9 สถานที่กางเต็นท์ แหงนหน้าชมดาว รับลมเย็นช่วงปลายปี

สถานที่กางเต็นท์

          สถานที่กางเต็นท์ สัมผัสธรรมชาติ นอนนับดาวสวย ๆ บนฟ้า อีกหนึ่งเสน่ห์ของการนอนแคมปิ้ง รับลมเย็น ๆ ช่วงปลายปี

          ใกล้หน้าหนาวเข้ามาแล้ว…สำหรับนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ น่าจะรอคอยช่วงฤดูกาลนี้อยู่แน่ ๆ ซึ่งหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยม เห็นจะหนีไม่พ้นกิจกรรมแคมปิ้ง นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติสวย ๆ ภาพของภูเขาและทะเลหมอกงามตาเกินคำบรรยาย นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาแห่งความสุขในช่วงหน้าหนาวที่ใครหลายคนต่างรอคอย จากที่เราเคยแนะนำสถานที่กางเต็นท์จากกระทู้ "จัดเต็ม 30 สถานที่กางเต็นท์ทั่วไทย อากาศเย็นฉ่ำใจ ปักหมุดว่าต้องไป" และ "เที่ยวหน้าหนาวสัมผัส 26 สถานที่กางเต็นท์สุดคูล" กันมาแล้ว จริง ๆ ในเมืองไทยยังมีสถานที่กางเต็นท์ที่น่าสนใจอยู่อีกไม่น้อย ไว้หนาวนี้ไปนอนนับดาวกันให้สมใจอยากกันไปเลย

1. จุดกางเต็นท์เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จังหวัดลพบุรี

สถานที่กางเต็นท์

          สถานที่ท่องเที่ยวใกล้กรุงเทพฯ เดินทางไม่นาน แถมบรรยากาศก็ชิล กิจกรรมท่องเที่ยวยอดนิยม เช่น เดินเล่นชมวิวริมอ่างเก็บน้ำ, ชมวิวมุมสูงบนหอคอยเฉลิมพระเกียรติ และเที่ยวชมสถานแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ เป็นต้น จริง ๆ แล้วสามารถเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ได้ตลอดทั้งปี แต่แนะนำว่าให้คุณมาช่วงเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เพราะช่วงนี้จะเป็นช่วงที่ดอกทานตะวันบานเต็มทุ่งสองข้างทางเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ได้สูดอากาศที่บริสุทธิ์และชื่นชมทุ่งทานตะวันจนสุดสายตากันเลยทีเดียว

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากนอนเต็นท์ ที่นี่มีบริการให้เช่าเต็นท์ หลังละ 280 บาท/หลัง (พร้อมเครื่องนอน) หรือถ้านำเต็นท์มาเอง จะต้องเสียค่าเช่าสถานที่ (เต็นท์เล็ก เสียค่าเช่าพื้นที่ 80 บาท/หลัง, เต็นท์ใหญ่ เสียค่าเช่าพื้นที่ 150 บาท/หลัง) (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 036 494 243)

สถานที่กางเต็นท์

2. จุดกางเต็นท์น้ำตกผาตาด จังหวัดกาญจนบุรี

          ตั้งอยู่ในพื้นที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ นับเป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวชมน้ำตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในอำเภอทองผาภูมิ เหมาะกับการตั้งแคมป์ และชมธรรมชาติสวย ๆ เพลินกับสายน้ำตกที่ไหลเป็นสายจากบนเทือกเขากะลา มาเป็นน้ำในลำกุยมั่ง สายน้ำไหลลดหลั่นตกลงมาตามหน้าผาหินปูน แล้วแตกแผ่ออกไปในแนวกว้าง แนะนำให้มาเที่ยวตั้งแต่ประมาณเดือนตุลาคม-มกราคม จะเป็นช่วงที่น้ำตกสวยงามมาก ๆ

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากนอนเต็นท์ ตรงบริเวณน้ำตกผาลาดมีลานกางเต็นท์ไว้รองรับนักท่องเที่ยว แต่ไม่มีอุปกรณ์ให้เช่า นักท่องเที่ยวจะต้องเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ มาเอง โดยเสียค่าบำรุงสถานที่คนละ 30 บาท/คน (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โทรศัพท์ 062 325 5498)

สถานที่กางเต็นท์

3. จุดกางเต็นท์ฐานปฏิบัติการอ่างขาง จังหวัดเชียงใหม่

          จุดกางเต็นท์ฐานปฏิบัติการอ่างขาง จะอยู่ใกล้กับจุดชมวิวม่อนสน ในจุดนี้จะเป็นลานกว้าง มีลานจอดเฮลิคอปเตอร์ อยู่ไกลจากสถานีเกษตรหลวงอ่างขางเล็กน้อย แต่มีจุดชมวิวที่สวยงาม สะดวกในเรื่องห้องน้ำ บรรยากาศเงียบสงบ ไม่วุ่นวายเท่ากับจุดชมวิวอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้กับสถานีเกษตรฯ และยังมีความปลอดภัย เพราะอยู่ในพื้นที่ทหารอีกด้วย

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจอยากนอนเต็นท์ โดยส่วนมากจะไม่มีให้จองล่วงหน้า เพราะฉะนั้นควรสอบถามเจ้าหน้าที่ก่อนการเดินทางทุกครั้ง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง โทรศัพท์ 053 969 477

4. จุดกางเต็นท์ครัวไม้น้ำ จังหวัดหนองคาย

          เป็นหนึ่งจุดแวะพักนอนเต็นท์ สำหรับนักท่องเที่ยวที่จะไปชมทะเลหมอกยามเช้าที่ภูห้วยอีสัน มีลักษณะเป็นลานกางเต็นท์กว้าง ติดริมโขง พร้อมอากาศเย็น ๆ วิวสวย แถมอาหารก็อร่อย ซึ่งจุดกางเต็นท์ครัวไม้น้ำ เป็นจุดเดียวกับที่ขึ้นรถอีแต๊กไปยังภูห้วยอีสันอีกด้วย

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ โดยคิดค่าเช่าเต็นท์ 300 บาท/หลัง (พร้อมเครื่องนอน) สำหรับใครที่นำเต็นท์มาเอง เสียค่าเช่าพื้นที่เต็นท์ 150 บาท/หลัง สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ของทางร้าน อาจจำเป็นที่จะต้องโทรศัพท์มาจองก่อนล่วงหน้า (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ครัวไม้น้ำ โทรศัพท์ 085 001 7411)

5. อ่างเก็บน้ำวังบอน จังหวัดนครนายก

          อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ อีกหนึ่งจุดกางเต็นท์ชิล ๆ ใกล้กรุงเทพฯ มีลักษณะเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณตีนทางขึ้นเขาใหญ่ ที่นี่นักท่องเที่ยวจะสนุกไปกับกิจกรรมมากมาย เช่น การพายเรือคายัก, เล่นน้ำตก และชมวิวธรรมชาติสวย ๆ เป็นต้น ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงบ สูดอากาศบริสุทธิ์ และได้พักผ่อนร่างกายได้อย่างเต็มที่

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ ตรงบริเวณอ่างเก็บน้ำวังบอนไม่มีเต็นท์ให้เช่าบริการ นักท่องเที่ยวจะต้องนำเต็นท์ไปเอง (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ โทรศัพท์ 08 6092 6527)

สถานที่กางเต็นท์

6. จุดกางเต็นท์น้ำตกทุ่งนางครวญ จังหวัดกาญจนบุรี

          ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม ท่ามกลางธรรมชาติที่ร่มรื่น มีน้ำตลอดทั้งปี เส้นทางโดยรอบน้ำตกเต็มไปด้วยพรรณไม้และดอกไม้ป่า นับเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่น่าสนใจ หากแต่การเที่ยวชมในเขตอุทยานและน้ำตก นักท่องเที่ยวควรติดต่อที่ทำการอุทยาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่รับทราบ และไม่ควรเดินทางลำพังโดยเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอันตรายได้

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ นักท่องเที่ยวต้องเสียค่าบริการเช่าเต็นท์ 405 บาท/หลัง (สำหรับ 3 คน) พร้อมเครื่องนอน หรือถ้านักท่องเที่ยวคนไหนนำเต็นท์มาเอง เสียค่าเช่าสถานที่ 30 บาท/คน (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติลำคลองงู โทรศัพท์ 084 913 2381)

7. จุดกางเต็นท์วังผาเมฆ จังหวัดตรัง

          จุดชมทะเลหมอกที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดตรัง ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงาม มองเห็นวิวของทะเลอันดามันและเกาะต่าง ๆ ส่วนใหญ่แล้วนักท่องเที่ยวจะเดินขึ้นเขากันตั้งแต่เช้ามืด เพื่อไปให้ทันพระอาทิตย์ขึ้น โดยจะต้องมีเจ้าหน้าที่คอยนำทาง และห้ามนักท่องเที่ยวขึ้นเองโดยเด็ดขาด โดยทางบางช่วงอาจค่อนข้างลื่นและชัน นักท่องเที่ยวจะต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ นักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าเช่าเต็นท์ 100 บาท/หลัง (สำหรับ 2 คน) พร้อมค่าบำรุงสถานที่ 100 บาท/คน (มีเสื่อปูนอน แต่ไม่มีหมอนและผ้าห่ม) หรือใครนำอุปกรณ์มาเอง เสียค่าบำรุงสถานที่ 100 บาท/คน (สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 065 068 3255)

8. ดอยสวนยาหลวง จังหวัดน่าน

          ตั้งอยู่ในพื้นที่หมู่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน พื้นที่แห่งนี้ในอดีตเคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นของชาวบ้านเผ่าเมี่ยน หรือ เย้า หากแต่ในปัจจุบันกลายเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ขึ้นชื่อที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดน่าน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่บริหารจัดการโดยชาวบ้าน มีบ้านพักแบบโฮมสเตย์ไว้คอยบริการ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับวิถีชีวิตชาวบ้าน และได้รับประทานอาหารอร่อย ๆ จนอิ่มพุงกาง

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ ต้องลองไปนอนบนยอดดอยสวนยาหลวง นักท่องเที่ยวจะต้องหลงรักความสวยงามของธรรมชาติ ได้เห็นหมอกสีขาวลอยฟุ้ง สลับกับวิวเนินเขาและทิวหญ้า จนทำเอาคุณประทับใจไม่รู้ลืม เราแนะนำว่าให้คุณนำอุปกรณ์ไปเอง โดยเสียค่าบำรุงสถานที่ 30 บาท/หลัง หรือใครอยากเช่าอาจจะต้องโทรศัพท์จองก่อนล่วงหน้า (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 086 390 7737)

สถานที่กางเต็นท์

9. จุดกางเต็นท์ลานชมดาว จังหวัดเพชรบูรณ์

          ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติตาดหมอก พลาดไม่ได้กับการยลโฉมความสวยงามของ “น้ำตกตาดหมอก” ท่ามกลางพื้นที่ป่าอุดมสมบูรณ์ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวภายในอุทยานที่น่าสนใจอยู่อีกไม่น้อย เช่น "จุดชมวิวห้วยน้ำริน" ทิวทัศน์ของทุ่งนาสีเขียวไกลสุดลูกหูลูกตา, "จุดชมวิวเนินป่าไผ่" ชมทิวทัศน์ป่าไผ่สีเขียว และ "ลานชมดาว" จุดชมดาวบนดินอันงดงาม แสงไฟระยิบระยับจากเมืองเพชรบูรณ์

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการนอนเต็นท์ ตรงบริเวณจุดกางเต็นท์ลานชมดาว มีลักษณะเป็นลานโล่งเหมาะกับการกางเต็นท์และทำกิจกรรมหลากหลาย เป็นหนึ่งในจุดชมวิวซึ่งเยี่ยมยอดที่สุดของจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยนักท่องเที่ยวเสียค่าบริการเช่าเต็นท์ หลังละ 225 บาท/คน (สำหรับ 3 คน) โดยเสียค่าเช่าอุปกรณ์เครื่องนอนต่างหาก สำหรับนักท่องเที่ยวที่นำเต็นท์มาเอง เสียค่าใช้จ่าย หลังละ 30/คน (สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติตาดหมอก 081 888 4927)

          เห็นทีว่าหน้าหนาวนี้ จะต้องรีบชวนเพื่อนไปนอนเต็นท์รับอากาศดี ๆ กันแล้วค่ะ รับรองเลยว่าจะได้เห็นอีกแง่มุมหนึ่งของธรรมชาติที่สวยงาม จนทำเอาคุณต้องติดใจและหลงรักแบบไม่รู้ตัว ^ ^


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
thai.tourismthailand.org, portal.dnp.go.th


9 สถานที่กางเต็นท์ แหงนหน้าชมดาว รับลมเย็นช่วงปลายปี โพสต์เมื่อ 7 พฤศจิกายน 2560 เวลา 17:49:49 17,996 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: 9 สถานที่กางเต็นท์ แหงนหน้าชมดาว รับลมเย็นช่วงปลายปี ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP