5 เส้นทางท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ เที่ยวสุขใจตามรอยพ่อหลวง

ที่เที่ยวโครงการพระราชดำริ

          เส้นทางท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ ของในหลวง ที่มีส่วนช่วยราษฎรให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สร้างรายได้และอาชีพ ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจไม่น้อย

          ตลอดระยะเวลากว่า 70 ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช (รัชกาลที่ 9) นับเป็น 70 ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่เย็นเป็นสุข ด้วยเพราะพระราชกรณียกิจนานัปการ ล้วนอำนวยคุณประโยชน์แก่ประชาชนอย่างยิ่งใหญ่ เหมือนกับดังคำกล่าวที่ว่า "ไม่มีที่ใดบนผืนแผ่นดินไทย ที่พระองค์เสด็จไปไม่ถึง"

          ดังเช่นโครงการในพระราชดำริหลายสิบโครงการ ที่เกิดแทบทุกพื้นที่บนแผ่นดินไทย ที่นอกจากจะสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้กับชาวบ้านในพื้นที่แล้ว ยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักผ่อนและเรียนรู้ของนักท่องเที่ยว ที่สามารถเดินทางไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี วันนี้เราเลยอยากให้ทุกคนได้ออกไปสัมผัสเส้นทางท่องเที่ยวตามโครงการพระราชดำริ เพื่อให้เราได้เห็น ได้เรียนรู้ ถึงพระอัจฉริยภาพที่กว้างไกลของพระองค์อย่างยากจะหาที่สุดมิได้
1. โครงการชั่งหัวมัน ตามพระราชดำริ

ที่เที่ยวโครงการพระราชดำริ
ภาพจาก นิตยสาร BAREFOOT

         โครงการช่างหัวมันตามพระราชดำริ อยู่ในความดูแลของกองทัพภาคที่ 1 เป้าหมายต้องการให้เป็นศูนย์รวมพืชเศรษฐกิจของ อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยเลือกพันธุ์พืชท้องถิ่นที่ดีที่สุดเข้ามาปลูก แล้วให้ภาครัฐและชาวบ้านร่วมดูแลด้วยกัน ภายในยังมี "ทะเบียนบ้านเลขที่ 1" ซึ่งเป็น บ้านพักส่วนพระองค์ของในหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ถือโฉนดและมีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 5 บ้านหนองคอไก่ ตำบลเขากระปุก อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี โดยทรงขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรทำไร่   

ที่เที่ยวโครงการพระราชดำริ
ภาพจาก นิตยสาร BAREFOOT

         กิจกรรมห้ามพลาด : นักท่องเที่ยวจะได้ชื่นชมกับบรรยากาศธรรมชาติแบบสุดลูกหูลูกตา ล้อมรอบด้วยภูเขา รวมถึงพื้นที่เกษตร เช่น สับปะรด มะนาว มะพร้าว รวมทั้งมันเทศ เป็นต้น และมีส่วนของกังหันผลิตไฟฟ้า ฟาร์มโคนม ฟาร์มไก่ โดยมีรถรางพานำชมทั่วไร่ และห้องชมวีดิทัศน์ของโครงการ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้ด้านการเกษตรอีกด้วย (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการชั่งหัวมันตามพระราชดำริ โทร. 032 472 700-1 หรือ เว็บไซต์ phetchaburi

2. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

         อยู่ในเขตรอยต่อของตำบลป่าเมี่ยง และตำบลแม่โป่ง อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ จากเดิมที่เคยเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมกว้างกว่า 8,500 ไร่ มาวันนี้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการพัฒนารูปแบบชลประทาน ที่ควบคู่ไปกับการพัฒนาดินและป่าไม้ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือน ได้รับความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาผืนป่าที่เข้าใจง่าย แถมยังได้สัมผัสจิตวิญญาณของป่าใหญ่ ด้วยการย่างเท้าก้าวเข้าสู่การเดินป่าท่ามกลางลุ่มน้ำห้วยฮ่องไคร้ ได้พบกับป่าเต็งรัง และป่าเบญจพรรณที่สวยงาม รวมถึงการได้เข้าชมวิถีฟาร์มสไตล์ภาคเหนือ เช่น การทำปศุสัตว์ เลี้ยงโคนม สัตว์ปีก สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนานาชนิดอีกด้วย

         กิจกรรมห้ามพลาด : ชมการสาธิตการสร้างฝายไม้ไผ่แบบง่าย ๆ ไว้เป็นองค์ความรู้ในการใช้ชีวิตตามวิถีธรรมชาติ และไม่พลาดชม "สวนหกศูนย์" ใจกลางศูนย์พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติที่มีชีวิต โดยเปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาดูงาน สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 053 389 228-9 ต่อ 102 (ติดต่อในวันและเวลาราชการเท่านั้น) และ เว็บไซต์ hongkhrai หรือ เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ)

3. โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า

ที่เที่ยวโครงการพระราชดำริ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า

         ตั้งอยู่ที่อำเภอนครไทย ภายในเขตอุทยานภูหินร่องกล้า จังหวัดพิษณุโลก ที่จัดตั้งขึ้นเพื่อฟื้นฟูสภาพป่า เพาะชำกล้าไม้ รวมถึงยังมีแปลงปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า แปลงสาธิตปลูกสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทานปลอดสารพิษ ที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชมอย่างใกล้ชิด พื้นที่โครงการมีแนวหินผา เป็นจุดชมวิวถึง 6 จุดสำคัญด้วยกัน ได้แก่ ผาไททานิค ผาพบรัก ผาบอกรัก ผาคู่รัก ผารักยืนยง และผาสลัดรัก โดยนักท่องเที่ยวสามารถยืนชมวิวทิวทัศน์ผืนป่าที่เขียวชอุ่มได้แบบสุดลูกหูลูกตา

ที่เที่ยวโครงการพระราชดำริ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า

         กิจกรรมที่ห้ามพลาด : นักท่องเที่ยวต้องได้ลองมาเดินชมทุ่งดอกกระดาษที่ผาพบรัก ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของโครงการพระราชดำริภูหินร่องกล้า ซึ่งจะบานในช่วงหน้าหนาวไปจนถึงช่วงเดือนมีนาคม (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า 055 356 652, 081 596 5977 หรือ เฟซบุ๊ก โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า)

4. ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตองตามพระราชดำริ

         ตั้งอยู่ตำบลหมอกจำแป่ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีเป้าหมายทำการผลิต และส่งเสริมการปลูกพืชและการเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่สูง นอกเหนือจากนี้ ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และขยายผลเพื่อชุมชน คน และป่าในพื้นที่เป้าหมาย พัฒนาและส่งเสริมอาชีพบนพื้นที่สูงหลายแขนง เป็นสถานีวิจัยทดสอบพันธุ์สัตว์ การเพาะเลี้ยงและขยายพันธุ์สัตว์ป่า ตลอดจนศูนย์อนุรักษ์และจัดการพื้นที่ป่า และการพัฒนาระบบไฟฟ้าพลังน้ำ เรียกว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวท่ามกลางธรรมชาติ ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลินและความรู้กลับบ้านไปแบบเต็ม ๆ

         กิจกรรมห้ามพลาด : นักท่องเที่ยวจะสนุกและเพลิดเพลินไปกับการเดินลัดเลาะเนินเขาและลำธาร เพื่อขึ้นไปขมพระตำหนักปางตอง ที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ชมความน่ารักของฝูงแกะและฝูงม้าที่ลานทุ่งหญ้ากว้าง และแปลงผักปลอดสารพิษ (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โครงการพัฒนาตามพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร 053 611 244 หรือ เว็บไซต์ royal-project.maehongson)


5. ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ที่เที่ยวโครงการพระราชดำริ
ภาพจาก เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

         ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2524 โดยครอบคลุมพื้นที่อ่าวคุ้งกระเบนกว่า 4,000 ไร่ เพื่อศึกษา วิจัย ทดลอง และเพาะพันธุ์สัตว์น้ำชายฝั่งทะเล พร้อมทั้งสร้างที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเล ทั้งยังส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่มีความรู้ในการประกอบอาชีพอย่างยั่งยืน สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากใกล้ชิดธรรมชาติ และพร้อมเรียนรู้วิถีชีวิตประมง ทำความรู้จักกับสัตว์น้ำ และต้นไม้นานาชนิด ที่คือพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติมีชีวิต ที่น่าสนใจและน่าศึกษาเป็นอย่างยิ่ง

         กิจกรรมห้ามพลาด : นักท่องเที่ยวจะได้เดินลัดเลาะตามเส้นทางธรรมชาติของป่าชายเลน รวมถึงถ้าใครอยากใกล้ชิดธรรมชาติให้มากขึ้น ที่นี่ยังให้นักท่องเที่ยวได้นอนเต็นท์ในพื้นที่รับรองของศูนย์อีกด้วย (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โทร. 039 433 216-8 หรือ เฟซบุ๊ก
ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
และ เว็บไซต์ fisheries)

         เหล่านี้เป็นเพียงโครงการในพระราชดำริบางส่วนในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ที่ทรงสร้างคุณูปการให้กับราษฎรอย่างใหญ่หลวง และมีอะไรที่ดีไปกว่าการได้ย่ำตามรอยเท้าพ่อ แล้วคุณจะรู้เลยว่า ตัวเองเป็นคนโชคดีแค่ไหน ที่ได้เกิดมาในแผ่นดิน ที่มีพระมหากษัตริย์ดูแลพวกเรามาตลอดระยะเวลา 70 ปีอย่างไม่ย่อท้อ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

เว็บไซต์ hongkhrai, เฟซบุ๊ก โครงการพัฒนาป่าไม้ตามแนวพระราชดำริภูหินร่องกล้า, เฟซบุ๊ก ศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ, เว็บไซต์ fisheries, เฟซบุ๊ก สำนักงาน กปร., สํานักงานคณะกรรมพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดําริ, เว็บไซต์ ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง





คิดอย่างไรกับเรื่อง: 5 เส้นทางท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ เที่ยวสุขใจตามรอยพ่อหลวง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
5 เส้นทางท่องเที่ยวโครงการพระราชดำริ เที่ยวสุขใจตามรอยพ่อหลวง โพสต์เมื่อ 14 ตุลาคม 2559 เวลา 22:04:39 14,581 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP