เที่ยวตราด 3 วัน 2 คืน เส้นทางท่องเที่ยวที่ดีต่อใจไม่เปลี่ยนแปลง



          เที่ยวตราด กับสถานที่ท่องเที่ยวตราดห้ามพลาด ไปเที่ยวได้ง่าย ๆ อีกหนึ่งเส้นทางที่ดีต่อใจ ไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี อยู่ไม่ไกลกรุงเทพฯ งบประมาณเบา ๆ สุดคุ้มค่า
 
          การพักผ่อนที่ดีที่สุดคงหนีไม่พ้นการออกไปท่องเที่ยวหาประสบการณ์ใหม่ ๆ แต่ก็มีหลายปัจจัยที่ทำให้บางคนไม่สามารถออกไปโลดแล่นในโลกกว้างได้ โดยเฉพาะคุณผู้หญิง ที่บางครั้งเวลาวางแผนท่องเที่ยวจะต้องมีเงื่อนไขต่าง ๆ นานา ให้ได้มาพิจารณามากมาย ไม่ว่าจะเป็นความปลอดภัย การเดินทาง หรืองบประมาณ ฯลฯ แต่วันนี้เราจะขอนำเสนออีกหนึ่งเส้นทางท่องเที่ยวที่เหมาะกับผู้หญิงมาก ๆ เป็นเส้นทางท่องเที่ยวเมืองตราด กับทริป 3 วัน 2 คืน ได้เต็มอิ่มทั้งประวัติศาสตร์ วิถีชุมชน และท้องทะเล ตามเราไปเที่ยวตราดกันนะคะ แล้วคุณจะร้องว้าว !


เที่ยวตราด

          การเดินทางในครั้งนี้เป็นการสำรวจเส้นทางท่องเที่ยวสำหรับผู้หญิง ในโครงการผู้หญิงท่องเที่ยวไทย โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ด้วยเวลาที่มีจำกัด เราจึงเลือกที่จะเดินทางด้วยเครื่องบิน โดยสารการบินบางกอกแอร์เวย์ส จากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปลงที่สนามบินตราด ส่วนถ้าใครสามารถขับรถไปเองได้ก็ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงเท่านั้นค่ะ ขับชิล ๆ ตั้งแต่เช้า ก็ไปถึงจังหวัดตราดช่วงสาย ๆ หรือถ้าใครไม่มีรถส่วนตัวก็มีรถโดยสารประจำทางเส้นทางกรุงเทพฯ-ตราด ให้บริการเช่นกัน

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

Day 1 : เที่ยวรอบ ๆ เมืองตราด

          เรามาถึงสนามบินตราดประมาณ 09.30 น. สถานที่แรกที่เราจะไปกันคือ พิพิธภัณฑสถานเมืองตราด ยอมรับเลยค่ะว่าเป็นคนที่ไม่ชอบกิจกรรมเบา ๆ แบบการให้มาเดินชมพิพิธภัณฑ์อะไรแบบนี้เลย แต่...การได้มาเที่ยวพิพิธภัณฑสถานเมืองตราด ทำให้ความคิดนั้นหายไปเลยค่ะ เพราะพิพิธภัณฑ์ที่นี่ไม่เหมือนกับที่ไหน ๆ แค่เพียงตัวอาคารไม้เก่าแก่ก็กินขาดแล้ว ที่สำคัญยังมีวิทยากรอย่าง พี่เหน่ง (รุ่งโรจน์ แสวงกาญจน์) ที่มาช่วยเล่าถึงประวัติความเป็นมาของเมืองตราด พร้อมทั้งพาเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์แห่งนี้อย่างสนุกสนาน ใครที่คิดว่าการเที่ยวพิพิธภัณฑ์จะน่าเบื่อ ขอท้าให้มาเที่ยวที่นี่เลยค่ะ และขอแนะนำให้มาเป็นสถานที่แรกของการเที่ยวตราดด้วยนะ ^^

เที่ยวตราด

          อาคารพิพิธภัณฑสถานเมืองตราด เป็นอาคารไม้เก่าแก่ สร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2415 เพื่อใช้เป็นศาลากลางจังหวัดตราด มีลักษณะเป็นเรือนไม้เสาปูน ยกพื้น ใต้ถุนสูง หลังคาทรงปั้นหยา แต่เมื่อปี พ.ศ. 2547 ได้เกิดเหตุไฟไหม้ ทำให้อาคารเสียหายเกือบหมด ทางเทศบาลเมืองตราด จึงได้จัดสรรงบประมาณในการบูรณะอาคารหลังนี้ขึ้นมาอีกครั้ง โดยให้กรมศิลปากรเป็นผู้ดำเนินการบูรณะ และในปี พ.ศ. 2556 อาคารแห่งนี้ก็ได้กลายมาเป็นพิพิธภัณฑสถานเมืองตราด

เที่ยวตราด


พี่เหน่ง (รุ่งโรจน์ แสวงกาญจน์)

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          ภายในอาคารจัดแสดงถึงประวัติของเมืองตราด เรื่องราวสำคัญต่าง ๆ ในประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในจังหวัดตราด พร้อมทั้งวัฒนธรรมประเพณีของคนตราด อีกทั้งยังแนะนำถึงสถานที่ท่องเที่ยวเด่น ๆ ห้ามพลาดของจังหวัดตราด โดยที่พี่เหน่งได้เล่าอย่างสนุกสนาน ทำให้การมาเที่ยวที่นี่ไม่น่าเบื่อเลยสักวินาที นี่จึงเป็นสาเหตุที่อยากให้มาเที่ยวที่พิพิธภัณฑสถานเมืองตราดเป็นที่แรก

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          เริ่มหิวกันแล้วค่ะ ได้เวลาอาหารเที่ยงของเราแล้ว ได้ยินมานานว่าเมืองตราดมีร้านอาหารอร่อยเด็ดอยู่หลายร้าน แต่กลางวันนี้ขอไปกินอาหารอร่อย ๆ พร้อมกับชมเหยี่ยวแดงกว่าร้อยตัวที่ร้านอาหารคนพลัดถิ่น เรื่องอาหารแน่นอนว่าอร่อยสมคำร่ำลือ มีสับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง ซึ่งเป็นสับปะรดขึ้นชื่อของเมืองตราดให้ได้ลิ้มลอง บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบ เหมาะแก่การมานั่งทานข้าวแบบชิล ๆ

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          และแล้วไฮไลท์ของเราก็มาค่ะ พนักงานนำเรือออกไปกลางอ่างเก็บน้ำ แล้วหว่านอาหาร ไม่นานเจ้าฝูงเหยี่ยวแดงก็ค่อย ๆ บินออกมาโฉบอาหารกันอย่างเมามัน ซูมไปดูใกล้ ๆ อื้อหือ...ท่าทางจะอร่อยน่าดู บินมากินแล้วกินอีก

เที่ยวตราด

          หลังจากอิ่มสบายท้องกันไปแล้ว คราวนี้ไปดูสิ่งมหัศจรรย์ที่ห้ามพลาดของจังหวัดตราดกันต่อเลยค่ะ ได้ยินแว่ว ๆ มาว่า เป็นสถานที่ที่มีเพียงที่เดียวในประเทศไทย และ 1 ใน 5 ของโลกเท่านั้น นั่นก็คือ หาดทรายดำ ซึ่งมีลักษณะเป็นหาดทรายสีดำยาวประมาณ 2 กิโลเมตร เกิดจากการยุบสลายของเศษเหมืองและเปลือกหอย ผสมด้วยแร่ควอตซ์
 
เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          การไปเที่ยวชมหาดทรายดำ ให้ขับรถมุ่งตรงไปที่ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จะมีป้ายบอกทางตลอดค่ะ เมื่อไปถึงบริเวณอาคารนิทรรศการ ก็จะมีที่จอดรถกว้างขวาง จากนั้นจะมีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติไป-กลับ ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร โดยตลอดเส้นทางจะเป็นป่าชายเลนสุดร่มรื่น อุดมสมบูรณ์ไปด้วยสัตว์น้ำชนิดต่าง ๆ อาทิ ปูดำ, ปูแสม, ปูก้ามดาบ, ปลาตีน และหอยขี้ค้อน เป็นต้น

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          ที่ปลายสุดทางเดินจะเป็นชายหาดทรายดำ วันนี้เรามาช่วงเวลาที่น้ำขึ้นพอดี เลยไม่ได้เห็นภาพของชายหาดกว้าง ๆ แต่ก็ยังมีบริเวณริมฝั่งให้ได้ชมบ้างค่ะ อีกทั้งยังมีเก้าอี้ให้นั่งทำสปาเท้าด้วย โดยชาวบ้านเชื่อกันว่าการทำสปาเท้าจะทำให้ผ่อนคลาย หายปวดเมื่อย และผิวขาวสว่าง

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          และใครที่ชอบทานกาแฟ หากมาเยือนในเมืองตราด ก็มีร้านกาแฟสุดฮิปชื่อว่า "ฮิ" ให้บริการ ภายในร้านตกแต่งอย่างน่ารัก มีหลากหลายมุมให้เลือกนั่งพักผ่อน พร้อมทั้งมีเค้กช็อกโกแลตสุดอร่อย อาหารทั้งคาวหวาน และเครื่องดื่มอีกหลากหลายเมนูให้ได้เลือกลิ้มลอง และที่นี่ยังมีห้องพักเก๋ ๆ ราคาเบา ๆ ให้บริการอีกด้วย

เที่ยวตราด

          แถ่น...แท้น และแล้วก็ได้เวลาไปเช็กอินกับท้องทะเลตราดกันแล้วค่ะ เรามุ่งหน้าไปที่ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ซึ่งเป็นท่าเรือที่จะพาเราข้ามไปยังเกาะช้าง ให้ข้อมูลนิดหนึ่งว่าท่าเรือเฟอร์รี่ที่ให้บริการข้ามไปเกาะช้างนั้น มีอยู่ด้วยกัน 2 แห่ง คือท่าเรืออ่าวธรรมชาติและท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          วันนี้เรามาข้ามไปเกาะช้างกันที่ท่าเรืออ่าวธรรมชาติ โดยจะเสียค่าเรือคนละ 160 บาท (ไป-กลับ) และค่ารถคันละ 240 บาท (ไป-กลับ) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30 นาที ถ้าใครไปช่วงเทศกาลแนะนำให้เผื่อเวลาไว้ด้วยนะคะ :)

เที่ยวตราด

          พอมาถึงเกาะช้างก็เป็นเวลาเย็นย่ำพอดี จากท่าเรือถ้าเราขับรถออกไปทางขวามือจะเป็นเส้นทางไปหาดทรายสวย ๆ ต่าง ๆ ของเกาะช้าง อาทิ หาดคลองพร้าว, หาดไก่แบ้ และหาดทรายขาว เป็นต้น ซึ่งเป็นด้านที่มีความคึกคัก มีร้านค้า ร้านอาหารริมชายหาด พร้อมทั้งโรงแรมที่พักดัง ๆ มากมาย ส่วนทางด้านซ้ายมือ จะเป็นฝั่งทางด้านอ่าวสลักเพชร ซึ่งเป็นฝั่งที่อยู่อาศัยของชาวบ้านดั้งเดิม รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ และมีบรรยากาศเงียบสงบมาก (ไม่มีร้านสะดวกซื้ออย่างเซเว่นอีเลฟเว่นนะคะ ^^)

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          เย็นนี้เรามาฝากท้องกันที่ร้านอาหารภู-ทะเล ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งคลองพร้าว ใกล้กับหาดคลองพร้าว เป็นร้านอาหารทะเลที่มีบรรยากาศดีมาก ด้านหนึ่งจะมองเห็นภูเขา อีกด้านจะเห็นหาดคลองพร้าวลิบ ๆ ให้คะแนนความฟินไปเลยเต็มสิบ

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          เมนูอาหารแนะนำของที่นี่ อาทิ ปลาหมึกผัดไข่เค็ม, น้ำพริกไข่ปู, ส้มตำปูม้า, ห่อหมกมะพร้าวอ่อน และออส่วน เป็นต้น และที่ขาดไม่ได้สำหรับผลไม้หลังอาหาร ก็คือ สับปะรดพันธุ์ตราดสีทอง ทั้งกลิ่นและรสชาติก็จะหอมหวานอมเปรี้ยว วิธีการเสิร์ฟของคนตราดแท้ ๆ ต้องเสิร์ฟทั้งเปลือกด้วยนะคะ เป็นเอกลักษณ์ของเมืองตราดเลยทีเดียว

          อิ่มแล้วต้องรีบลุกไปต่อค่ะ เพราะเรายังไม่ถึงที่พัก Y^Y ที่พักของเราคืนนี้อยู่ที่สลักเพชร ซีฟู๊ด แอนด์ รีสอร์ท ซึ่งอยู่อีกฝั่งของเกาะช้าง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง โอ้โห...นอนยาวได้เลย

เที่ยวตราด
ภาพจาก เฟซบุ๊ก Salakphet seafood & Resort Koh chang

          อ้อ...ขอแนะนำสำหรับคนที่จะขับรถมาเที่ยวเกาะช้าง เส้นทางทางฝั่งหาดทรายขาวจะมีบางช่วงที่ต้องขับรถขึ้นเขา ทางแคบและชัน ต้องขับขี่อย่างระมัดระวังและควรจะชำนาญในการขับรถพอสมควร


Day 2 : ดำน้ำชมปะการัง ดื่มด่ำกับท้องทะเลตราด และล่องเรือมาดสุดชิล

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          กินอิ่มนอนหลับสบายทั้งกายและใจ เช้าวันนี้เลยแอบตื่นตั้งแต่ตีห้าครึ่ง มานั่งรอพระอาทิตย์ขึ้น อากาศเย็นสบาย และบรรยากาศดีงามพระรามแปดมากค่ะ เพื่อนร่วมทริปบางท่านยังได้วิ่งออกกำลังกายชิล ๆ บนกระชังปลาอีกต่างหาก ไม่มีอะไรฟินไปกว่านี้แล้วค่ะ
 
เที่ยวตราด

          แต่ความฟินของเรายังไม่หมด สาย ๆ ของวันนี้เรามีนัดไปดำน้ำที่บริเวณหมู่เกาะรังกัน สำหรับโปรแกรมดำน้ำของเกาะช้าง ส่วนใหญ่จะมีเรือให้เลือก 2 แบบ คือเรือสปีดโบ๊ทและเรือไม้ลำใหญ่ โดยจะแยกออกไปอีกว่าจะไปแบบส่วนตัว หรือรวมกับกรุ๊ปอื่น จะเที่ยวแบบครึ่งวันหรือทั้งวันก็เลือกตามที่สะดวกเลยค่ะ แต่ให้วางเงินกลม ๆ ไว้คนละประมาณ 600-1,000 บาท

เที่ยวตราด
ด้านหน้าเกาะเหลายา

เที่ยวตราด
ด้านหน้าเกาะเหลายา

          สำหรับกรุ๊ปเราขอเลือกแบบสปีดโบ๊ทครึ่งวันค่ะ โดยจะใช้เวลาจากท่าเรืออ่าวสลักเพชรไปยังเกาะรังประมาณ 30 นาที ก็จะผ่านเกาะเหลายา ซึ่งเป็นเกาะส่วนตัวที่มีชายหาดสีขาวสวยงามมาก ๆ ทางผู้ดูแลเกาะไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปเที่ยวชมบนเกาะนะคะ จะต้องทำเรื่องติดต่อมาก่อนเท่านั้นค่ะ

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          และก็เป็นความโชคดีของพวกเราที่ไกด์ดำน้ำของเรานั้นทั้งเฟรนด์ลี่และใจดี พาลงดำน้ำยังจุดต่าง ๆ รอบ ๆ เกาะรัง และยังพาไปทัวร์หาดสวย ๆ อีกหลายแห่ง เริ่มกันด้วยเกาะยักษ์ใหญ่-เกาะยักษ์เล็ก บริเวณนี้จะเต็มไปด้วยปะการังจาน ปะการังดอกเห็ด ปะการังปล่องภูเขาไฟ ปะการังสมอง ปลาลายเสือ ปลานกแก้ว หอยฉัตร เป็นต้น บอกเลยว่าในวันที่คลื่นลมสงบแบบนี้ ท้องทะเลสวยงามมาก (ใส่ ก.ไก่ ล้านตัว) แต่เสียดายไม่ได้เอากล้องใต้น้ำไปด้วย เลยไม่มีภาพใต้น้ำมาฝากกัน T^T

เที่ยวตราด
เจ้าหน้าที่ของอุทยานจะขับเรือมาเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยานกับนักท่องเที่ยว เตรียมเงินให้พร้อมนะคะ :)

          อัพเดทค่ะ ตอนนี้ทางอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง มีการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าชมอุทยาน ผู้ใหญ่คนไทยคนละ 40 บาท เด็ก 20 บาท และผู้ใหญ่ชาวต่างชาติคนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท

เที่ยวตราด
ด้านหน้าอ่าวบ่อ

เที่ยวตราด
ด้านหน้าอ่าวบ่อ

เที่ยวตราด
น้ำทะเลใส ๆ บริเวณด้านหน้าอ่าวบ่อ

เที่ยวตราด
น้ำทะเลใส ๆ บริเวณด้านหน้าอ่าวบ่อ

เที่ยวตราด
น้ำทะเลใส ๆ บริเวณด้านหน้าอ่าวบ่อ

          หลังจากดำน้ำกันอย่างจุใจ ท้องค่ะท้อง มันร้องงอแงว่าหิวอีกแล้ว 5555 พี่ไกด์เลยพาเราไปพักผ่อนเข้าห้องน้ำกันบริเวณอ่าวบ่อ ซึ่งตรงนี้จะเป็นที่ทำการหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กช.5 (เกาะรัง) ด้วย มีพื้นที่สำหรับนั่งพักผ่อนกินข้าวและเข้าห้องน้ำ พร้อมกับชายหาดสวย ๆ ให้ได้เล่นน้ำกัน

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          ความพีคของทริปนี้อยู่ที่ตรงนี้เลยค่ะ ไกด์พาเราไปยังจุดที่เรียกว่าเกาะสองพี่น้อง เป็นจุดที่ถ้าเวลาน้ำลงจะมีทะเลแหวกให้เห็นกัน แต่วันนี้น้ำขึ้นเราจึงไม่ได้เห็นทะเลแหวก แต่...แต่...แต่ น้ำบริเวณนี้มันเป็นสีฟ้าใสสวยงามราวกับคริสตัลเลยทีเดียว ไม่รู้จะบรรยายความสวยยังไงให้สัมผัสได้อย่างเราดี เอาเป็นว่าดูรูปรัว ๆ ไปเลยค่ะ :)

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          อิ่มเอมใจกับท้องทะเลตราดกันไปแล้ว มาต่อกันที่ธรรมชาติของเกาะช้างบ้างดีกว่า บ่ายนี้เรามีนัดไปล่องเรือชมวิวป่าชายเลนและปากอ่าวสลักคอกสุดโรแมนติก โดยเรือที่เราจะนั่งกันนั้นเรียกว่า เรือมาด เป็นเรือไม้โบราณ

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          เรือจะเริ่มพาเราล่องไปตามคลอง ชมวิวทิวทัศน์ของหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมคลองไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเข้าสู่ผืนป่าโกงกางสีเขียวขจี และไปสุดทางที่ปากอ่าวสลักคอก บรรยากาศตลอดทางนั้นเงียบสงบ และสวยงามมาก อากาศสดชื่นเย็นสบาย ความโรแมนติกคล้าย ๆ กับการล่องเรือกอนโดลาในเวนิสเลยเชียว ถ้าใครพามาเดทที่นี่...รักตายเลย ^_^

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          สำหรับกิจกรรมการล่องเรือมาด มีให้นักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ทั้งนี้ก็มีกิจกรรมดินเนอร์ล่องเรือมาดให้บริการ โดยจะเป็นโปรแกรมที่พาชมอ่าวสลักคอกในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมอาหารเย็นสุดหรู หากใครสนใจไปล่องเรือมาดต้องโทร. จองล่วงหน้าค่ะ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 08 7748 9497

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          แนะนำสำหรับใครที่มาเที่ยวชมเกาะช้างทางฝั่งอ่าวสลักคอก ถ้าอยากจิบกาแฟชมวิวทะเลชิล ๆ ต้องไม่พลาดไปที่ร้าน ณ ธารา เป็นร้านกาแฟเล็ก ๆ แต่มีวิวโคตรปัง นั่งเล่นกันเพลิน ๆ ได้เลยตลอดทั้งวัน เย็นนี้ก็นั่งชิลยาว ๆ กันไปค่ะ

Day 3 : ผ่อนคลายกับเดอะสปา เกาะช้าง รีสอร์ท


เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          ตื่นมารับอากาศที่เย็นสบายและบริสุทธิ์สดชื่นกับธรรมชาติของเกาะช้าง เช้านี้เรามีนัดไปเที่ยวชมที่เดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท ซึ่งที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น Destination Spa แห่งเดียวของเกาะช้าง มีทั้งโปรแกรมดีท็อกซ์ล้างพิษ โยคะ นวดแผนไทย สปาเท้า ฯลฯ บอกเลยว่าเหมาะกับคุณผู้หญิงสุด ๆ เป็นการปิดทริปที่ดีเยี่ยมจนต้องบอกต่อค่ะ

เที่ยวตราด
วิวสวย ๆ บริเวณเดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท

เที่ยวตราด
วิวสวย ๆ บริเวณเดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท

เที่ยวตราด
ห้องพักของเดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท

เที่ยวตราด
ห้องพักของเดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท

เที่ยวตราด
อาหารเมนูสุขภาพสุดอร่อยของเดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท

เที่ยวตราด
อาหารเมนูสุขภาพสุดอร่อยของเดอะ สปา เกาะช้าง รีสอร์ท

          ก่อนกลับบ้านขอแวะซื้อของฝากเด็ด ๆ ของเมืองตราดสักหน่อย เราแวะไปกันที่สวนสมโภชน์ ซึ่งเป็นสวนสละที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดตราดและภาคตะวันออก

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          เอกลักษณ์ของสละที่นี่คือเป็นสละพันธุ์สุมาลีที่มีเนื้อเยอะและรสชาติกรอบ หวาน อร่อย ด้วยทางสวนมีการดูแลรักษาอย่างดี และจะไม่จำหน่ายให้กับลูกค้า หากสละยังไม่ถึงกำหนดเก็บเกี่ยว เพราะฉะนั้นถ้าใครได้ทานสละของสวนสมโภชน์ รับรองได้เลยว่าจะได้ทานแต่สละรสชาติหวาน หอม อร่อยเท่านั้นแน่นอน

เที่ยวตราด

เที่ยวตราด

          นอกจากสละสดแล้วก็ยังมีสละลอยแก้ว ให้ซื้อกลับมาเป็นของฝากกันอีกด้วย แนะนำว่าถ้าใครจะเข้าไปเที่ยวชมและซื้อของฝาก ให้โทร. สอบถามทางไร่ก่อนนะคะ โทรศัพท์สอบถามได้เลยที่ สวนสมโภชน์ 08 1438 2015, 08 1924 9695, 08 1911 3638 และ 0 3967 4840

          จบไปอีกหนึ่งทริปสุดพิเศษที่ประทับใจแบบไม่รู้ลืม ได้พักผ่อนกับธรรมชาติทั้งป่าเขาและท้องทะเลอย่างเต็มที่ เที่ยวสบาย ๆ สไตล์ผู้หญิง จะไปคนเดียวหรือยกแก๊งก็สนุกสนานได้ครบรส สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตราด ทุกวันในเวลาราชการ โทรศัพท์ 039-597-259 ถึง 60
 
          อันที่จริงจังหวัดตราดไม่ได้เป็นเส้นทางที่เหมาะสมกับผู้หญิงเท่านั้น แต่ยังเหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกเพศ ทุกวัย สามารถมาเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว เพราะที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมายและหลากหลายรอต้อนรับนักท่องเที่ยว ใครมีโอกาสไปเที่ยวตราด ก็เก็บภาพความประทับใจมาฝากกันบ้างนะคะ :)
 
ขอขอบคุณข้อมูลจาก
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), m-culture.go.th, park.dnp.go.th, The SPA KohChang Resort

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เที่ยวตราด 3 วัน 2 คืน เส้นทางท่องเที่ยวที่ดีต่อใจไม่เปลี่ยนแปลง ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เที่ยวตราด 3 วัน 2 คืน เส้นทางท่องเที่ยวที่ดีต่อใจไม่เปลี่ยนแปลง โพสต์เมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 09:55:43 8,821 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP