x close

10 ที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ พาตะลุยทัวร์ฉบับคนมีเวลาน้อย

          ที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ หลากหลายสถานที่ จะไปเที่ยวแบบเช้าไป-เย็นกลับ หรือค้างสักคืนก็ทำได้แบบสบาย ๆ แถมยังมาครบทั้งทะเล ภูเขา หรือจุดชมทะเลหมอก ใครอยากไปเที่ยวต่างจังหวัดใกล้ ๆ อย่าพลาดเชียว
          หลังจากที่เราเคยหยิบเอาที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ แบบไปเช้า-เย็นกลับ มาแนะนำกันไปแล้ว คราวนี้ขอเอาใจคนที่มีเวลาน้อยหรือไม่อยากขับรถไปเที่ยวต่างจังหวัดไกล ๆ ด้วยการนำ “ที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ” มาฝากกัน โดยแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวอุดมด้วยแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สวยงาม ทั้งถ้ำ ชายหาด และจุดชมวิวต่าง ๆ เผื่อจะเก็บไว้เป็นที่เที่ยวพักผ่อนในวันหยุด เริ่มกันที่...

1. เขื่อนขุนด่านปราการชล จังหวัดนครนายก

          เริ่มกันที่สถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมในจังหวัดนครนายกอย่าง “เขื่อนขุนด่านปราการชล” นอกจากจะเก็บกักน้ำเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์กับประชาชนแล้ว ที่นี่ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวได้ทำหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเล่นน้ำชิล ๆ บริเวณหลังเขื่อน ตามแก่งต่าง ๆ, ชมวิวเขื่อนในมุมสูง, ล่องเรือ เดินลัดเลาะธรรมชาติเที่ยวน้ำตกที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ อย่างน้ำตกผางามงอน, น้ำตกคลองคราม และน้ำตกช่องลม ถือเป็นที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่น่าไปสูดอากาศดี ๆ ให้ฉ่ำปอด สัมผัสกับความงามของธรรมชาติให้หนำใจ
เขื่อนขุนด่านปราการชล

ภาพจาก Pakpoom Phummee / Shutterstock.com

2. หาดวอนนภา จังหวัดชลบุรี

          เลยชายหาดบางแสนมานิดเดียวก็เป็นที่ตั้งของ “หาดวอนนภา” อีกหนึ่งที่เที่ยวชลบุรีที่เราขอแนะนำ เป็นชายหาดตอนใต้สุด บรรยากาศเงียบสงบ มีหมู่บ้านประมงพื้นถิ่นเล็ก ๆ กระจายอยู่ห่าง ๆ กัน สุดปลายหาดวอนนภา คือ สะพานปลาวอนนภา ที่เป็นแหล่งทำมาหากินของชาวประมง ทุกๆ วันจะมีเรือนำปลาที่หาได้จากทะเลมาขึ้นที่สะพานปลาแห่งนี้ มีเวลานิด ๆ หน่อย ๆ แต่อยากพาร่างกายไปลั้ลลาเที่ยวทะเล ที่นี่ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียว แถมยังมีอาหารทะเลสด ๆ ให้ได้ลิ้มลองกันด้วย
หาดวอนนภา

3. หาดทรายท่าล้อ (วัดบ้านทอง) จังหวัดกาญจนบุรี

          ที่เที่ยวกาญจนบุรีที่หลายคนอาจไม่รู้ ตั้งอยู่ที่ตำบลท่าล้อ อำเภอท่าม่วง ได้รับการพัฒนาโดยโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์องค์การบริหารส่วนตำบลท่าล้อ โดยมีลักษณะเป็นหาดทรายหยาบลาดลงสู่แม่น้ำแม่กลอง บริเวณนี้จะเป็นคุ้งน้ำ มีความกว้างคล้ายทะเลสาบและมีลมพัดเข้าหาฝั่ง ทัศนียภาพด้านหน้าเป็นภูเขา ความยาวประมาณ 500 เมตร สามารถลงเล่นน้ำได้ อีกทั้งยังมีกิจกรรมทางน้ำให้ได้สนุกกันเล็ก ๆ น้อย ๆ ด้วย

รวมที่เที่ยวกาญจนบุรี จุดเช็กอินยอดฮิต น่าไปเก็บให้ครบ

4. อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี

          สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ที่มีทั้งภูเขา น้ำตก ลำธาร และป่าไม้ให้ได้เที่ยวชมกัน ในหลาย ๆ สถานที่ก็สามารถที่จะเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว จะมาแบบวันเดย์ทริปก็ได้ หรือจะมาค้างคืนก็ดี ที่พักติดน้ำตกก็มี ล่องแพเปียก กระโดดน้ำ ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ฟินสุด ๆ สถานที่ท่องเที่ยวมวกเหล็กที่น่าสนใจ เช่น สวนเบญจมาศ สวนบิ๊กเต้, ฟาร์มโคนมไทย-เดนมาร์ค, น้ำตกเจ็ดสาวน้อย, น้ำตกดงพญาเย็น, สวนรุกขชาติมวกเหล็ก, ฟาร์มสายทอง, ไร่องุ่นภูนวพันธุ์ และไร่กุสุมา เป็นต้น
อำเภอมวกเหล็ก

5. จุดชมวิวเขาแดง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          ที่เที่ยวกุยบุรีที่หลายคนมองข้าม เป็นจุดชมวิวบนยอดเขาแดงที่อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 157 เมตร จุดชมวิวนี้อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติสามร้อยยอดไปตามถนนลาดยาง 400 เมตร แล้วเดินขึ้นเขาไปอีก 300 เมตร ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เวลาที่เหมาะแก่การขึ้นชมวิวคือตอนเช้ามืด ประมาณ 05.30 น. เพราะสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นเหนือขอบทะเลบ้านเขาแดงและทัศนียภาพรอบ ๆ ได้ดี ตลอดจนชมนก ลิงแสม และค่างแว่น ที่ออกหาอาหารในตอนเช้าตรู่
จุดชมวิวเขาแดง

6. อุทยานแห่งชาติทับลาน จังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดนครราชสีมา

          อุทยานที่ครอบคลุมพื้นที่อำเภอปักธงชัย อำเภอวังน้ำเขียว อำเภอครบุรี อำเภอเสิงสาง จังหวัดนครราชสีมา และอำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี สภาพป่ามีความอุดมสมบูรณ์และมีป่าลาน ซึ่งหาดูได้ยากที่มีเฉพาะบางท้องที่เท่านั้น มีต้นลานขึ้นตามธรรมชาติ เป็นแหล่งกำเนิดของแม่น้ำ สถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เช่น ผาเก็บตะวัน, น้ำตกสวนห้อม, หาดชมตะวัน, หาดจอมทอง, ป่าลาน, น้ำตกม่านฟ้า, น้ำตกบ่อทอง และอ่างเก็บน้ำทับลาน โดยเฉพาะที่จุดชมวิวผาเก็บตะวัน ตั้งอยู่บริเวณหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติทับลานที่ 11 (ไทยสามัคคี) ที่นี่มีกิจกรรมปลูกป่าด้วยหนังสติ๊ก พร้อมชมพระอาทิตย์ตกหลังขุนเขาที่งดงาม
อุทยานแห่งชาติทับลาน

7. เขาพะเนินทุ่ง จังหวัดเพชรบุรี

           สถานที่ชมทะเลหมอกยอดนิยม ตั้งอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นอุทยานที่ มีผืนป่าอุดมสมบูรณ์ สามารถขึ้นไปชมทะเลหมอกได้เกือบตลอดปี โดยในยามเช้าจะมองเห็นทะเลหมอกปกคลุมทั่วหุบเขา จุดชมทะเลหมอกที่สวยที่สุด ได้แก่ จุดชมทะเลหมอกกิโลเมตรที่ 30 และกิโลเมตรที่ 36 โดยทางอุทยานได้กำหนดเวลาขึ้น-ลงเขาพะเนินทุ่งไว้ ดังนี้ เวลาขึ้น 05.30-07.30 น. และ 13.00-15.30 น. เวลาลง 09.00-10.00 น. และ 16.00-17.00 น.

          ทั้งนี้แนะนำให้มาชมทะเลหมอกในช่วงเวลา 06.00-08.00 น. เพราะหมอกจะรวมตัวกันมากที่สุด แต่ถ้าไม่สะดวกที่จะเดินทางมาตอนเช้าสามารถพักค้างแรมที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.19 (พะเนินทุ่ง) บริเวณ กม.30 แต่ต้องจองพื้นที่กางเต็นท์ผ่านระบบออนไลน์ล่วงหน้า 60 วัน
เขาพะเนินทุ่ง

8. บ่อน้ำพุร้อนโป่งกระทิง จังหวัดราชบุรี

          ชวนไปพักผ่อนคลายเมื่อยกันที่บ่อน้ำพุร้อนโป่งกระทิง ตั้งอยู่ในอำเภอบ้านคา ในเขตอุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน ที่นี่เหมาะสำหรับเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำหรับคนรักสุขภาพ มีลักษณะเป็นบ่อน้ำร้อนแบบบ่อธรรมดาขนาดเล็ก ภายในบริเวณสามารถกางเต็นท์ เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และมีความเชื่อกันว่าผู้ที่เดินทางมาแช่น้ำร้อนที่นี่ จะทำให้สุขภาพดีขึ้น คนที่เป็นโรคต่าง ๆ ก็จะบรรเทาอาการลง จึงทำให้น้ำพุร้อนที่นี่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนที่ราชบุรี

ที่เที่ยวราชบุรี พักผ่อนเต็มที่กับเมืองเก่าและขุนเขา

9. ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า จังหวัดสระบุรี

          ที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ที่ได้รับความสนใจในการไปกางเต็นท์แคมปิ้งกันชิล ๆ เสมอ ตั้งอยู่ที่หมู่ 5 ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย เป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่จัดได้ว่ามีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก ภายในมีอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านซึ่งด้านหนึ่งเปิดเป็นลานกางเต็นท์กว้าง พร้อมด้วยศาลาพักผ่อน และพื้นที่สำหรับทำอาหาร ใกล้ๆ กันยังมีจุดชมวิวมอเครือ อยู่ห่างจากศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประมาณ 1.8 กิโลเมตร เป็นจุดที่สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของพื้นที่ได้ในมุมกว้าง และน้ำตกเจ็ดคด น้ำตกที่มีต้นกำเนิดจากลำห้วยเจ็ดคด โดยการเข้าไปเที่ยวชมน้ำตก ใช้วิธีเดินเท้า ระยะทางรวมประมาณ 4 กิโลเมตร รวมถึงมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า

ภาพจาก Santi.m / Shutterstock.com

10. ยอดเขาเทวดา จังหวัดสุพรรณบุรี

          ปิดท้ายกันด้วยยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุพรรณบุรี มีความสูง 1,123 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง สามารถมองเห็นทะเลหมอกกว้างไกล ช่วงเวลาท่องเที่ยวที่แนะนำคือตั้งแต่เดือนกันยายน-ธันวาคม อีกทั้งที่นี่ยังเหมาะกับนักเดินทางที่หลงใหลในธรรมชาติ ความสงบเงียบ ป่าเขา น้ำตก ความงดงามของดวงอาทิตย์ยามเช้า ทะเลหมอก ความหนาวเย็น และวิถีชีวิตของชนชาวกะเหรี่ยง โดยจะต้องเดินเท้าจากน้ำตกตะเพินคี่ใหญ่ขึ้นไปยังหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ ที่ 3 ประมาณ 4-5 กิโลเมตร เพื่อไปนอนกางเต็นท์ในจุดนี้ แล้วรุ่งเช้าจึงเดินขึ้นยอดเขาเทวดา โดยมีระยะทางอีกประมาณ 800 เมตร การขึ้นไปยังยอดเขาเทวดาต้องติดต่อเจ้าหน้าที่อุทยานก่อนเท่านั้น เพราะตลอดเส้นทางเป็นป่าดิบชื้น อาจเกิดอันตรายได้
ยอดเขาเทวดา

          และนี่เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ เพียงแค่ส่วนหนึ่งที่เราหยิบมาแนะนำกันเท่านั้น เมืองไทยยังที่สถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ อีกมากมาย เอาเป็นว่าพอมีเวลาอย่าลืมออกไปสัมผัสกับความงดงามเหล่านั้นกันนะ

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thailandtourismdirectory.go.th, kanchanaburi.go.th

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
10 ที่เที่ยวธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ พาตะลุยทัวร์ฉบับคนมีเวลาน้อย โพสต์เมื่อ 23 ธันวาคม 2562 เวลา 16:32:26 19,574 อ่าน
TOP