เที่ยว 9 เกาะใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับคนมีเวลาน้อย

 เที่ยว 9 เกาะใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับคนมีเวลาน้อย

            สำหรับเพื่อน ๆ ที่อยากไปดื่มด่ำกับท้องทะเลสีคราม หาดทรายขาว ๆ ร่มรื่นด้วยทิวต้นมะพร้าวสุดลูกหูลูกตา แต่ดันติดตรงที่มีเวลาไม่มาก เลยไม่ไปไหนซะที ก็ตามกระปุกท่องเที่ยวมาเลยจ้า เพราะสถานที่ท่องเที่ยวที่เรานำมาแนะนำกันวันนี้ มีทั้งที่สามารถเดินทางไป-กลับภายในวันเดียว หรือมีเวลาค้างสัก 1 คืน เพื่อสัมผัสกับบรรยากาศของท้องทะเลมากขึ้น นั่นก็คือ เกาะใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับคนเวลาน้อย ลองไปดูกันสิว่าเราจะเหมาะกับเกาะแบบไหนกันนะ


1. เกาะสีชัง

เกาะสีชัง

            เกาะสีชัง เป็นเกาะใหญ่ที่มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของชลบุรี อยู่ห่างจากฝั่งศรีราชาประมาณ 12 กิโลเมตร และเป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ เพราะมีที่พักบนเกาะให้เลือกมากมายหลากหลายสไตล์ ส่วนชุมชนเกาะสีชังอยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ ซึ่งเป็นที่ตั้งของท่าเรือเทววงศ์ (ท่าล่าง) และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางด้วยรถสามล้อเครื่องหรือสกายแล็ปไปยังจุดอื่น ๆ บนเกาะสีชัง

            สำหรับจุดท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง เช่น ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเกาะสีชังให้ความเคารพนับถือ ลักษณะเป็นถ้ำซึ่งดัดแปลงเป็นศาสนสถาน ที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมจีนและไทย จากบริเวณศาลมองเห็นทิวทัศน์บ้านเรือนด้านหน้าเกาะได้ชัดเจน, มณฑปรอยพระพุทธบาท อยู่สูงขึ้นไปบนยอดเขาเดียวกับศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ รัชกาลที่ 5 ทรงอัญเชิญมาประดิษฐานไว้ บนยอดเขาเป็นจุดชมทิวทัศน์ทะเลได้โดยรอบ, ช่องเขาขาด ตั้งอยู่ด้านหลังของเกาะ หากนั่งเรือผ่านจะเห็นเป็นช่องเขา ในบริเวณมีสะพานสำหรับเดินชมทิวทัศน์ สามารถชมพระอาทิตย์ตกได้สวยงาม มีหาดหินกลม ซึ่งเต็มไปด้วยหินกลม ๆ ขนาดต่าง ๆ มากมาย ในอดีตเคยเป็นที่ตั้งพลับพลาที่ประทับชมทิวทัศน์ของรัชกาลที่ 5

            พระจุฑาธุชราชฐาน สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อเป็นที่ประทับในฤดูร้อน ภายในบริเวณมีสภาพภูมิทัศน์ที่งดงาม ด้านหน้าเป็นชายหาดท่าวัง ถัดขึ้นไปเป็นตึกวัฒนา พระตำหนักทรงปั้นหยา เรือนไม้ลวดลายขนมปังขิง ตึกผ่องศรีหรือศาลาแปดเหลี่ยม ตึกอภิรมย์ และวัดอัษฎางค์นิมิตบนยอดเขา ซึ่งก่อสร้างแบบสถาปัตยกรรมไทยผสมตะวันตก ส่วนพระราชวังซึ่งทำด้วยไม้สักได้รื้อไปก่อสร้างเป็นพระที่นั่งวิมานเมฆที่ กรุงเทพฯ นอกจากนี้ ยังมีสิ่งก่อสร้างอื่น ๆ ได้แก่ สระน้ำ บ่อน้ำ สะพานท่าเทียบเรือ และประภาคาร และหาดถ้ำเขาพัง ตั้งอยู่ด้านตะวันตกของเกาะ เป็นชายหาดกว้าง สะอาด และสวยงาม มีทรายละเอียด น้ำใสสะอาดเหมาะแก่การเล่นน้ำ

            การเดินทาง : มีเรือโดยสารจากศรีราชาไปเกาะสีชังทุกวัน ระหว่างเวลา 08.00-20.00 น. ออกทุก ๆ ชั่วโมง ใช้ระยะเวลาประมาณ 45 นาที และจากเกาะสีชังมีเรือบริการข้ามมายังเกาะลอยฝั่งศรีราชา ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00-19.00 น. มีเรือออกทุก ๆ ชั่วโมง (ค่าเรือคนละ 50 บาท) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sichangisland.com

2. เกาะไผ่

            เกาะไผ่ ตั้งอยู่ในเขตพื้นที่อ่าวพัทยา ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เป็นเกาะที่มีหาดทรายสวยงามเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อน มีหาดจำนวน 6 หาด อยู่บริเวณรอบเกาะ มีสำนักงานท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ของกองทัพเรือ คอยต้อนรับและให้ข้อมูลในการเยี่ยมชมบริเวณหาดหน้าบ้าน โดยมีข้อปฏิบัติและข้อห้ามสำหรับผู้ที่ต้องการท่องเที่ยวและชมทิวทัศน์บนเกาะ ดังนี้

            ต้องได้รับอนุญาตจากกองทัพเรือ โดยหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง เป็นผู้อนุญาต โดยทำสัญญาการเข้าเยี่ยมชมตามแบบฟอร์มที่กองทัพเรือกำหนด และจะไม่ใช้สิทธิ์ในการเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากกองทัพเรือ ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น

            บริษัทที่นำนักท่องเที่ยวเข้าเยี่ยมชมจะต้องได้รับอนุญาตให้ดำเนินการท่อง เที่ยวอย่างถูกต้องตามกฎหมาย สำหรับเรือที่นำนักท่องเที่ยวเดินทางไปเกาะไผ่ จะต้องจดทะเบียนถูกต้องตามกำหนดของกรมเจ้าท่า

            การขออนุญาตเข้าเยี่ยมชมให้ทำสัญญาฯ ทุกครั้งที่มีความประสงค์ขึ้นบนพื้นที่เกาะ เพื่อการตรวจสอบสถิติและการดูแลในด้านต่าง ๆ

            บริษัททัวร์เป็นผู้รับผิดชอบนำขยะและสิ่งปฏิกูลออกนอกพื้นที่เกาะ ห้ามทิ้งขยะมูลฝอยบนพื้นที่เกาะโดยเด็ดขาด

            นักท่องเที่ยวจะต้องไม่ทำลายพืชและทำลายสัตว์ทุกชนิดในบริเวณพื้นที่เกาะ

            ห้ามหัก เด็ด ทำลาย หรือเปลี่ยนแปลงธรรมชาติใด ๆ

            ห้ามพกอาวุธเข้าบริเวณพื้นที่เกาะ

            ห้ามนำสุราและเครื่องดื่มมึนเมาทุกชนิดติดตัวไปดื่มกินบนเกาะ

            การท่องเที่ยวต้องอยู่ในความควบคุมของหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษา ฝั่ง เพื่อรักษาความปลอดภัย ป้องกันอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สิน และการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม

            การดำเนินการเกี่ยวกับการนำอาหารและเครื่องมือประกอบอาหารทุกชนิด ขึ้นไปประกอบอาหารบนเกาะไผ่ ต้องเสนอขออนุญาตทุกครั้ง และต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง  อย่างเป็นรายลักษณ์อักษรก่อน

            หากหน่วยมีความจำเป็นทางด้านยุทธการ กองทัพเรืออาจจะมีการงดให้ใช้พื้นที่ โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

            การเดินทาง : ระยะทางจากท่าเรือพัทยาถึงเกาะไผ่ประมาณ 11 ไมล์ทะเล ใช้ระยะเวลาในการเดินทางโดยเรือนำเที่ยว 30 นาที โดยกำหนดให้นักท่องเที่ยวขึ้นเกาะบริเวณหาดหน้าบ้านของเกาะไผ่ ผู้ที่ประสงค์เข้าเยี่ยมชมสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานการท่องเที่ยวเกาะไผ่ โทรศัพท์ 0 3843 1477

3. เกาะล้าน

เกาะล้าน

            เกาะล้าน เกาะสุดฮอตที่ใคร ๆ ก็นิยมเดินทางไปพักผ่อน เพราะมีชายหาดที่สวยงามหลายแห่ง น้ำทะเลใสสะอาด หาดทรายขาวละเอียด แถมอยู่ไกลจากกรุงเทพฯ และอยู่ห่างชายฝั่งพัทยาเพียง 7 กิโลเมตร นั่งเรือโดยสารแค่ 45 นาที หากเดินทางโดยเรือเร็วใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้นเอง นอกจากนี้ ยังมีที่พักเกาะล้านให้เลือกพักหลายแนวตามความต้องการ ในราคาที่สามารถจ่ายได้แบบชิล ๆ ซึ่งส่วนใหญ่คึกคักไปด้วยนักท่องเที่ยวที่มาเล่นน้ำ ดูปะการัง เล่นกีฬาทางน้ำต่าง ๆ โดยเฉพาะที่หาดตาแหวน หาดทองหลาง หาดนวล และหาดเทียน ส่วนหาดแสมบรรยากาศเงียบสงบกว่าหาดอื่น บริเวณเกาะล้าน และเกาะเล็ก ๆ ที่อยู่รอบ ๆ เช่น เกาะครก และเกาะสาก เป็นแหล่งตกปลาดำน้ำดูปะการัง ทั้งแบบน้ำลึกและน้ำตื้น และเป็นสถานที่ฝึกหัดเรียนดำน้ำ

            การเดินทาง : มีเรือโดยสารออกจากท่าเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ ไปเกาะล้านทุกวัน นอกจากนี้ ยังมีบริการเรือเร็วให้เช่าอยู่ทั่วไปตามชายหาดพัทยา สามารถแวะเที่ยวได้หลายหาดแล้วแต่จะตกลงราคากัน

            ท่าเรือหน้าบ้าน : จากท่าเรือพัทยา เวลา 07.00 น., 10.00 น., 12.00 น., 14.00 น., 15.30 น., 17.00 น., 18.30 น. และจากท่าเรือหน้าบ้าน เวลา 06.30 น., 07.30 น., 09.30 น., 12.00 น., 14.00 น., 17.00 น., 18.00 น.

            ท่าเรือหาดตาแหวน : จากพัทยา เวลา 08.00 น., 09.00 น., 11.00 น., 13.00 น., และจากท่าหาดตาแหวน เวลา 13.00 น., 14.00 น., 15.00 น., 16.00 น.

4. เกาะขาม

เกาะขาม

            เกาะขาม เป็นเกาะเล็ก ๆ  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภอสัตหีบ ห่างออกไปจากฝั่งประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางด้วยเรือประมาณ 45 นาที มีรูปร่างคล้ายตัว H มีพื้นที่ประมาณ 61 ไร่ อยู่ภายใต้การดูแลของกองเรือป้องกันฝั่ง ชายหาด ของเกาะขามมีสองหาดใหญ่ ๆ คือ หาดด้านทิศเหนือและทิศใต้ ชายหาดด้านทิศเหนือเป็นทรายค่อนข้างละเอียด เหมาะสำหรับการว่ายน้ำและสันทนาการทางน้ำ ด้านทิศใต้เป็นหาดทรายหยาบมีหินกรวดและซากปะการังทับถมเต็ม ลึกลงไปในน้ำของเกาะขามจะพบ แนวปะการังอันอุดมสมบูรณ์กระจายตัวอยู่รอบ ๆ เกาะ บริเวณที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ของปะการังอยู่ทางทิศใต้ ซึ่งแนวปะการังในบริเวณนี้จะเป็นปะการังเขากวาง ปะการังโต๊ะ และปะการังสมอง ในระดับความลึกของน้ำประมาณ 3-6 เมตร จึงเหมาะสำหรับการดำน้ำท่องเที่ยวทั้งแบบผิวน้ำและแบบน้ำลึก นอกจากนี้ ยังพบปลาทะเลที่สวยงามและสัตว์ทะเลอื่น ๆ

            จุดเด่นของอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม นอกจากอุดมไปด้วยแนวปะการังน้ำตื้นแล้ว ยังเป็นสถานที่แห่งแรกของ ประเทศไทย ที่ได้มีการเคลื่อนย้ายปะการังที่กำลังจะเสื่อมโทรมจากมลภาวะบริเวณเกาะเตา หม้อมาลงไว้ที่เกาะขาม เพื่อพัฒนาและเสริมสร้างแนวปะการังในบริเวณที่เสื่อมโทรมและตายไปให้ดียิ่ง ขึ้น และปรากฏว่าปะการังส่วนใหญ่ยังคงดำรงชีวิตอยู่ได้และเจริญเติบโต เพื่อสร้างแนวปะการังที่เสื่อมโทรมให้ฟื้นคืนสู่สภาพที่สมบูรณ์เหมือนเดิม

            แนะนำการท่องเที่ยวเกาะขาม

            เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ภายใน 1 วัน ไปเช้ากลับเย็น (09.00-17.00 น.) ไม่อนุญาตพักแรมคืน ทั้งนี้ จะหยุดให้บริการในวันอังคารและวันศุกร์

            กิจกรรมการท่องเที่ยวประกอบด้วย การชมปะการังด้วยการดำน้ำแบบผิวน้ำ, การชมปะการังด้วยเรือท้องกระจก, การเดินชมพืชพรรณไม้และทัศนียภาพบนเกาะ, การพักผ่อนหรือตกปลาบนเกาะ

            การเดินทางจากฝั่งไปเกาะขามขึ้นเรือได้ที่ท่าเทียบเรือเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี (ใกล้กับ อบต.แสมสาร และศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน) เรือออกจากฝั่งเที่ยวแรกเวลาประมาณ 09.00 น. เรือรับกลับจากเกาะขามเที่ยวแรก เวลาประมาณ 13.00 น.

            อัตราค่าเข้าเยี่ยมชมคนละ 200 บาท ซึ่งเป็นค่าเรือเดินทางไป-กลับ ระหว่างฝั่งกับเกาะ, ค่าเรือท้องกระจก, ค่าสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ บนเกาะ เช่น ห้องสุขา ห้องอาบน้ำจืด และเก้าอี้ผ้าใบ ยกเว้น ! อุปกรณ์ดำน้ำต้องเช่าเป็นชั่วโมง ๆ ละ 20 บาท

            ข้อจำกัดการเยี่ยมชม

            • การเดินทางอาจยกเลิกได้ เพื่อความปลอดภัยเมื่อสภาพอากาศไม่อำนวย
            • จำกัดจำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมวันละไม่เกิน 300 คน
            • การชมปะการังถูกจำกัดด้วยระดับน้ำ ถ้าน้ำทะเลลดลงมากไม่สามารถชมปะการังได้

            ข้อแนะนำการเข้าเยี่ยมชม

            • การเข้าเยี่ยมชม เป็นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ความสะดวกสบายจึงมีไม่มากนัก ผู้เข้าเยี่ยมชมต้องตั้งใจไปชื่นชมธรรมชาติอย่างแท้จริง
            • การชมปะการังห้ามสัมผัส จับต้อง หรือเหยียบย่ำปะการัง
            • ห้ามเก็บเปลือกหอย ซากหินปะการังหรือพืชพรรณไม้บนเกาะ
            • ช่วยกันรักษาสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติโดยไม่นำวัสดุที่มีผลต่อสภาพแวดล้อม (เช่น โฟม และถุงพลาสติก) ขึ้นไปบนเกาะและเก็บขยะสิ่งของเหลือใช้ที่ท่านนำไปด้วยกลับมาทิ้งบนฝั่ง

            การติดต่อเข้าเยี่ยมชม

            กองกิจการพลเรือน กองเรือป้องกันฝั่ง โทรศัพท์ 0 9936 9409 หรือ 0 3842 2170 และคลิกดู แผนที่การเดินทางเข้าเยี่ยมชมเกาะขาม ทั้งนี้ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ navy.mi.th

5. เกาะเสม็ด

เกาะเสม็ด

            เกาะเสม็ด เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดระยอง ได้รับความนิยมทั้งจากชาวไทยและต่างประเทศ และเป็นสถานที่พักผ่อนตากอากาศยอดนิยมแห่งหนึ่งสำหรับคนกรุงเทพฯ เพราะมีธรรมชาติอันงดงาม มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ สามารถเดินทางไป-กลับได้ในวันเดียว อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน มีที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก ที่ราคาไม่แพงนัก จึงถือเป็นเกาะเปี่ยมเสน่ห์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบอีกแห่ง หนึ่งในปัจจุบัน

            เกาะเสม็ด เป็นเกาะขนาดเล็ก ตั้งอยู่ในทะเลอ่าวไทยฝั่งภาคตะวันออก ในเขตของตำบลเพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดระยอง โดยอยู่ห่างจากชายฝั่งบ้านเพประมาณ 6.5 กิโลเมตร พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะเป็นภูเขาและป่าไม้เบญจพรรณ มีพื้นที่ราบอยู่ตามริมฝั่ง บริเวณชายหาดต่าง ๆ ซึ่งอยู่ทางด้านเหนือและตะวันออกเป็นส่วนใหญ่ ส่วนทางด้านตะวันตกมีหาดทรายขนาดเล็กอยู่ไม่กี่แห่ง หาดที่มีชื่อเสียงหลายแห่ง ได้แก่ หาดทรายแก้ว อ่าวน้อยหน่า อ่าวลูกโยน อ่าวไผ่ อ่าวพุทรา อ่าวทับทิม อ่าวลุงดำ อ่าวช่อ อ่าวตะวัน อ่าววงเดือน อ่าวเทียน อ่าวหวาย อ่าวกิ่ว อ่าวปะการัง อ่าวกะรัง และอ่าวพร้าว ซึ่งนอกจากจะมีชายหาดขาวสะอาดและน้ำทะเลเย็นใสน่าลงไปแหวกว่ายแล้ว เกาะเสม็ดยังมีกิจกรรมหลากหลายแห่งให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทำ จึงเหมาะสำหรับการไปเที่ยวทั้งเป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว และไปกับคู่รัก

            ทิปส์ท่องเที่ยว : ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวเกาะเสม็ด คือ ช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงคลื่นลมสงบ ส่วนช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม ส่วนเดือนสิงหาคมมีฝนตกชุกที่สุด นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมในทะเลก่อนเดินทาง

            การเดินทาง : นักท่องเที่ยวสามารถลงเรือไปยังเกาะเสม็ดได้ที่ท่าเรือหลายแห่งในตำบลบ้านเพ อำเภอเมืองฯ จังหวัดระยอง โดยท่าเรือในตำบลบ้านเพอยู่ห่างจากอำเภอเมืองฯ ไปตามเส้นทางถนนสุขุมวิท และทางหลวงหมายเลข 3140 ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร

6. หมู่เกาะมัน

หมู่เกาะมัน

            เป็นหมู่เกาะที่อยู่ในเขตตำบลกร่ำ หมู่เกาะมันมีอยู่ 3 เกาะ คือ เกาะมันใน เกาะมันกลาง และเกาะมันนอก ซึ่งหากอยากเดินทางมาพักผ่อนที่หมู่เกาะมัน ควรมีเวลาอย่างน้อย 2 วัน 1 คืน

            เกาะมันใน มีพื้นที่ประมาณ 131 ไร่ อยู่ห่างจากแหลมแม่พิมพ์ 5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทาง 30 นาที สามารถเช่าเรือจากแหลมแม่พิมพ์ หรืออ่าวมะขามป้อมก็ได้ มีอ่าวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง เช่น อ่าวต้นมะขาม อ่าวหินโขดหญ้า อ่าวโกงกาง และอ่าวหน้าบ้าน โดยเฉพาะที่อ่าวหน้าบ้านมีปะการังที่สวยงาม ส่วนอ่าวโกงกางมีทรายเรียบ โดยเกาะมันในมีความสำคัญเนื่องจากเป็นที่ดำเนินการโครงการอนุรักษ์พันธุ์ เต่าทะเล มีพันธุ์เต่าตนุ และเต่ากระ ตามพระราชดำริของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ (เปิดให้เข้าชม เวลา 08.30-16.30 น.) ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทย-ฝั่งทะเลตะวันออก โทรศัพท์ 0 3861 6093-4

            เกาะมันกลาง เป็นที่ตั้งของ MANTAKIRI RESORT ชวนมาสัมผัสบรรยากาศท้องทะเลอันบริสุทธิ์ โขดหินสลับซับซ้อนสวยงาม น้ำใส หาดทรายใหญ่น้อย ชมทะเลแหวก ดำน้ำดูปะการัง ชมเต่าทะเลพันธุ์หายาก หรือเช่าเรือไปตกปลา ดูดาวยามค่ำคืน บรรยากาศอันอบอุ่นแสนประทับใจ สอบถามรายละเอียดโทรศัพท์ 08-1849-1543, 08-1810-6783, 08-7992-1999 เว็บไซต์ mantakiri.com

            เกาะมันนอก เป็นเกาะที่มีหาดสวยงาม เงียบสงบ เหมาะสำหรับการพักผ่อน หรือหลบหนีความสับสนวุ่นวายไปยังที่ใกล้ ๆ ให้คุณสูดอากาศใส ๆ แล้วทำแต่สิ่งที่ตามใจ บนเกาะมีบ้านพักของ Munnork Island Resort โทรศัพท์ 02-860-3025-7

            การเดินทาง : ใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท หรือเส้นบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 วิ่งบนมอเตอร์เวย์ เข้าระยอง ถึงระยองเลี้ยวซ้ายวิ่งไปท่าเรือแกลง

7. เกาะช้าง

เกาะช้าง

            เกาะช้าง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญและมีชื่อเสียงอันดับต้น ๆ อีกแห่งหนึ่งของประเทศ เพราะมีธรรมชาติอันงดงามทั้งบนบกและในทะเล มีหาดทรายขาวละเอียดที่สะอาดบริสุทธิ์ อีกทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่พักหลากหลายรูปแบบจำนวนมาก มีกิจกรรมหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกทำ มีการคมนาคมที่สะดวกเพราะมีสนามบินอยู่ใกล้เคียง ช่วยเพิ่มศักยภาพในการ รองรับนักท่องเที่ยว และเติมเต็มให้เกาะแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สมบูรณ์แบบเกาะช้างเหมาะ สำหรับการไปเที่ยวทั้งเป็นหมู่คณะ เป็นครอบครัว และไปกับคู่รัก ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติหลั่งไหลไปเยี่ยมเยือนเกาะ ช้างเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

            เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุดในหมู่เกาะทะเลอ่าวไทย และใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศไทย รองจากเกาะภูเก็ต โดยมีเนื้อที่ประมาณ 429 ตารางกิโลเมตร หรือกว่า 2.6 แสนไร่ ตั้งอยู่ห่างจากแหลมงอบประมาณ 8 กิโลเมตร เดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแหลมงอบ แต่ปัจจุบันถูกตั้งเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดตราด มีสถานที่ราชการทั้งที่ว่าการอำเภอ สถานีตำรวจ โรงพยาบาล และเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง

            ลักษณะภูมิประเทศของเกาะช้าง ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีผาหินสลับซับซ้อน มียอดเขาที่สูงที่สุดคือเขาสลักเพชร สูง 743 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง มีสภาพป่าอันอุดมสมบูรณ์ อันเป็นแหล่งกำเนิดของน้ำตกและลำธารหลายสาย ที่หล่อเลี้ยงผู้คนและสรรพชีวิตบนเกาะ และมีพื้นที่บางส่วนที่เป็นสวนยางพาราและสวนผลไม้ด้วยนอกจากนี้ เกาะช้างยังมีชายหาดธรรมชาติสวยงามอยู่มากมายเรียงรายอยู่ตลอดชายฝั่งด้าน ตะวันตก เช่น หาดทรายขาว หาดคลองพร้าว หาดไก่แบ้ และมีเกาะขนาดเล็กรายล้อมอยู่อีกเป็นจำนวนมาก เช่น เกาะคลุ้ม เกาะเหลายา เกาะง่าม เกาะไม้ซี้ใหญ่ เกาะหวาย เกาะกระ เกาะรัง เกาะมันนอก เกาะมันใน เกาะกระดาด เกาะหมาก เกาะขาม ฯลฯ

            ทิปส์ท่องเที่ยว : ช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับท่องเที่ยวเกาะช้าง คือ ช่วงเดือนตุลาคม-เมษายน ซึ่งเป็นช่วงคลื่นลมสงบ ส่วนช่วงเวลาระหว่างเดือนพฤษภาคม-กันยายน เป็นช่วงฤดูมรสุม ทะเลมีคลื่นลมแรง โดยเฉพาะในเดือนพฤษภาคม ส่วนเดือนสิงหาคมมีฝนตกชุกที่สุด นักท่องเที่ยวจึงควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมในทะเลก่อนเดินทาง

8. เกาะกูด

เกาะกูด

            เกาะกูด เกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตราดของไทย ติดชายแดนทางทะเลของกัมพูชา ด้วย ความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่ ทำให้ดินแดนแห่งนี้เปี่ยมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์ อยู่มากมายและสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการพักผ่อนด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่าง ๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือ ชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ๋ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังนานาชนิด จนได้รับสมญานามว่า “อันดามันแห่งทะเลตะวันออก”

            เกาะกูด เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย มีเนื้อที่ 105 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 65,625 ไร่ ความยาวของเกาะ 25 กิโลเมตร ความกว้าง 12 กิโลเมตร ยังมีสภาพความเป็นธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ โดยมีภูเขาและที่ราบสันเขาซึ่งเป็นต้นกำเนิดลำธาร ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกที่มีชื่อเสียงอย่าง น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกแห่งนี้ถือว่าเป็นน้ำตกประวัติศาสตร์ คือ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จประพาสเมื่อ พ.ศ. 2454 พระราชทานนามว่าน้ำตกอนัมก๊ก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เชียงสือ กษัตริย์ญวนที่เคยเข้ามาลี้ภัยจากการจลาจลในสมัยรัชกาลที่ 1 ส่วนทางฝั่งตะวันตกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวยายกี๋ หาดคลองเจ้า หาดอ่าวพร้าว อ่าวง่ามโข่ หาดอ่าวเบ้า หาดคลองหิน อ่าวพร้าว ไปจนสุดปลายแหลมเทียน ล้วนแต่เป็นหาดที่มีทรายสวยงาม น้ำทะเลใส ประกอบกับธรรมชาติสงบเงียบ ร่มรื่นด้วยทิวมะพร้าวริมหาด

            นอกจากนี้ บนเกาะกูดยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังหลากชนิด และมีหมู่บ้านคลองมาดเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ปัจจุบันชาวเกาะยังดำรงชีพด้วยเกษตรกรรม ทั้งทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม้เพียงเล็กน้อย และทำประมงชายฝั่ง บนเกาะมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย

            ทิปส์ท่องเที่ยว : การท่องเที่ยวบนเกาะกูดตามสถานที่ต่าง ๆ หากไม่ได้ซื้อแพ็กเกจทัวร์จากรีสอร์ทต่าง ๆ จะค่อนข้างลำบากในการเดินทาง เพราะไม่มีรถโดยสารวิ่งรับ-ส่งนักท่องเที่ยวบนเกาะ และระหว่างทำกิจกรรมทางน้ำต่าง ๆ เช่น พายเรือคายัก หรือนั่งเรือเที่ยวรอบเกาะ ควรใส่เสื้อชูชีพไว้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันอันตรายที่เกิดขึ้นได้

9. เกาะหมาก

เกาะหมาก

            เกาะหมาก เป็นเกาะขนาดใหญ่ อยู่ระหว่างเกาะช้างกับเกาะกูด ห่างจากฝั่งประมาณ 38 กิโลเมตร มีพื้นที่ 9,000 ไร่ มีรูปร่างคล้ายดาวสี่แฉก พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบชายฝั่งทะเล หนาแน่นด้วยสวนมะพร้าวและสวนยางพารา โดยรอบมีอ่าว ชายหาดสวยงามและน้ำใส เช่น บริเวณอ่าวตานิด อ่าวไผ่ อ่าวโปร่ง อ่าวผาด อ่าวแดง บริเวณชายฝั่งรอบเกาะและเกาะใกล้เคียงจะพบแนวปะการังที่สมบูรณ์ บนเกาะมีที่พักให้เลือกหลากสไตล์และหลายราคา ช่วงฤดูท่องเที่ยวเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคม-พฤษภาคม

            ทั้งนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด โทรศัพท์ 0 3959 7259-60 หรือ kohmak.com

           หมายเหตุ : ข้อมูลและรายละเอียดต่าง ๆ อาจมีการเปลี่ยนแปลง กรุณาตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
, ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ, สำนักอุทยานแห่งชาติ, pattayaconcierge.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยว 9 เกาะใกล้กรุงเทพฯ เหมาะกับคนมีเวลาน้อย โพสต์เมื่อ 31 ตุลาคม 2556 เวลา 10:43:53 340,680 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP