ใกล้กับท่าเรือจุกเสม็ดหรือท่าเรือพาณิชย์สัตหีบ บริเวณใกล้เคียงกับกองเรือยุทธการ จุดจอดเรือหลวงจักรีนฤเบศร เป็นหาดยาวประมาณ 200 เมตร เหมาะสำหรับเล่นน้ำและพักผ่อนหย่อนใจ สุดปลายหาดคือแหลมปู่เจ้าประดิษฐานศาลเจ้าพ่อกรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์

           และบริเวณด้วยหน้าของหาดเป็นที่ตั้งของ เกาะนางรำ โดยมีเรื่องเล่าต่อกันว่า เมื่อครั้งอดีตได้ยินเสียงมโหรีคล้ายดนตรีประกอบการร่ายรำดังขึ้นจากเกาะ แห่งนี้บ่อยครั้ง ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคนอาศัยอยู่บนเกาะ ชาวบ้านจึงเรียกเกาะที่เราเห็นตรงหน้าว่าเกาะนางรำ และเรียกหาดที่เรากำลังยืนอยู่ตรงนี้ว่าหาดนางรำในที่สุด ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเช่าคายักพายไปชมรอบเกาะนางรำได้หากแต่มีกฎอยู่บ้าง คือ ให้พายในรัศมีห่างจากเกาะ 30 เมตร ไม่อนุญาตให้ขึ้นเกาะ เนื่องจากเป็นแนวอนุรักษ์ปะการัง และอุดมไปด้วยหอยเม่นที่อาจเป็นอันตรายต่อนักท่องเที่ยว

           สำหรับกิจกรรมริมหาดใต้ทิวสนก็ไม่น้อยหน้า ลองมองหาซุ้มนวดแผนโบราณที่เลื่องลือว่าหมอนวดที่นี่ฝีมือฉมังนักแล นอกจากนี้ ตลอดชายหาดยังมีกิจกรรมหลากหลายให้ทุกวัยสนุกสนานครบครัน ขาดไม่ได้ลองแวะรับประทานอาหารสด ๆ จานอร่อยที่สโมสรหาดนางรำ เคล้าบรรยากาศชายทะเล ยื่นหน้าปะทะลมโชยเย็น ๆ ถึงจะเรียกว่าครบรส และหากเป็นวันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ถัดจากหาดนางรำเข้าไปจะเป็นหาดนางรอง ที่ปลายแหลมที่มีรูปปั้นพระอภัยมณี นางเงือก ผีเสื้อสมุทร สินสมุทร สุดสาคร ชีเปลือย และม้านิลมังกรครบทีม เป็นเขตแดนกั้นระหว่างหาดรางรำและหาดนางรอง รูปปั้นตัวไหนโด่งดังและคิวทองที่สุดต้องลองไปสัมผัสเอง

           ทั้งนี้ เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน โดยเสียค่าบำรุงสถานที่ รถยนต์คันละ 20 บาท รถตู้ 30 บาท และรถบัส 50 บาท สอบถามรายละเอียด หรือจองที่พัก โทรศัพท์ 0 3843 1350 ต่อ 73790 ในวันและเวลาราชการ

           การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 7 (มอเตอร์เวย์) เมื่อสุดเส้นทางหลวงหมายเลข 7 ใช้ทางหลวงหมายเลข 36 (บางละมุง-ระยอง) มุ่งหน้าบางละมุง-เมืองพัทยา จากเมืองพัทยาใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) เดินทางต่อไปยังอำเภอสัตหีบ เมื่อถึงแยกอำเภอสัตหีบเลี้ยวขวาตามทางหลวงหมายเลข 3 จนถึงแยกโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เลี้ยวขวามุ่งหน้าสู่เรือรบหลวงจักรีฯ เลี้ยวขวาก่อนถึงป้อมยามสู่หาดนางรำ และสุดทางที่หาดนางรอง

           หมายเหตุ : สำหรับ คนที่ไม่มีรถส่วนตัวการเดินทางไปยังหาดนางรำค่อนข้างลำบาก เพราะเป็นเขตทหารจึงยังไม่มีรถโดยสารวิ่งบริการ หรือต้องต่อรถหลายทอดกว่าจะถึงหาด 

หาดเตยงาม

6. หาดเตยงาม สัตหีบ

           นอกจาก หาดนางรำ สัตหีบยังมีสถานที่น่าเที่ยวอีกหนึ่งแห่ง นั้นก็คือ หาดเตยงาม แต่เดิมชื่อ อ่าวตากัน เป็นหาดทรายขาวสวยงามและสะอาด ทอดยาวสุดสายตา มีน้ำทะเลที่ใสงดงาม เพราะ ได้รับการดูแลอย่างดีจากทหารเรือ โดยเปิดให้ประชาชนเข้าไปพักผ่อนในช่วงวันหยุด จึงเหมาะสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวสบาย ๆ เพื่อเติมแรงใจให้กับตัวเอง

           และบริเวณใกล้ ๆ หาดยังมีแหล่งท่องเที่ยวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ เช่น สักการะอนุสาวรีย์กรมหลวงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ บริเวณหลังกองรักษาการณ์ หน้ากรมรักษาความปลอดภัย ติดกันเป็น พิพิธภัณฑ์ทหารนาวิกโยธิน ภายในแบ่งเป็นห้องจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของทหารนาวิกโยธิน และหลังจากรับความรู้เสร็จก็ไต่ระดับความสูงมุ่งหน้าขึ้น เขาแหลมปู่เจ้า ระหว่างทางมี จุดชมวิวแหลมเทียน ให้แวะเก็บภาพวิวท้องทะเลสัตหีบ บนเขามีหอชมวิวที่สามารถมองทะเลสัตหีบได้ 360 องศา เห็นเกาะท้องทะเลครบทั้ง 7 เกาะ ได้แก่ เกาะพระ เกาะยอ เกาะหมู เกาะเตาหม้อ เกาะเณร เกาะสันฉลาม และเกาะเลา แต่ไม่อนุญาตให้ใช้กล้องถ่ายรูปและกล้องส่องทางไกล เพื่อความปลอดภัยของทางราชการ นอกจากนี้ ผาวชิราลงกรณ์ สถานที่ฝึกไต่ผาของทหารนาวิกโยธินเป็นอีกจุดที่ไม่ควรพลาด เข้าชมได้ตั้งแต่เวลา 08.00 -18.30 น. โดยสามารถนั่งรถของกิจการท่องเที่ยวชมทัศนียภาพ ไม่อนุญาตให้ลงเล่นน้ำบริเวณนี้ เนื่องจากเป็นพื้นที่อันตราย

           การเดินทาง : จากกรุงเทพฯ ทางถนนสุขุมวิท เมื่อถึงสามแยกไประยองก่อนถึงตัวเมืองสัตหีบ จะเข้าซุ้มประตูทางเข้าหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อยู่ทางด้านขวามือ เมื่อเลี้ยวเข้ามาด้านในก็แจ้งกับเจ้าหน้าที่รักษาการณ์ซึ่งจะอำนวยความ สะดวกในเรื่องเส้นทางเดินรถ

หาดทรายแก้ว

7. หาดทรายแก้ว สัตหีบ

           หาดทรายแก้ว สัตหีบ อยู่ในพื้นที่ดูแลของโรงเรียนชุมพลทหารเรือ มีทรายละเอียด ขาวระยิบระยับสมชื่อ น้ำใสแจ๋ว โอบล้อมด้วยป่าละเมาะที่สมบูรณ์ อาจเพราะที่นี่มีนโยบายอนุรักษ์ธรรมชาติ เมื่อจะสร้างสิ่งปลูกสร้างก็ต้องเคารพธรรมชาติและสร้างให้กลมกลืนกับ ธรรมชาติเดิมมากที่สุด นอกจากนี้ ยังมีบริการบ้านพัก เต็นท์ ร้านอาหาร และกิจกรรมทางทะเล เช่น บานาน่าโบ๊ท คายัก เรือนำชมปะการังตามเกาะต่าง ๆ เป็นต้น

           อย่างไรก็ตาม หาดทรายแก้ว สัตหีบ มีไฟฟ้าจากเครื่องปั่นไฟให้ใช้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 18.00 น.เท่านั้น และมีข้อห้ามคือ ห้ามก่อไฟ ห้ามประกอบอาหาร ห้ามเล่นการพนัน ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามนำสุนัขขึ้นหาด ห้ามใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า และไม่อนุญาตให้เข้าออกหลังเวลา 22.00 น. เพราะกฎระเบียบเหล่านี้แหละ ที่รักษาความงามของหาดทรายแก้วไว้ในปัจจุบัน
 

           จุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกจุดคือ ศูนย์การเรียนรู้ทฤษฎีใหม่ ในศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ หากเราคุ้นเคยกับคำว่า "ทฤษฎีใหม" หรือตัวเลขอัตราส่วน 30:30:30:10 แต่ถอดรหัสคำนี้ออกมาเป็นรูปธรรมไม่ได้ ที่นี่คือตัวอย่างที่ทำให้มองเห็นภาพตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวในการจัดการดินและแหล่งน้ำ เพื่อการเกษตรรูปแบบใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก ครอบครัวละ 0-15 ไร่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

           ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 0 3843 6187 ต่อ 2070, 2607, ศูนย์ประสานงานการท่องเที่ยวกองทัพเรือในพื้นที่สัตหีบ โทรศัพท์ 0 3843 7112 หรือ 75096, 74673 (ทร.) ในวันและเวลาราชการเท่านั้น หรือดูรายละเอียดแผนที่เพิ่มเติมได้ที่นี่ navy.mi.th

หาดแม่รำพึง

8. หาดแม่รำพึง ระยอง

           นี่ก็เป็นทะเลใกล้กรุงเทพ ฯ อีกหนึ่งที่เดินทางไปไม่ยาก เพราะอยู่ห่างจากตัวเมืองระยอง ประมาณ 11 กิโลเมตร จากถนนสุขุมวิท มีทางแยกขวาบริเวณกิโลเมตรที่ 229 เข้าหาดแม่รำพึง โดยชายหาดมีความยาว 12 กิโลเมตร ถนนเลียบชายหาดยาว 10 กิโลเมตร มีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวมากมาย ชายหาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ นอกจากนี้ ยังเป็นจุดชมวิวและชมพระอาทิตย์ตก ที่สามารถมองเห็นหาดแม่รำพึงและเกาะเสม็ดในคราวเดียวกัน จึงนับได้ว่าเป็นที่ที่สวยงามแห่งหนึ่งบนฝั่งอ่าวไทย

           สำหรับ หาดแม่รำพึง เป็นชายหาดที่สวยงามที่สุดในจังหวัดระยอง มีชายหาดยาว น้ำทะเลใส เหมาะกับการเล่นน้ำทะเล เพราะมีความลาดชันน้อย แต่ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบริเวณตอนกลางของหาดมีน้ำวน โดยปฏิบัติตามป้ายเตือนที่ติดตั้งไว้ เนื่องจากบางบริเวณเป็นแอ่งน้ำลึก อาจเกิดอันตรายได้ และไม่ควรเล่นน้ำในขณะคลื่นลมแรง

           ทั้งนี้ สำหรับคนที่ไม่มีรถส่วนตัว แต่อยากไปชิล ๆ ที่หาดแม่รำพึง ก็สามารถไปใช้บริการรถโดยสารได้ที่สถานีขนส่งเอกมัยและหมอชิต เพราะมีรถออกทุกวัน และจากระยองจะไปชายหาดต่างๆ ส่วนใหญ่ใช้รถสองแถวจากบริเวณสถานีขนส่งระยอง


9. เกาะเสม็ด

           เกาะเสม็ด ตั้ง อยู่ในทะเลอ่าวไทยฝั่งภาคตะวันออก ในเขตของตำบลเพ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดระยอง เหมาะสำหรับคนที่อยากไปเที่ยวพักผ่อนเป็นที่สุด เพราะนอกจากจะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ แล้วยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียว อีกทั้งการเดินทางยังไปสะดวกสบาย ทั้งคนที่มีรถส่วนตัวหรือใช้บริการรถโดยสาร รวมถึงเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก ที่ราคาไม่แพงนัก จึงถือเป็นเกาะเปี่ยมเสน่ห์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบอีกแห่ง หนึ่งในปัจจุบัน

           เกาะเสม็ด มีหาดทรายธรรมชาติสวยงามที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ได้แก่ หาดทรายแก้ว อ่าวน้อยหน่า อ่าวลูกโยน อ่าวไผ่ อ่าวพุทรา อ่าวทับทิม อ่าวลุงดำ อ่าวช่อ อ่าวตะวัน อ่าววงเดือน อ่าวเทียน อ่าวหวาย อ่าวกิ่ว อ่าวปะการัง อ่าวกะรัง และอ่าวพร้าวนอกจากจะมีชายหาดขาวสะอาดและน้ำทะเลเย็นใสน่าลงไปแหวกว่ายแล้ว เกาะเสม็ดยังมีกิจกรรมหลากหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทำ จึงเหมาะสำหรับการไปเที่ยวทั้งเป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว และไปกับคู่รัก แต่ทางที่ดีควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมในทะเลก่อนเดินทาง


           การเดินทาง

           รถยนต์ส่วนตัว : โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3 (ถนนสุขุมวิท) จากกรุงเทพฯ หรือ ทางหลวงหมายเลข 7 (สายมอเตอร์เวย์)  หรือ ทางหลวงหมายเลข 34 (ถนนบางนา-ตราด) เริ่มจากตรงจุดสิ้นสุดทางด่วนด่านเฉลิมนคร จังหวัดสมุทรปราการ หรือ ทางหลวงหมายเลข 36 (บายพาส 36) ผ่านอำเภอบางปะกง เข้าจังหวัดชลบุรี มาทางอำเภอเมือง จังหวัดระยอง แล้วไปตามถนนสุขุมวิท มีทางแยกขวามือเข้าไปตลาดบ้านเพ จากตลาดจะมีถนนเลียบหาดตัดไปที่ท่าเรือบ้านเพ

           รถโดยสารประจำทาง : บริษัท ขนส่ง จำกัด มีรถออกจากสถานีขนส่งเอกมัยทุกวัน สอบถามรายละเอียดและตารางเดินรถได้ที่ Call Center โทร.1490 เรียก บขส. หรือ transport.co.th

10. เกาะมันนอก

          หากคุณกำลังมองหาสถานที่ไปคลายร้อน เพื่อไปพักผ่อนเติมพลังกัน เกาะมันนอก เหมาะเหม็งที่จะไปแหวกว่ายน้ำทะเลสีคราม มองท้องฟ้าสดใส เดินเล่นชิล ๆ บนหาดทรายสีขาวที่พอได้สัมผัสก็นุ่มเท้าซะเหลือเกิน เพราะเกาะมันนอกยังมีบรรยากาศที่เงียบสงบและเป็นส่วนตัวอีกต่างหาก เหมาะสำหรับคนที่อยากจะมาพักผ่อนโดยแท้

          สำหรับ เกาะมันนอก เป็นเกาะเล็ก ๆ เกาะหนึ่งใน หมู่เกาะมัน ที่ตั้งเรียงกันอยู่ในอ่าวแกลง จังหวัดระยอง โดยมี เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งมีพื้นที่เกาะโดยประมาณ 95 ไร่ ซึ่งเป็นเกาะที่ค่อนข้างเงียบสงบและร่มรื่น สำหรับกิจกรรมสุดฮิต คือ การเล่นน้ำทะเล ดำน้ำชมความงามของปะการังต่าง ๆ ที่ขึ้นอยู่ใต้น้ำรอบ ๆ เกาะ หรือทำกิจกรรมส่วนตัวตามอัธยาศัย เพราะเกาะนี้มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ

          ทั้งนี้ เกาะมันนอก เป็นเกาะส่วนตัวที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวที่ซื้อแพ็กเกจทัวร์เท่านั้นเข้า มาเที่ยวชม เพื่อรักษาความสวยงามและความเป็นส่วนตัว หากสนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Mun Nork Island Resort โทรศัพท์ 0 2860 3025-7 หรือเว็บไซต์ munnorkislandresort.com

หัวหิน

11. หัวหิน

          หัวหิน อำเภอ หนึ่งของจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นับเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศริมทะเลสุดคลาสสิก และเป็นจุดหมายยอดนิยมอันดับต้นๆ สำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ของคนกรุงเทพฯ เพราะนอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงหลากหลายรูปแบบ มีที่พักให้เลือกมากมายตามความชอบส่วนตัว การคมนาคมสะดวกสบายแล้ว หัวหินยังอยู่ไม่ไกล railway.co.th จากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียว ทั้งยังสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี

          และสิ่งที่ทำให้หัวหินมีความแตกต่างจากเมืองชายทะเลอื่น ๆ ก็คือบรรยากาศของเมืองยังคงกลิ่นอายของยุคสมัยในอดีตที่มีมนต์ขลังไม่เสื่อม คลาย เช่น การรักษาสถาปัตยกรรมเก่าแก่ที่ยังคงคุณค่าและสืบทอดประวัติศาสตร์ในอดีต เช่น สถานีรถไฟหัวหิน สถานที่ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานีรถไฟที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามที่สุด แห่งหนึ่งของไทย นอกจากนี้ในบริเวณสถานียังมี พลับพลาพระมงกุฎเกล้าฯ รวมถึงป้ายสถานีหัวหิน อันเป็นเอกลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนมาถ่ายภาพไม่ได้ขาด

          นอก จากนี้ ยังมีบ้านเรือนเก่าที่แม้ปัจจุบันกลายเป็นรีสอร์ท หรือเป็นร้านอาหารสุดเก๋ ริมทะเล แต่ก็ยังเหลือเค้ารอยอดีตให้ได้สัมผัส แม้แต่ร้านอาหารดั้งเดิมของกินเจ้าเก่าแก่ ที่โด่งดังมาตั้งแต่รุ่นพ่อก็ยังคงอยู่ ผสมกลมกลืนกับความโก้หรูร่วมสมัยกับแหล่งท่องเที่ยวน่าเพลินใจหลาย ๆ แห่ง เช่น เพลินวาน, Cicada Market, วิกหัวหิน ถูกใจคนที่มีหัวใจถวิลหาอดีตยิ่งนัก อ๊ะ ๆ ยังไม่หมดเท่านั้น ยังมีตลาดน้ำหัวหิน, ตลาดน้ำหัวหินสามพันนาม และวัดห้วยมงคล ฯลฯ ให้ได้เที่ยวชมกันด้วย

          การเดินทาง : หัวหินอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 230 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่หัวหินได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

          โดยรถไฟ : การรถไฟแห่งประเทศไทยมีบริการรถไฟออกจากสถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) และสถานีรถไฟธนบุรี ไปยังสถานีหัวหินทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 1690 หรือ railway.co.th ทำลิงก์

          โดยรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ

          1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดเพชรบุรี อำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จนถึงอำเภอหัวหิน

          2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี อำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จนถึงอำเภอหัวหิน

          โดยรถประจำทาง : มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-หัวหิน และกรุงเทพฯ–หัวหิน-ปราณบุรี ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ 1490 หรือ transport.co.th

           อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันนี้การเดินทางไปหัวหินโดยรถตู้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความ นิยม เพราะทั้งสะดวกสบาย โดยสามารถไปขึ้นได้ที่คิวรถตู้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ เฟซบุ๊ก I LoVe HuA HiN

          การเดินทางภายในหัวหิน : ในตัวเมืองหัวหินมีรถชนิดต่าง ๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่าง ๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม โดยรถสองแถวมีวิ่งบริการจากในตัวเมืองไปยังที่ต่าง ๆ มีจุดจอดสำคัญ เช่น สถานีรถไฟ ตลาดโต้รุ่ง สถานีขนส่ง และหัวหินมาร์เก็ต วิลเลจ นักท่องเที่ยวอาจเหมารถสองแถวไปเที่ยวได้ทั้งในเมืองและต่างอำเภอ คิดราคาขึ้นอยู่กับระยะทาง ระยะเวลา และการต่อรอง

หาดเจ้าสำราญ

 12. หาดเจ้าสำราญ

             หาดเจ้าสำราญ ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเพชรบุรี ประมาณ 15 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่เคยเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญมาแต่สมัยโบราณ นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าไปพักผ่อนแห่งหนึ่ง มีบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศเย็นสบาย มีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ ทั้ง ปูเสฉวน หอย แมงกะพรุน มีที่พักพร้อม มีร้านสะดวกซื้ออยู่ใกล้เคียง สามารถลงเล่นน้ำได้ ในบริเวณใกล้เคียงมีหมู่บ้านชาวประมง ชายหาดแห่งนี้ทรายถูกพัดถมขึ้นมามากขึ้นเรื่อย ๆ จึงมีทรายที่ละเอียดมากในส่วนของต้นหาด ที่นี่จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ต้องไปไกลมาก และมีความสวยงามมากแห่งหนึ่ง

          การเดินทาง : จากตัวเมืองเพชรบุรี ใช้เส้นทางเดียวกันกับหาดชะอำ ประมาณ 41 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวซ้ายไปยังชายหาดชะอำ เมื่อเลี้ยวซ้ายแล้วประมาณ 500 เมตร จะมีแยกซ้ายไปหาดปึกเตียน หาดเจ้าสำราญ โดยจะมีป้ายบอกทางเขียนไว้ จากนั้นให้เลี้ยวซ้ายไป ขับไปตามเส้นทาง จะมีป้ายบอกทางไปหาดปึกเตียน หาดเจ้าสำราญ ประมาณ 22 กิโลเมตร จะถึงหาดปึกเตียน ให้ขับตรงไปอีกประมาณ 6 กิโลเมตร จากนั้นเลี้ยวขวาไปยังหาดเจ้าสำราญ
 
            ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดการเดินทางไปหาดเจ้าสำราญ ชะอำ เพิ่มเติมได้ที่นี่ phetchburi-travelguide.in.th

หาดบ้านหรูด

13. หาดบ้านกรูด

           บ้านกรูด ใกล้กับบางสะพานใหญ่ราว ๆ 20 กิโลเมตร สาเหตุที่ต้องแนะนำให้มาเที่ยวที่บ้านกรูดนี้ก็เพราะความสวยงามของชายหาดที่ เป็นสีขาวนวลสวยงามสะอาด พร้อมชายหาดอันเงียบสงบ หากมองจากเขาทางสายริมชายหาดบ้านกรูดสามารถมองเห็นเวิ้งอ่าวไกลสุดลูกหูลูก ตา แต่นั้นก็หมายความว่ามันยังคงเป็นเมืองที่สงบไม่วุ่นวายมากนัก เหมาะสำหรับการเดินทางมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก ถนนหนทางที่บ้านกรูดถือว่าสะดวกสบายมีถนนเลียบหาดให้ปั่นจักรยานเล่นสบาย ๆ อาหารการกินสามารถหาได้ไม่ยาก อีกทั้งที่พักก็มีให้เลือกหลากหลายเช่นกัน

           หาด บ้านกรูด ถือเป็นไฮไลท์ของที่นี่ เพราะว่ามีชายหาดที่สวยงามด้วยทรายขาวนวลตา มีลักษณะโค้งเรียวเช่นพระจันทร์เสี้ยว น้ำทะเลยังคงสีฟ้าครามสดใสสะอาด จึงไม่แปลกที่บ้านกรูดจะเริ่มเป็นที่นิยมจากนักท่องเที่ยว

           บ้านกรูดมีชายหาดยาวถึง 12 กิโลเมตร สามารถแบ่งได้เป็นสองส่วน คือ หาดด้านเหนือและหาดด้านใต้ ทิวทัศน์บริเวณหาดยังสวยงามไปด้วยทิวสนและสวนมะพร้าวที่เรียงรายตลอดถนน เลียบหาด ซึ่งจะมีที่จอดรถศาลานั่งเล่นเลาะเลียบตลอดแนวชายหาด อีกทั้งยังมีศูนย์ข้อมูลการท่องเที่ยวคอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยวด้วย

หาดชะอำ

14. หาดชะอำ

           เป็นหาดที่มีชื่อเสียงของประเทศไทย ตั้งอยู่ที่อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี และเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ใครที่คิดจะเดินทางมาท่องเที่ยวเพชรบุรี ย่อมต้องนึกถึงที่นี่ก่อนเป็นอับดับแรก ๆ สำหรับการพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ของคนกรุงเทพฯ มาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะชะอำยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียว อีกทั้งการเดินทางยังสะดวกสบาย มีรถสาธารณะบริการมากมาย

           นอกจากนี้ หาดชะอำยังเต็มไปด้วยที่พักมากมายหลายระดับให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการตามความสะดวก ทั้งแบบราคาย่อมเยาไปจนถึงที่พักหรูราคาแพง ถนนเลียบชายหาดสามารถเช่าจักรยานปั่นกินลมชมวิวไปตามชายหาดได้อย่างเพลิด เพลิน สองข้างทางสามารถหาของกินเติมพลังได้ตลอดเวลา ทั้งยังมีรสชาติที่อร่อย ถูกปาก อีกด้วย เรียกได้ว่าไม่ผิดหวังถ้ามาเที่ยวหาดชะอำ

           และด้วยชายหาดสีขาวทอดยาว ประกอบกับทิวสนตลอดแนวชายหาด ทำให้หาดชะอำมีบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการเดินทางมาพักผ่อนเป็นอย่างมาก ยามเย็นสามารถเดินชมวิว รับลมทะเลเย็น ๆ หรือจะลองขี่ม้าที่มีคนนำมาไว้บริการก็ยังได้ ขี่ม้าลัดเลาะไปตามชายหาดคิดดูว่ามันจะสุดยอดแค่ไหน ^__^

          การเดินทาง :

           ชะอำ อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 180 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่ชะอำได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

          โดยรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ สามารถไปได้ 2 เส้นทาง คือ

           1. ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2 หรือถนนธนบุรี-ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม อำเภอปากท่อ แล้วแยกซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านจังหวัดเพชรบุรี อำเภอท่ายาง ถึงสี่แยกชะอำ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร จนถึงหาดชะอำ

           2. ใช้ทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี จังหวัดเพชรบุรี อำเภอท่ายาง ถึงสี่แยกชะอำ เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 2 กิโลเมตร จนถึงหาดชะอำ

           โดยรถประจำทาง : มีรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ชะอำ และกรุงเทพฯ–หัวหิน-ปราณบุรี (ลงรถที่สี่แยกชะอำ) ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ 1490 transport.co.th

           การเดินทางภายในชะอำ : ในตัวเมืองและริมหาดมีรถชนิดต่าง ๆ ให้บริการ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะต่าง ๆ ได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสม รถสามล้อถีบ รถสามล้อเครื่อง และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง จอดอยู่ตามจุดต่าง ๆ เช่น ริมหาดชะอำ หน้าตลาด หน้าสถานีขนส่ง ค่าบริการมีทั้งแบบตกลงกันตามแต่ระยะทางและแบบเหมาจ่าย และนักท่องเที่ยวสามารถเช่ารถจักรยานขี่ท่องเที่ยวได้จากร้านค้าต่าง ๆ ริมหาดชะอำ คิดราคาแบบทั้งรายชั่วโมงและรายวัน

           ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดการเดินทางไปชะอำเพิ่มเติมได้ที่นี่ phetchburi-travelguide.in.th

ปราณบุรี

15. ปราณบุรี

           ปราณบุรี เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลฝั่งอ่าวไทย ที่เริ่มได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น เพราะอยู่ห่างจากหัวหินเพียง 30 กิโลเมตร และเป็นสถานที่ที่ค่อนข้างเงียบสงบ มีความเป็นส่วนตัวมากกว่าชายทะเลอื่น ๆ ในละแวกใกล้เคียงกัน จึงเหมาะกับการพักผ่อนหย่อนใจ นอนฟังเสียงทะเล ท่ามกลางบรรยากาศแสนโรแมนติก และเหมาะกับการเล่นกิจกรรมต่าง ๆ ทั้งพายเรือคายัก ปีนหน้าผา ปั่นจักรยาน ยิ่งไปกว่านั้นปราณบุรียังเป็นศูนย์รวมของโรงแรมและรีสอร์ทเก๋ไก๋มีสไตล์ เป็นเอกลักษณ์ รองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างครบครับ ปราณบุรีจึงเป็นสถานที่อินเทรนด์อีกแห่งหนึ่งของนักท่องเที่ยวที่ต้องการพัก ผ่อนอย่างแท้จริง

           สำหรับชายหาดปราณบุรี เป็นชายหาดที่ยาวต่อเนื่องจากชายหาดหัวหิน ประกอบด้วย วนอุทยานปราณบุรี และชายหาดที่สวยงามทอดยาวจรดอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด แม้จะอยู่ใกล้หัวหินแต่เป็นชายหาดที่เงียบสงบร่มรื่น มีที่พักหลายแห่งให้บริการ

            การเดินทาง : ปราณบุรี อยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ 280 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางสู่อำเภอปราณบุรีได้หลายวิธี ทั้งทางรถยนต์ส่วนตัว รถประจำทาง และรถไฟ

            โดยรถไฟ : มีรถไฟสายใต้ออกจากสถานีรถไฟหัวลำโพง ผ่านหัวหิน ปราณบุรี และประจวบคีรีขันธ์ ทุกวัน สำหรับรถไฟท้องถิ่นมีขบวนรถเร็ว กรุงเทพฯ-ปราณบุรี, ขบวนรถธรรมดา ธนบุรี-ปราณบุรี สอบถามเพิ่มเติมได้ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย โทรศัพท์ 1690 หรือ railway.co.th

            โดยรถยนต์ : จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (ธนบุรี–ปากท่อ) ผ่านสมุทรสงคราม จากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 4 (เพชรเกษม) ผ่านเพชรบุรีเข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ระยะทางประมาณ 280 กิโลเมตร

            โดยรถประจำทาง : มีรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศของบริษัท ขนส่ง จำกัด และของเอกชน สายกรุงเทพฯ-ประจวบคีรีขันธ์ กรุงเทพฯ-หัวหิน กรุงเทพฯ-ปราณบุรี และกรุงเทพฯ-บางสะพาน ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี ทุกวัน วันละหลายเที่ยว สอบถามรายละเอียดได้ที่บริษัท ขนส่ง จำกัด โทรศัพท์ 1490 หรือ transport.co.th

            การเดินทางภายในปราณบุรี : ในตัวเมืองปราณบุรีมีรถโดยสารประจำทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก นักท่องเที่ยวสามารถเลือกใช้บริการยานพาหนะได้หลายรูปแบบตามอัธยาศัย ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว คิวรถจะอยู่ในสถานีขนส่ง หรือบริเวณตลาดในอำเภอปราณบุรี

           และ นี่คือ "ทะเลใกล้กรุงเทพฯ" ที่เราหยิบมาแนะกัน ใครสะดวกที่ไหน หรือชื่นชอบสถานที่ใด ก็ลองแวะเวียนไปท่องเที่ยวสัมผัสกับความงามเหล่านี้ดูนะจ๊ะ ^^
 

ขอขอบคุณภาพประกอบจาก นิตยสารคู่หูเดินทาง, สัตหีบบีชดอทคอม, เฟซบุ๊ก หาดเตยงาม อ่าวนาวิกโยธิน, tiewpakklang.com, tiewpakklang.com และ ททท.
       
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
          , จังหวัดระยอง, traveleastthailand.org, holidaythai.com, phetchburi-travelguide.in.th, chanthaburi.go.th, sattahipbeach.com, sattahipbeach.com
 

ทะเลใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวชิล ๆ แบบคนมีเวลาน้อย โพสต์เมื่อ 25 เมษายน 2556 เวลา 16:47:44 384,065 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: ทะเลใกล้กรุงเทพฯ เที่ยวชิล ๆ แบบคนมีเวลาน้อย ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP