เที่ยวมัลดีฟส์ 8 วัน งบ 35,xxx ไม่นอน Water Villa ก็ชิลได้

มัลดีฟส์

          เที่ยวมัลดีฟส์ หมู่เกาะท้องทะเลในฝันสำหรับนักท่องเที่ยว ที่สักครั้งในชีวิตต้องเดินทางไปให้ได้ เที่ยวมัลดีฟส์ครั้งนี้ให้หนำใจแบบคุ้มค่าคุ้มราคาแน่นอน
 
          มัลดีฟส์ เกาะกลางมหาสมุทรอินเดีย ทะเลในฝันของใครหลายคน มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อยที่อยากจะนำตัวเองไปสัมผัสกับชายหาดขาว ๆ น้ำทะเลใส ๆ รวมถึงดำน้ำดูหมู่มวลปะการังจำนวนมาก ด้วยเพราะกิตติศัพท์ความสวยงามทางธรรมชาติของมัลดีฟส์ ทำให้เมื่อคิดคำนวณงบประมาณการเดินทาง และค่าที่พักแล้ว เป็นต้องสะอึกทุกครั้งไป และทำให้ใครหลายคนต้องดับฝันของตัวเองทิ้ง หากแต่จริง ๆ แล้ว ไม่ต้องมีเงินจำนวนเยอะขนาดนั้น คุณก็สามารถดื่มด่ำกับธรรมชาติสวย ๆ ที่มัลดีฟส์ได้เช่นกัน เหมือนกับที่ คุณ babyblink111 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่ได้ออกเดินทางไปมัลดีฟส์ในงบประมาณไม่มากเกินไป รับรองว่าคุ้มค่าให้คุณจะเก็บเกี่ยวทุกความรู้สึกพิเศษของทะเลมัลดีฟส์กลับเมืองไทยไปด้วยแน่นอน อากาศร้อน ๆ แบบนี้หนีไปเที่ยวมัลดีฟส์สักทริปก็ดีเหมือนกันนะคะ


          "ไปมัลดีฟส์กัน" อยู่ดี ๆ ก็มีวันหยุด 8 วัน ตัดสินใจไม่กะทันหันเท่าไรว่าจะต้องไปมัลดีฟส์กับเขาบ้างสักที ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดจำเขี่ย เพราะบาดเจ็บจากการเที่ยวมองโกเลียเมื่อสงกรานต์ แต่สารเคมีในสมองมันบอกว่า "เฮ้ย หยุดตั้ง 8 วัน จะอยู่บ้านเฉย ๆ ได้ยังไง" ไปค่ะ เราต้องออกไปดูโลกกว้าง ! อ้างได้ตามนั้นแล้วก็คว้าบัตรเครดิตกดตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์ มาครอบครอง !!

มัลดีฟส์

          Trip Schedule 30 APR-07 MAY

          ● Day 1 - Bangkok Departure - ออกเดินทางสู่กรุงมาเล ประเทศมัลดีฟส์ ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย ต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ ถึงมาเล 21.00 น. พักโรงแรมในมาเล (Male)

          ● Day 2 - Male - Dhiffushi Island - บ่ายสองโมงครึ่งเรือโดยสารไปเกาะ Dhiffushi ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง (ชิล ๆ) ถึงที่พักบนเกาะ Dhiffushi ราว 5โมงเย็นนิด ๆ ทันดูพระอาทิตย์ตกมหาสมุทรอินเดียพอดี

          ● Day 3 - Dhiffushi - ดูปลาดูเต่า ณ Turtles Point ! (Snorkeling)

          ● Day 4 - Dhiffushi - ปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะ (ฟรีด้วย)

          ● Day 5 - Dhiffushi - สัมผัสความไฮโซกับหาดทรายกลางทะเลส่วนตั๊วส่วนตัว Sand Bank กับจุดดำสน็อกเกิลที่ลืมไม่ลงจริง ๆ !

          ● Day 6 - Dhiffushi - ดูเต่าดูปลา ณ Fish Point! (Snorkeling)

          ● Day 7 - Dhiffushi - BEACH DAY ! – อกหักจากปลาโลมาเนื่องว่าอากาศไม่อำนวย

          ● Day 8 - Dhiffushi - นั่งเรือกลับมาเล-เดินเตร่เที่ยวในเมืองก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ

          ค่าใช้จ่าย

          1. แพ็กเกจตั๋วไป-กลับของแอร์เอเชีย + ที่พักพร้อมอาหารเช้า 6 คืน ราคาเหมา ๆ ตกคนละ 24,000 บาทถ้วน ! (expedia) แอร์เอเชีย บิน via กัวลาร์ลัมเปอร์ เวลาต่อเครื่อง 2-3 ชั่วโมง ก็โอเค ถ้าไฟล์ทไม่ดีเลย์ก็ถือว่ารอไม่นาน แม้จะไปถึงมัลดีฟส์ค่ำหน่อยแต่เราก็ไม่ซีเรียส เพราะเรามีเวลาอยู่กับทะเลตั้ง 8 วัน !!!

          2. ที่พักในมาเลคืนแรกที่ไปถึง เลือกพักที่ Skai Lodge - คืนละ 2,578 บาท/2คน = 1,289 บาท/คน

          3. ค่าเรือ Airport Ferry ไป-กลับ (1.5 USD/คน) / Ferry Male-Dhiffushi ไป-กลับ (3 USD/คน) / Taxi จากโรงแรม Skai Lodge ไปท่าเรือ 3 USD / Taxi จากท่าเรือ ไปท่าเรือ Airport Ferry 2 USD = 7 USD/คน

          4. ค่าทัวร์ที่ Dhiffushi + ค่าอาหารทุกมื้อกินที่โรงแรมบนเกาะ Dhiffushi = 245 USD /คน

          5. จิปาถะ แลกเงินไว้กินขนม + ซื้อของฝาก คนละ 50 USD/คน (แนะนำว่าควรแลกเป็น Rufiya ไว้ใช้ ส่วนตัวคิดว่าเรตดีกว่าจ่ายเป็น USD)

          (คำนวณจากค่าเงินวันที่แลกมา 1 USD = 35 บาท)

          เบ็ดเสร็จ  = 25,289 บาท + 302 USD = 35,859 บาท/คน

          พร้อมแล้ว ไปลุยกันเลยค่ะ !!!

มัลดีฟส์

          Day 1 - ออกเดินทางสู่กรุงมาเล ด้วยสายการบินแอร์เอเชีย ต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์-พักโรงแรมในมาเล (Male)

          แพ็กเกจที่ซื้อผ่าน expedia รวมค่าโหลดกระเป๋าคนละ 20 กก. ด้วยนะคะคุณ เช็กอินโหลดกระเป๋าแล้วเราก็โบกมือลากระเป๋าเดินทางได้เลย สัมภาระจะได้รับการส่งผ่านต่อไปไฟล์ทปลายทางสู่มาเล ไม่ต้องกังวลว่าจะลากกระเป๋าไปต่อเครื่องทันไม่ทันอีกต่อไป ! ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่งนิด ๆ แวะต่อเครื่องที่กัวลาลัมเปอร์ ไฟล์ทดีเลย์ค่ะ แต่อย่าซีเรียส สนามบินกว้างขวางร้านรวงเยอะแยะ ร้านอาหาร ร้านกาแฟมี ดิวตี้ฟรีเดินเพลิน ๆ อาหารเครื่องดื่มราคาพอคุยกันได้ มี Food Court ฝากท้องไว้สำหรับมื้อเย็น รอไฟล์ทเพลิน ๆ

          - เดินหาเกตกว่าจะเจอใช้เวลาพอสมควร (กะเวลาดี ๆ อย่าเพลิดเพลิน เกตค่อนข้างไกลไปถึงไกลมากทีเดียว 555) ใช้เวลาประมาณ 4.30 ชั่วโมง จากกัวลาฯ ไฟล์ทก็แลนดิ้งอย่างสวยงามลงกลางทะเล ...

          ยินดีต้อนรับสู่สนามบิน Ibrahim Nasir International Airport ประเทศมัลดีฟส์ มาถึงก็สี่ทุ่มกว่า ๆ สนามบินไม่ใหญ่ไม่เล็ก คล้าย ๆ สนามบินกระบี่บ้านเรา แถวไม่ยาวนักเพราะดึกแล้ว เราก็ผ่านด่าน ตม. มาอย่างง่ายดาย พร้อมสติ๊กเกอร์น่ารักแปะหราอยู่บนหน้าพาสปอร์ต (น่ารักจนอยากได้อีกอัน พี่ ตม. บอกมาอีกครั้งสิจะได้อีกอัน ฮา !)

          *Tips* ห้ามนำเข้า เหล้า หมู หมา สื่อลามก !! อันนี้เห็นคนโดนสุ่มตรวจอาจจะโดนปรับไปหลายอยู่ เพราะถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย

          รับกระเป๋าจากสายพานแล้วเราก็มุ่งหน้าสู่ทางออก !! มองซ้ายจะเห็นบูธแลกเงินของธนาคาร อันนี้ส่วนตัวขอแนะนำว่าแลกเงินรูฟียาห์ไว้ใช้บ้างก็ดีค่ะ เพราะจากประสบการณ์ทริปครั้งนี้คิดว่าจ่ายด้วยเงินท้องถิ่นคุ้มกว่าจ่ายด้วยเงิน USD แลกมาพอประมาณอย่าเยอะ เพราะเยอะใช้ไม่หมดแลกคืนจะขาดทุนย่อยยับ 5555

          *Tips* อย่าลืมเก็บใบเสร็จแลกเงินไว้ให้ดี กรณีหากต้องการแลกคืนจริง ๆ ต้องกลับมาแลกที่สนามบินจากบูธธนาคารเดียวกันฝั่งขาออก และต้องแสดงใบเสร็จด้วยค่ะ

          อัตราแลกเปลี่ยนวันที่ 30 เมษายน 2016 - 1 USD = 15 รูฟียาห์

          เดินออกมาประตูทางออกอีกหน่อย มองขวาจะเห็นบูธขายซิมมือถือ ที่เค้าลือกันว่าอินเทอร์เน็ตแรงเว่อร์ !! แต่นี่ไม่ได้ซื้อ เพราะกะไปใช้ Wi-Fi Free ที่โรงแรมตลอดการเดินทาง !!!! (ประหยัด)

          เดินมาถึงถนนข้ามถนนมา แลทางขวาจะเห็นท่าเรือและบูธขายตั๋ว ใช่ค่ะ...เราจะต้องนั่งเรือเมล์ข้ามไปฝั่ง "เกาะเมือง" เกาะเมืองมี 2 เกาะ เกาะสนามบินอยู่ตรงกลาง (ดูภาพประกอบ)

          - เกาะบนเรียก Hulhumale (มีถนนเชื่อมต่อจากเกาะสนามบิน)
          - เกาะล่าง ที่เป็นเกาะเมืองหลวงของประเทศ ชื่อเกาะ Male (มาเล) เกาะนี้ไม่มีถนนเชื่อม ทางเดียวคือเรือเมล์ข้ามไปมาที่วิ่งตลอด 24 ชม. ระหว่างเกาะสนามบินและเกาะมาเล

มัลดีฟส์

          *ขณะนี้กำลังมีการก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างเกาะสนามบินและเกาะมาเลด้วยความช่วยเหลือจากประเทศจีน ซึ่งจะเปิดให้ใช้บริการในปี 2018 คาดว่าการคมนาคมจะสะดวกขึ้นมากเลยทีเดียว (แต่นี่นั่งเรือก็สนุกดีนะ 10 รูฟียาห์ ประมาณไม่เกิน 10 นาที)

          *Tips* สำหรับใครที่จะต้องมาค้างคืนที่มาเลก่อน 1 คืน ก่อนเดินทางต่อไปรีสอร์ทหรือเกาะอื่น ๆ แนะนำว่าให้เช็กให้ดีก่อนว่าพักเกาะไหนสะดวกกว่ากัน เพราะจะมีโรงแรมทั้งเกาะ Hulhumale และเกาะ Male ราคาหลากหลาย ตั้งแต่ไม่กี่พันบาทไปจนหลายพันบาท ส่วนตัวคิดเลือกพักฝั่ง Male เพราะว่าเช้าวันรุ่งขึ้นต้องลงเรือเมล์ไปเกาะ Dhiffushi (ท่าเรือ Villingili Ferry Terminal)

มัลดีฟส์

          ถึงท่าเรือฝั่งมาเลก็จะมีแท็กซี่มาคอยรอให้บริการ แต่นี่สะบัดบ๊อบเปิดแผนที่แล้วเดินผ่านแท็กซี่ไปอย่างไม่ไยดี เพราะโรงแรมที่จองมาอยู่ห่างจากท่าเรือเพียง 500 เมตร เดินซอกแซกแป๊บเดียวถึง แม้จะค่อนข้างดึกแล้วแต่ผู้คนก็ยังพลุกพล่าน เดินแบกเป้มาถึงโรงแรม Skai Lodge ที่จองผ่านอโกด้า ราคา 2,578 บาท (รวมอาหารเช้า)

          - ขออภัยไม่มีรูปห้องเพราะง่วงนอนเกินจะถ่ายภาพ แถมสภาพห้องก็ไม่มีอะไรให้น่าจดจำ ... เอาจริง ๆ ข้อดีอย่างเดียวเลยคือเดินมาจากท่าเรือได้ไม่ไกล .. สรุปว่าพอนอนได้ก็แล้วกัน พี่นอนง่าย เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็เช้าแล้ว !

          Day 2 - Male - Dhiffushi Island

          ตื่นสาย มาพร้อมกับคลื่นความร้อน !! ความดีงามของ Skai Lodge นอกจาก location แล้วขอยกให้ "อาหารเช้า" !! อาหารเช้าเป็นเซต คือดี คือจัดเต็ม คือมาพร้อมผลไม้ ไข่เจียว ขนมปัง และที่อร่อยมากคือไอ้เจ้าลูกกลม ๆ สองลูกนั่น มันคือ Tuna Cheese Balls อร่อยเว่อร์ ! ใครไปมัลดีฟส์ลองหาสั่งดูค่ะ เค้าเรียก Kiev หรือ Kief นี่ล่ะ (อร่อยจนลืมชื่อ 555)

          เที่ยงกว่าก็ฝากท้องไว้กับโรงแรมนั่นล่ะค่ะ เพราะข้างนอกร้อนจนไหม้ ... โรงแรมก็ใจดีให้เลทเช็กเอาท์ถึงบ่ายโมง กินข้าวเสร็จเช็กเอาท์ออกมาหาแท็กซี่ก็จะสองโมงพอดี แท็กซี่ที่นี่เป็นมิเตอร์ค่ะ จะจ่ายเป็น USD หรือจ่ายเป็นเงินรูฟียาห์ก็ได้ (แบงก์เค้าออกมาใหม่สวยน่าใช้มาก-รูปจากอินเทอร์เน็ต)

มัลดีฟส์

          ค่าแท็กซี่ตามมาตรฐาน คือ 2-3 USD ไปไหนมาไหนบนเกาะมาเลใช้ราคาประมาณกันได้ 2-5 USD ค่ะ รถแท็กซี่มีหลายบริษัท คันเล็กคันใหญ่ราคาไม่ต่างกัน ส่วนใหญ่รถใหม่ ๆ คันเล็กน่ารักเหมาะกับถนนเล็ก ๆ บนเกาะมาเล สภาพการจราจรเรียกว่าโล่งสะดวกละกัน ไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงแล้วท่าเรือ Villingili Ferry Terminal

          ท่าเรือแห่งนี้เปรียบเสมือนท่ารถหมอชิตบ้านเรานี่เองค่ะ จะมีเรือไปตามเกาะใหญ่น้อยต่าง ๆ เช่น เกาะยอดนิยมของนักท่องเที่ยว Maafushi หรือเกาะ Huraa เกาะ Dhiffushi ที่เป็นเกาะไกลที่สุดของเรือเมล์สายนี้ก็เช่นกัน ต้องมาลงเรือที่นี่ค่ะ

มัลดีฟส์

มัลดีฟส์

          ซื้อตั๋วมาก่อนเลย ราคา 22 รูฟียาห์ (1.5 USD) เรือออก 14.30 น. ค่ะ มีเวลา Boarding Time ด้วยนะคะ 14.15 น. เรือที่นี่ตรงเวลามากค่ะ เพราะฉะนั้นใครจะมาลงเรือกะเวลาดี ๆ นะคะ ตกเรือแล้วมันเจ็บใจค่ะ เพราะว่ามีแค่วันละเที่ยวเดียวเท่านั้น (วิ่งทุกวัน ยกเว้นวันศุกร์นะคะ)

มัลดีฟส์

          เรือโดยสารไปเกาะ Dhiffushi ใช้เวลาประมาณ 3-3.30 ชั่วโมง บนเรือมีห้องน้ำ มีบูธขายขนม เครื่องดื่ม นั่งชิล ๆ ไปกับชาวมัลดิเวียนบนเรือที่คุยกันสนุกสนาน บางคนก็ไปช้อปปิ้งมา รื้อค้นของมาอวดกันบนเรือเป็นที่สนุกสนาน ราวกับว่าทุกคนรู้จักมักคุ้นกันเป็นอย่างดี (แล้วก็จริงเสียด้วยค่ะ พวกเค้ารู้จักกัน เกาะมันเล็กมากกกกกกกก)

          ระหว่างทางเราก็จะได้สัมผัสบรรยากาศของความ 5 ดาวบ้าง เรือวิ่งผ่านรีสอร์ทหรูอยู่หลายรีสอร์ทเลยค่ะ ... ได้แต่ส่งสายตาไปทักทาย โบกมือบ๊ายบายอยู่บนเรือเมล์ 555 เรือเมล์พาเราแวะจอดตามเกาะต่าง ๆ อีกสามเกาะ ก่อนจะถึงป้ายสุดท้ายคือเกาะ Dhiffushi ของเรา ที่เป็นเกาะที่เค้าว่ากันว่าอยู่ฝั่งตะวันออกที่สุดแล้วในประเทศมัลดีฟส์ !

          เราถึงเกาะ Dhiffushi ราว 5 โมงเย็นนิด ๆ เช็กอินเสร็จทันดูพระอาทิตย์ตกมหาสมุทรอินเดียพอดีเลยค่ะ !!!

มัลดีฟส์

          *Tips* เกาะแก่งนับร้อยพันในมัลดีฟส์ แยกออกเป็น 3 ประเภทค่ะ

          1. คือเกาะที่เป็น Private Island หรือเกาะรีสอร์ทที่ได้รับสัมปทานจากรัฐบาล พูดง่าย ๆ ก็คือพวกเกาะโรงแรม 4-5 ดาว ทั้งหลายที่ขายเป็นแพ็กเกจค่ะ เกาะพวกนี้จะเป็นเกาะสำหรับผู้จองเข้าพักเท่านั้น ไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าค่ะ (มีบางเกาะมีแพ็กเกจทัวร์แบบ 1 Day Trip ขายด้วย) เกาะเหล่านี้รัฐจะอนุญาตให้มีการขาย/บริการเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์/ไม่ห้ามเรื่องชุดว่ายน้ำ ฯลฯ)

          2. เกาะที่มีประชาชนอยู่อาศัย เกาะต่าง ๆ เหล่านี้มีชุมชน หมู่บ้าน มีผู้อยู่อาศัย บางเกาะมีโรงแรม ร้านอาหารไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย แต่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด คืองดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดแต่งตัวล่อแหลมหรือชุดว่ายน้ำในที่สาธารณะ (อาจมี Bikini's Beach แยกต่างหากไว้ให้ในบางพื้นที่)

          3. เกาะที่ไม่มีใครอยู่เลย ... รอพี่ถูกลอตเตอรี่แป๊บ จะไปเช่าเหมาทำรีสอร์ทคนโสด !

          พักที่ไหนดี ? บนเกาะ Dhiffushi อันแสนห่างไกล

          ที่พักที่เลือก...แน่นอนต้องถูกและดี Rashu Hiyaa เป็นโรงแรมที่ดีที่สุดบนเกาะ Dhiffushi กับสนนราคาค่าห้องประมาณ 2,800 บาท (แพ็กเกจจองกับ Expedia) พร้อมอาหารเช้าและซีวิว พูดเลยว่าถูกและดีมากกกกกกก ! ห้องใหม่ ดี สะอาดมาตรฐานสี่ดาว (เตียงดูดวิญญาณมากค่ะ) Wi-Fi ดี ทีวีดีชัดแจ๋ว ช่องเยอะ อาหารเช้าดี ความสะดวกสบายเต็มร้อย พนักงานดีมากกก ราคา Day Trip ไม่แพงแถมไม่ไกลจากจุดดำน้ำดัง ๆ หลายแห่ง ราคา Tour ประมาณ 25 USD/คน/ทริป ทั้งS norkel, Sand Bank, ปลาโลมา, Sun Set Cruise, ตกปลา etc. (อย่าลืม+service charge+Gov Tax ด้วยนะคะ)

          อาหารการกินส่วนตัวคิดว่าไม่แพง รับได้ ให้เยอะมาก แถมอร่อยมากด้วย ! มื้อหนึ่ง 2 คน ตกประมาณ 8-10 USD ค่ะ ส่วนขนม+เครื่องดื่ม แนะนำเดินออกจากโรงแรมไปหน่อย ทะลุซอยจะเจอร้านค้าชาวบ้าน น้องเจ้าของร้านพูด "ขอบคุณครับ" ชัดแจ๋วเพราะว่าเคยมาเมืองไทยด้วยค่ะ ไปอุดหนุนกันได้

มัลดีฟส์

          Day 3 - Dhiffushi - ดูปลาดูเต่า ณ Turtles Point ! (Snorkeling Trip – 25 USD/person)

          ตื่นสายมาก...อีกตามเคย! กินข้าวเช้าแล้วเราก็เข้าไปนอน....ไม่ใช่ ! วันนี้จองทริปไป Snorkeling ค่ะ ราคาคนละ 25 USD + ค่าอุปกรณ์ 5USD ++ ทริปนี่จองล่วงหน้าได้ 1 วัน เลือกเวลาได้ ใช้เวลา Trip ประมาณ 2 ชั่วโมง เลยเลือกไปบ่ายคล้อย ๆ หน่อยแดดจะได้ไม่ร้อน วันนี้ครึ้มนิด ๆ ค่ะ แต่ฝนก็ไม่ยักจะตก รูปเลยดูมืดนิดหนึ่งเนอะ

          นัดไว้ 2โมงปุ๊บเราก็นั่งสปีดโบ๊ท (ส่วนตัวด้วยนะคุณ) ออกห่างจากเกาะประมาณ 10 นาที เราก็มาถึงจุด Turtles Point ระดับความลึกกะด้วยสายตาไล่ยาวไปตั้งแต่ 3-5 เมตร เป็นช่วงเวลากว่า 2 ชั่วโมง ที่แทบไม่เงยหน้าขึ้นมาจากน้ำเลย !!! ตื่นเต้นตลอดเวลา เพราะเดี๋ยวลีดก็ชี้ตรงนั้น เดี๋ยวก็ชี้ตรงนี้ นั่นเต่า นี่หอย นั่นเต่าอีกแล้ว สนุกมาก !! (เป็นคนดำ Scuba ค่ะ ยอมรับเลยว่าปะการัง ปลา เต่าสมบูรณ์จริง ๆ แต่ก็เสียใจและเสียดายบางส่วนของปะการังกำลังฟอกขาว บางส่วนก็หักพังไปมาก...) ขึ้นจากน้ำได้ปีนขึ้นเรือนี่แข้งขาอ่อนเลยค่ะ ตีฟินสปรินท์ตามเต่า สนุกมาก ๆ !

มัลดีฟส์

          กลับเข้ารีสอร์ทเรือแวะส่งเราที่ชายหาดส่วนตัวหน้าเกาะของโรงแรมค่ะ เกาะ Dhiffushi มี Bikini Beach ด้วยนะ เป็นหาดเดียวบนเกาะที่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวใส่ชุดว่ายน้ำ ฉะนั้นบนหาดนี้จะทั้งขาวทั้งสวย 5555 มีฉลามครีบดำบ้าง กระเบนบ้างว่ายมาทักทายบางเวลาค่ะ มากันทีก็ตื่นเต้นกันที สนุกดี

มัลดีฟส์

          Day 4 - Dhiffushi - ปั่นจักรยานเที่ยวรอบเกาะ (ฟรีด้วย)

          นอกจากดำน้ำ อาบแดด แช่น้ำทะเล Dhiffushi ทำอะไรได้อีก ? ปั่นจักรยานรอบเกาะสิคะ ฟรีซะด้วย ! จักรยานยืมจากโรงแรมฟรีค่ะ ไม่คิดเงิน (รถกอล์ฟก็ยืมได้ แต่อันนั้นคิดเงินค่ะ 555)

มัลดีฟส์

          บ้านเรือนสีสันสดใส ผู้คนยิ้มแย้ม ยิงฟันขาวเซย์ไฮให้เกือบทุกคนที่ปั่นผ่าน แม้จะพูดภาษาเดียวกันไม่ได้แต่แค่รอยยิ้มทักทายพร้อมเซย์ฮัลโหลเราก็ยิ้มออกแล้ว ด้วยประชากรรอบเกาะกะดูคร่าว ๆ ไม่น่าเกิน 100 คน เดาว่าเขาคงรู้จักกันทั้งเกาะ ! (ใน Wiki บอกมี 1,000 กว่าคน แต่สาบานได้ว่าอยู่มา 1 สัปดาห์ เห็นหน้ากันไม่เกิน 100 คน !)

มัลดีฟส์

          ปั่นกินลมดมแดด...ไปเรื่อย ๆ แวะดูจุดปลายเกาะ ที่เห็นแนวกันคลื่นอย่างชัดเจน แวะจิบเบียร์ปลอมไร้แอลกอฮอล์ รสชาติส่วนตัวคิดว่าเหมือนเบียร์นะ เพียงแต่กินแล้วไม่เมาเท่านั้นเอง 555 (30 รูฟียาห์ ก็ประมาณ 70 บาท)

มัลดีฟส์

          และจบวันด้วยการดูพระอาทิตย์ตกทะเล.... ดำกำลังดีจริง ๆ !

มัลดีฟส์

          Day 5 - Dhiffushi - สัมผัสความไฮโซกับหาดทรายกลางทะเลส่วนตั๊วส่วนตัว Sand Bank กับจุดดำสน็อกเกิลที่ลืมไม่ลงจริง ๆ !

          วันนี้จองทัวร์ไป Sand Bank (25 USD/person ++) สันทรายกลางทะเลที่เป็นเหมือนหาดส่วนตัวกลางมหาสมุทรอินเดีย นั่งเรือออกจากเกาะไม่ถึง 10 นาที ก็ถึงค่ะ ทางโรงแรมจะเตรียมเก้าอี้ชายหาด ผ้าเช็ดตัว ร่ม กระติกน้ำแข็งไว้ให้ เครื่องดื่ม หรือมื้อกลางวัน หรือเย็นก็สามารถจัดเพิ่มได้ค่ะ เหมาะกับคู่รักมาสวีทหวานแหววกัน แต่สำหรับเราจุดนี้ต้องดำน้ำค่ะ !!! + 5 USD ได้อุปกรณ์มาก็ไม่รอช้าค่ะ ตีขาออกไปทันที !!!

มัลดีฟส์

          **ขอไม่บรรยาย ใช้ภาพแทนคำอธิบายนะคะ**

มัลดีฟส์

มัลดีฟส์

มัลดีฟส์

          Day 6 - Dhiffushi - ดูเต่าดูปลา ณ Fish Point! (Snorkeling)

          วันนี้ลงน้ำอีกแล้ว !! 555 ราคาเท่ากันทุกทัวร์ 25 USD++ ค่ะ วันนี้ไปจุด Fish Point ซึ่งถือเป็นจุดยอดนิยมของบรรดารีสอร์ท 5 ดาว ต่าง ๆ ในบริเวณใกล้เคียงจะต้องขายทริปมาลงจุดนี้ และแน่นอน ! ราคาแพงกว่า 25 USD แน่นอนค่ะคุณผู้ชม !!

มัลดีฟส์

          จุดนี้เน้นความหลากหลายของปลา เจอปลาฉลามครีบดำขนาดผู้ใหญ่ด้วย 555 แต่ถ่ายรูปไม่ทันค่ะ จุดนี้พบเต่าด้วย แถมมีกุ้งมังกรอีกต่างหาก ที่น่าเสียดายคือเท่าที่เห็นจุดนี้ปะการังถูกทำลายโดยนักท่องเที่ยวที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ไปเยอะพอดู ปะการังบางอันหักลงมาทั้งแผง คงจะถูกยืนหรือเหยียบ เห็นแล้วก็เศร้า... แม้กระทั่งลีดเราเองจากรีสอร์ทแท้ ๆ ยังยืนบนปะการังเวลาเผลอเลยค่ะ ... คิดว่าน่าจะมีองค์กรหรือหน่วยงานเข้ามาดูแลและให้ความรู้บ้าง เสียดายโลกใต้ทะเลที่ยังสมบูรณ์อยู่มากของเขา มันจะสมบูรณ์ไปได้อีกไม่นาน หากไม่มีความเปลี่ยนแปลง

          Day 7 - Dhiffushi - BEACH DAY !

          วันนี้เป็นวันพักผ่อน...ตากแดดแช่น้ำเค็มกันทั้งวันค่ะ ! หนังสือเล่มหนึ่ง แว่นกันแดด นอนตากลมทะเลดูน้ำสีฟ้าทั้งวันให้หายอยาก พลางคิดว่า "ไม่อยากกลับบ้าน"  555

มัลดีฟส์

มัลดีฟส์

          วันนี้ตอนเย็นตั้งใจไว้ว่าจะนั่งเรือออกไปดูปลาโลมา เนื่องว่าอากาศไม่อำนวยเลยอดดู ไว้กลับมารอบหน้าไม่พลาดโลมาแน่นอน ! (ทัวร์ 25 USD/คน) เปลี่ยนแผนไปเดินเล่น เซย์กู๊ดบายชาวเกาะแทนค่ะ 555

มัลดีฟส์

          ลาละเน้อ Dhiffushi ... เก็บตังค์ดี ๆ ก่อนเดี๋ยวมาเยี่ยมใหม่ 555555555555

          Day 8 - Dhiffushi - นั่งเรือกลับมาเล – เดินเตร่เที่ยวในเมืองก่อนขึ้นเครื่องกลับกรุงเทพฯ

          เรือออกเช้า...เช้ามาก เรือออก 06.30 น. ตื่นตั้งแต่ตี 5 ค่ะ เช็กเอาท์เรียบร้อย รถกอล์ฟโรงแรมก็มาส่งที่ท่าเรือ (เดินมาก็ได้นะ 555 ใกล้มาก) ลงเรือปุ๊บ 06.30 น. เป๊ะเรือก็ออกปั๊บ ซื้อตั๋วบนเรือได้เลยค่ะราคาเดิม 1.5 USD (22 รูฟียาห์) นั่งชิล ๆ ไป 3 ชั่วโมง เรือก็จอดรับคนไปเรื่อยอีกสามเกาะ

          *Tips* เกาะสุดท้ายก่อนถึง Male เค้าจะจอดพัก 20 นาที แนะนำให้ลงไปเดินเล่นค่ะ อาจเจอลุงพาไปร้านขายของที่ระลึกของแก ราคาถูกกว่าซื้อที่มาเลแน่นอนค่ะ (แม็กเน็ตติดตู้เย็นราคาประมาณ 15 รูฟียาห์ หรือ 1 USD etc.)

          กลับถึงฝั่งมาเลประมาณ 10.30 น. เราก็เรียกแท็กซี่ไป Airport Ferry ทันทีค่ะ เพราะกะว่าจะเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่สนามบินก่อน ไฟล์ทกลับวันนี้ เวลา 20.30 น. เรายังมีเวลาเดินเล่นอีกทั้งวัน

มัลดีฟส์

          ที่สนามบินมีที่รับฝากกระเป๋าอยู่ด้านในติดกับประตูเข้า Departure Gate นะคะ ราคาค่าฝากกระเป๋าใบละ 5 USD ค่ะ สนามบินไม่มี Free Wi-Fi ร้านอาหาร ร้านกาแฟ รวมถึงร้านไอศกรีม Swensen’s เห็นแล้วหายคิดถึงบ้านเลยค่ะ 555

          เตร็ดเตร่อยู่แถวสนามบินสักพักเราก็นั่งเรือเมล์กลับมาฝั่งมาเลอีกครั้งหนึ่ง เดินตุปัดตุเป๋ด้วยความร้อนในอากาศ ทำให้เราพ่ายแพ้ต่อความหิว ลงท้ายเราใช้เวลาหลายชั่วโมงในร้านอาหารติดแอร์และมี Wi-Fi ฟรี !!  ทั้งแดด ทั้งอากาศ ไม่ไหวจริง ๆ ค่ะ 5555 ร้านชื่อ Akoya ค่ะ พิกัดหาได้จาก Google Map นะคะ

มัลดีฟส์

          ถึงเวลาก็นั่งเรือกลับมาฝั่งสนามบิน เช็กอินเสร็จสรรพ ผ่านด่าน ตม. เรียบร้อย จะขอบอกว่าด้านในเกตนี่ผิดกับนอกเกตแบบคนละบ้านเลยค่ะ ! ใครชอบช้อปปิ้ง Duty Free ที่นี่น่าจะเป็นตัวช่วยพอให้หายเบื่อรอไฟล์ทได้เป็นอย่างดี มีร้านอาหาร ร้านกาแฟ เบอร์เกอร์คิงส์ไว้บริการด้วยค่ะ มีปลั๊กไฟให้ชาร์จแบต แต่ที่ไม่มีคือ Free Wi-Fi !!! (แต่มีคอมพิวเตอร์พร้อมอินเทอร์เน็ตให้เล่นฟรีอยู่เยอะทีเดียวค่ะ เครื่องว่างตลอด)

          กลับถึงประเทศไทย (แวะกัวลาลัมเปอร์) โดยสวัสดิภาพ ... หวังว่ารีวิวนี้คงพอจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยให้กับใครที่กำลังแพลนจะไปเที่ยวมัลดีฟส์นะคะ

          ฝากติดตามกันได้ที่เพจ เฟซบุ๊ก ww4travel หรืออินสตาแกรม @wwork4travel

          *shukuriyyaa*  ޝުކުރިއްޔާ ขอบคุณและพบกันใหม่ถ้ามีความขยันมาก ๆ เมื่อไหร่จะมารีวิวมองโกเลีย ให้ชมกันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ babyblink111 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก ww4travel

เที่ยวมัลดีฟส์ 8 วัน งบ 35,xxx ไม่นอน Water Villa ก็ชิลได้ โพสต์เมื่อ 16 พฤษภาคม 2559 เวลา 16:48:17 9,416 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เที่ยวมัลดีฟส์ 8 วัน งบ 35,xxx ไม่นอน Water Villa ก็ชิลได้ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP