ข้อแนะนำเที่ยวถ้ำอย่างปลอดภัย สนุกใกล้ชิดธรรมชาติ ไม่รบกวนค้างคาว
ข้อปฏิบัติความปลอดภัยในการเที่ยวถ้ำ ไม่รบกวนค้างคาวและสัตว์ป่า เพื่อเที่ยวสนุกและปลอดภัยไปพร้อมกัน
การเที่ยวถ้ำ เป็นโอกาสดีในการสัมผัสธรรมชาติและสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิด แต่เพื่อความสนุกและปลอดภัย ควรปฏิบัติตามข้อควรระวังพื้นฐาน เช่น ไม่จับ ไม่รบกวนค้างคาวและสัตว์ป่า ซึ่งนอกจากช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศแล้ว ยังเป็นการลดความเสี่ยงต่อการรับเชื้อไวรัสบางชนิด เช่น ไวรัสนิปาห์ ทำให้ทุกก้าวของการสำรวจถ้ำเต็มไปด้วยความประทับใจอย่างปลอดภัยทั้งตัวคุณและสัตว์ป่า ว่าแต่จะมีข้อปฏิบัติอย่างไรบ้าง ? ตามมาดูกัน
ภาพจาก : Mercedess / shutterstock.com
เที่ยวถ้ำและไวรัสนิปาห์
เกี่ยวกันยังไง
ไวรัสนิปาห์ (Nipah virus) เป็นเชื้อไวรัสชนิดร้ายแรงที่สามารถติดต่อจากสัตว์สู่คนได้ หนึ่งในแหล่งธรรมชาติที่พบไวรัสนี้คือ ค้างคาวผลไม้ (fruit bats) ซึ่งมักอาศัยอยู่ในถ้ำหรือพื้นที่ป่า
ดังนั้น การเที่ยวถ้ำที่มีค้างคาวอาศัยอยู่โดยไม่ระมัดระวัง อาจทำให้ผู้มาเยือนสัมผัสโดยตรงกับค้างคาว หรือโดนของเหลว/มูลของค้างคาว ซึ่งเป็นช่องทางเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสนิปาห์
ค้างคาวผลไม้มีในประเทศไทย เป็นสัตว์ป่าที่พบได้ทั่วไปในป่า ทุ่งนา และบางครั้งก็อาศัยอยู่ใกล้ชุมชน รวมถึงถ้ำ ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติของพวกมัน ค้างคาวผลไม้ไทยมีหลายชนิด เช่น ค้างคาวผลไม้หัวสิงห์ (Flying fox) และ ค้างคาวผลไม้ตัวใหญ่ (Large fruit bat)
ค้างคาวผลไม้กินผลไม้เป็นหลัก เช่น ทุเรียน มะม่วง ลิ้นจี่ และผลไม้ป่าต่าง ๆ พวกมันช่วย กระจายเมล็ดพันธุ์และรักษาสมดุลระบบนิเวศ ทำให้ต้นไม้และป่าเจริญเติบโต และแม้ว่าจะดูเป็นสัตว์น่ารัก แต่ ค้างคาวผลไม้ก็สามารถเป็นพาหะของไวรัสบางชนิดอย่างไวรัสนิปาห์นั่นเอง
ข้อปฏิบัติความปลอดภัย
ในการเที่ยวถ้ำ
การเที่ยวถ้ำค้างคาวหรือถ้ำในวัดเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นเต้น แต่เพราะถ้ำเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและอาจมีเชื้อโรคที่เรามองไม่เห็น เพื่อให้การเที่ยวครั้งนี้สนุกและปลอดภัยต่อสุขภาพ เราเลยแนะนำลิสต์ข้อควรปฏิบัติที่สายลุยต้องรู้ ได้แก่
ภาพจาก : กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช / x @pr_prdnp
1. เตรียมชุดให้พร้อมก่อนเข้าถ้ำ
-
สวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้น เพื่อป้องกันการสัมผัสกับมูลค้างคาวหรือสิ่งสกปรกโดยตรง
-
สวมหน้ากากอนามัย (หรือใช้ผ้าคลุมใบหน้า), ใส่หมวก, ถุงมือ และแว่นตา เพื่อป้องกันฝุ่นและละอองต่าง ๆ
-
หากมีแผลตามร่างกาย ต้องปิดพลาสเตอร์ให้มิดชิดก่อนเข้า
2. ข้อห้ามขณะอยู่ในถ้ำ
-
เลี่ยงการสัมผัสใบหน้า ระหว่างอยู่ในถ้ำ อย่าเพิ่งแคะแกะเกา หรือสัมผัส ตา จมูก ปาก และระวังอย่าให้เกิดบาดแผลใหม่ระหว่างเดิน
-
ห้ามจับ ฆ่า หรือนำค้างคาว (และสัตว์อื่น ๆ เช่น หนูถ้ำ) มาประกอบอาหารเด็ดขาด
-
ไม่ควรดื่มน้ำหรือกินอาหารในถ้ำ หากหิวให้รอออกมาด้านนอก ถอดชุดป้องกัน และล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดก่อนทานครับ
3. เมื่อออกจากถ้ำแล้ว
-
ทำความสะอาดทันที โดยการซักเสื้อผ้าที่ใส่เข้าถ้ำให้สะอาด และถ้าใครไม่ได้สวมรองเท้าหุ้มส้น (เช่น ใส่รองเท้าแตะ) ให้รีบล้างเท้าด้วยสบู่ทันทีหลังออกมา
-
หากภายใน 2 สัปดาห์ หลังเที่ยวถ้ำ มีอาการป่วยหรือมีบาดแผล ต้องรีบพบแพทย์ พร้อมแจ้งประวัติว่าเพิ่งไปเที่ยวถ้ำค้างคาวมา เพื่อให้หมอประเมินความเสี่ยงจากสารคัดหลั่ง (น้ำลาย, ฉี่, ขี้ค้างคาว) ได้แม่นยำ
*** รู้หรือไม่ : ค้างคาวคือฮีโร่ตัวจริงของระบบนิเวศ ! พวกเขาช่วยกำจัดแมลงและกระจายเมล็ดพันธุ์พืช การที่เราเที่ยวอย่างระมัดระวัง ไม่รบกวนถิ่นที่อยู่ของพวกเขา คือการอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยกันที่ยั่งยืนที่สุด
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ ที่เที่ยวถ้ำ เที่ยวถ้ำ ไว้รัสนิปาห์ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง