20 ที่เที่ยวแลนด์มาร์กเด็ดทั่วไทย เคยไปแชะภาพร่วมเฟรมมาแล้วหรือยัง

          ตะลุยถ่ายรูปแลนด์มาร์กที่เที่ยวสวย ๆ ทั่วไทย เอาไว้เดินทางเก็บเกี่ยวความประทับใจกันแบบเต็มเหนี่ยว แถมยังได้เช็กอินให้สนุกกันไปเลย
          หากจะเอ่ยถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่มีแลนด์มาร์กเด่น ๆ ในเมืองไทย แต่ละภาคมีอยู่ด้วยกันหลากหลาย เรียกได้ว่าเยอะจนเที่ยวกันแทบไม่หวาดไม่ไหว ยังไม่นับที่เที่ยวแลนด์มาร์กใหม่ ๆ ที่ผุดขึ้นมาอยู่เรื่อย ๆ ล่อตาล่อใจให้นักท่องเที่ยวอย่างเราได้ออกเดินทางท่องเที่ยวกันไม่หยุดเลยทีเดียว แต่จะให้เก็บทุกจุดแลนด์มาร์ก กว่าจะครบเห็นทีว่าเที่ยวเหนื่อยจนหมดแรงไปเสียก่อน วันนี้เราเลยขอคัดเอาที่เที่ยวแลนด์มาร์กเด็ด ๆ มาฝาก ไว้ไปแชะภาพถ่ายรูปกันให้หนำใจ

1. เสาชิงช้า กรุงเทพฯ

          เมื่อพูดถึงย่านใจกลางกรุงเทพฯ ในปัจจุบัน หลายคนต้องคิดถึงย่านสยามสแควร์ สุขุมวิท และอโศก แต่หากในสมัยอดีต ย่านเสาชิงช้านี่แหละที่นับว่าเป็นจุดศูนย์กลางของพระนคร ตั้งแต่เมื่อแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ ด้วยสถาปัตยกรรมที่ทั้งสวยและโดดเด่น ทำให้มีมุมให้เราได้ถ่ายรูปสวย ๆ อยู่เพียบเลย นอกจากนี้โดยรอบบริเวณย่านเสาชิงช้า ก็ยังมีอาคารและตึกสวย ๆ รวมถึงของกินอร่อย ๆ ชื่อดังในระดับตำนาน คอยเสิร์ฟความอิ่มระหว่างที่คุณเดินเที่ยวย่านนี้อีกด้วย

2. พระปรางค์ วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ

          หลัง ๆ มานี้เราจะเห็นพวกเหล่าบล็อกเกอร์สายเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ โพสต์รูปถ่ายคู่กับพระปรางค์วัดอรุณฯ แบบถี่ยิบ จนกลายเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กท่องเที่ยวสำคัญ ที่ใครมาเที่ยววัดอรุณฯ ก็ต้องถ่าย ด้วยเพราะความโดดเด่นของตัวพระปรางค์ที่สวยงามตามแบบสถาปัตยกรรมไทย โดดเด่นเป็นสง่าอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมด้วยลวดลายความวิจิตรบรรจงจากการประดับด้วยชิ้นเปลือกหอย กระเบื้องเคลือบ จานชามเบญจรงค์สีต่าง ๆ เป็นลายดอกไม้ ใบไม้ และลายอื่น ๆ ดูสวยงามน่าประทับใจ

3. เจดีย์ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ

          อีกหนึ่งภาพที่เราเห็นจนคุ้นตาทุกครั้งเมื่อสัญจรผ่านถนนราชดำเนินนอก นั่นคือ ภูเขาทอง ที่ตั้งเด่นสีเหลืองทองสง่า อีกหนึ่งศาสนสถานสำคัญที่ขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 3 จำลองแบบมาจากพระเจดีย์ของวัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใครที่เคยมาเที่ยวภูเขาทอง ก็จะรู้ว่าต้องเดินผ่านบันไดทั้งสิ้น 344 ขั้น ระหว่างทางมีต้นไม้ข้างทางคอยให้ร่มเงา รวมถึงยังมีร้านคาเฟ่ให้คุณได้นั่งพักเหนื่อยไปพลาง ๆ เมื่อขึ้นไปถึงด้านบน นักท่องเที่ยวจะได้สักการะพระบรมสารีริกธาตุ รวมถึงมองเห็นวิวสวย ๆ ของกรุงเทพฯ ถ่ายรูปสวย ๆ กันเพลินจนลืมความเหนื่อยไปเลย

4. พิพิธภัณฑ์พญาคันคาก จังหวัดยโสธร

ภาพจาก Gaid Kornsilapa / Shutterstock.com

          ตั้งอยู่ริมแม่น้ำทวน โดดเด่นด้วยตึกคางคกสูงเท่าตึก 5 ชั้น ดูแปลกตาไม่เหมือนกับที่ไหน ภายในเป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวตำนานเกี่ยวกับพญาคางคกและบั้งไฟ มีการจัดฉายเป็นภาพยนตร์ 4 มิติ และนิทรรศการเกี่ยวกับคางคกชนิดต่าง ๆ ที่พบได้ในเมืองไทย และยังเป็นสถานที่รวบรวมของดีทางด้านเกษตรกรรมของเมืองยโสธร ตลอดจนเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยอื่น ๆ เกี่ยวกับจังหวัดยโสธรให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษากันอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งจุดแลนด์มาร์กที่เที่ยวของยโสธรที่ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง

5. โบสถ์วัดแม่พระปฏิสนธินิรมล จังหวัดจันทบุรี

ภาพจาก Take Photo / Shutterstock.com

          ตั้งอยู่ภายในบริเวณโรงเรียนสตรีมารดาพิทักษ์ โดดเด่นด้วยศิลปะการก่อสร้างอาคารแบบโกธิค เมื่อเข้ามายังภายในโบสถ์ จะสัมผัสได้กับอาคารโถงโล่ง ประดับด้วยกระจกสีที่ฉลุลวดลายสวยงาม เป็นรูปนักบุญต่าง ๆ ในศาสนาคริสต์ โบสถ์แห่งนี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงามเท่านั้น หากยังเป็นศูนย์รวมศรัทธาของผองชาวคริสต์ทั้งในจันทบุรีและใกล้เคียงอีกด้วย

6. พระปรางค์สามยอด จังหวัดลพบุรี

          หนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดลพบุรี โดดเด่นด้วยลักษณะสถาปัตยกรรมแบบปรางค์เรียงต่อกัน 3 องค์ ตามแบบศิลปะเขมรแบบบายน มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 18 สร้างด้วยศิลาแลง และตกแต่งลวดลายปูนปั้นที่สวยงาม จนกระทั่งถึงรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช จึงได้บูรณปฏิสังขรณ์พระปรางค์สามยอดเป็นวัดในพุทธศาสนา แล้วสร้างพระวิหารก่อด้วยอิฐ ภายในวิหารประดิษฐานพุทธรูปหินทรายปางมารวิชัย ศิลปะอยุธยาตอนต้น ปัจจุบันยังคงประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง และเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชมทุกวัน

7. อุทยานมังกรสวรรค์ จังหวัดสุพรรณบุรี

ภาพจาก NANTa SamRan / Shutterstock.com

          ตั้งอยู่บริเวณปากทางเข้าศาลเจ้าพ่อหลักเมือง เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเด็ดของจังหวัด ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะมาชม โดดเด่นด้วยอาคารรูปมังกรที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ภายในเป็นห้องจัดแสดงประวัติศาสตร์ อารยธรรมชาวจีน ที่ย้อนหลังไปเกือบประมาณ 5,000 ปีที่แล้ว และยังมีส่วนอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกเพียบ เช่น ห้องฉายภาพยนตร์ ร้านจำหน่ายหนังสือและของที่ระลึก และห้องเครื่องเล่นสำหรับเด็ก ส่วนภายนอกอาคารเองก็ตกแต่งได้อย่างสวยงาม มีทั้งรูปปั้น ระฆังยักษ์ และน้ำตก ให้คุณได้เดินชมชิล ๆ และถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึก

8. อุทยานราชภักดิ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

          ตั้งอยู่ภายในเขตกองทัพบก อำเภอหัวหิน เป็นทั้งสถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ และประกาศเกียรติคุณพระมหากษัตริย์แห่งสยาม ที่ทรงได้สร้างคุณูปการยิ่งใหญ่ให้กับประเทศ ประกอบด้วยพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ได้แก่ พ่อขุนรามคำแหงมหาราช, สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, สมเด็จพระนารายณ์มหาราช, สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช, พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช, สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 032 900 607 หรือเฟซบุ๊ก อุทยานราชภักดิ์

9. แหลมพรหมเทพ จังหวัดภูเก็ต

          หนึ่งในจุดชมวิวสวยยอดนิยมของจังหวัดภูเก็ต ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวมักมาชมพระอาทิตย์ตกดิน ล้อมรอบน้ำทะเลสีเขียวมรกต พร้อมกับนั่งฟังเสียงคลื่นกระทบฝั่งแบบชิล ๆ แต่เราขอแนะนำว่า…ถ้าใครอยากมาชมพระอาทิตย์ตก ควรจะมาก่อนล่วงหน้า เพราะว่ารถจะติด และหาที่จอดยากมาก ไม่ต้องห่วงว่าระหว่างรอแล้วท้องหิวจะทำอย่างไร เพราะบริเวณแหลมพรหมเทพมีร้านค้า ห้องน้ำ และที่จอดรถไว้คอยบริการนักท่องเที่ยวแบบเสร็จสรรพ ใครอยากมานั่งเสพมุมโรแมนติกชิล ๆ ของภูเก็ต แหลมพรหมเทพ ถือเป็นแลนด์มาร์กที่คุณไม่ควรพลาด

10. เสาหินธรรมชาติ เกาะไข่ จังหวัดสตูล

          เกาะไข่ เกาะเล็ก ๆ หนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตา เสน่ห์ของเกาะนี้ที่นักท่องเที่ยวจดจำได้ขึ้นใจ เห็นจะอยู่ที่ประติมากรรมธรรมชาติอย่างซุ้มประตูหิน ทั้งยังเป็นสถานที่ถูกใช้จัดงานงานวิวาห์บนเกาะไข่ ด้วยเชื่อกันว่า คู่บ่าวสาวคู่ไหนที่ได้ลอดซุ้มประตูหินนี้ จะได้ครองรักอย่างมีความสุขและยืนยาว นอกจากนี้ธรรมชาติของเกาะไข่ก็สวยบาดใจ หาดทรายขาวเนียนละเอียด น้ำทะเลใสเหมาะกับการเล่นน้ำ เรียกได้ว่ายังเป็นเกาะที่คงความเป็นธรรมชาติสุด ๆ แค่มาเที่ยวก็คุ้มแล้ว

11. มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ

          หนึ่งในที่เที่ยวแลนด์มาร์กของชัยภูมิ ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีลักษณะเป็นเสาหินและแท่งหินขนาดใหญ่ เสน่ห์ของมอหินขาวไม่ได้อยู่ที่รูปทรงหินที่ดูแปลกตาเท่านั้น ซึ่งถ้านักท่องเที่ยวคนไหนได้ไปเที่ยวในช่วงฤดูฝน หากสังเกตดี ๆ โดยรอบบริเวณลานดินจะล้อมรอบด้วยทุ่งดอกไม้ป่าสวยงาม หรือถ้ามาในช่วงหน้าหนาว คุณก็จะมองเห็นดวงดาวพร่างพรายเต็มท้องฟ้า ทั้งยังสามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทยอีกด้วยนะ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติภูแลนคา โทรศัพท์ 093 093 9193, 044 109 786

12. ปราสาทหินพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์

          หนึ่งในโบราณสถานสำคัญตั้งอยู่บนเขาพนมรุ้ง เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กน่าเที่ยวงดงามด้วยศิลปะเขมรโบรณ สร้างขึ้นเพื่อถวายแด่พระศิวะ หนึ่งในเทพเจ้าสูงในศาสนาพราหมณ์-ฮินดู โดยเขาพนมรุ้งและปราสาทบนยอดเขาเปรียบเสมือนเขาไกรลาสอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ และยังเป็นสัญลักษณ์ของศูนย์กลางจักรวาลอีกด้วย เป็นประจำทุกปีจะมีการจัดงานประเพณีเขาพนมรุ้ง เพื่อแสดงออกถึงเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าของท้องถิ่นและศิลปวัฒนธรรมที่ต้องอนุรักษ์และสืบสานสู่คนรุ่นหลัง รวมทั้งเป็นการเผยแพร่ประวัติศาสตร์การสร้างปราสาทและกิจกรรมการอนุรักษ์วัฒนธรรมโบราณและโบราณสถานที่สำคัญของจังหวัดบุรีรัมย์

13. สามพันโบก จังหวัดอุบลราชธานี

          แลนด์มาร์กที่เที่ยวเด็ดของจังหวัดอุบลราชธานี ตั้งอยู่กลางลำน้ำโขง เสน่ห์ของสามพันโบกอยู่ที่ทัศนียภาพความสวยงามของแก่งหินน้อยใหญ่ ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของแรงน้ำวน ยิ่งถ้ามาช่วงเย็น ๆ ที่แสงพระอาทิตย์สีส้มตกกระทบลงแก่งหิน จากลักษณะความสวยงามของแก่งหินในสามพันโบก ทำให้หลายคนขนานนามให้ที่นี่เป็น "แกรนด์แคนยอนเมืองไทย" เลยทีเดียว ทั้งนี้โดยรอบบริเวณสามพันโบกมีร้านค้า ร้านอาหาร และห้องน้ำ ไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ซึ่งสามารถเดินเข้าเที่ยวชมได้เลยแบบชิล ๆ

14. สะพานข้ามแม่น้ำแคว จังหวัดกาญจนบุรี

          สถานที่เที่ยวแลนด์มาร์กสำคัญทางประวัติศาสตร์ของกาญจนบุรี เป็นสะพานที่สำคัญที่สุดของเส้นทางรถไฟสายมรณะ สร้างขึ้นสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งใช้เวลาสร้างเพียง 1 เดือนเท่านั้น ภายหลังสงครามสิ้นสุดลง รัฐบาลไทยได้ทำการซ่อมแซมสะพานใหม่จนสามารถใช้งานได้ ปัจจุบันมีการยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติภาพ และเป็นประจำทุกปี จะมีการจัดงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแคว (ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมของทุกปี) เพื่อรำลึกถึงความสำคัญของการ สร้างทางรถไฟสายมรณะ และสะพานข้ามแม่น้ำแคว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในงานมีกิจกรรมสนุก ๆ อลังการทั้งแสง สี และเสียง ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าร่วมสนุกกันเต็มที่

15. เขาวัง จังหวัดเพชรบุรี

          โบราณสถานเก่าแก่คู่จังหวัดเพชรบุรี โดดเด่นด้วยเจดีย์และอาคารสีขาว ตั้งอยู่บนยอดเขาสูง สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2402 เป็นที่ประทับฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 และใช้เป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังเป็นพระราชวังแห่งแรกของประเทศไทยที่สร้างบนยอดเขา ซึ่งถือว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพระบรมราชานุสรณ์ที่ทรงคุณค่าและเป็นมรดกทางศิลปวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย และยังเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงให้นึกจังหวัดเพชรบุรีอีกด้วย

16. วัดร่องขุ่น จังหวัดเชียงราย

          ศาสนสถานสำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ผลงานการออกแบบและก่อสร้างโดย อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จิตรกรไทยที่มีผลงานจิตรกรรมไทยหลากหลาย สะดุดตาด้วยพระอุโบสถที่มีความสวยงามโดดเด่นทางศิลปะและสถาปัตยกรรมอันแสนวิจิตร ทั้งช่อฟ้า ใบระกา และรายละเอียดซึ่งแตกต่างจากวัดแห่งอื่น ภายในพระอุโบสถประกอบด้วยภาพเขียนสีทองตามผนังทั้ง 4 ด้าน ที่แฝงไว้ด้วยหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ให้นักท่องเที่ยวได้นำกลับไปขบคิดอีกต่อหนึ่ง สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก วัดร่องขุ่น - Wat Rong Khun - White Temple , Chiang Rai , Thailand

17. รูปปั้นนางเงือกที่หาดสมิหลา จังหวัดสงขลา

          แลนด์มาร์กคู่หาดสมิหลามาช้านาน นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนไม่น้อยที่เมื่อมาเที่ยวหาดสมิหลา ก็จะต้องมาถ่ายรูปคู่กับนางเงือกกันอยู่เสมอ โดยนางเงือกทองถูกสร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2509 ในท่านั่งหวีผม ซึ่งได้หล่อขึ้นด้วยบรอนซ์รมดำ โดยฝีมือการออกแบบ ปั้น และหล่อ โดย อาจารย์จิตร บัวบุศย์ ล้อมรอบด้วยวิวของหาดสมิหลาแสนสวย ทั้งยังมีกิจกรรมทางน้ำให้นักท่องเที่ยวได้เล่นสนุกมากมาย เช่น บานาน่าโบ๊ต, เจ็ตสกี และเรือใบ เป็นต้น หรือแค่จะลงเดินเล่นชายหาดชิล ๆ ก็คุ้มแล้วค่ะ

18. เศียรพระพุทธรูปกว่าร้อยปีในรากไม้ วัดมหาธาตุ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

          ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 พระปรางค์วัดมหาธาตุถือเป็นปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยอยุธยา ซึ่งได้รับอิทธิพลจากปรางค์ขอม ทั้งยังพบของโบราณหลายชิ้น คือ ผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุนำไปประดิษฐานไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สิ่งที่น่าสนใจในวัดอีกอย่าง คือ เศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ปกคลุม เข้าใจว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุง จนรากไม้ขึ้นปกคลุมมีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ

19. เขื่อนเชี่ยวหลาน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

          เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือเขื่อนรัชชประภา ตั้งอยู่ติดต่อกับอุทยานแห่งชาติเขาสก จังหวัดสุราษฎร์ธานี งดงามด้วยทัศนียภาพของภูเขาหินปูนที่สูงชันล้อมรอบด้วยผืนน้ำแสนกว้างใหญ่ ด้วยระดับความลึกของน้ำบวกกับสีของน้ำที่เข้มเหมือนสีมรกต อันเกิดจากตะไคร้น้ำที่อยู่เบื้องล่าง เหล่านี้ล้วนเป็นภาพความสวยงามของธรรมชาติ ที่ไม่ว่าใครต่างก็ต้องตกหลุมรักจนได้รับฉายาว่า "กุ้ยหลินเมืองไทย" ซึ่งเป็นที่ที่คุณสามารถล่องเรือ กินลม ชมวิวภูเขา และนอนแพพักผ่อนได้อย่างสบาย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ ที่ไม่ว่าใครก็อยากมาเยือน

20. ถ้ำมรกต จังหวัดตรัง

ภาพจาก warut pothikit / Shutterstock.com

          ถ้ำมรกต หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ถ้ำน้ำ ตั้งอยู่บริเวณเกาะมุก ความสวยงามของถ้ำมรกตอยู่ที่หาดทรายขาวสะอาด น้ำใสน่าเล่น ปากถ้ำมีลักษณะเป็นโพรงเล็ก ๆ การเข้า-ออกจะต้องลอยคอในน้ำ ลอดถ้ำอันมืดมิด ผ่านเส้นทางคดโค้ง จนทะลุสู่ถ้ำด้านใน เป็นหาดทรายขาว มีป่าไม้เขียวขจี มีโพรงรับแสงสว่างลงมาจากด้านบน และที่สุดแห่งความมหัศจรรย์ อยู่ที่บริเวณปากทางเข้าถ้ำซึ่งน้ำทะเลเป็นสีเขียวมรกตงดงามยิ่งนัก

          เป็นยังไงบ้างคะ ? แต่ละที่เที่ยวแลนด์มาร์กทั่วไทย บอกเลยว่าสวยและน่าเที่ยวสุด ๆ ไปเลย จริง ๆ แล้วยังมีแลนด์มาร์กน่าเที่ยวอื่น ๆ อีกเพียบ ลองเสนอไอเดียเข้ามาได้เลยนะคะ เอาไว้ค่อยชวนคนข้าง ๆ ไปตะลุยเที่ยวด้วยกัน ^ ^

 

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
20 ที่เที่ยวแลนด์มาร์กเด็ดทั่วไทย เคยไปแชะภาพร่วมเฟรมมาแล้วหรือยัง โพสต์เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 15:59:58 25,221 อ่าน
TOP