x close

หุ่นทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้บุกไทย กันยายน-ธันวาคมนี้ ชมใกล้ ๆ ไม่ต้องไปไกล

          ชวนชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกจากประเทศจีน กับนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา ที่ยกกองทัพหุ่นทหารและโบราณวัตถุอายุกว่า 2,200 ปี จำนวนมากถึง 133 ชิ้น ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ วันที่ 15 กันยายน - 15 ธันวาคม 2562 (ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) โดยมีราคาบัตรเข้าชมเพียงแค่ 30 บาท

          พอพูดถึง "จิ๋นซีฮ่องเต้" ก็จะนึกไปถึงความยิ่งใหญ่ เก่งกาจ เรืองอำนาจของจักรพรรดิคนแรกของจีนท่านนี้ ผู้ที่ทำให้ประเทศจีนเป็นปึกแผ่นมีอาณาเขตกว้างขวาง และยังนึกไปถึงสุสานจักรพรรดิฉินที่ 1 หรือที่เรียกกันว่า สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ ที่เมืองซีอาน มณฑลส่านซี ประเทศจีน หนึ่งในมรดกโลกทางวัฒนธรรมอันน่าทึ่ง ซึ่งนอกจากจะเป็นสถานที่บรรจุพระบรมศพของจิ๋นซีฮ่องเต้แล้ว ก็ยังสวยงามตระการตาไปด้วยหุ่นทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้ รวมทั้งวัตถุโบราณมากกว่า 7,400 ชิ้น ! และความงดงามเหล่านี้ส่วนหนึ่งมาเยือนไทยแล้ว

นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก finearts.go.th

          โดยเมื่อวันที่ 29 สิงหาคม 2562 ได้มีการแถลงข่าวการจัดนิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา (Qin Shi Huang: The First Emperor of China and Terracotta Warriors) ณ โรงละครแห่งชาติ (โรงเล็ก) ซึ่งมีคุณอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยคุณฉาง ยู่ เหมิง อุปทูตฝ่ายวัฒนธรรม ประจำสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย และคุณอนันต์ ชูโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ร่วมแถลงข่าว

          คุณอิทธิพล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวว่า สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก มีอายุมากกว่า 2,200 ปี ซึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ได้นำทหารดินเผาแสดงแก่ชาวโลกมาแล้วไม่น้อยกว่า 25 ประเทศ โดยในประเทศไทยจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15 กันยายน - 15 ธันวาคม 2562 รวมเป็นเวลาสามเดือน มีโบราณวัตถุมาจัดแสดงมากถึง 133 ชิ้น


นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก m-culture.go.th

          ทางด้านคุณอนันต์ อธิบดีกรมศิลปากร ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิทรรศการดังกล่าวนี้ว่า กรมศิลปากรได้มีการประสานงานขอยืมโบราณวัตถุจากสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ เพื่อมาจัดแสดงในประเทศไทย ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร ด้วยความร่วมมือเป็นอย่างดียิ่งจากหลายฝ่าย ทั้งฝ่ายไทยโดยรัฐบาลและภาคเอกชน และหน่วยงานหลักในสาธารณรัฐประชาชนจีน คือ สำนักงานมรดกทางวัฒนธรรมมณฑลส่านซี สำนักงานแลกเปลี่ยนวัตถุโบราณ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์มณฑลส่านซี และพิพิธภัณฑ์สุสานจิ๋นซี จึงได้นำโบราณวัตถุชิ้นเยี่ยมมาจัดแสดง ประกอบด้วย หุ่นทหารดินเผา 4 ตัว, รถม้าจำลอง 1 ชุด และโบราณวัตถุอันเป็นสิ่งของเครื่องใช้มีค่าสำหรับจักรพรรดิในสุสาน รวมทั้งสิ้นจำนวน 86 รายการ รวม 133 ชิ้น แบ่งเนื้อหาการจัดแสดงออกเป็น 4 หัวเรื่อง คือ

          1. พัฒนาการก่อนการรวมชาติ : ยุคราชวงศ์โจวตะวันออก นำเสนอความเป็นแคว้นต่าง ๆ ที่มีการปกครองเป็นเอกเทศ แต่ก็ได้มีพัฒนาการ สั่งสมทางเทคโนโลยีและวัฒนธรรม อันเป็นปัจจัยส่งเสริมให้แคว้นฉินกลายเป็นจักรวรรดิที่แข็งแกร่งและสามารถผนวกแคว้นต่าง ๆ เข้าเป็นอาณาจักรเดียวกันในกาลต่อมา ซึ่งโบราณวัตถุที่นำมาจัดแสดง ก็ทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางด้านโลหกรรมเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือเครื่องใช้ ภาชนะสำริด อาวุธและเงินตรา

          2. จิ๋นซีฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของจีน ผู้ผนวกโลกมนุษย์และสวรรค์ จัดแสดงความสำเร็จในการรวมรัฐทั้ง 7 ให้เป็นอาณาจักรหรือจักรวรรดิหนึ่งเดียว เป็นปึกแผ่นเดียวกัน พร้อมกับการปฏิรูประบบการปกครองแบบรวมอำนาจเข้าสู่ศูนย์กลาง พัฒนาเทคโนโลยีการสงคราม มีการกำหนดมาตรฐานหน่วยชั่ง ตวง วัด ระบบเงินตรา ภาษาเขียน และพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ รวมถึงทำการเชื่อมต่อแนวกำแพงดินอัดของแคว้นต่าง ๆ เพื่อป้องกันการรุกรานจากข้าศึกศัตรูจนกลายเป็นกำแพงเมืองจีนที่มีความยิ่งใหญ่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก

          3. สุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ มหาอาณาจักรใต้พิภพ ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะมีชีวิตเป็นอมตะ ทำให้จิ๋นซีฮ่องเต้ เสาะแสวงหายาอายุวัฒนะและสร้างสุสานเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังความตายหรือโลกหน้า เรื่องราวของจิ๋นซีฮ่องเต้ ได้รับการบันทึกไว้โดยซือหม่าเฉียน อาลักษณ์สมัยราชวงศ์ฮั่น ได้พรรณนารายละเอียดอันน่าทึ่งของมหาสุสานจักรพรรดิจิ๋นซี และปริศนานี้ได้กระจ่างขึ้น เมื่อมีการค้นพบหุ่นทหารดินเผาครั้งแรก เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2517 หรือคริสต์ศักราช 1974 นับเป็นการค้นพบทางโบราณคดีครั้งสำคัญแห่งศตวรรษที่ 20 ซึ่งองค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูเนสโก ได้ยกย่องและประกาศให้สุสานจักรพรรดิจิ๋นซีเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมื่อพุทธศักราช 2530 โบราณวัตถุในส่วนจัดแสดงนี้ จะเป็นส่วนสำคัญของนิทรรศการ เช่น หุ่นดินเผาทหารแม่ทัพ แม่ทัพสวมชุดเกราะ พลธนูสวมชุดเกราะนั่งชันเข่า นักรบสวมชุดเกราะ และม้าประกอบรถม้า สมัยราชวงศ์ฉิน พุทธศักราช 322-337 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถขั้นสูงของช่างและเทคโนโลยีในสมัยนั้น

          4. สืบสานความรุ่งโรจน์ : ยุคราชวงศ์ฮั่น แสดงถึงการต่อยอดความรู้มรดกภูมิปัญญาจากราชวงศ์ฉิน มาสู่ราชวงศ์ฮั่น ปรากฏผ่านความรุ่งเรืองทางด้านวัฒนธรรม การเมืองการปกครอง สังคม เกษตรกรรม และเทคโนโลยีทางการทหาร ตลอดจนด้านเศรษฐกิจการค้าและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างชาวจีนโบราณกับชาวต่างชาติอีกซีกโลกบนเส้นทางสายแพรไหม จนได้ชื่อว่าเป็นยุคทองของงานศิลปกรรมและอารยธรรมจีนโบราณอย่างแท้จริง

นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร

นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร

นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร

นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร

นิทรรศการหุ่นจิ๋นซีฮ่องเต้
ภาพจาก กลุ่มเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักบริหารกลาง กรมศิลปากร

          ทั้งนี้นิทรรศการพิเศษ เรื่อง จิ๋นซี ฮ่องเต้ : จักรพรรดิองค์แรกของแผ่นดินจีนกับกองทัพทหารดินเผา จัดแสดงขึ้น ณ พระที่นั่งศิวโมกขพิมาน พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร กรุงเทพฯ วันที่ 15 กันยายน - 15 ธันวาคม 2562 (ปิดวันจันทร์-อังคาร และวันหยุดนักขัตฤกษ์) ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น.

          ค่าธรรมเนียมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย 30 บาท ชาวต่างชาติ 200 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดอื่น ๆ ได้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร โทรศัพท์ 0 2224 1333 และ 0 2224 1402 หรือติดตามรายละเอียดต่าง ๆ ได้ที่เฟซบุ๊ก National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
m-culture.go.th, finearts.go.th, พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, National Museum Bangkok : พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร, thaibev.com


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
หุ่นทหารดินเผาจิ๋นซีฮ่องเต้บุกไทย กันยายน-ธันวาคมนี้ ชมใกล้ ๆ ไม่ต้องไปไกล โพสต์เมื่อ 3 กันยายน 2562 เวลา 14:59:20 55,316 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP