How to ล่าแสงเหนือ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกไปลุ้นด้วยตาตัวเอง

          How to ล่าแสงเหนือ เตรียมตัวให้พร้อม เลือกเมืองให้ใช่ แล้วปล่อยใจไปกับคืนฟ้าเต้นระยิบระยับ ทริปนี้ไม่ได้มีแค่ความหนาว แต่มีความว้าวที่รอให้คุณไปเห็นด้วยตาตัวเอง
          แสงเหนือ คือหนึ่งในปรากฏการณ์ธรรมชาติที่หลายคนใฝ่ฝัน การได้ยืนอยู่ท่ามกลางอากาศหนาว ท้องฟ้ามืดสนิท แล้วเฝ้ามองแสงสีเขียวพาดผ่านเหนือศีรษะ เป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้นและน่าประทับใจอย่างบอกไม่ถูก สำหรับใครที่กำลังวางแผนออกเดินทางท่องเที่ยว วันนี้จะพาไปรู้จักแนวทางการเตรียมตัวล่าแสงเหนือแบบเข้าใจง่าย ตั้งแต่การวางแผนทริปไปจนถึงการเตรียมความพร้อม เพื่อเพิ่มโอกาสในการเห็นโชว์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์นี้ด้วยตัวเองสักครั้งในชีวิต

วิธีล่าแสงเหนือ

วิธีล่าแสงเหนือ

แสงเหนือคืออะไร

          แสงเหนือ คือปรากฏการณ์ธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ที่เกิดจากอนุภาคพลังงานจากดวงอาทิตย์พุ่งชนชั้นบรรยากาศโลก แล้วเปล่งประกายเป็นม่านแสงพริ้วไหวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน สีที่พบได้บ่อยคือเขียวสด แต่บางช่วงเวลาก็อาจแต้มด้วยชมพู ม่วง หรือแดงอย่างน่าตื่นตา ความพิเศษอยู่ตรงที่ไม่มีคืนไหนเหมือนกันเลย รูปทรง ความเข้ม และจังหวะการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไปตลอดเวลา จึงทำให้การได้เห็นแสงเหนือด้วยตาตัวเองสักครั้ง กลายเป็นประสบการณ์ที่ทั้งตื่นเต้น อบอุ่น และยากจะลืมเลือน

แสงเหนือ ควรไปดูช่วงไหนดี

          ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดสำหรับการล่าแสงเหนือ คือ ฤดูหนาวของประเทศแถบขั้วโลกเหนือ ซึ่งอยู่ช่วงประมาณปลายเดือนกันยายน-มีนาคม เพราะเป็นช่วงที่กลางคืนยาวนาน ท้องฟ้ามืดสนิท ทำให้มองเห็นแสงได้ชัดเจนมากกว่าฤดูอื่น โดยเฉพาะช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ที่มีชั่วโมงความมืดยาวที่สุด
วิธีล่าแสงเหนือ

          นอกจากเลือก “ฤดูกาล” ให้ถูกแล้ว ยังต้องดู “สภาพอากาศ” ควบคู่กันด้วย คืนที่ฟ้าเปิด ไม่มีเมฆ และแสงรบกวนจากเมืองน้อย จะเพิ่มโอกาสเห็นได้มากขึ้น อีกปัจจัยสำคัญคือค่ากิจกรรมสุริยะ (KP Index) ซึ่งบอกระดับความแรงของพายุสุริยะ ยิ่งค่าสูง โอกาสเห็นแสงเหนือยิ่งดี

         *** สรุปง่าย ๆ คือ เลือกไปช่วงฤดูหนาว เผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 คืน และเช็กพยากรณ์ทุกวัน ก็เป็นการเพิ่มโอกาสได้เห็นม่านแสงธรรมชาติสุดมหัศจรรย์ได้มากขึ้น

ประเทศไหนนิยมดูแสงเหนือ

          ถ้าอยากล่าแสงเหนือแบบโอกาสเห็นสูง ๆ ต้องมองหาประเทศที่อยู่ใกล้วงกลมอาร์กติก เพราะเป็นโซนที่เกิดปรากฏการณ์นี้บ่อยและชัดที่สุด จุดหมายยอดนิยมมีหลายประเทศ แต่ละที่ก็มีเสน่ห์ต่างกันไป

  • นอร์เวย์ โดยเฉพาะเมืองทรอมโซ ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในจุดล่าแสงเหนือที่ดีที่สุดของโลก วิวฟยอร์ดกับภูเขาหิมะคือฉากหลังสวย ๆ ที่ทำให้ภาพออกมาปังมาก
วิธีล่าแสงเหนือ

  • ไอซ์แลนด์ เหมาะกับสายโรดทริป ขับรถออกนอกเมืองแล้วจอดดูแสงเหนือท่ามกลางธรรมชาติ น้ำตก ภูเขา หรือทุ่งลาวา ได้ฟีลผจญภัยหน่อย ๆ

  • ฟินแลนด์ ขึ้นชื่อเรื่องที่พักกระจก (Glass Igloo) นอนดูแสงเหนือจากเตียงอุ่น ๆ สบายและโรแมนติก เหมาะกับคู่รักหรือคนที่อยากได้ทริปชิล ๆ

วิธีล่าแสงเหนือ

  • สวีเดน บรรยากาศสงบ คนไม่พลุกพล่านมาก เหมาะกับคนที่อยากสัมผัสธรรมชาติแบบเงียบ ๆ

  • แคนนาดา อย่างเมืองเยลโลว์ไนฟ์ (Yellowknife) เป็นอีกจุดที่ขึ้นชื่อเรื่องโอกาสเห็นแสงเหนือสูงมาก ท้องฟ้าเปิดบ่อย และอากาศแห้ง
วิธีล่าแสงเหนือ

แสงเหนือ ไปเองหรือไปกับทัวร์ดี

          เชื่อว่าที่เป็นคำถามยอดฮิตที่ทำให้ใครหลายคนชวนตัดสินใจยาก แต่จริง ๆ บอกเลยว่าดีคนละแบบ เพราะถ้าคุณเป็นคนชอบวางแผน ชอบอิสระ แล้วขับรถในต่างประเทศไม่หวั่น ตอนล่าแสงเหนือเองจะให้ความรู้สึกผจญภัยมากกว่า เพราะคุณเลือกเส้นทาง เลือกจังหวะเวลา เลือกจุดดูเองได้เต็มที่ เช่น ขับออกนอกเมืองในคืนที่ฟ้าเปิด หรือเปลี่ยนโลเคชันทันทีเมื่อพยากรณ์แสงเหนือดีขึ้น
วิธีล่าแสงเหนือ

          ขณะเดียวกันถ้าคุณอยากเที่ยวแบบ สบายใจ ไม่ต้องคิดเยอะ ทัวร์ก็มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ไกด์รู้พื้นที่ดี เลือกจุดที่มีโอกาสเห็นสูง, วางแผนเวลาให้เหมาะกับสภาพอากาศ, ไม่ต้องกังวลเรื่องการขับรถกลางคืนบนถนนหิมะ บางทัวร์มีบริการเสริมอย่างเลื่อนสุนัขฮัสกี หรือแช่ออนเซ็น

         *** ถ้าจะให้แนะนำ สำหรับมือใหม่หรือคนที่เดินทางไปต่างประเทศไม่บ่อย ไปกับทัวร์จะช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มโอกาสเห็นแสงเหนือได้มากกว่า แต่ถ้าคุณมีประสบการณ์การเดินทาง ชอบจัดทริปเอง และอยากหยุดถ่ายรูปตรงไหนก็ได้ ไม่อยากผูกกับตารางเวลา ทริปล่าแสงเหนือแบบไปเองก็สนุกและยืดหยุ่น

ไปกับทัวร์ การันตีเห็นแสงเหนือไหม

          คำตอบตรง ๆ คือ ไม่มีใครการันตีได้ 100% เพราะแสงเหนือเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับทั้งสภาพอากาศและกิจกรรมสุริยะ ต่อให้ไกด์เก่งแค่ไหน ถ้าเมฆหนาหรือค่าพลังงานต่ำ ก็อาจไม่ปรากฏให้เห็น
วิธีล่าแสงเหนือ

          อย่างไรก็ตาม การไปกับทัวร์ช่วย เพิ่มโอกาส ได้มากกว่าการไปเองในหลายกรณี เพราะไกด์ติดตามพยากรณ์แบบเรียลไทม์, พร้อมพา “หนีเมฆ” ไปยังจุดที่ฟ้าเปิด, รู้โลเคชันมืดสนิท ห่างแสงเมือง, บางทัวร์มีประสบการณ์หลายปี รู้ช่วงเวลาที่มักเกิดบ่อย และหลายบริษัทมีนโยบาย “ตามล่าซ้ำฟรี” หากคืนแรกไม่เห็น (ต้องเช็กเงื่อนไขแต่ละเจ้า) ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จในคืนถัดไป

เคล็ดลับเวลาเลือกทัวร์

          หรือถ้าใครตัดสินใจไปล่าแสงเหนือกับทัวร์ เราก็มีเคล็ดลับแนะนำเล็ก ๆ น้อย ๆ มาฝากสำหรับการเลือกทัวร์ เช่น

  • เช็กนโยบาย “ตามล่าซ้ำ” เลือกบริษัทที่มีนโยบายพาออกล่าซ้ำฟรี หากคืนแรกไม่เห็นแสงเหนือ (ดูเงื่อนไขให้ละเอียด) เพราะธรรมชาติไม่มีอะไรการันตี การมีโอกาสแก้ตัวคือข้อได้เปรียบสำคัญ
     

  • ดูว่าเป็นทัวร์ “ล่าแสงจริงจัง” หรือแค่พาไปดูเฉย ๆ บางทัวร์ติดตามพยากรณ์แบบเรียลไทม์ และพร้อมขับรถพาไปยังจุดที่ฟ้าเปิด แต่บางโปรแกรมอาจพาไปจุดเดิมตลอด ควรถามให้ชัดว่ามีการปรับโลเคชันตามสภาพอากาศไหม
     

  • ขนาดกรุ๊ปสำคัญกว่าที่คิด กรุ๊ปเล็กมักคล่องตัว เปลี่ยนแผนง่าย และได้ดูแลทั่วถึงมากกว่า ส่วนกรุ๊ปใหญ่ราคามักประหยัดกว่า เลือกให้เหมาะกับสไตล์ที่ชอบ
     

  • เช็กเวลาออกล่า บางโปรแกรมพาออกแค่ 1-2 ชั่วโมง ขณะที่บางทัวร์เฝ้ารอได้นาน 4-6 ชั่วโมง ยิ่งยืดหยุ่นเวลา โอกาสเห็นก็ยิ่งเพิ่ม
     

  • อ่านรีวิวจริงจากผู้เดินทาง ดูรีวิวล่าสุด โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลเดียวกับที่คุณจะไป จะช่วยให้เห็นภาพว่าโอกาสสำเร็จและการบริการเป็นอย่างไร
     

  • ดูสิ่งที่รวมในแพ็กเกจ มีชุดกันหนาวให้ไหม มีบริการถ่ายภาพให้หรือเปล่า มีเครื่องดื่มร้อนระหว่างรอไหม รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ช่วยให้ประสบการณ์สบายขึ้นมากในอากาศติดลบ

ต้องเตรียมตัวยังไง

          เอาจริง ๆ การล่าแสงเหนือไม่ใช่แค่จองตั๋วแล้วไปได้เลยนะ แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและใจ เพราะคุณอาจต้องยืนกลางแจ้งในอุณหภูมิติดลบเป็นเวลานาน ดังนั้น ควรมีการเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อเผชิญกับทุกสถานการณ์ ได้แก่ 

  • เสื้อผ้าต้อง “เลเยอร์” ให้ถูกวิธี การแต่งตัวแบบเลเยอร์ช่วยเก็บความร้อนได้ดีกว่าการใส่เสื้อหนา ๆ ตัวเดียว เริ่มจากชั้นในเก็บความร้อน (Heattech หรือ Thermal) ตามด้วยเสื้อกันหนาวชั้นกลาง เช่น ฟลีซหรือไหมพรม และปิดท้ายด้วยโค้ทกันลมกันน้ำด้านนอก จะช่วยกันทั้งลม หิมะ และความชื้นได้ดีขึ้น
วิธีล่าแสงเหนือ

  • อุปกรณ์กันหนาวต้องครบ ความหนาวมักเริ่มจากปลายมือปลายเท้า ถุงมือกันลม ถุงเท้าหนา หมวกไหมพรมที่คลุมหู และรองเท้ากันลื่นคือของจำเป็น เพราะพื้นอาจเป็นน้ำแข็งลื่น ๆ เดินพลาดล้มได้ง่าย
     
  • เช็กพยากรณ์ทุกวัน โหลดแอปฯ พยากรณ์แสงเหนือเพื่อติดตามค่ากิจกรรมสุริยะ (KP Index) และดูพยากรณ์อากาศควบคู่กันไป เพราะต่อให้แสงแรงแค่ไหน แต่ถ้าเมฆปิดทั้งฟ้า ก็อาจไม่เห็นอะไรเลย การวางแผนรายวันช่วยเพิ่มโอกาสสำเร็จได้มาก
     
  • เตรียมใจและเวลาให้พร้อม บางคืนอาจต้องยืนรอ 1-3 ชั่วโมงในความมืดและความหนาว เพื่อรอจังหวะที่แสงจะปรากฏ 

          สำคัญที่สุด…ความอดทนคือกุญแจสำคัญของทริปนี้ หลายคนบอกว่า วินาทีที่แสงแรกพาดผ่านท้องฟ้า ความหนาวและความเหนื่อยหายไปทันที

แสงเหนือ ออกไปดูช่วงเวลาไหน

          โดยทั่วไป แสงเหนือมักปรากฏให้เห็นตั้งแต่ช่วงค่ำประมาณ 20.00 น. ไปจนถึงหลังเที่ยงคืน และบางคืนอาจยาวถึง 02.00-03.00 น. ช่วงเวลาที่หลายคนยกให้เป็น “ไพรม์ไทม์” คือประมาณ 21.00-01.00 น. เพราะท้องฟ้ามืดสนิทและกิจกรรมสุริยะมักแสดงผลชัดในช่วงนี้

          อย่างไรก็ตาม แสงเหนือไม่ได้ขึ้นตรงเวลาแบบการแสดงโชว์ บางวันอาจโผล่มาเร็วตั้งแต่หัวค่ำ บางคืนอาจต้องรอเกือบเที่ยงคืน สิ่งสำคัญคือเลือกจุดที่มืด ห่างจากแสงไฟในเมือง และหมั่นเช็กพยากรณ์ควบคู่ไปด้วย

ถ้าไม่เห็นแสงเหนือ ทำยังไงดี

          เชื่อว่าหลายคนน่าจะคิดเผื่อในสถานการณ์ที่ว่าไปแล้วอาจจะไม่ได้เจอกับแสงเหนือ ขอบอกให้รู้ไว้เลยว่า การล่าแสงเหนือคือกิจกรรมที่พึ่งพาธรรมชาติ 100% ต่อให้วางแผนดีแค่ไหน ก็ยังมีโอกาสพลาดได้ เพราะปัจจัยอย่างเมฆหนา พายุหิมะ หรือค่ากิจกรรมสุริยะต่ำ ล้วนควบคุมไม่ได้ ดังนั้น อย่าเพิ่งมองว่าทริปพัง หากคืนแรกยังไม่เห็น แต่เรามีวิธีรับมือแบบนักเดินทางมือโปร เช่ 

  • เผื่อเวลาอย่างน้อย 3-4 คืน เพื่อเพิ่มโอกาส

  • เช็กพยากรณ์ทุกวัน และพร้อมปรับแผนแบบยืดหยุ่น

  • หากไปกับทัวร์ บางบริษัทมีนโยบายพาออกล่าซ้ำฟรีในคืนถัดไป

          ที่สำคัญ อย่าโฟกัสแค่ “ต้องเห็นแสงเหนือเท่านั้น” เพราะเมืองแถบอาร์กติกยังมีกิจกรรมฤดูหนาวอีกมาก ไม่ว่าจะเป็นชมวิวหิมะขาวโพลน นั่งเลื่อนสุนัข เล่นสโนว์โมบิล หรือแช่น้ำร้อนกลางอากาศหนาวจัด ประสบการณ์เหล่านี้ก็พิเศษไม่แพ้กัน วิธีที่ดีที่สุด เตรียมใจให้ยืดหยุ่น สนุกกับทุกช่วงเวลา แล้วถ้าแสงเหนือมาเมื่อไร ถือว่าเป็นโบนัสก้อนใหญ่ของทริปนี้เลย

แอปฯ ดูแสงเหนือ

          ถ้าอยากเพิ่มโอกาสเห็นแสงเหนือ การเช็กพยากรณ์ผ่านแอปฯ คือผู้ช่วยสำคัญ เพราะช่วยให้รู้ล่วงหน้าว่าคืนไหนควรออกล่าหรือคืนไหนควรพักผ่อนก่อน แอปฯ ยอดนิยมที่นักล่าแสงเหนือใช้กัน เช่น

  • My Aurora Forecast แอปฯ นี้เหมาะกับมือใหม่ ใช้ง่าย ไม่ซับซ้อน เห็นภาพรวมได้เร็วว่าคืนนี้โอกาสเห็นแสงเหนือเป็นอย่างไร มีแผนที่แสดงความน่าจะเป็นของแสงเหนือในพื้นที่ และแจ้งเตือนเมื่อมีกิจกรรมสูง เหมาะสำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับศัพท์พยากรณ์ (ดาวน์โหลด IOS, ดาวน์โหลด Google Play)
วิธีล่าแสงเหนือ

ภาพจาก : เว็บไซต์ apps.apple.com

  • Space Weather Prediction Center (SWPC) ให้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น เช่น ค่า KP Index ซึ่งบอกระดับความแรงของพายุสุริยะจริง ๆ รวมทั้งมีแผนที่ครอบคลุมพื้นที่กว้าง ช่วยให้ดูว่าบริเวณใดมีโอกาสเห็นแสงเหนือสูงในแต่ละช่วงเวลา เหมาะกับคนที่อยากวางแผนล่าแบบละเอียด (เว็บไซต์ swpc.noaa.gov)
วิธีล่าแสงเหนือ

ภาพจาก : เว็บไซต์ swpc.noaa.gov

  • Hello Aurora จุดเด่นคือมี รายงานจากผู้ใช้งานจริงแบบเรียลไทม์ ถ้ามีคนใช้งานในพื้นที่เดียวกับคุณและรายงานว่าเห็นแสงเหนือ แอปจะอัปเดตรายงานนั้นให้เห็นทันที ทำให้รู้สึกเหมือนมี “เครือข่ายคนล่าแสง” คอยช่วยกันเช็กสถานการณ์จริงในพื้นที่ (ดาวน์โหลด IOSดาวน์โหลด Google Play)
วิธีล่าแสงเหนือ

ภาพจาก : เว็บไซต์ play.google.com

พยากรณ์แสงเหนือ 2026

          ข่าวดีคือยังถือว่าเป็นช่วงที่ดวงอาทิตย์มีกิจกรรมค่อนข้างสูง เพราะอยู่ใกล้ช่วง Solar Maximum (รอบพลังงานดวงอาทิตย์ที่แรงเป็นพิเศษ) ซึ่งหมายความว่า มีโอกาสเกิดพายุสุริยะมากขึ้น และเมื่อพลังงานจากดวงอาทิตย์พุ่งชนชั้นบรรยากาศโลก ก็มีโอกาสเกิดแสงเหนือบ่อยขึ้นตามไปด้วย

          ดังนั้น ปี 2026 ยังเป็นปีที่เหมาะกับการล่าแสงเหนือ โอกาสเห็นถือว่าดี โดยเฉพาะในประเทศแถบใกล้วงกลมอาร์กติก เช่น นอร์เวย์ ไอซ์แลนด์ ฟินแลนด์ หรือแคนาดา แต่ต้องเข้าใจอีกอย่างว่า การพยากรณ์ล่วงหน้าเป็น “แนวโน้มภาพรวม” ความแม่นยำจริง ๆ จะดูได้ชัดแค่ล่วงหน้าไม่กี่วัน ต่อให้ค่าพลังงานสูง ถ้าเมฆหนา ก็อาจไม่เห็นอยู่ดี

งบประมาณในการดูแสงเหนือ

          งบล่าแสงเหนือไม่มีตัวเลขตายตัว ขึ้นอยู่กับประเทศที่เลือก ระยะเวลาทริป และสไตล์การเดินทาง แต่สามารถประเมินคร่าว ๆ ได้ดังนี้

  • ค่าเครื่องบิน ตั๋วไปยุโรปเหนือหรือแคนาดา มักเป็นก้อนใหญ่ที่สุดของทริป ราคาขึ้นอยู่กับฤดูกาลและช่วงเวลาจอง ถ้าจองล่วงหน้า 3-6 เดือน มักได้ราคาดีกว่า
     

  • ค่าที่พัก เมืองล่าแสงเหนือส่วนใหญ่อยู่ในโซนท่องเที่ยวฤดูหนาว ราคาที่พักจึงค่อนข้างสูง โดยเฉพาะช่วงพีกซีซั่น หากเลือกพักนอกเมืองหรือแชร์ห้อง จะช่วยประหยัดได้มาก
     

  • ค่าทัวร์ล่าแสงเหนือ หากซื้อเป็นทัวร์ล่าแสงแบบครึ่งวันหรือเต็มคืน ราคาจะต่างกันตามประเทศและระยะเวลา ส่วนแพ็กเกจทัวร์จากไทยแบบ 7-10 วัน ราคามักเริ่มตั้งแต่หลักหลายหมื่นบาทไปจนถึงหลักแสน ขึ้นกับระดับโรงแรมและกิจกรรมที่รวม
     

  • ค่าเสื้อผ้าและอุปกรณ์กันหนาว ถ้ายังไม่มีเสื้อกันหนาวคุณภาพดี อาจต้องเผื่องบเพิ่ม ทั้งเสื้อโค้ทกันลม รองเท้า ถุงมือ และอุปกรณ์ถ่ายภาพ
     

  • ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น อาหาร กิจกรรมเสริม (เช่น สโนว์โมบิล เลื่อนสุนัข) ค่าเดินทางภายในประเทศ ค่าวีซ่า และประกันการเดินทาง ควรเผื่อไว้ในแผนงบประมาณด้วย

          โดยสรุป งบประมาณสำหรับทริปล่าแสงเหนือขึ้นอยู่กับรูปแบบการเดินทางและระดับความสะดวกสบายที่เลือก หากเดินทางเองแบบประหยัด งบอาจเริ่มต้นที่หลักหลายหมื่นบาทขึ้นไป ส่วนทริปยุโรปเหนือ 7-10 วัน ในระดับกลาง ๆ มักอยู่ที่หลักแสนต้น ๆ และหากเลือกแพ็กเกจพรีเมียมหรือรวมกิจกรรมครบครัน ราคาก็อาจสูงกว่านั้นได้ เคล็ดลับช่วยประหยัดงบคือจองตั๋วล่วงหน้า เลือกเดินทางช่วงต้นหรือปลายฤดูกาล และวางแผนเส้นทางให้คุ้มค่าที่สุด แม้จะเป็นทริปที่ต้องลงทุนพอสมควร แต่หลายคนยืนยันว่าเป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่คุ้มค่าทุกบาทจริง ๆ
วิธีล่าแสงเหนือ

          การล่าแสงเหนืออาจต้องใช้ทั้งเวลา ความอดทน และจังหวะที่ใช่ แต่ทันทีที่ม่านแสงแรกพาดผ่านท้องฟ้า คุณจะรู้ว่าทุกการรอคอยคุ้มค่าแค่ไหน ถ้ามีทริปในฝันสักครั้งในชีวิต บางทีนี่อาจเป็นเวลาที่คุณควรเริ่มวางแผนแล้ว ^ ^ 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

บทความ แสงเหนือ เที่ยวต่างประเทศ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ astronimus.com, เว็บไซต์ forbes.com, เว็บไซต์ adventures.is, เว็บไซต์ swpc.noaa.gov

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
How to ล่าแสงเหนือ เตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกไปลุ้นด้วยตาตัวเอง อัปเดตล่าสุด 25 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09:39:55 1,112 อ่าน
TOP
x close