เที่ยวย่างกุ้ง 2 วัน 1 คืน ทำบุญไหว้พระ จัดครบในทริปเดียว

เที่ยวย่างกุ้ง

          เที่ยวย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ทัวร์ทำบุญไหว้พระสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมสัมผัสวัฒนธรรมผู้คนที่มีเสน่ห์แห่งบ้านพี่เมืองน้องของไทย

          ย่างกุ้ง เมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการไว้พระของเมียนมา นอกจากมหาเจดีย์ชเวดากองสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองที่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไปแล้ว หากลองซอกแซกย่างกุ้งอย่างจริงจัง ที่นี่ยังมีวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์น่าเที่ยวอื่น ๆ อีกมาก เช่น วัดบารมี (พระเกศาธาตุเคลื่อนที่), เจดีย์สุเล, วัดไจก์กอว์ เมืองสิเรียม และวัดโบตาทาวน์ เป็นต้น เห็นทีว่าใครที่รู้ตัวว่าเป็นนักท่องเที่ยวสายบุญ มาย่างกุ้งเห็นทีจะไม่ผิดหวัง เช่นเดียวกับ คุณ Ctc026698 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่อาสาพาเราทัวร์เมืองย่างกุ้งกันแบบเต็มอิ่ม นอกเหนือจากที่เราจะได้เห็นวัฒนธรรมการทำบุญของชาวเมียนมาแล้ว ขณะเดียวกันยังได้สัมผัสวัฒนธรรมความเป็นอยู่ที่มีเสน่ห์และน่าติดตาม ไม่รอช้า …เตรียมตัวไปทัวร์ย่างกุ้งกันเลยดีกว่าค่ะ


++++++++++++++++++++

          ซอกแซกย่างกุ้ง 2 วัน 1 คืน มือใหม่หัดเที่ยวลอกทริปตามได้เลย

          สวัสดีเพื่อน ๆ ชาวพันทิปและห้องบลูแพลนเน็ตทุก ๆ คนค่ะ เอาล่ะ ไม่อ้อมค้อม วันนี้เราจะมารีวิวบอกเล่าเรื่องราวการไปเที่ยวย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา ฉบับ 2 วัน 1 คืน ที่ชิลมากมาฝากกัน  ซึ่งจะเล่าแบบละเอียดยิบ ชนิดที่เรียกว่าเหมือนจับมือคุณพาไปเที่ยวด้วยเลย 555 อ่านจบก็เตรียมหาวันว่าง ดูเวลาดี ๆ กดซื้อตั๋ว จองที่พัก แล้วไปลุยกันโลด

          โดยเรื่องราวประทับใจและไม่ประทับใจที่เจอในย่างกุ้ง เป็นเรื่องราวที่เกิดจากมุมมองและความคิดเห็นส่วนตัวของเจ้าของกระทู้ล้วน ๆ  (เพราะมีบางเรื่องที่รู้สึกไม่โอเคเลย ยังไงอะเหรอ ไว้เล่าแน่นอน)  ยังไงก็ฝากติดตามอ่านกันด้วยนะ

          สำหรับใครที่กำลังมีแพลนจะไปเที่ยวย่างกุ้ง ก่อนอื่นเรามาทราบข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเมียนมาติดตัวไว้ดีกว่า

          - เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาช้ากว่าไทย 30 นาที

          - อากาศร้อน แดดแรง แต่ไม่เท่าไทย

          - ซิมอินเทอร์เน็ตเล่นไลน์ เฟซบุ๊ก เล่นโซเชียลได้ไวพอสมควร แต่บางจุดอาจจะไม่มีสัญญาณมือถือ

          - สกุลเงิน "จ๊าด" 1000 จ๊าด = 25 บาท โดยประมาณ ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนได้ที่ http://th.coinmill.com/MMK_THB.html

          - การแลกเงิน จากไทยให้แลกเป็นดอลลาร์สหรัฐ แล้วค่อยมาแลกเงินจ๊าดที่เมียนมา โดยห้ามพับธนบัตรและห้ามทำยับ

          - แท็กซี่จากสนามบินย่างกุ้งเข้าตัวเมืองเริ่มต้นที่ 8,000 จ๊าด

          - การเข้าวัดต้องถอดรองเท้า แต่งกายสุภาพ งดเสื้อกล้าม เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น กระโปรงสั้น

          - อาหารท้องถิ่นมีความมันและรสชาติเค็มมาก

          - การจราจรในเมียนมาขับรถชิดเลนขวา แต่รถยนต์ส่วนใหญ่เป็นพวงรถมาลัยขวา

          - เสียงบีบแตรบนท้องถนน เสียงถี่และดังถือเป็นเรื่องปกติ

          - คนขับแท็กซี่ประมาณ 70% พูดไทยได้ บางคนพูดได้เยอะ ฟังออก ตอบโต้ได้ บางคนพูดได้นิดหน่อย

          - น้ำดื่มราคาไม่แพง ทั้งน้ำอัดลมและน้ำเปล่า ถ้าซื้อในมินิมาร์ท

          เอาล่ะ...เราพอจะนึกออกเท่านี้ หากนึกอะไรได้เพิ่มเติมจะขอเล่าและเม้าท์มอยในรีวิวนี้เรื่อย ๆ แล้วกันนะ และเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เราจะขอบอกสถานที่ทั้งหมดที่เราได้ไปมาในเวลา 2 วัน 1 คืนก่อน

          Day 1

          - เจดีย์กาบาเอ
          - วัดบารมี (พระเกศาธาตุเคลื่อนที่)
          - วัดเจาทัตจี (พระนอนตาหวาน)
          - วัดโบตาทาวน์ เทพทันใจ และเทพกระซิบ
          - เจดีย์ชเวดากอง


          Day 2

          - เจดีย์สุเล
          - เจดีย์เยเลพญา (เจดีย์กลางน้ำเมืองสิเรียม)
          - วัดไจก์กอว์ เมืองสิเรียม
          - วัดโบตาทาวน์ (กลับมาอีกรอบ)


          สำหรับทริปนี้แพลนที่เราเขียนไว้ก่อนเดินทางก็ลงตัว สถานที่ที่ลิสต์มาก็ได้ไปเกือบครบ มีตกหล่นไปหนึ่งที่ ก็คือวัดงาทัตจี ที่มีพระองค์ใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเฟลหรือขาดอะไรไป ไว้ค่อยกลับไปแก้มือทีหลังได้ และแล้วก็มาถึงวันเดินทาง เราเลือกเดินทางกับพี่หางแดง เพราะไฟล์ทบินลงตัว วันแรกเดินทางเที่ยวบินเช้าสุด ขากลับก็กลับเที่ยวบินดึกสุด เดินเที่ยววัดเมียนมาให้ขาหลุดไปเลย

ย่างกุ้ง

          ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมืองประมาณ 07.15 น. มีช้านิดหน่อย จนไปถึงสนามบินย่างกุ้งประมาณ 08.30 น. ช้ากว่าเวลาที่กำหนดไป 30 นาที เนื่องจากทัศนวิสัยไม่ดี กัปตันเลยต้องบินวนรอเอาเครื่องลง และเมื่อทุกอย่างผ่านไปด้วยดีเราก็เดินเข้ามาสนามบินตามป้ายที่บอก จนลงบันไดเลื่อนมาถึงชั้นล่างที่มีด่าน ตม.เมียนมารอคุณอยู่ ในบริเวณตรงนี้มีห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ แวะเข้าไปทำภารกิจให้เรียบร้อยก่อนได้เลย เพราะว่าวันที่เราไปคนแน่นล้านแปด ขนาดเลือกไปวันธรรมดาแล้วนะ รอเจ้าหน้าที่นานมาก ทุกคนตั้งแถวรอแบบล้นทะลัก ผ่านไป 30 นาที แถวจึงเริ่มขยับไปอย่างช้า ๆ รอขั้นตอนที่ด่านเกือบชั่วโมงได้ อันนี้บอกเผื่อไว้ ถ้ามาไฟล์ทเช้าผู้คนอาจจะหนาแน่น และประกอบกับว่าเจ้าหน้าที่ต้องรอเวลาบางอย่าง ถึงจะเรียกตรวจหนังสือเดินทางของคนที่จะเข้าประเทศได้ แต่ช้ามาก คิวหนึ่งใช้เวลาประมาณ 5 นาที ยืนรอท้องร้องเลยทีเดียว

ย่างกุ้ง

          เมื่อผ่านด่าน ตม. ออกมาแล้ว เดินไปตามทางออกอีกเช่นกัน คุณจะเจอทางออกที่มีพี่ ๆ แท็กซี่ คนขับรถทั้งหลาย ยืนถือป้ายชื่อผู้โดยสาร ชื่อนักท่องเที่ยวรอเป็นแถว ตรงจุดนี้ล่ะค่ะเราจะต้องการทำแลกเงินซะก่อน โดยที่คุณจะต้องแลกเงินดอลลาร์มาจากไทย แล้วก็ห้ามพับ ห้ามทำยับ ธนบัตรต้องใหม่ฟรุ้งฟริ้ง ตอนแลกเงินพนักงานจะถามเราเองค่ะว่าเดินทางไปประเทศไหน พอรู้ว่ามาเมียนมาก็จะให้แต่แบงก์ใหม่ ๆ

ย่างกุ้ง

          และแบงก์ที่เราเลือกใช้บริการก็คือ AYA Bank  สำหรับแลกเงินจ๊าด โดยที่นี่รับแลกสามสกุลเงิน ได้แก่  ดอลลาร์สหรัฐ ดอลลาร์สิงคโปร์ และยูโรค่ะ ยื่นเงินได้เลย แล้วบอกจำนวนที่ต้องการแลก ไม่ต้องใช้พาสปอร์ต และแล้วแบงก์สกุลเงินจ๊าดที่เราได้กลับมา ก็มีหน้าตาเช่นนี้แล ได้เงินเป็นฟ่อน มีเงินแสน เงินล้านเที่ยวแล้วเรา

ย่างกุ้ง

          ซึ่งแบงก์เมียนมาบางใบเก่าและบอบช้ำมาก สภาพเกินจะรับได้ ซึ่งการจะผลิตแบงก์ใหม่นั้น เผลอๆ  ต้นทุนสูงกว่ามูลค่าเงินของเขาซะอีก เราก็จำใจใช้ไปตลอดการเดินทาง โดยแบงก์ไหนเก่ามากเราเลือกเอาไปหยอดทำบุญ เพราะบางที่ บางร้านข้างทาง เขาไม่รับแบงก์เก่าซะด้วย มายก็อด...อิชั้นคิดในใจ บ้านพี่ท่านเล่นเอาแต่แบงก์ใหม่ ๆ จะมาแลกเงินชั้น ห้ามยับมาเชียวนะ แต่สิ่งที่ได้ตอบแทน เฮือก !! แบงก์จ๋าอย่าสิ่งกลิ่นเลย บอบช้ำก็ว่าจำใจใช้แล้ว

          พอแลกเงินเสร็จแล้วร้านข้าง ๆ แบงก์มะกี้ เราก็ซื้อซิมเมียนมาเลย ได้ยี่ห้อนี้มาค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ราคา 6,000 จ๊าด เฉพาะแพ็กเกจเน็ตและค่าโทร. ส่วนอีก 1,500 จ๊าด จะเป็นค่าเปิดซิม รวมเบ็ดเสร็จที่ต้องจ่ายคือ 7,500 จ๊าด ซึ่งราคาก็แล้วแต่เราจะเลือกแพ็กเกจด้วยนะคะ ซึ่งหลังจากที่เราลองใช้ตลอดการเดินทาง ความแรงเน็ตก็โอเคนะ แต่เล่นไลน์ข้อความอาจจะดีเลย์บ้าง บางจุดในย่างกุ้งอยู่ ๆ สัญญาณมือถือก็หาย โดยรวมคิดว่ารับได้ทั้งราคาและคุณภาพ จะแชร์เน็ตไปมือถืออีกเครื่องก็ยังไหวนะ ทางร้านจะจัดการใส่ซิม กดลงทะเบียนให้หมดเลย สะดวกสบาย ง่ายมาก สามารถเลือกแพ็กเกจการใช้งานได้ตามรูปด้านบนเลย เราถ่ายรูปมาฝากแล้ว

          จัดการเรื่องเงินและเรื่องอินเทอร์เน็ตเรียบร้อย กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราก็ไปฝากท้องมื้อแรกในเมียนมาที่ KFC ในสนามบิน อยู่ไม่ไกลจากร้านแลกเงินค่ะ หาง่ายมาก

ย่างกุ้ง

          หน้าตาไก่ทอดก็เหมือนบ้านเรา แต่ขั้นตอนในการกินนี่สิ 555 ใช้มือจ้า ไม่มีส้อมและมีดหั่นแต่อย่างใด สองชุดนี้สนนราคาเกือบ 200 บาทไทย ถือว่าไม่แพง เพราะขายในสนามบินด้วย รสชาติผ่าน แต่มีความอมน้ำมันเล็กน้อย ซอสรสชาติแปลกกว่าบ้านเรานิดหน่อย แต่ตอนหิวอะไรก็กินได้หมด และที่เราบอกว่าใช้มือฉีกไก่กินนั้น คือทุกคนก็ต้องกินแบบเดียวกันทั้งหมด นี่ไม่รู้ว่ามันคือเรื่องปกติหรือบังเอิญมีดกับส้อมหมดก็ไม่รู้ แต่อย่ากังวลไป เขามีมุมอ่างล้างมือไว้บริการเรา กินเสร็จก็ล้างมือให้สะอาดก็เรียบร้อยแล้ว เดี๋ยวเราจะออกไปติดต่อแท็กซี่ สอบถามและต่อรองราคาที่จะเข้าตัวเมืองกัน

          หลังจากฝากท้องมื้อแรกอิ่มแล้วเราก็เดินออกมาสอบถามค่าโดยสารแท็กซี่ เพื่อจะเข้าตัวเมือง ตั้งใจจะไปเจดีย์กาบาเอเป็นที่แรก ในระหว่างที่กำลังเดินหาก็จะมีบรรดาคนขับแท็กซี่มากมายเข้ามาเสนอราคา พูดคุยกันว่าจะไปที่ไหนบ้าง เราก็ยื่นรายละเอียดที่เตรียมมาให้คนขับดู ได้ราคาตกลงกันที่ประมาณ 1,500 บาท ก็ต่อรองราคาลดลงมาได้ 1,400 บาท เป็นรถเก๋ง 4 ที่นั่ง เปิดแอร์ตลอดการเดินทาง  ซึ่งเราขอให้เขาไปพาเที่ยวแบบครึ่งวัน แล้วประมาณบ่ายสามโมงให้ไปส่งที่โรงแรมในย่างกุ้งด้วยเลย ซึ่งลองถามประมาณ 2-3 เจ้า ก็ได้ราคาไม่เกินนี้ ถูกหรือแพงอันนี้ไม่แน่ใจนะคะ เพราะระยะทางเข้าตัวเมืองก็ไกลพอสมควร บวกกับแต่ละที่ที่เราแวะ เราใช้เวลานานมาก ถ่ายรูป เดินเล่น ไหว้พระ ส่วนคนขับก็เทคแคร์ดีมาก นั่งสวย ๆ ประหนึ่งเป็นคุณนาย

          ถ้าเดินทางกันหลายคนหารค่าโดยสารกันจะคุ้มกว่านี้ค่ะ แต่เจ้าของกระทู้เดินทางมากัน 2 คน ก็อาจจะถือว่าแพง แต่ก็พร้อมจ่าย ไม่คิดมาก ก่อนขึ้นรถให้ถามชื่อคนขับ ขอเบอร์โทรศัพท์ ขอไลน์ และถ่ายป้ายทะเบียนรถไว้ได้ค่ะ ยังไม่ต้องจ่ายเงินใด ๆ จนกว่าคนขับรถจะส่งคุณถึงที่หมาย

          ไม่นานก็ออกจากสนามบินย่างกุ้ง เลาะลัดเข้าตัวเมือง รถในย่างกุ้งเยอะมาก และการจราจรติดขัด การขับรถก็อาจจะมีหวาดเสียวบ้าง รถบนท้องถนนบีบแตรใส่กันเป็นเรื่องปกติ ประมาณ 40 นาที จากสนามบิน เราก็มาถึงเจดีย์กาบาเอ คนขับจอดรถแล้วลงมาเปิดประตูให้ เราก็นัดแนะกันว่าจะเข้าไปประมาณกี่นาที แล้วจะไปเจอกันที่ลานจอดรถก็ว่าไป

          เดินเข้ามาภายในวัดจะผ่านร้านค้าขายของสองข้างทาง ที่มีทั้งดอกไม้ เครื่องราง พระพุทธรูป และมีการแกะสลักพระด้วย การมาเมียนมาแน่นอนว่าเราเจอแต่พระและก็พระ ทั้งพระจริง พระพุทธรูป และพระรูปปั้น

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          เมื่อเข้าเขตวัดให้ถอดรองเท้าแล้วนำไปยื่นให้พนักงานในวัดจัดเก็บไว้ก่อน เขาจะยื่นบัตรรับรองเท้ามาให้เรา พอมารับรองเท้าคืนก็เสียค่าฝากรองเท้านิดหน่อยค่ะ ประมาณ 200-300 จ๊าด สำหรับค่าเข้าเจดีย์กาบาเอ คือ 3,000 จ๊าด เจ้าหน้าที่ของวัดจะเดินเอาสติ๊กเกอร์มาติดที่เสื้อให้ เราก็เข้าไปด้านใน กราบไหว้พระกันได้เลย ทั้งนี้เราไม่ทราบประวัติของวัดและไม่ได้ศึกษามาก่อนล่วงหน้า ตรงนี้จึงขอข้ามไปนะคะ แต่จะบอกความพิเศษของแต่ละวัด แต่ละสถานที่ เท่าที่ได้สัมผัสแล้วกัน

          บริเวณด้านนอกและองค์เจดีย์ของวัด

ย่างกุ้ง

          เดินเข้ามาตามทาง ด้านในจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่

ย่างกุ้ง

          และด้านในสุด เดินเยื้องมาทางด้านหลังขององค์พระจะเป็นห้องโถงสี่เหลี่ยม

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ซึ่งภายในจะเป็นที่ประดิษฐานพระธาตุของพุทธสาวก เช่น พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ และอีกท่านเราจำชื่อไม่ได้ โดยจะมีคุณลุงเจ้าหน้าที่นำแว่นขยายมาส่องให้เราดูค่ะ แล้วบอกว่าอันนี้เป็นพระธาตุของใคร

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          จากนั้นก็เดินเล่นสำรวจรอบ ๆ วัด แล้วก็ไปที่ลานจอดรถ เตรียมมุ่งหน้าไปสถานที่ต่อไปนั่นก็คือวัดบารมี ที่มีพระเกศาธาตุเคลื่อนที่ได้

          สถานที่ต่อมาเราจะไปดูพระเกศาธาตุเคลื่อนที่ที่วัดบารมีกันค่ะ ระยะทางก็ไม่ไกลจากเจดีย์กาบาเอมากนัก พอเข้ามาถึงเขตวัดก็ดูเหมือนวัดทั่ว ๆ ไปนะคะ คนเงียบมาก เราก็กลัว หวั่นนิด ๆ มาผิดวัดหรือเปล่านะ ถามคนขับ คนขับก็เลยพาเดินขึ้นไปชั้นบนสุดของวัดเลย ซึ่งจะคล้าย ๆ กุฏิพระ แต่วันที่เราไปพระอาจารย์ไม่อยู่ เลยอดดูพระเกศาธาตุเคลื่อนที่ ซึ่งถ้าใครอยากชมลองเสิร์ชวัดบารมีใน Youtube นะคะ

          ภายในกุฏิวัดก็จะมีพระธาตุเยอะแยะมากมาย และก็มีรูปคนดังของไทยหลายคนเลยค่ะ ที่แวะไปกราบพระอาจารย์วัดนี้ จากที่เราได้ดูวีดิโอพระเกศาธาตุเคลื่อนที่ พระอาจารย์จะทำพิธีสวดมนต์แล้วเทเส้นผมลงมาในภาชนะ จากนั้นจะเห็นเส้นผมขยับตัวได้

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ต่อมาก็ไปไหว้พระพุทธไสยาสน์เจาทัตยี ที่วัดเจาทัตจี ค่าเข้าฟรีค่ะ และเหมือนเดิมต้องถอดรองเท้าฝากกับเจ้าหน้าที่ด้านหน้าไว้ จะมีตู้บริจาคอยู่ด้านหน้า หยอดตามกำลังศรัทธาได้ค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          สถานที่ต่อไปคือวัดโบตาทาวน์ ซึ่งภายในวัดเป็นที่ตั้งของนัตโบโบจีหรือเทพทันใจกับเทพกระซิบค่ะ ซึ่งชื่อเหล่านี้สามารถบอกคนขับรถได้เลย ส่วนใหญ่จะเข้าใจค่ะ แต่บางคนจะไม่เข้าใจคำที่คนไทยเรียก สำหรับค่าเข้าวัดโบตาทาวน์ อยู่ที่ราคา 6,000 จ๊าด ก่อนเข้าจะต้องไปลงทะเบียน เจ้าหน้าที่ทางวัดจะจดรายชื่อของเรา พร้อมกับถ่ายรูปแนบติดมากับใบที่ใช้เข้าวัดด้วย แล้วก็ต้องติดสติ๊กเกอร์ไว้ตลอด ระหว่างที่เดินชมอยู่ในวัด

          เมื่อเข้ามาวัดอันดับแรกจะเข้าไปภายในเจดีย์ ซึ่งด้านในจะมีสถาปัตยกรรมเต็มไปด้วยสีทองสวยงาม ส่วนมากนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นจะมามุงกราบไหว้ ตรงบริเวณที่ประดิษฐานเส้นพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า


ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          อากาศด้านในเย็นสบายมาก เพราะว่าติดแอร์ แล้วก็จะมีคนมานั่งเข้ามุมสวดมนต์กัน บริเวณตรงนี้คนจะไม่เยอะเท่าตรงเทพทันใจค่ะ

          สำหรับการมาไหว้เทพทันใจหรือนัตโบโบจีนั้น ในเมียนมาเขาว่ามีเทพทันใจอยู่ด้วยกัน 5 องค์

          1. เทพทันใจ วัดโบตาทาวน์
          2. เทพทันใจ เจดีย์ชเวดากอง
          3. เทพทันใจ เจดีย์สุเล
          4. เทพทันใจ เจดีย์เยเลพญา
          5. เทพทันใจ พระธาตุอินแขวน

          และในทริปนี้เราได้ไหว้ทั้งหมด 4 ที่ค่ะ เนื่องจากไม่ได้ไปพระธาตุอินแขวน ส่วนประวัติความเป็นมาของเทพทันใจจะเป็นอย่างไรนั้น ขออนุญาตแปะลิ้งให้อ่านนะคะ www.komchadluek.net

          ตามมุมด้านในต่าง ๆ ของเจดีย์เราก็จะเจอพระพุทธรูปลักษณะนี้เต็มไปหมดเลยค่ะ

ย่างกุ้ง

          เมื่อเดินชมความงามด้านในเจดีย์จนเต็มอิ่มแล้วเดินออกมาตามทางออกเรื่อย ๆ ฝั่งตรงข้ามจะมีสะพานทอดยาวออกไป เป็นทางเดินแคบ ๆ ให้เดินตรงไปเลยค่ะ บริเวณนั้นเป็นสถานที่ไหว้เทพทันใจและเทพอีกองค์ที่อยู่ข้าง ๆ กัน รู้สึกจะเป็นเทพผู้หญิง ให้ขอพรเรื่องเกี่ยวกับการเรียนและสติปัญญาค่ะ อยู่ข้าง ๆ กันเลยนะคะ อันนี้เราลืมถ่ายรูปมา

          ส่วนการไหว้ขอพรเทพทันใจนั้น เราศึกษามาเป็นอย่างดีเพื่องานนี้โดยเฉพาะ 55 จากที่ดูมาหลาย ๆ รายการ เขาบอกว่าให้ซื้อชุดผลไม้เพื่อไหว้ โดยจะเป็นผลไม้พวกกล้วยหอม มะพร้าว และผ้าแพร ชุดละ 3,000 จ๊าด จากนั้นให้เตรียมธนบัตร 2 ใบ ซึ่งเด็ก ๆ ที่ขายชุดไหว้ให้เราจะม้วนให้เอง ตอนจะไหว้จะตั้งจิตขอพร สบตากับท่าน แล้วขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ เอาธนบัตรสองใบใส่มือ ให้เอาหน้าผากขยับเข้าไปใกล้นิ้วท่าน จากนั้นจึงค่อยดึงธนบัตรออกมาเก็บไว้ 1 ใบ แล้วนำผ้าแพรคล้องคอท่าน โดยขั้นตอนเหล่านี้จะมีมัคนายกจัดการให้ คอยบอก คอยดูว่าหน้าผากเราชนกับนิ้วท่านหรือยัง ไม่ต้องกังวลค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          เมื่อไหว้เทพทันใจเสร็จแล้วให้ข้ามถนนมาฝั่งตรงข้าม มาไหว้เทพกระซิบต่อ โดยชุดไหว้ก็จะมีทั้งดอกไม้ ชุดผลไม้ เครื่องประดับสวยงาม นมและข้าวตอก ซึ่งเราซื้อนมและข้าวตอกชุดละ 1,000 จ๊าด

          เมื่อก่อนจะสามารถเข้าไปกราบขอพรและกระซิบข้างหูท่านได้ แต่ตอนนี้คงมีการปรับเปลี่ยนบ้างแล้ว เนื่องจากบริเวณรอบ ๆ มีรั้วล้อมไว้หมดเลย พอซื้อชุดไหว้ก็ให้เดินไปหามัคนายก เดี๋ยวเขาจะจัดการสวดมนต์และวางเครื่องไหว้ให้เองค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ไหว้ครบ ถือเป็นอันเสร็จภารกิจที่วัดโบตาทาวน์ หลังจากนี้เราให้คนขับรถไปส่งที่โรงแรม ใกล้เจดีย์ชเวดากอง พอเขาส่งถึงที่พักก็จ่ายค่าโดยสารตามที่ตกลงกันไว้ เดี๋ยวจะมาแนะนำที่พักนะคะ สำหรับใครที่อยากนอนโรงแรมใกล้ ๆ แล้วสามารถเดินไปชเวดากองตอนเย็นได้ ถือว่าสะดวกมากค่ะ

          สำหรับทริปนี้เราเลือกพักกันที่ Merchant Art Boutique Hotel ตั้งอยู่ใกล้ชเวดากอง สามารถเดินไปยังเจดีย์ชเวดากองได้ในเวลา 7-8 นาที อยู่ในย่านตลาดและร้านค้า ผู้คนพลุกพล่าน มีมินิมาร์ท ร้านอาหารเพียบ เราจองที่พักผ่านทาง www.agoda.com ในราคา 1,571 บาท ไม่รวมอาหารเช้า สามารถจ่ายค่าที่พักกับทางโรงแรมในวันเข้าพักได้ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐหรือเงินจ๊าดค่ะ

          ก่อนอื่นต้องบอกว่าประทับใจกับการดูแลของพนักงานที่นี่มาก ๆ ดูแลเอาใจใส่ดีมาก ให้คำแนะนำต่าง ๆ คอยเรียกแท็กซี่ให้โดยไม่มีการชาร์จ บอกให้เราฝากกระเป๋าเดินทางไว้ก่อน หรือแม้กระทั่งวันจะเดินทางกลับเราเหลือเวลาหลายชั่วโมงมาก ยังไม่อยากรีบไปสนามบินเขาก็บอกให้เรานั่งเล่นรอเวลาที่ล็อบบี้ก่อนได้เลย จะเดินเข้าออกโรงแรมทุกครั้งไม่เคยต้องเปิดประตูเองเลยค่ะ บางทีเดินเข้ามากำลังจะเอามือผลักประตู เจ้าหน้าที่นี่รีบวิ่งมาเปิดให้ทุกครั้ง 55 ประทับใจ

          แต่คำบอกเล่าของนักท่องเที่ยวหลาย ๆ ท่าน ลงความเห็นว่าค่าที่พัก โรงแรมต่าง ๆ ในเมียนมานั้นราคาค่อนข้างแพง โดยเฉพาะที่พักที่อยู่ใกล้ชเวดากอง ซึ่งก็จริงอย่างเขาว่าโรงแรมแถวนี้มีราคาตั้งแต่ 1,500-5,000 บาท ซึ่งก็มีตั้งแต่โรงแรมธรรมดา ๆ ไปจนถึงโรงแรมหรูประมาณหนึ่ง แต่เนื่องจากเรามาค้างเพียงคืนเดียวจึงเลือกที่พักในเรทราคาสบายกระเป๋านิดหนึ่ง

          เอาล่ะ ที่พักที่เราเลือกนั้นบรรยากาศดี สะอาด ดูเป็นโรงแรมใหม่ พนักงานน่ารักทุกคน พูดจาดี ให้ความช่วยเหลือดี โดยที่พักมีทั้งหมด 7 ชั้น ชั้นบนสุดมีดาดฟ้าให้ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ได้ และมองเห็นยอดเจดีย์ชเวดากองด้วย ถ้าขึ้นไปตอนค่ำ ๆ จะสวยมาก มีโต๊ะรับประทานอาหารจัดเตรียมไว้ให้ จะขึ้นไปสั่งอาหารของทางโรงแรม เลยซื้อขนม นมเนย เครื่องดื่มขึ้นไปทานก็ได้เช่นกัน

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ห้องพักขนาดกำลังดี สะอาด มีมุมให้นั่งอ่านหนังสือ มีปลั๊กไฟเยอะดี แล้วก็ไม่ต้องใช้ปลั๊กแปลงไฟด้วย เราสามารถชาร์จไฟมือถือหรือแบตเตอรี่กล้องได้เลย แต่ว่าให้เตรียมปลั๊ก 3 ตา ไปด้วยจะดีมาก ได้ชาร์จหลาย ๆ อุปกรณ์พร้อมกัน

          มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบ Wi-Fi สัญญาณค่อนข้างดี มีกาต้มน้ำร้อน ดึก ๆ หิวกินมาม่าได้ แต่หมอนหนุนสูงไปนิด 55 ก็ไม่นิดนะคะ ถ้าไปจะรู้เอง เราเลยต้องเอาหมอนออกแล้วนอนราบกับเตียงไปเลย ไม่งั้นมีหวังเช้าตื่นมาคอเคล็ด

          ห้องน้ำสะอาด แต่เวลาอาบน้ำน้ำจะไหลลงท่อช้า ต้องทิ้งช่วงให้น้ำมันลงไปก่อน ไม่งั้นอีกคนเข้ามาอาบต่อน้ำท่วมห้องแน่นอน อันนี้ไม่รู้ว่าเป็นทุกห้องไหมนะคะ แต่โดยรวมแล้วนอน 1 คืน ในราคานี้ เดินไปชเวดากองได้ มีของกินเยอะ เราก็โอเคค่ะ

ย่างกุ้ง

          ลองขึ้นมาชมวิวตอนค่ำ ๆ กันดูนะ สวยงามมาก

          จากที่พักเราก็จะเดินไปชเวดากองกัน เดินชมบรรยากาศสองข้างทางไปเรื่อย ๆ ดูชาวบ้านขายของ คล้ายตลาดนัด มีอาหารท้องถิ่นเยอะดีค่ะ แต่ก็ไม่ค่อยได้กินเท่าไร ขอชม ๆ ก็พอ เพราะยังกังวลในเรื่องความสะอาดอยู่บ้าง

          ถ้าไม่อยากเดินก็มีบริการรถจักรยานรับจ้างในราคา 1,000 จ๊าด มาทั้งทีก็ต้องลองนั่งหน่อย นายแบบเราดูเท่และเฟี้ยวฟ้าวมากจริง ๆ

ย่างกุ้ง

          เจอเด็กปะทานาคา น่ารัก

ย่างกุ้ง

          นั่งรถชิล ๆ มาไม่นานก็ถึงทางที่จะเดินเข้าไปยังบันไดชเวดากอง อยากเล่าประสบการณ์ตรงนี้ไว้เตือนเพื่อน ๆ หรือใครก็ตามที่จะเดินทางไปเที่ยวย่างกุ้งเล็กน้อยค่ะ ทุกคนอาจจะไม่เคยเจอแบบเรา และนี่ถือเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้เฟลไปเลย

          เรื่องมีอยู่ว่าเราทราบดีถึงการเข้าวัดของคนเมียนมาที่จะต้องให้ถอดรองเท้า แต่การมาชเวดากองต้องเอารองเท้าใส่ถุงพลาสติกแล้วหิ้วติดตัวขึ้นไปด้วย เราก็กำลังเดินมาอยู่ดี ๆ มีเด็ก ๆ หลายคน วิ่งมารุมล้อมยื่นถุงพลาสติกให้ ใจเรานั้นก็คิดแล้วว่าโดนแล้วล่ะ บอกปฏิเสธ No No ไป เด็กเดินตามมาอีกบอกว่า Free นะ ถุงเนี่ยฟรี

          เรา : ถามย้ำอีกครั้ง ฟรีใช่ไหม
          เด็ก : พยักหน้า

          งั้นเอาก็ได้ หยิบมาปุ๊บ เสียงเด็ก Money Money เรานี่แป่ว อะไรวะ...เมื่อกี้บอกฟรี เงินก็ไม่ใช่ไม่อยากให้ แต่รู้ว่าถ้าให้ไปมันให้แค่คนเดียวไม่ได้ แล้วเด็กบอกด้วยว่าต้อง 1,000 จ๊าด เท่านั้น น้อยกว่านี้ไม่เอา เด็กสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษบ้าง เมียนมาบ้าง และภาษากายบ้าง โดยการเดินตามประกบเรา เราบอกว่างั้นเอาถุงคืนไปไหม เราคืนของให้ เด็กก็ไม่เอาจะเอาแต่เงินแล้วล่ะ

          เด็กผู้หญิงคนเดิมเดินตามเรามาถึงตีนบันไดทางขึ้นเลยคราวนี้ รุกเราหนักขึ้นด้วยการรีบคว้ามาจับข้อมือเราทั้งสองข้าง บีบแรง และพูดข่มด้วยเสียงอันดังว่าเอาเงินมาอีกครั้ง แทบจะปล้นกันเลยทีเดียว ใจก็นึกสงสารเด็ก แต่จุดที่เขาบีบข้อมือเรา เราทนไม่ไหวแล้ว เราก็ส่งภาษากายด้วยสายตาที่ดุ จิกกัด และพูดออกไปดัง ๆ เช่นกันว่าไม่ให้เงิน ในเมื่อบอกฟรีจะมาเก็บเงินได้ไง

          นี่ชั้นไม่ใช่สายเปย์นะเว้ย ไม่มีเงินก็คือไม่มีเงิน ไม่ให้ได้ไหม เด็กไม่เข้าใจ พูดอีกจะเอาเงิน ชี้ที่กระเป๋าเงินเรา เราเลยตัดสินใจเอามือที่ยังโดนจับไว้นั่นล่ะค่ะฉีกถุงที่ใส่รองเท้าออก แหม...อย่างกับในละคร เด็กทำหน้าเซ็งพร้อมเดินจากไปแต่โดยดี

          ผู้คนแถวนั้นมองจับจ้อง 555 อายไหม ไม่อายค่ะ เพราะว่านี่เราโดนคุกคามอย่างแรงมาก เราก็จำเป็นต้องร้าย ถ้าเขาหยิบกระเป๋าเราไปได้คงทำไปแล้ว และหลังจากนั้นอีเรื่องรองเท้านี่ล่ะที่เป็นประเด็นอีก เราไม่เอารองเท้าใส่ถุงแล้ว แต่กำลังจะก้มหยิบรองเท้าตัวเองที่อยู่ด้านล่างขึ้นมาถือ มีเด็กมือไวมาอีกคน คว้าหยิบรองเท้าเราขึ้นมาอีก เอาไปถือแล้วถามเราว่าเอาถุงไหม ประมาณว่าจะไปหยิบมาใส่ให้ แต่ขอเงินด้วยนะ

          ฮึ่มมมมม !! เราเลยส่งรังสีอำมหิตไปอีกทางสายตา เมื่อกี้ไม่เห็นเหรอ ช็อตฉีกถุงกระจายน่ะ อยากโดนแบบนั้นใช่ไหม เด็กก็ยอมวางรองเท้าลงแต่โดยดี ซึ่งถุงที่ใส่รองเท้าเราก็ไปหาเอาดาบหน้า ไม่ซีเรียส แต่ที่เราอยากเตือนคืออย่ารับของจากเด็กหรือใครก็ตาม เก็บกระเป๋าสตางค์ให้มิดชิด กล้อง หรือของมีค่าแอบ ๆ ไว้ก่อนดีกว่า เครื่องประดับ เพชรนิลจินดาอย่าใส่ไปเลย ไม่ปลอดภัยอย่างแรง

          เนื่องจากเราคิดเองว่าเราสะพายกล้องไว้ด้านนอก แล้วถือกระเป๋าสตางค์มา คือเดินจากที่พักมาก็ไม่อยากพกอะไรเยอะ กะว่ามาถ่ายรูป ทำบุญ สวดมนต์เสร็จก็เดินกลับที่พัก มีแค่กระเป๋าคล้องมือไว้กับกล้องที่อยู่ที่คอคงไม่น่าหาย แต่มันดันเป็นจุดที่เรียกให้เด็กพุ่งมาหาเรา

          อย่าให้เงินเด็ดขาด ถ้าคุณไม่ใช่สายเปย์ ถ้าให้ 1 คน อีก 10 คนจะตามมา ต้องเข้าใจว่าคุณภาพประชากรบ้านเขายังไม่ได้เจริญมากนัก เด็ก ๆ ส่วนใหญ่ไม่ได้ไปโรงเรียน ต้องออกมาทำมาหากิน เงินจึงสำคัญกับเขามาก ๆ  เรามาเที่ยวในฐานะนักท่องเที่ยว ไม่ได้มาแสวงบุญ เราเลยต้องยอมใจร้ายบ้าง และมันก็จะเป็นแบบนี้เกือบทุกสถานที่ค่ะ ไม่มีอะไรฟรี จำไว้ว่าไม่ฟรีจริง ๆ ค่ะ และจะเจอเด็ก ชาวบ้าน เข้ามาตื้อให้ซื้อโน้นนี่ดื้อ ๆ อาศัยลักไก่บ้าง เพราะฉะนั้นใจแข็งเข้าไว้นะคะ ท่องไว้เรามาเที่ยว เรามาเที่ยววววววววว เรามีงบจำกัด 555

          สำหรับเรื่องราวนี้ พอเราได้เจอก็เลยทำให้เรารู้สึกระแวงกับคนท้องถิ่นที่เข้ามาหา แบบช่วยซื้อนี้หน่อยได้ไหม หรือขอซื้อดอกไม้ 1 กำ จะยัดเยียดให้เราซื้อ 5 กำ ... บ้าไปแล้ว

          คนเมียนมาน่ารัก ๆ ก็มีเยอะค่ะ ก็เลือกเก็บแต่ความทรงจำที่ดีแล้วกันเนอะ แต่เราอยากเตือนให้ทุกคนได้ระวังตัว และเตรียมพร้อมก่อนว่าถ้าคุณมาแล้วจะเจออะไรบ้าง เซฟตัวเองไว้คือดีที่สุดค่ะ

          ส่วนเด็ก ๆ อีกหลายคนจะเข้ามาช่วยงานในวัด ทั้งกวาดถูวัด จัดดอกไม้ จัดชุดไหว้ เด็กกลุ่มนี้จะมีไมตรีกับนักท่องเที่ยวค่ะ แต่เราไม่ได้อคติกับเด็กที่เจอในเหตุการณ์นะคะ ค่อนข้างเข้าใจด้วยซ้ำว่าทำไมเขาต้องทำแบบนั้น แต่เราไม่มีเงินมากขนาดที่จะเปย์ให้ทุกคนที่มารุมล้อม ก็ต้องยอมใจร้ายไปบ้าง

          หมดเรื่องราวดราม่าเราไปทำบุญกันดีกว่า พยายามเรียกสติกลับมา เดินขึ้นไปยังทางเข้าชเวดากอง บันไดสูงชันมาก เดินเมื่อย เล่นเอาหอบ ต้องนั่งพักเลยล่ะ

          บริเวณด้านหน้าทางเข้าชเวดากองต้องเดินขึ้นมาไกลพอสมควร มีทางให้ขึ้นลิฟต์แต่อยากเดินขึ้นเองมากกว่า สิงห์คู่ประดับอู่ด้านหน้าสวยงาม

ย่างกุ้ง

          เมื่อมาถึงก็ส่งของเข้าไปสแกนตรวจความปลอดภัย จ่ายค่าเข้า 8,000 จ๊าด เจ้าหน้าที่วัดก็จะติดสติ๊กเกอร์ให้ และขอบอกว่ากล้องถ่ายรูป ขาตั้งกล้อง อุปกรณ์ถ่ายภาพทุกชนิดไม่เสียค่าธรรมเนียมนะคะ ที่บอกว่าไม่เสียคืออะไร คืองี้ค่ะ เคยมีบางรีวิวบอกว่าเวลาเข้าวัดหรือสถานที่ต่าง ๆ ในเมียนมา คนที่พกกล้องถ่ายรูปมา จะต้องเสียค่าธรรมเนียมแบบ 10-20 บาท เราก็ไม่รู้ว่าจริงไหม อะไรยังไง แต่ตรงป้ายทางเข้าเขียนไว้ชัดเจนมากว่า Camera Free ก็สบายใจกันได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะเสียซ้ำซ้อน

          ซึ่งครั้งแรกที่เราก้าวเข้ามาภายในบริเวณเจดีย์ชเวดากองรู้สึกตื่นเต้นดีค่ะ สีทองขององค์เจดีย์นี่งามอร่าม กระทบกับแสงแดดแล้วด้วย มีแสบตาแน่นอน รู้สึกคุ้มแล้วที่ได้มา คือยิ่งใหญ่ คู่ควรคำว่ามหาเจดีย์ชเวดากองจริง ๆ เดินวนไปเรื่อย ๆ เมื่อยก็นั่งพักตามมุมได้ เพราะว่าที่นี่กว้างมาก เดินเป็นชั่วโมงก็ไม่เบื่อนะคะ เพราะมีจุดให้เราถ่ายรูป ทำบุญ ตามมุมเล็ก มุมน้อยก็จะมีพระสำคัญ ๆ ที่ผู้คนมากราบไหว้กันเยอะมาก

          หากใครอยากไหว้ให้ครบแบบถูกหลักและทราบประวัติของพระแต่องค์ไปพร้อม ๆ กัน เปิดดูรายการบอกเล่าเก้าสิบ ที่คุณมดดำพามาไหว้พระที่ย่างกุ้งได้เลยค่ะ ข้อมูลและวิธีการไหว้ครบมาก แถมทราบรายละเอียดและเรื่องราวของพระ ของเทพชัดเจนมาก และถือได้ว่าบริเวณเจดีย์ชเวดากองเป็นแหล่งรวมพลัง ความศรัทธา และสิ่งศักดิ์เลยก็ว่าได้ ถ้าได้มาสัมผัสจะรู้สึกแบบนั่นเองค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ยิ่งช่วงใกล้ค่ำ คนยิ่งเยอะค่ะ

ย่างกุ้ง

          และสิ่งศักดิ์ต่าง ๆ จะอยู่ตามมุมแคบ ๆ ต้องสังเกตดี เดินช้า ๆ พยายามหาจนเจอค่ะ เรามาไหว้แม่ยักษ์ที่ตามประวัติบอกว่าคนมักมาขอพรให้พันทุกข์ ให้พ้นจากกรรม หรือเรียกว่าแม่ยักษ์ตัดกรรมทำนองนั้น

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ต่อมาก็ไหว้พระราหู เดินออกมาไม่ไกลจากตรงแม่ยักษ์ค่ะ ขอพรให้ปัดเป่าเรื่องร้าย ให้พ้นเคราะห์ภัยต่าง ๆ

ย่างกุ้ง

          เดินชมบรรยากาศรอบ ๆ เจดีย์ ผู้คนเริ่มเยอะขึ้น เสียงสวดมนต์จะดังเป็นระยะ ๆ ตลอดที่อยู่ด้านในและสิ่งที่ต้องทำ เมื่อมาถึงชเวดากองก็คือการสรงน้ำพระประจำวันเกิด รวมไปถึงเทพประจำวันเกิดและสัตว์ประจำวันเกิดด้วย

          จะมีป้ายบอกชื่อวันเกิดอยู่ด้านบน วิธีการสรงน้ำพระให้ตักน้ำจากขันใบใหญ่ รดไปบนตัวพระ ตัวเทพ และสัตว์เลี้ยง ตามอายุตัวเอง แล้วบวกอีก 1 ขัน เป็นการต่ออายุ

ย่างกุ้ง

          บรรยากาศตอนเย็นที่ชเวดากองค่ะ ชาวบ้านมารวมตัวกันที่วัดเพื่อสวดมนต์และทำความสะอาดวัดด้วย ถ้าใครอยากสวดมนต์ นั่งสมาธิ ให้เดินไปยังลานอธิษฐาน ทุกคนจะมุ่งหน้าไปตรงนั้นกันเยอะมากค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ช่วงเวลาที่เหมาะจะมาชเวดากองก็ประมาณตั้งแต่ 4 โมงเย็นเป็นต้นไป เพราะแดดจะไม่ร้อนมาก ภายในวัดลมเย็น มีลมพัดโชยมาตลอด เดินชมความงาม ไหว้พระ จนช่วงประมาณ 1 ทุ่ม ก็จะได้ชมบรรยากาศชเวดากองตอนค่ำที่สวยงามค่ะ


          พอรุ่งเช้าอีกวันเราเตรียมจัดเก็บกระเป๋าแล้วเช็กเอ้าท์ที่โรงแรม พร้อมกับขอฝากกระเป๋าเดินทางไว้ก่อน

          เตรียมไปที่เจดีย์สุเล แล้วเดินทางต่อไปยังเจดีย์เยเลพญา ที่เมืองสิเรียม ซึ่งใช้เวลาในการเดินทางจากย่างกุ้งไปสิเรียมก็ประมาณ 45-50 นาที

          เราเดินออกมารอแท็กซี่ใกล้ ๆ ถนน หน้าทางเข้าเจดีย์ชเวดากอง สอบถามราคาไปเจดีย์สุเลได้มาในราคา 2,000 จ๊าด ขึ้นรถเรียบร้อย คนขับก็พามาส่งถึงจุดหมายอย่างดี ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที ตอนเช้าผู้คนเยอะมาก เนื่องจากตรงจุดสี่แยกเจดีย์สุเลเป็นเหมือนสถานที่รอรถเมล์จากหลาย ๆ สาย ที่จะวิ่งไปในตัวเมือง และเมืองใกล้เคียงต่าง ๆ

ย่างกุ้ง

          ด้านหน้าของเจดีย์สุเลค่ะ

ย่างกุ้ง

          ค่าเข้า 3,000 จ๊าด เจ้าหน้าที่จะให้เป็นบัตรผ่านเข้าวัด เราก็เดินตรงเข้าไปด้านในได้เลย

ย่างกุ้ง

          อันนี้จะเป็นการทำบุญด้วยแผ่นอะไรสักอย่าง ราคา 1,000 จ๊าด เสร็จแล้วก็เอามาใส่กระเช้า แล้วเจ้าหน้าที่วัดจะให้เราหมุนรอกส่งของขึ้นไปยังองค์พระพุทธรูปด้านบนค่ะ

ย่างกุ้ง

          และอีกสิ่งสำคัญของทริปเราก็คือไหว้เทพทันใจในย่างกุ้งให้ครบ 4 ที่ ที่จริงมี 5 ที่ แต่เราไม่ได้ไปพระธาตุอินแขวน ก็เลยอดอีกที่หนึ่งไป ซึ่งที่เจดีย์สุเลก็ถือเป็นการไหว้เทพทันใจองค์ที่ 3

          บริเวณซุ้มเทพทันใจในเจดีย์สุเลจะมีผู้คนเดินเข้า-ออกหนาแน่นตลอดค่ะ

          และก่อนที่จะไปสิเรียมเราศึกษาข้อมูลเรื่องรถเมล์ที่จะสามารถนั่งไปได้ แต่ปรากฎว่าพอเอาแผนการเดินทางไปสอบถามเรื่องสายรถเมล์กับคนแถวนั้นค่อนข้างปวดหัวเอาเรื่องเลยทีเดียว เพราะสายเดิมที่เคยพาไปได้และสามารถขึ้นตรงสี่แยกสุเลได้นั้น ได้ย้ายที่ไปแล้ว เหมือนว่าเราต้องนั่งรถเมล์สายใดก็ได้ เพื่อไปขึ้นรถเมล์สายนั้นที่จะพาไปยังสิเรียมที่สถานีขนส่งอีกที่ ซึ่งคนท้องถิ่นบอกว่านานมาก กว่ารถเมล์จะออก รอนาน เราก็เลยถอยมาตั้งหลัก กะว่าจะเปลี่ยนแผนด้วยการนั่งแท็กซี่ และก็คิดได้ว่าเงินที่ตัวที่เป็นเงินจ๊าดกำลังจะหมด เงินดอลลาร์ก็ไม่ได้แลกมาเผื่อไว้ มีแต่เงินบาทไทยล้วน ๆ

          เราเลยข้ามไปยังธนาคาร AYA เป็นสำนักงานใหญ่ ที่อยู่ใกล้เจดีย์สุเล ปรากฎว่ายังไม่ได้เวลาที่จะเปิดให้แลกเงินได้ และไม่รับเงินไทยด้วย 55 เวรกรรมแล้ว  ทำไงดี เราก็เดินหาร้านแลกเปลี่ยนเงินร้านอื่น ๆ จนเจอร้านที่อยู่ตรงข้ามกับธนาคาร AYA ในซอยเล็ก ๆ หาง่ายค่ะ เดินข้ามมาจะอยู่ริมถนนเลย ที่นี่รับแลกเงินไทยเป็นเงินจ๊าดได้ แต่ค่าแลกเปลี่ยนเงิน เราอาจจะขาดทุนเล็กน้อย ประมาณ 50-70 บาท ในสถานการณ์ที่กลัวเงินจะไม่พอ บวกกับยังไม่ได้ซื้อของฝากต่าง ๆ เราก็ว่าหยวน ๆ โอเคยอมแลกไป

          จากนั้นก็โบกแท็กซี่สอบถามราคาไปเมืองสิเรียม ต่อรองมาได้ราคา 34,000 จ๊าด ก็เกือบ 900 บาทไทย เราขอเปิดแอร์ตลอดทาง แอร์เย็นฉ่ำมาก แต่ถ้าถามว่าราคานี้แพงไหม แพงค่ะ เพราะระยะทางเหมือนเราเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปอยุธยาแค่นั้นเอง

          ถ้าเดินทางมากันหลายคนก็จะมีตัวหารค่าโดยสาร จะประหยัดลงไปอีก แต่เราก็ขอลดราคาอีก คนขับก็ใจดีลดให้นะคะ ลองต่อรองดูก่อน และถ้าพอขึ้นไปบนรถพูดคุยกันถูกคอละก็ เขาลดให้อีกค่ะ เราใช้วิธีนี้แล้วได้ผล 55 ชวนเขาคุยไปเรื่อย ซึ่งอย่างที่บอกคนขับแท็กซี่ในเมียนมาพูดไทยได้บ้าง ภาษาอังกฤษเขาก็ไม่ได้ใช้คำศัพท์ยากมาก และอาจจะเจอสำเนียงแปลก ๆ ด้วย 55

          การเดินทางไปเมืองสิเรียมใช้เวลาประมาณ 45-50 นาที อย่างที่ได้บอกไป ทั้งนี้แล้วแต่สภาพการจราจรด้วยเช่นกัน เพราะรถค่อนข้างติด

          ระหว่างทางเราจะผ่านสะพานยาว ๆ 2 ที่ด้วยกัน ชมวิวสองข้างทางที่เป็นแม่น้ำย่างกุ้ง มีความกว้างใหญ่และเป็นเส้นทางเดินเรือในการขนส่งสินค้าด้วย พอตอนผ่านแม่น้ำย่างกุ้งคนขับรถรีบบอกให้เราดูความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำบ้านเขา "ย่างกุ้งริเวอร์ ย่างกุ้งริเวอร์" กว้างใหญ่มากจริง ๆ ถ้าได้มาเมืองสิเรียมอย่าละสายตาเลยนะคะ ชมวิวสองข้างทางเพลินมาก

          พอมาถึงบริเวณตลาดตรงท่าเรือที่จะต้องข้ามฝั่งไปยังตัวเจดีย์กลางน้ำ คนขับรถก็ลงไปซื้อตั๋วเรือให้เราค่ะ ในราคา 5,000 จ๊าด จะเป็นเรือแบบมีเก้าอี้นั่ง ราคานี้คือราคาเหมาลำ ทั้งไปและกลับ ถ้ามากันหลายคนก็หารราคากัน แต่ไม่ค่อยเจอคนไทยมาที่นี่เท่าไร ถ้าเจอก็ลองชวนกันแชร์ค่าเรือดูนะคะ

          พนักงานจะออกตั๋วเรือให้ ก็เก็บไว้ให้ดี จากนั้นไปยืนรอเรือที่ริมน้ำ เราขอเบอร์คนขับรถไว้เรียบร้อยแล้ว บอกเขาว่าถ้าไหว้พระและกินข้าวเสร็จแล้วจะเดินทางกลับ จะโทร. หาให้มารับ

          ตรงบริเวณที่รอขึ้นเรือจะมีแม่ค้ามากหน้าหลายตามายืนรอขายดอกไม้สำหรับเอาไปไหว้พระ เข้ามารุมล้อมเต็มไปหมด ตอนแรกว่าจะไม่ซื้อ แต่เพื่อนร่วมทางอยากซื้อสักกำไปไหว้พระ พอบอกว่าเอา 1 กำ คุณแม่ค้าถามเราว่าเอา 5 กำเหรอ บ้าไปแล้ว บอกเอาแค่กำเดียว

          พอซื้อดอกไม้อยู่ก็มีคนขายอาหารปลาเข้ามาหยิบยื่นอาหารให้อีก บอกว่าช่วยซื้อหน่อย ๆ และบางคนก็พุ่งเข้ามาสะกิดซะดื้อ ๆ พร้อมทำท่าทางขอเงิน จนเราต้องทำหน้ายักษ์ หน้ามารใส่ แล้วตอบไปดัง ๆ ว่า No ได้ยินไหมว่า No จากนั้นพวกเขาก็สลายทัพกันไป 55

          โดยเรือแบบมีเก้าอี้นั่งมีจะมีลำเดียวนะคะ ต้องต่อคิวรอนิดหนึ่ง แต่บริเวณข้าง ๆ จะมีเรือลำเล็กไว้บริการรับส่งคนเมียนมาไปยังเจดีย์เหมือนกัน บริการฟรี หน้าตาเรือก็จะเป็นแบบนี้ค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          แต่เรือที่เรานั่งมาจะเจอพี่คนนี้เป็นคนคุมเรือ

ย่างกุ้ง

          พอถึงฝั่งเจดีย์ระหว่างที่เรือกำลังเทียบท่า คนคุมเรือจะเอาเก้าอี้มาวางบนหัวเรือให้เรายืนได้ถนัดและก้าวลงไป แต่ว่ามีเด็กเมียนมามาอีกแล้ว ยื่นมือมาช่วยเหลือเรา กลัวเราจะลงจากเรือไม่สะดวก 55 ยื่นมือเข้ามาคว้าข้อมือเราอีกแล้ว เราก็เดินลงจากเรือไปปกติ และแน่นอนว่าพอเด็กปล่อยมือเราออก ขอเงินหน่อย 555 อีกแล้วเหรอเนี่ย เราก็ทำใจแข็ง ไม่สนใจ รีบวิ่งเข้าวัดไปเลย

          เข้าวัดมาขวามือจะมีเจ้าหน้าที่วัดรอเราอยู่ ต้องไปจ่ายค่าเข้าวัด 2,000 จ๊าด ก่อน และลงชื่อในสมุดบันทึกด้วย

ย่างกุ้ง

          เอาล่ะ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเราก็เดินชมวัดไหว้พระ โดยเจดีย์เยเลพญาแห่งนี้มีตำนานเล่าไว้ว่า เจดีย์นี้สร้างขึ้นในสมัยมอญยังมีความรุ่งเรืองทางอำนาจเมื่อประมาณพันกว่าปีก่อน และมีคหบดีชาวมอญเป็นผู้สร้าง ซึ่งเขาได้อธิษฐานว่าถ้าน้ำจะท่วมก็ขออย่าให้ท่วมองค์พระเจดีย์ และถ้าหากมีผู้คนมากราบไหว้จำนวนมากเท่าไร ก็ขอให้ไม่มีวันเต็มล้นพื้นที่ เพราะเจดีย์นี้สร้างบนเกาะเล็ก ๆ กลางแม่น้ำกว้างใหญ่เท่านั้น โดยสถานที่แห่งนี้ผู้คนนิยมมาไหว้พระขอพรเกี่ยวกับการทำธุรกิจ การค้า และเรื่องเงินทอง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          และถ้าจะมาขอพรเรื่องเงินทองต่าง ๆ ต้องมาไหว้พระอุปคุตค่ะ

ย่างกุ้ง

          และเทพทันใจองค์ที่ 4 ที่ตั้งอยู่ในเจดีย์เยเลพญา

ย่างกุ้ง

          และตรงบริเวณทางเข้าวัดที่เราเดินเข้ามาจะมีรูปปั้นยักษ์ 2 ตัว ซ้ายขวา ว่ากันว่าถ้าเราเอามือไปลูบตามส่วนร่างกายของยักษ์ เช่น ลูบหลัง แล้วก็เอามือที่ลูบยักษ์มาลูบหลังตัวเอง อาการเจ็บปวดก็จะบรรเทาและค่อย ๆ หายไป หากเจ็บปวดจุดอื่นก็ให้ลูบที่บริเวณนั้นบนตัวยักษ์ แล้วก็ค่อยลูบบริเวณเดียวกันบนร่างกายตัวเอง ทั้งนี้ก็เป็นเพียงความเชื่อและคำบอกเล่าต่อกันมานะคะ ได้ผลหรือไม่ได้ผลอย่างไรก็แล้วแต่วิจารณญาณของแต่ละบุคคล

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ซึ่งเจดีย์เยเลพญามีพื้นที่ไม่กว้างนัก เดินแป๊บเดียวก็ทั่วแล้ว แต่โชคดีว่าเป็นเจดีย์กลางน้ำ ลมจึงพัดโชยมาตลอดเวลา ไม่ร้อนเลยค่ะ

          หลังจากนี้เราก็จะไปรอเรือเพื่อข้ามฝั่งกลับไปที่เดิม และหาอาหารท้องถิ่นรับประทานกันสักมื้อ เพราะตั้งแต่มากินแต่มาม่าคัพที่พกจากบ้านเรามา และก็กินผลไม้บ้าง น้ำบ้าง คราวนี้ล่ะจะไปลองรสชาติอาหารเมียนมาดูสิว่าจะเป็นยังไง

          พอขึ้นจากเรือมาก็เล็งร้านอาหารเพื่อจะหาข้าวกิน ส่วนมากในเมืองสิเรียมก็จะมีร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และแผงขายผลไม้เต็มสองข้างทาง

ย่างกุ้ง

          แตงโมที่นี่ชิ้นใหญ่มาก แต่วางขายกันแบบนี้เลยค่ะ ไม่มีภาชนะใส่ ไม่มีอะไรปิดให้มิดชิด แต่เราลองกินจากร้านตรงชเวดากองเมื่อวานแล้วอร่อยมาก เนื้อหวานฉ่ำ ตรงนั้นจะดูสะอาดกว่า ส่วนในสิเรียมทางเข้าออก ยังมีถนนลูกรังอยู่บ้าง มีฝุ่นเต็มไปหมด อาจจะทำให้ผลไม้ตามร้านแบบนี้ดูไม่น่ารับประทาน

ย่างกุ้ง

          และเราก็เจอพิกัดร้านข้าวแกงตรงข้ามฝั่งท่าเรือ มีร้านหนึ่งดูน่ากิน ลืมถ่ายรูปร้านมาค่ะ แต่หาง่าย เป็นร้านข้าวแกงร้านใหญ่ อาหารต่าง ๆ ก็ใส่ภาชนะดี ปิดฝามิดชิด 

          ก่อนกินเราขอเจ้าของร้านเปิดดูทุกหม้อเลย 55 ย้ำว่าทุกหม้อ ไม่ได้กินยากอะไรนะคะ แต่กำลังดูว่าจะกินอะไรได้บ้าง เพราะอาหารบ้านเขาหน้าตาแตกต่างจากบ้านเรามาก

          ใช้น้ำมันในอาหารค่อนข้างเยอะ แต่ก็มีอาหารเยอะเหมือนกัน เช่น กุ้งทอด หมูพะโล้ ไก่ผัดเผ็ด ประมาณนี้ค่ะ อันนี้ถ่ายกุ้งทอดมาให้ดูว่ามันน่ากิน แต่น้ำมันเยอะมาก เลี่ยนมากค่ะ

ย่างกุ้ง

          พอสั่งข้าวไปเขาจะไม่ตักแกงราดมาให้ จะจัดใส่จานเล็ก ๆ มาเสิร์ฟ เราสั่งมาแค่ 2 อย่างเท่านั้น ส่วนน้ำพริก ผักแกล้ม และแกงผักบุ้งนั้น เขาบอกว่าแถมฟรีค่ะ ฟรีจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะตอนเขียนบิลเขาเขียนเป็นภาษาเมียนมานะคะ อาหารประมาณนี้ ทานกันสองคนในราคา 8,000 จ๊าด ก็ประมาณ 200 บาทได้ค่ะ 555 ไม่อยากจะเชื่อเลย แต่ข้าง ๆ ร้านอาหารมีมะพร้าวน้ำหอมขายด้วยนะคะ ลูกละ 1,000 จ๊าด น้ำหวานหอม อร่อยดีค่ะ

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          โดยรวมพอทานได้ค่ะ แต่น้ำมันในอาหารเยอะ เนื้อกุ้งก็แน่นดี ส่วนน้ำพริกมันคล้าย ๆ น้ำพริกปลาร้า รสชาติแปลกมาก ชิมนิดหน่อยพอให้รู้รส และแกงผักบุ้งก็เป็นน้ำแกงแบบเค็ม ๆ ชิมพอรู้รส 55 กินต่อไม่ไหว เค็มมาก ถ้ามาเที่ยวแล้วอยากลองชิมอาหารท้องถิ่นก็ลองดูนะคะ แต่ถ้าใครกลัวจะทานไม่ได้มีมาม่าขายในมินิมาร์ทค่ะ แต่ขอบอกเลยว่ารสชาติไม่ใช่แบบเดียวกับบ้านเราเลย ดีนะที่เราพกมาม่าจากบ้านเราไป สรุปว่าในทริปนี้ เรารอดตายมาด้วยมาม่าคัพจากไทย แตงโมเมียนมา ไอศกรีมในมินิมาร์ท และข้าวโพดต้มเมียนมาค่ะ

          พอทานข้าวเสร็จแล้วก็ได้เวลากลับไปยังตัวเมืองย่างกุ้ง แต่ระหว่างทางที่เรามามีวัดหนึ่งน่าสนใจจะลองเข้าไปเดินชมดูค่ะ ชื่อว่าวัดไจก์กอว์ จากนั้นจะให้คนขับรถพาไปที่วัดโบตาทาวน์อีกครั้ง เพราะมีภารกิจต้องไปเช่าวัตถุมงคล และจะไปยังโรงแรมที่เราฝากกระเป๋าเดินทางไว้

          เมื่อเราออกเดินทางจากสิเรียมเตรียมจะกลับเข้ามายังโรงแรมที่ย่างกุ้ง ก็ขอแวะเข้าไปไหว้พระที่วัดไจก์กอว์ โดยเป็นวัดที่อยู่ระหว่างทางกลับพอดี แต่ลงไปได้แป๊บเดียวเองค่ะ ไม่ค่อยมีผู้คน เดินสำรวจในวัดนิดหน่อย พอขึ้นบันไดมาจนสุดทางจะพบพระองค์ใหญ่ตั้งสง่าบริเวณทางเข้า ซึ่งมีค่าเข้าวัดด้วย ประมาณ 2,000-3,000 จ๊าด ตอนที่เราไปแดดกำลังแรงพอสมควร บวกกับไม่มีรองเท้า เพราะถอดไว้ในรถ และห้ามใส่รองเท้าในวัด เลยไม่ได้เข้าไปชมด้านในค่ะ

ย่างกุ้ง

          พอเดินลงมาด้านล่างของวัดจะมีสินค้าขายเต็มไปหมดเลย มีแตงโมด้วย ชิ้นใหญ่น่ากิน

ย่างกุ้ง

          และบริเวณด้านนอกของวัด ริมถนนจะมีร้านรวงมากมาย วางขายทานาคา มีตั้งแต่ท่อนเล็ก ๆ เท่าแขน ยันท่อนใหญ่เท่าขา ถ้าจะซื้อเป็นของฝากก็แนะนำอันเล็ก ๆ นะคะ ในวัดก็มีขายประมาณ 2,000 จ๊าด

          หลังจากแวะเที่ยวตามที่ต้องการครบหมดแล้ว จากสิเรียมก็นั่งรถมาเรื่อย ๆ จนถึงตัวเมืองย่างกุ้ง เราขอให้คนขับรถพาไปวัดโบตาทาวน์อีกรอบ เพราะจะไปเช่าวัตถุมงคลกลับมาฝากญาติ ๆ ค่ะ

ย่างกุ้ง

          โดยร้านเช่าวัตถุมงคลต่าง ๆ จะตั้งอยู่ฝั่งซ้ายมือของทางเข้าวัดค่ะ มาเที่ยวทั้งทีก็ต้องมีของติดไม้ติดมือไปฝากญาติพี่น้องกันบ้าง แต่มาเมียนมาจะให้ซื้ออะไรล่ะ ก็คงไม่พ้นเช่าองค์เทพทันใจหรือเครื่องรางของขลังต่าง ๆ มีหลากหลายแบบมากเลยค่ะ ลองมาเลือกดูได้เลย

          เราลงมาแวะที่วัดโบตาทาวน์ได้แป๊บเดียว ประมาณ 10 นาที แล้วก็ให้คนขับรถไปส่งที่โรงแรม พร้อมจ่ายค่าโดยสารตามที่ตกลงกันไว้ ก็ถือว่าจบทริปของวันนี้แล้วค่ะ แค่รอเวลาไปสนามบินย่างกุ้ง แต่ระหว่างที่รอเวลาเราก็ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ออกไปซอกแซกดูวิถีชีวิตของผู้คนที่นี่ มีรูปมาฝากเพียบเลย

          ออกเดินซอกแซกถ่ายรูปไปเรื่อย ๆ ตรงตลาดใกล้เจดีย์ชเวดากอง ผู้คนที่นี่ใช้ชีวิตเรียบง่าย สองข้างทางก็ขายผัก ขายเนื้อสัตว์ มีอาหารการกินหลายอย่าง โดยตลาดตรงนี้จะคึกคักตลอดทั้งวัน เวลาเดินต้องคอยระวังรถยนต์ด้วย เพราะเยอะมาก และบีบแตรกันดังสนั่น

ย่างกุ้ง

          อุดหนุนเครปสไตล์เมียนมา รสชาติก็พอใช้ได้นะคะ หวาน ๆ ราคา 200 จ๊าด จะใส่น้ำตาลเคี่ยวหอม ๆ และโรยหน้าด้วยมะพร้าวขูด

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ไม่ได้เห็นร้านตัดผมแบบนี้นานมากแล้ว วินเทจเข้ากับบรรยากาศดี

ย่างกุ้ง

          แตงโมลูกโตมาก

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          เดินลัดเลาะเข้าไปในตลาดสด บรรยากาศแบบตลาดสมัยก่อน โลเคชั่นลึกลับสุด ๆ

ย่างกุ้ง

          มีร้านขายโรตี ดูน่ากิน

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          ร้านขายน้ำแข็งไสก็มา

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

ย่างกุ้ง

          และระหว่างทางที่จะไปสนามบินย่างกุ้ง รถติดไฟแดงอยู่เราก็พบเด็กน้อยกำลังกลับจากโรงเรียน ปะทานาคาน่ารัก มีทักทายกันเล็กน้อย และการเดินทางไปสนามบิน เราต่อรองราคาได้ที่ 8,000 จ๊าด ประมาณ 30 นาที ก็มาถึง

ย่างกุ้ง

          พอมาถึงสนามบินก็ตรวจสัมภาระ ผ่านกระบวนการทุกสิ่งอย่าง จนเข้ามานั่งเล่นรอที่ด้านใน รอเวลาเอาตั๋วเครื่องบิน ก็เข้าไปเดินเล่นในมินิมาร์ท ซื้อเป๊บซี่เมียนมากิน นอกจากนี้ในมินิมาร์ทยังมีขนม ของฝากต่าง ๆ แต่ส่วนใหญ่ก็นำเข้าจากไทย

          มีร้านกาแฟ ขนมเค้ก และเบเกอรี่ต่าง ๆ ให้ทานรองท้อง

ย่างกุ้ง

          เราเดินทางกลับตอนไฟล์ท 21.35 น. สายการบินแอร์เอเชีย โดยเคาน์เตอร์จะออกตั๋วให้ตอน 19.30 น. เลยมานั่งรอที่ตรงใกล้ ๆ เคาน์เตอร์

ย่างกุ้ง

          และเมื่อถึงเวลาก็เดินทางกลับบ้าน โบกมือลาย่างกุ้ง ที่เที่ยวมาหลากหลายรสชาติ มีทั้งเรื่องราวประทับใจ และไม่ประทับใจ ก็ถือเป็นอีกประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในแบบฉบับซอกแซกย่างกุ้ง 2 วัน 1 คืน ถ้าใครมีเวลาน้อย เที่ยววันเดียวก็ครบนะคะ แต่อาจจะต้องเร่งทำเวลาหน่อย ถ้าใครพอมีเวลาขึ้นมาอีกนิด มาแบบ 2 วัน 1 คืน กำลังดีเลย ได้มาชมบรรยากาศตอนค่ำที่ชเวดากองก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ

          ก่อนกลับบ้านอย่าลืมไปแลกเงินจ๊าดที่เหลือคืนนะคะ แลกกลับมาเป็นดอลลาร์สหรัฐหรือดอลลาร์สิงคโปร์ก็ได้ค่ะ แล้วค่อยเอามาแลกเป็นเงินไทยที่สนามบินบ้านเรา

          โดยงบประมาณสำหรับทริปนี้ขอจำแนก ดังนี้

          1. ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ
          2. ค่าที่พัก
          3. ค่าโดยสารทั้งหมด
          4. ค่าอาหาร-ค่าของฝาก
          5. ค่าเข้าแต่ละสถานที่

          ซึ่งตั๋วเครื่องบินขึ้นอยู่กับว่าเราเดินทางช่วงไหน ถ้าช่วงที่ถูกจะประมาณ 990 บาทต่อเที่ยว เราได้ตั๋วราคา 2,500 บาท ค่าที่พักถ้านอนแบบ 1 คืน อย่างเราได้มาในราคา 1,571 บาท ค่าโดยสารในย่างกุ้ง ประมาณ 2,000 กว่าบาท โดยค่าโดยสารและค่าที่พักสามารถหารกับเพื่อนร่วมทางได้ และค่าอาหารการกิน ของฝาก ก็ประมาณไม่เกิน 600 บาทค่ะ ค่าเข้าสถานที่ต่าง ๆ รวมทั้งค่าทำบุญ ไม่เกิน 800 บาท เฉลี่ยแล้วค่าใช้จ่ายจะไม่เกิน 6,000 บาท/คน

          ถ้าอยากเซฟงบก็รอช่วงเวลาที่ราคาตั๋วถูก หรือจะเลือกเดินทางกันหลาย ๆ คน เพื่อจะได้มีตัวหารค่าโดยสารในย่างกุ้ง ส่วนมากรถแท็กซี่จะเป็นรถเก๋งแบบ 4 ที่นั่ง ถ้ามากัน 3-4 คน ต่อทริป กำลังเหมาะเลยค่ะ ยังไงก็ลองปรับเปลี่ยนแผน เลือกจังหวะดี ๆ มาเที่ยวย่างกุ้งกันดูนะ

          ก็ถือเป็นอันจบทริปนี้แล้วนะคะ หากมีข้อผิดพลาดในการเขียนตรงไหน ต้องขออภัยด้วยนะคะ หากใครมีข้อสงสัยหรืออยากสอบถามอะไรเพิ่มเติมก็ทักมาได้เลยนะคะ ยินดีให้คำแนะนำค่ะ ^^

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Ctc026698 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม


เที่ยวย่างกุ้ง 2 วัน 1 คืน ทำบุญไหว้พระ จัดครบในทริปเดียว โพสต์เมื่อ 19 ตุลาคม 2560 เวลา 16:25:51 5,818 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เที่ยวย่างกุ้ง 2 วัน 1 คืน ทำบุญไหว้พระ จัดครบในทริปเดียว ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP