รู้จักกับ 100 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          รวบรวม 100 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น ที่มีครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะแปลกสุด ๆ ไปจนถึงประเพณีเก่าแก่โบราณมาฝากกัน


          ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องประเพณีเก่าแก่มากที่สุดประเทศหนึ่งเลยก็ว่าได้ จากการที่แม้ในยุคปัจจุบันที่ความเจริญก้าวหน้าเพิ่มมากขึ้น และวัฒนธรรมต่างชาติแฝงเข้ามาเรื่อย ๆ แต่คนญี่ปุ่นก็ไม่เคยละเลยธรรมเนียมเก่าแก่ของตัวเองเลย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่าชาวญี่ปุ่นยังคงสืบสานประเพณีเก่าแก่มาอย่างต่อเนื่องก็ได้ ทำให้แม้แต่คนรุ่นหลังก็ยังรู้สึกผูกพันกับวัฒนธรรมดั้งเดิมเหล่านี้ด้วย ซึ่งวันนี้กระปุกดอทคอมได้รวบรวม 100 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น ที่มีครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะแปลกสุด ๆ ไปจนถึงประเพณีเก่าแก่โบราณมาฝากกันแล้ว ใครที่สนใจก็ลองมาอ่านกันดูเลยค่ะ

          1. Tokushima Awa Odori : เทศกาลเต้นรำประจำเมืองโทคุชิมะ เกาะชิโกกุ จัดขึ้นช่วงวันที่ 12-15 สิงหาคมทุกปี ผู้เข้าร่วมเทศกาลนี้จะใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสมาร่วมกันเต้นรำ เล่นเครื่องดนตรีชามิเซ็ง กลองไทโกะ และขลุ่ย ธีมหลักของงานคือการบ้าไปด้วยกัน จากการที่มันมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าการเต้นของคนบ้านั่นเอง

เทศกาลญี่ปุ่น
ภาพจาก John-Leung / Shutterstock.com

          2. Asakusa Samba Matsuri : ที่ญี่ปุ่นก็มีการจัดเต้นแซมบ้าด้วยเหมือนกัน โดยจัดขึ้นที่หน้าวัดเซนโซจิ กรุงโตเกียว ปลายเดือนสิงหาคมทุกปี และในเทศกาลนี้คุณจะได้เห็นผู้คนใส่ชุดเต้นมาเต็มยศตระการตามากเลยทีเดียว

          3. Gion Matsuri : ทั้งเดือนกรกฎาคม ณ เมืองเกียวโต คือเวลาสำหรับเทศกาลที่คนจะรวมทีมทำขบวนแห่สุดอลังการออกมาประชันกัน

เทศกาลญี่ปุ่น
ภาพจาก Chiharu / Shutterstock.com


          4. Sapporo Yosakoi Soran Festival : เทศกาลเต้นโยซาโค่ย การเต้นรำรับหน้าร้อนของที่นี่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น โดยมีผู้เข้าแข่งขันถึง 350 ทีม รวมเป็นนักเต้นราว 50,000 คน และต้องวาดลวดลายต่อหน้าคนดูกว่า 2 ล้านคน ในช่วงเดือนมิถุนายน
 
          5. Kanto Matsuri : ที่เมืองอาคิตะ ช่วงวันที่ 3-6 สิงหาคม จะมีการจัดแสดงให้คนพยายามประคับประคอง เสาสูง 12 เมตร ที่มาพร้อมโคมไฟจุดแล้ว รวมเป็นน้ำหนักกว่า 60 กิโลกรัม ด้วยการใช้ฝ่ามือ หน้าผาก หรือส่วนอื่น ๆ เป็นการแสดงน่าหวาดเสียวที่ชวนติดตาม

          6. Nebuta Matsuri : หากจะเรียกว่ามันเป็นเทศกาลที่งดงามตระการตามากที่สุดก็คงไม่ผิดนัก โดยเราจะเห็นโคมกระดาษทำเป็นรูปภูตผีปีศาจส่องแสงเป็นสีสันสวยงามตัดกับความมืด ซึ่งคุณจะได้ชมภาพแสงสีสวยงามนี้ในวันที่ 2-7 สิงหาคม ที่เมืองอาโอโมริ

เทศกาลญี่ปุ่น
ภาพจาก Perati Komson / Shutterstock.com

          7. Sapporo Yuki Matsuri : เทศกาลนี้กินเวลา 7 วัน และจัดขึ้นที่เขตซัปโปโร เมืองฮอกไกโดช่วงเดือนกุมภาพันธ์ โดยเปิดโอกาสให้ทุก ๆ คนรวมไปถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติได้แข่งกันแกะสลักน้ำแข็งออกมาให้โดดเด่นที่สุด

          8. Kanamara Matsuri : สุดยอดเทศกาลแห่งความแปลกที่จัดขึ้นช่วงฤดูใบไม้ผลิ เมืองคาวาซากิ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีการแห่ขบวนองคชาตยักษ์ และมีกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวข้องกับอวัยวะเพศชายมากมาย แม้แต่ขนมอาหารยังถูกทำเป็นรูปองคชาตไปด้วย

          9. Tenjin Matsuri : เทศกาลใหญ่ที่แบ่งออกเป็น 2 วัน เริ่มจากวันที่ 24 กรกฎาคม ผู้คนจะแต่งกายชุดโบราณ นำหอกของพระเจ้าไปลอยน้ำ และหากหอกหยุดที่ใดก็จะไปร้องรำทำเพลงที่นั่นในวันรุ่งขึ้น รวมทั้งมีการจุดพลุฉลองเป็นลำดับต่อมา

          10. Aoi Matsuri : หนึ่งในเทศกาลเก่าแก่ที่สุดในโลก โดยจัดขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 6 เพื่อเฉลิมฉลองให้กับเทพคาโม เทพเจ้าแห่งลมฟ้าอากาศ ซึ่งผู้คนจะแต่งตัวย้อนกลับไปในยุคเฮอันจัดขบวนแห่พร้อมกับร้องรำทำเพลงในวันที่ 12 พฤษภาคม จากนั้นในวันหลักได้แก่วันที่ 15 พฤษภาคม ก็จะมีการเดินขบวนจากพระราชวังศักดิ์สิทธิ์ของเกียวโตไปยังศาลเจ้าชิโมงาโมะ

เทศกาลญี่ปุ่น
ภาพจาก Chiharu / Shutterstock.com
 
          11. Koenji Awa Odori : เทศกาลเต้นรำประจำย่านโคเอนจิ กรุงโตเกียว แม้จะได้อันดับน้อยกว่าของเมืองโทคุชิมะอยู่สักหน่อย แต่ก็คึกคักไม่ใช่เล่นนะ เพราะเทศกาลที่จัดขึ้นในวันหยุดสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคมนี้ มีนักเต้นมาโชว์ลีลาราว 12,000 คนเลยทีเดียว
 
          12. Domannaka Matsuri : สิ้นเดือนสิงหาคมที่เมืองนาโงยะก็มีการจัดประกวดเต้นด้วยเหมือนกัน โดยแต่ละปีมีผู้เข้าแข่งขันราว 200 ทีม รวมเป็นนักเต้นกว่า 15,000 คน

          13. Harajuku Omotesando Genki Matsuri Super Yosakoi : ย่านฮาราจุกุ กรุงโตเกียว คือสถานที่จัดงานเต้นโยซาโค่ย ช่วงปลายเดือนสิงหาคม และมักเป็นตอนที่อากาศร้อนมาก ๆ อุณหภูมิเฉลี่ยสูงถึง 30 องศาเซลเซียส แต่ผู้คนก็เต้นกันเต็มที่จนลืมร้อนไปเลย

          14. Chichibu Yomatsuri : วันที่ 2-3 ธันวาคม เมืองชิชิบุจะคึกคักด้วยเสียงตะโกนเชียร์ลั่นไปหมด เพราะมีการแข่งขันลากโคมหนัก 10-20 ตัน เกิดขึ้นที่นี่

          15. Kanda Matsuri : ความสนุกแบบดั้งเดิมอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่น รวมอยู่ในเทศกาลที่จัดขึ้นในกรุงโตเกียวช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ โดยมีทั้งการแห่เกี้ยวและการร้องรำทำเพลง

          16. Wakakusa Yamayaki : กิจกรรมของเทศกาลนี้มีความหมายตรงตัวกับคำของมันที่ว่า Yamayaki ซึ่งหมายความถึงการเผาภูเขานั่นเอง โดยเดิมทีมันถูกจัดขึ้นเพื่อข่มขวัญสัตว์ป่า ด้วยการจุดไฟเผาส่วนหนึ่งของภูเขาวาคากุสะเมืองนารา ทุก ๆ วันเสาร์ที่ 4 ของเดือนมกราคม และยังคงทำต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน โดยหลังจากการเผามีการจุดพลุแสงสีตามด้วย

          17. Jidai Matsuri : ถ้าคุณอยากชมการแต่งตัวอันประณีตแบบสมัยก่อน ยุคที่ยังมีซามูไรและโชกุน ก็ต้องมาที่เมืองเกียวโตในวันที่ 22 ตุลาคม เพราะทุกคนจะใส่ชุดย้อนยุคมาเดินขบวนพาเหรดประชันกันเต็มที่

          18. Morioka Sansa Odori : เทศกาลกลองไทโกะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ทำให้นักดนตรีและนักเต้นกว่าหมื่นคนมารวมตัวคลายเครียดกันที่เมืองโมริโอกะวันที่ 1-4 สิงหาคม

          19. Daimonji : ในวันที่ 16 สิงหาคมของทุกปี ตัวอักษรคันจิขนาดยักษ์จะปรากฏเป็นรอยเผาไหม้อยู่บนภูเขากรุงเกียวโต เกิดเป็นวิวที่งดงาม

          20. Otaru Snow Light Path Festival : นอกจาก Sapporo Yuki Matsuri เทศกาลนี้ก็เป็นเทศกาลเกี่ยวกับหิมะที่จัดขึ้นในฮอกไกโดเช่นกัน แต่อยู่บริเวณเมืองโอตารุ และเป็นช่วงเดือนกุมภาพันธ์เหมือนกันด้วย โดยทั้งเมืองจะถูกประดับประดาด้วยศิลปะจากหิมะและโคมไฟส่องสว่างระยิบระยับตัดกับผืนน้ำ

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          21. Takayama Matsuri : สำหรับคนที่ไม่ชอบตุ๊กตาร่างยักษ์ที่ดูเหมือนคนจนแอบหลอน ขอแนะนำว่าอย่าไปเมืองทาคายามะช่วงฤดูใบไม้ผลิหรือฤดูใบไม้ร่วงเลยดีกว่า เพราะมันเป็นเวลาที่ชาวญี่ปุ่นเอาหุ่นตุ๊กตาขนาดยักษ์ออกมาแห่ประชันกัน

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          22. Shinkawa Market Matsuri in Ube : ตามความเชื่อของนิกายชินโต สุนัขจิ้งจอกเป็นเหมือนเทพเจ้า หรือเป็นผู้นำสาสน์จากเทพเจ้ามาสู่มนุษย์ ตามตำนานส่วนใหญ่จึงมักมีสุนัขจิ้งจอกเป็นตัวล่อหลอกมนุษย์เสมอ บางครั้งยังแปลงร่างมาแต่งงานกับมนุษย์เสียด้วยซ้ำ และเทศกาลนี้ก็จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงการแต่งงานของสุนัขจิ้งจอก

          23. Omizutori in Nara : จากวันที่ 1-14 มีนาคม ที่เมืองนารา จะมีการจุดคบไฟยักษ์บริเวณวัดโทดาจิ ซึ่งออกจะเสี่ยงอยู่สักหน่อย เพราะวัดทำจากไม้เสียส่วนใหญ่ หากเกิดติดไฟขึ้นมาคงยุ่งน่าดูเลยล่ะ

          24. Nagasaki Lantern Matsuri : ที่ญี่ปุ่นก็ฉลองวันตรุษจีนด้วยเหมือนกัน โดยที่เมืองนางาซากิ เกาะคิวชู จะมีการประดับประดาด้วยโคมไฟหลากสีเต็มไปหมด แถมยังมีการแสดงแบบจีนให้ดูอีกด้วย

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          25. Tokyo Game Show : สวรรค์ของเกมเมอร์ที่จะรวมเกมมากมายไว้ที่เมืองชิบะ จัดขึ้นช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนเป็นเวลา 4 วัน โดย 2 วันแรกสำหรับผู้เกี่ยวข้องและสื่อต่าง ๆ ส่วน 2 วันหลังเปิดให้นักท่องเที่ยวมาสนุกกันได้เต็มที่

          26. Sanja Matsuri in Tokyo : เทศกาลที่ว่ากันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกยากูซ่าตัวจริงเสียงจริง โดยมีทั้งการร่ายรำของเกอิชา ขบวนแห่ และการตีกลองไทโกะให้ชม

          27. Fukagawa Hachiman Matsuri : มองเผิน ๆ แล้วเทศกาลนี้คล้ายคลึงสงกรานต์บ้านเราอยู่เหมือนกัน จากการที่มีการสาดน้ำใส่กัน รวมทั้งมีขบวนพาเหรดด้วย โดยจะจัดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ 3 ปี

          28. Sanno Festival : กลางเดือนมิถุนายน เฉพาะปีคี่ จะมีการจัดขบวนเดินพาเหรดยาวถึง 25 กิโลเมตรในกรุงโตเกียว ที่แม้ชาวบ้านจะชื่นชอบกันมาก แต่คนใช้รถใช้ถนนอาจไม่พอใจสักเท่าไหร่

          29. Nagasaki Kunchi : ย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 16 ชาวคริสต์ถูกกีดกันจากญี่ปุ่น และเทศกาลนี้ก็จัดขึ้นเพื่อตามหาชาวคริสต์ ทำให้ชาวบ้านต้องกล้าเปิดบ้านให้คนนอกได้เห็นด้วย ซึ่งนอกจากนี้ในงานยังมีการเต้นรำเชิดมังกรที่ได้รับอิทธิพลมาจากจีนด้วย
 
          30. Mifune Matsuri : ในเทศกาลนี้นักท่องเที่ยวกว่า 100,000 คนจะได้ล่องแม่น้ำชมเมืองเกียวโต บนเรือที่ทำเลียนแบบเรือสมัยเก่าเมื่อ 1,000 ปีก่อน และแวะสักการะศาลเจ้าคุรุมาซากิที่เป็นผู้สนับสนุนเทศกาลนี้

          31. Sasebo Yosakoi Festival in Nagasaki : เทศกาลเต้นโยซาโค่ยที่ใหญ่ที่สุดของเกาะคิวชู จัดขึ้นสิ้นเดือนตุลาคม ณ เมืองนางาซากิ

          32. Honen Matsuri : แท่นองคชาตทำจากไม้ น้ำหนัก 280 กิโลกรัม ยาว 2.5 เมตร จะถูกแห่ไปรอบเมืองโคมะกิ จังหวัดไอชิ ในวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งคุณสามารถดื่มเหล้าสาเกได้ฟรี ๆ จากถังเหล้านี้ด้วย

          33. Kurama Fire Festival : เทศกาลนี้จัดขึ้นบริเวณศาลเจ้า ยูกิ-จินจะ เมืองเกียวโต ปลายเดือนตุลาคม โดยเด็ก ๆ จะถือคบเพลิงขนาดเล็ก และผู้ใหญ่ช่วยกันถือขนาดหนัก 80 กิโลกรัม ยาว 3 เมตร ให้เห็นเป็นแสงไฟยาวไปทั่วถนน

          34. Fukuro Festival : เทศกาลเต้นโยซาโค่ย พ่วงด้วยการแห่เกี้ยวที่จัดขึ้นสุดสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤศจิกายน และสุดสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม ย่านอิเคบุคุโระ กรุงโตเกียว

เทศกาลญี่ปุ่น
ภาพจาก Kenneth Dedeu / Shutterstock.com

          35. Summer Sonic : เทศกาลดนตรีที่จัดขึ้น 2 วันติด ณ โตเกียวและโอซาก้าอย่างละวัน โดยมีศิลปินชั้นนำของญี่ปุ่นมากมาย รวมทั้งมีการเชิญศิลปินต่างชาติมาร่วมแสดงด้วย
        
          36. Lake Towada Snow Festival : แม่น้ำโทวาดะ คือแม่น้ำที่ตั้งอยู่ระหว่างเมืองอาโอโมริและอาคิตะ ซึ่งช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่แม่น้ำแห่งนี้ จะมีการจัดเทศกาลครึกครื้น มีอาหารท้องถิ่นให้ชิมมากมาย พร้อมบาร์เครื่องดื่มในอิกลู รวมไปถึงการแสดงต่าง ๆ รวมทั้งมีการจุดพลุสร้างสีสัน

          37. Sawara Matsuri : ช่วงกลางเดือนกรกฎาคมและกลางเดือนตุลาคม คือเวลาสำหรับเทศกาล Sawara Matsuri ที่เมืองคาโตริ จังหวัดชิบะ โดยเป็นเทศกาลแห่ตุ๊กตาที่ประดับประดาด้วยโคมไฟด้านล่าง เกิดเป็นกลิ่นอายแบบฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง

          38. Nagaoka Grand Fireworks Festival : คุณจะได้ชมพลุสวย ๆ ตระการตา โดยมีเอกลักษณ์น่าสนใจอยู่ที่การใช้พลุหนัก 300 กิโลกรัม เกิดเป็นพลุขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางกว่า 700 เมตร ซึ่งคุณสามารถไปชมเทศกาลนี้ได้ที่เมืองนางาโอกะ จังหวัดนีงะตะ วันที่ 2-3 สิงหาคม
 
 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น
 
          39. Sanuki Takamatsu Festival : เทศกาลนี้จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12-14 สิงหาคม ณ เมืองทาคามัตสึ เกาะชิโกกุ โดยแบ่งออกเป็น 3 วัน เริ่มจากวันแรกเป็นพิธีเปิด วันที่ 2 มีการจุดพลุ และวันสุดท้ายเป็นขบวนพาเหรดเต้นรำที่มีนักเต้นโชว์กว่า 4,000 คน

          40. Tengu Matsuri : เทพเจ้าเท็นงูหรือปีศาจเท็นงูที่เป็นที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น ด้วยความที่ไม่ได้เป็นทั้งคนดีหรือคนชั่วร้ายซะทีเดียว จึงมีทั้งเทศกาลที่จัดขึ้นเพื่อขับไล่และเชิดชูเขา แต่เทศกาลในเมืองฟุรุบิระ จังหวัดฮอกไกโดนี้จัดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา ด้วยการสร้างภาพเทพเจ้าเท็นงูเดินฝ่าไฟขึ้นมา

          41. Ohara Matsuri in Kagoshima : การเล่นดนตรีและร้องรำซึ่งกินเวลาอยู่ 2 วัน ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ในเมืองคะโงะชิมะ จะเป็นการเล่นเพลงท้องถิ่นจำพวก Ohara-bushi และ Hanya-bushi เป็นหลัก โดยมีกลองไทโกะเป็นไฮไลท์ รื้อฟื้นให้คนได้รำลึกถึงเสน่ห์ดนตรีแบบดั้งเดิม

          42. Tachi Neputa Matsuri : ณ เมืองโกโชงาวาระ จังหวัดอาโอโมริ วันที่ 4-8 สิงหาคม จะมีการจุดโคมลอยยักษ์สูงกว่า 21 เมตร หนักราว 20 ตัน ซึ่งเคยถูกแบนมาแล้วเมื่อศตวรรษที่ 19 เพราะทำให้บ้านเมืองไฟไหม้

          43. Miyajima Water Fireworks Festival : เทศกาลชมพลุช่วงกลางเดือนสิงหาคม จัดขึ้นท่ามกลางวิวสวย ๆ หน้าศาลเจ้าอิตสึคุชิมะ

          44. Mitama Matsuri : เทศกาลเฉลิมฉลองกลางเดือนมิถุนายนจัดขึ้นที่ศาลเจ้ายาสุกุนิ กรุงโตเกียว เพื่อระลึกถึงทหารที่ตายในสงครามโลกครั้งที่สอง

          45. Inuyama Matsuri : ในช่วงต้นเดือนเมษายน ณ เมืองอินุยามะ จังหวัดไอชิ จะมีการจุดโคมแห่หุ่นกระบอก คาราคุริ นินเกียว หุ่นที่เป็นตัวแทนศิลปะดั้งเดิมของญี่ปุ่น

          46. Gangara Fire Festival : มันถูกจัดขึ้นเพื่อเตือนใจชาวเมืองเรื่องการป้องกันอัคคีภัย ด้วยการจุดคบเพลิงยักษ์หนักกว่า 100 กิโลกรัม แล้วแห่มันไปรอบเมืองโอซาก้า

          47. Hadaka Matsuri : ชายหนุ่มคนหนึ่งจะถูกเลือกให้เปลื้องผ้าและวิ่งหนีไปเรื่อย ๆ ที่เมืองโอคายามะ และผู้เข้าร่วมอีก 9,000 คน จะไล่ล่าตามเขาไป เชื่อว่าคนที่จับตัวชายเปลื้องผ้าได้ จะเป็นผู้โชคดีปราศจากโรคร้ายและปีศาจคุกคาม

          48. Toka Ebisu Festival : ผู้คนจากทั่วสารทิศแห่แหนมาที่ศาลเจ้าเอบิสึ จังหวัดโอซาก้า ในวันที่ 9-11 มกราคม เพื่อขอพรให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง

          49. Lake Shikotsu Ice Festival : เทศกาลน้ำแข็งที่มีประติมากรรมจากน้ำแข็งงดงามมากมายนี้ อาจดูเหมือนอันอื่น ๆ ที่ผ่านมา แต่เรื่องของแสงสีตระการตาที่นี่นับว่าโดดเด่นที่สุดแล้ว ซึ่งคุณสามารถแวะมาชมเทศกาลนี้ได้ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ที่แม่น้ำชิโคซึ จังหวัดฮอกไกโด

          50. Asahikawa Winter Festival : ทางเมืองอาซาฮิคาวะก็มีเทศกาลน้ำแข็งกับเขาด้วยเหมือนกัน โดยที่นี่มีประติมากรรมน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดและตุ๊กตาหิมะกว่าพันตัว

          51. Tokyo International Anime Fair : แน่นอนว่าแอนิเมชั่นเป็นของขึ้นชื่อของญี่ปุ่น ช่วงปลายเดือนมีนาคมทุกปีจึ งมีการจัดงานประกาศรางวัลสำหรับผู้เกี่ยวข้องและให้นักท่องเที่ยวได้มาพบปะสังสรรค์กันด้วย

          52. Wakayama Fire Festival : น้ำตกนาชิสูง 133 เมตร ของเมืองวาคายามะ คือตัวแทนของพระเจ้าตามความเชื่อของนิกายชินโต ดังนั้น ในวันที่ 14 กรกฎาคม จึงมีการจัดพิธีเฉลิมฉลองให้กับพระเจ้าด้วยการแห่เกี้ยวยักษ์และคบไฟไม้หนัก 50 กิโลกรัม อย่างละ 12 ชิ้น หมายถึงพระเจ้า 12 องค์ และเดือนทั้ง 12 มาที่น้ำตก

          53. Fuji Shibazakura Festival : ดอกชิบะซากุระบานสะพรั่งช่วงปลายเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม คือตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก และเมื่ออยู่คู่กับวิวภูเขาไฟฟูจิเมืองฟูจิโยชิดะ ยิ่งทำให้ความงดงามของมันเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          54. Eisa Dance Festival : วันอาทิตย์แรกของเดือนสิงหาคม ที่เกาะโอกินาวะ คือเวลาสำหรับการเต้นเอสะ การเต้นประจำท้องถิ่นที่ใช้กลองไทโกะด้วย

          55. Peace Memorial Ceremony : เพื่อระลึกถึงเหตุการณ์น่าเศร้าเมื่อครั้งเมืองฮิโรชิมะถูกทิ้งระเบิด จึงมีการลอยโคมบริเวณแม่น้ำหน้าสวนที่ระลึกแห่งสันติภาพ ทุกวันที่ 6 สิงหาคม

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          56. Misakubo Matsuri : ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ชาวบ้านในเมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซึโอกะ จะเตรียมการแสดงกันเอาไว้ และหัวหน้าหมู่บ้านจะเป็นผู้ตัดสินเลือกโชว์ที่ดีที่สุด

          57. Hakata Gion Yamakasa : การแข่งขันแห่เกี้ยวหนักกว่า 1,000 กิโลกรัม จัดขึ้นที่เมืองฟุกุโอกะ วันที่ 1-15 กรกฎาคม

          58. Fuji Rock Festival : เทศกาลดนตรีที่จัดขึ้น ณ เนบะ สกี รีสอร์ท เมืองนีงะตะ โดยมีนักแสดงกว่า 200 คน เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวนับแสน
 
          59. Sagicho Fire Festival : กลางเดือนมีนาคม ณ เมืองโอมิฮาจิมัง หมู่บ้านทั้ง 12 จะแข่งขันกันสร้างซากิโช ขบวนแห่สูง 5 เมตร มักทำเป็นรูปสัตว์ 12 ราศี ตามความเชื่อของจีน ซึ่งเมื่อทำเสร็จแล้วมันก็จะถูกแห่ไปรอบเมือง ก่อนจะถูกจุดไฟเผาและให้ผู้คนร้องเพลงเต้นระบำรอบ ๆ

          60. Onbashira Matsuri : ความตื่นเต้นอันตรายที่คร่าชีวิตผู้เข้าร่วมมาแล้วหลายราย จัดขึ้นที่เมืองซูวะ จังหวัดนากาโนะ ทุก 6 ปี ได้แก่ ปีเสือและปีลิง โดยต้นไม้ขนาดใหญ่สูงอย่างน้อย 20 เมตร และหนักไม่ต่ำกว่า 3 ตัน 4 ต้น จะถูกเลือกไปใช้บูรณะศาลเจ้าซูวะไทชะ ด้วยวิธีการลากเลื่อนแบบดั้งเดิม ทั้งที่มีคนอยู่บนต้นไม้ด้วย
 
          61. Hamaorisai Festival : ทุก ๆ ปีในวันจันทร์ที่ 3 ของเดือนกรกฎาคม ชาวเมืองชิงาซากิ จังหวัดคานากาวะ จะแห่เกี้ยวพร้อมเทวรูปของเทพเจ้าลงไปในทะเล ถือเป็นการให้เทพได้เพลิดเพลินกับสายน้ำ เพื่อเป็นการสร้างความพึงพอใจให้กับเหล่าเทพ

          62. Himeji Sakura Festival : การชมดอกซากุระบานสะพรั่งพร้อมวิวปราสาทฮิเมจิของเมืองฮิเมจิ คือสุดยอดความงามไม่เหมือนใคร

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น
 
          63. Sado Earth Celebration : โคโดคือคณะตีกลองไทโกะประจำเกาะซาโด และทุกกลางเดือนสิงหาคม พวกเขาก็จะจัดคอนเสิร์ตขึ้นที่นี่ ทำให้เมืองประมงที่เงียบเหงานี้คึกคักขึ้นทันตาเห็น
 
          64. Sumidagawa Fireworks Festival : หนึ่งในเทศกาลพลุที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในกรุงโตเกียว จัดขึ้นในวันเสาร์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม และมีมาตั้งแต่ปี 1732 ทำให้มันเป็นเทศกาลพลุที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้

          65. Kishiwada Danjiri : เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นปีละ 2 ครั้ง แบ่งออกเป็นเดือนพฤศจิกายนและตุลาคม โดยชาวบ้านจะแข่งขันลากรถรอบปราสาทคิชิวาดะจังหวัดโอซาก้า

          66. Oni Matsuri : ชาย 35 คนที่เกิดในปีนักษัตรตรงกับปีนั้น ๆ จะถูกเลือกให้ทำการแสดงใช้คบเพลิงเพื่อขับไล่ภูตผีปีศาจออกไป โดยจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ใกล้เคียงกับวันที่ 7 กุมภาพันธ์มากที่สุด

          67. Soma Nomaoi Matsuri : เมื่อพันปีก่อน ผู้คนมากมายล้มตายจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ต่อมาที่เมืองมินามิโซมะ จังหวัดฟุกุชิมะ จึงได้มีการจัดแข่งม้าพร้อมแต่งกายเหมือนเมื่อพันปีที่แล้ว ห่างจากจุดที่ฟุกุชิมะถูกทิ้งระเบิดนิวเคลียร์เพียง 25 กิโลเมตร เป็นการปลุกขวัญกำลังใจผู้คนว่าตอนนี้ญี่ปุ่นได้ฟื้นตัวแล้ว

          68. Fujisaki Hachimangu Festival : เทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่อให้สัตว์ได้ลองสัมผัสอิสระ และได้ปลดปล่อยสัญชาตญาณของมันอย่างที่ควรจะเป็น ด้วยการปล่อยม้า 67 ตัว ออกไปแล้วให้ฝูงชนราว 17,000 คน ไล่ตามพร้อมกับร้องว่า "ดูไค ดูไค" ซึ่งมันจะถูกจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ที่เมืองคุนาโมโตะ เกาะคิวชู

          69. Yamagata Hanagasa Festival : ไฮไลต์ของเทศกาลต้นเดือนสิงหาคมที่เมืองยามางาตะนี้ คือขบวนพาเหรดที่มาพร้อมนักเต้นกว่า 10,000 คน

          70. Yonabaru Great Tug of War : ชาวบ้านจากทางเหนือและใต้ของเมืองโยนาบารุจะมาวัดพลังความสามัคคีและความแข็งแกร่งกัน ด้วยการชักเย่อ ในราวกลางเดือนสิงหาคม

          71. Tokyo Jidai Matsuri : ณ วันที่ 3 พฤศจิกายน ย่านอาซากุสะ กรุงโตเกียว จะมีการเดินขบวนพาเหรด แสดงถึงวัฒนธรรมอันงดงามของญี่ปุ่น ซึ่งเราจะพบเห็นเกอิชาที่หายากได้ที่นี่ด้วย

          72. Himeji Castle Festival : ทุกเดือนสิงหาคม ณ ปราสาทฮิเมจิ จะมีการเดินขบวนพาเหรดรอบปราสาทและร้องรำทำเพลงไปด้วย

          73. Tori no Ichi : ในวันนี้ชาวญี่ปุ่นจะออกมาซื้อขายคราดกัน โดยเชื่อว่ามันจะเป็นตัวกวาดโชคดีเข้ามาหา และเมื่อมีการซื้อขายเกิดขึ้นพวกเขาก็จะปรบมือเป็นจังหวะต้อนรับโชคดีด้วย ซึ่งมันจะถูกจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน
 
          74. Nagahama Hikiyama Festival : พิธีจัดขบวนแห่ช่วงเดือนเมษายนในเมืองนากาฮามะ โดยมีการแสดงจำพวกคาบุกิ และเล่นดนตรีประกอบ

          75. Sendai Tanabata : ตามตำนานที่เล่าขานกันว่าบนฟ้ามีหญิงทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวที่เป็นคนรักกัน แต่ถูกทางช้างเผือกขวางกั้น ทำให้เจอกันได้เพียงปีละครั้งเท่านั้น เทศกาลนี้จึงจัดขึ้นเพื่อฉลองการที่คู่รักได้พบกันทุกปี

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          76. St Patrick's Day Parade : ทุกคนดูจะชอบวัฒนธรรมของชาวไอริช ไม่เว้นแม้แต่ญี่ปุ่นด้วย จึงมีการเดินขบวนพาเหรดแต่งกายเหมือนชาวไอริช ย่านโอโมเตะซันโด กรุงโตเกียว ในวันที่ 17 มีนาคม และเมื่อตกเย็นพวกเขาก็จะไปนั่งดื่มกินที่ผับสไตล์ไอริชกันต่อ

          77. Yayoi Festival : คนท้องถิ่นเรียกเทศกาลนี้อีกอย่างว่าเทศกาลแห่งการโต้เถียง เพราะนอกจากการจัดขบวนแห่แล้ว มันยังเป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนได้มาพบหน้าปรึกษาปัญหาต่าง ๆ ด้วย

          78. Omagari National Fireworks Competition : เทศกาลยิ่งใหญ่ในเมืองโอมาการิ จังหวัดอาคิตะ ที่เปิดโอกาสให้นักออกแบบพลุของญี่ปุ่นมาประชันฝีมือกัน ทำให้คนที่มาชมงานได้เห็นพลุสวย ๆ เต็มไปด้วยความคิดสร้างสรรค์มากมาย

          79. Shishi Matsuri in Tokyo : ย่านซึกิจิมีชื่อเสียงจากการที่มีตลาดปลาใหญ่ที่สุดในโลก ในสมัยก่อนตลาดปลานี้ถูกรบกวนโดยไต้ฝุ่นและน้ำท่วมอยู่ตลอด จนกระทั่งมีการสร้างศาลเจ้าแก่เทพอินาริ ซึ่งเป็นเทพแห่งความอุดมสมบูรณ์ขึ้น ปัญหาจึงหมดไป จากนั้นมาจึงมีการแห่สิงโตที่เชื่อว่าเป็นเทพอินาริช่วงเดือนมิถุนายนทุกปี

          80. Osu Street Performer's Festival : ต้นเดือนตุลาคมที่เมืองนาโกยะ คือเวลาที่เหล่านักแสดงข้างถนนไม่ว่าจะเป็นนักมายากล นักเต้น และนักกายกรรมได้มาโชว์ฝีมือกัน โดยมีจุดเด่นของงานเป็นขบวนแห่ โอยรัน หญิงขายบริการชั้นสูง

          81. Hatsumode Meiji Shrine : การไหว้พระช่วงปีใหม่ ที่ชาวญี่ปุ่นพร้อมใจไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และขอพรที่วัดเมจิ กรุงโตเกียว

 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น

          82. Kamakura Festival : มันคือเทศกาลที่เหล่าผองเพื่อนจะได้มาสังสรรค์ดื่มเหล้าให้หายหนาวกันในอิกลู บริเวณศาลากลางจังหวัดอาคิตะ ซึ่งในอดีตมันถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่พักของเทพ

          83. Toshogu Grand Spring Festival : เอกลักษณ์ของงานนี้ก็คือการที่ชายหนุ่มกว่าพันคนใส่ชุดซามูไร มาเดินขบวนที่เมืองนิกโกด้วยกัน

          84. Katsuura Big Hina Matsuri : สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้ว ทุกวันที่ 3 มกราคม คือวันของเด็กผู้หญิง ที่พวกเธอจะได้จัดชั้นตุ๊กตาฮินะประดับบ้าน เพิ่มโชคลาภให้กับตัวเอง ยิ่งไปกว่านั้นที่ศาลเจ้าโทมิซาคิ เมืองคัทสึอุระ จังหวัดชิบะ ยังได้มีการจัดเรียงตุ๊กตานี้กว่าพันตัวไว้ตามขั้นบันไดอีกด้วย

          85. Hakata Dontaku Festival : เทศกาลเต้นรำในเมืองฮากาตะที่ผู้หญิงทั้งหลายจะเคาะช้อนไม้ไปด้วยระหว่างเต้น

          86. Tenno Matsuri : เทศกาลงดงามที่จัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ช่วงสิ้นเดือนกรกฎาคม เมืองซึชิมะ จังหวัดไอชิ โดยมีขบวนเรือจำนวนมาก ที่มาพร้อมโคมกระดาษสว่างไสวกว่า 400 อันต่อลำ เกิดเป็นแสงสว่างกระทบผืนน้ำสวยงาม

          87. Atsuta Festival : เทศกาลที่ยิ่งใหญ่ตระการตาที่สุดในเมืองนาโกยะ มีทั้งขบวนแห่เกี้ยว การประลองศิลปะการต่อสู้ และการจุดพลุ

          88. Iwate Snow Festival : เทศกาลหิมะประจำเมืองอิวาเตะ ที่มีทุกอย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะจากหิมะสูงกว่า 10 เมตร อิกลูและเลื่อนหิมะ

          89. Meiji Shrine Bunka no Hi Martial Arts Festival : การแสดงศิลปะการต่อสู้จัดขึ้นที่ศาลเจ้าเมจิ กรุงโตเกียว ในวันที่ 3 พฤศจิกายนทุกปี มีกระทั่งการต่อสู้แบบโบราณอย่างการยิงธนูด้วย

          90. Kurayami Matsuri :
เทศกาลในกรุงโตเกียวนี้จะจัดขึ้นตอนกลางคืนและปิดไฟมืดทั้งหมด ให้เห็นเพียงแสงของขบวนแห่ทั้ง 2 ที่แข่งขันกันเท่านั้น

          91. Hachinohe Sansha Taisai Matsuri : ประเพณีเก่าแก่กว่า 270 ปี ของเมืองอาโอโมริ ที่จะมีการลอยโคมและแห่เกี้ยวขนาดยักษ์ผ่านถนนแคบ ๆ ชื่อว่าฮาชิโนเฮะ

          92. Kogashi Matsuri : อาตามิ คือสถานที่จัดงานนี้ โดยมันเป็นโรงแรมออนเซ็นใกล้กรุงโตเกียว ในงานมีการจัดขบวนแห่ที่ดูทันสมัยมากขึ้น เช่นทำเป็นตัวละครจากอนิเมะเรื่องต่าง ๆ

          93. Hagoita Ichi Festival : สำหรับคนที่ชอบการเดินช้อปดูของต่าง ๆ ก็ควรมาที่วัดเซนโซจิ บนถนนนากามิเสะ ช่วงกลางเดือนธันวาคม ตามเวลาขึ้นปีใหม่ของประเทศญี่ปุ่น เพราะตลอดทางมีของเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมแบบญี่ปุ่นวางขายให้เลือกเต็มไปหมด

          94. Toshiya Archery Festival : ย้อนกลับไปเมื่อยุคเอโดะกว่า 400 ปีก่อน เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นโดยซามูไรเพื่อให้ทุกคนได้มาแสดงฝีมือกัน ในวันอาทิตย์ที่ใกล้วันบรรลุนิติภาวะของชาวญี่ปุ่นมากที่สุด อย่างไรก็ดีจากการที่สมัยนี้ไม่ได้มีนักธนูฝีมือดีมากเท่าสมัยก่อน เป้าจึงถูกเลื่อนจาก 120 เมตร เป็น 60 เมตรแทน

          95. Hamamatsu Festival : เทศกาลเล่นว่าว บริเวณเนินทรายเมืองฮามามัตสึ จังหวัดชิซึโอกะ ที่ทำให้ท้องฟ้าดูสดใสขึ้นด้วยว่าวหลากสีขนาดใหญ่กว่าร้อยชิ้น

          96. Daidogei Street Performance World Cup : เทศกาลประจำจังหวัดชิซึโอกะที่รวมการแสดงจากนักแสดงข้างถนนมาไว้ด้วยกัน ไม่ใช่แค่สำหรับชาวญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ชาวต่างชาติก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน

          97. World Cosplay Summit : เรื่องการแต่งคอสเพลย์ก็เป็นของขึ้นอีกอย่างของญี่ปุ่น ดังนั้น ที่นาโกยะจึงมีการจัดเทศกาลรวมคนรักการแต่งคอสเพลย์มาประชันโฉมกันด้วย

          98. Kanoya Natsu Matsuri : เทศกาลจุดพลุชมแสงสีรับฤดูร้อนบริเวณเมืองคาโกชิมะ เกาะคิวชู ที่สาว ๆ จะใส่ชุดยูคาตะมาทำให้บรรยากาศดูสดใสขึ้น

          99. Tokyo Bay Fireworks : เทศกาลจุดพลุประจำกรุงโตเกียว ที่คุณสามารถชมภาพความงามของพลุแบบชัด ๆ ได้บริเวณโอไดบะ มารีน พาร์ค

          100. Furano Belly Button Festival : การเต้นนี้ไม่ได้เป็นประเพณีเก่าแก่แต่อย่างใด มันเพิ่งเกิดขึ้นที่ฮอกไกโดเมื่อปี 90 เท่านั้นเอง โดยผู้ชายที่เข้าร่วมงานต้องเปลือยด้านบนวาดรูปลงบนท้องแล้วเต้นระบำ ทั้ง ๆ ที่ใส่หมวกคลุมหน้าเอาไว้

          เทศกาลในญี่ปุ่นนั้นมีมากมายหลากหลายจริง ๆ และมีครบทุกรสชาติ เหมาะกับคนทุกรูปแบบเสียด้วย ซึ่ง 100 เทศกาล นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความน่าทึ่งจากญี่ปุ่นเท่านั้น ดังนั้นคุณคงต้องลองไปสัมผัสด้วยตัวเองดูสักครั้งเพื่อเก็บเกี่ยวความทรงจำดี ๆ ด้วยตัวเองนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
Japan Talk.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
รู้จักกับ 100 เทศกาลน่าสนใจของประเทศญี่ปุ่น โพสต์เมื่อ 3 กรกฎาคม 2556 เวลา 09:50:03 87,761 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP