เที่ยวทะเล...ชมวัง ดื่มด่ำธรรมชาติริมหาดทราย

 

 

เที่ยวทะเล...ชมวัง ดื่มด่ำธรรมชาติริมหาดทราย (เดลินิวส์)

          นึกถึงถิ่นทะเลใสอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ แถมเปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์แห่งความรัก และความหลังของผู้คนหลากหลายยุคสมัย ต้องยกให้กับ ชะอำ...หัวหิน ยิ่งตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงพิจารณาให้กลายมาเป็นจังหวัดที่ 77 ของประเทศไทย ยิ่งสร้างความสนใจให้กับผู้คนทั่วไปมากขึ้นเป็นกอง ว่าแล้วเพื่อให้สอดคล้องทันกระแส ท่องเที่ยววาไรตี้วันนี้ มีเรื่องราวพร้อมภาพบรรยากาศสถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจของทั้งสองอำเภอมาฝากกันให้หายคิดถึง


          ออกสตาร์ทจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าไปอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ แนะนำให้ใช้เส้นทางที่สะดวกที่สุดและใกล้ที่สุดนั่นคือ จากกรุงเทพฯ ใช้ทางหลวงหมายเลข 35 (สายธนบุรี- ปากท่อ) ผ่านสมุทรสาคร สมุทรสงคราม และอำเภอปากท่อ แล้วแยกเข้าทางหลวงหมายเลข 4 ไปจังหวัดเพชรบุรี รวมระยะทางประมาณ 123 กิโลเมตร หรือ จากกรุงเทพฯ 

 

 

          เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 4 ผ่านนครปฐม ราชบุรี ไปยังเพชรบุรี เป็นระยะทาง 166 กิโลเมตร จากนั้นขับต่อไปสู่อำเภอหัวหิน ซึ่งเมื่อมาถึงที่นี่ เพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนอื่นแนะนำให้ชวนกันไป กราบนมัสการหลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่วัดห้วยมงคล

 

          ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศตะวันตกประมาณ 16 กิโลเมตร โดยองค์ของหลวงพ่อทวดนี้ทำจากโลหะรมดำมีขนาดหน้าตักกว้าง 9.90 เมตร และสูงถึง 11.5 เมตร ตั้งอยู่บนแท่นสูง ดูโดดเด่นเป็นสง่า ท่ามกลางภูมิทัศน์ที่สวยงาม เสร็จสรรพจากการไหว้พระขอพร ท่ามกลางบรรยากาศแดดร่มลมตกยามเย็น คงไม่มีกิจกรรมใดที่ดีไปกว่าการชวนเพื่อนพ้องลงเล่นน้ำ ไหนๆ ก็มาถึงถิ่นวิวสวย น้ำทะเลใสทั้งที ใครไม่ได้ลงไปสัมผัส...เสียดายแย่ !    

 

   

          "สวนสนประดิพัทธ" คือ สถานที่ท่องเที่ยวน่าสนใจที่เรากำลังพูดถึง โดยสถานที่แห่งนี้นับเป็นสถานที่ตากอากาศที่ได้รับความนิยมโดยตลอด มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนเข้ามาเที่ยวไม่ขาดสาย ทั้งนี้อาจเป็นเพราะบรรยากาศโดยรอบที่ร่มรื่นไปด้วยทิวสน สามารถลงเล่นน้ำได้อย่างปลอดภัย แถมมีบ้านพัก บังกะโลไว้คอยให้บริการ


          สวนสนประดิพัทธ์ อยู่ห่าง จากตัวเมืองหัวหินไปทางใต้ประมาณ 9 กิโลเมตร โดยมีทางแยกจากถนนเพชรเกษมที่กิโลเมตร 240 ตรงเข้า ไปประมาณ 500 เมตร ปัจจุบันอยู่ในความดูแลของกองทัพบก นักท่องเที่ยว  ที่มาเที่ยวที่นี่ ส่วนใหญ่มักมาเล่นน้ำ และชมวิวทิวทัศน์ ซึ่งจากชายหาด มองทอดสายตาออกไปไกล ๆ สามารถมองเห็นเขาเต่า เขาตะเกียบ และเกาะสิงโต วางเรียงรายตรงหน้าเป็นภาพที่สวยงามประทับใจมาก 

 

    

          อิ่มหนำสำราญจากการเล่นน้ำทะเล รุ่งเช้าของอีกวันก่อนเดินทางกลับ ชวนกันมาแวะพักผ่อนชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมไม้สักทองกันต่อที่ "พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน" ซึ่งตั้งอยู่บริเวณค่ายพระรามหก ตำบลห้วยทรายเหนือ ตรงหลักกิโลเมตรที่ 216 เลยหาดชะอำมาประมาณ 8 กิโลเมตร สถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้แต่เดิมเป็นพระตำหนักที่ประทับริมทะเล

 

          ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้รื้อพระตำหนักหาดเจ้าสำราญมาปลูกขึ้นใหม่เมื่อปี พ.ศ. 2466 ลักษณะเป็นพระตำหนักแบบไทยผสมยุโรป เป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง สร้างด้วยไม้สักทอง พระตำหนักฝ่ายในอยู่ปีกขวา ทางปีกซ้ายเป็นส่วนของฝ่ายหน้า ประกอบด้วยพระที่นั่งสามองค์ที่มีชื่อคล้องจองเชื่อมต่อถึงกันโดยตลอด ได้แก่ พระที่นั่งสมุทรพิมาน พระที่นั่งพิศาลสาคร และพระที่นั่งสโมสรเสว กามาตย์

 

 

          พระที่นั่งสมุทรพิมาน เป็นที่ประทับของพระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี พระวรราชชายา ซึ่งโปรดเกล้าฯ ให้ตาม เสด็จฯ แปรพระราชฐานมาประทับครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2467 และพระที่นั่งแห่งนี้นี่เองคือที่มาของตำนานเล่าขานเรียกชื่อสถานที่แห่งนี้ว่าเป็น "พระราชนิเวศน์แห่งความรักและความหวัง"

 

          ด้วยเมื่อคราวที่พระนางเจ้าอินทรศักดิ์ศจี ทรงพระครรภ์นั้น องค์พระมหาธีร ราชเจ้าทรงพระเกษมสำราญยิ่งด้วยทรงมุ่งหวังว่าจะทรงมีพระปิโยรส แต่ความหวังทั้งมวลก็สิ้นสลายเมื่อสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่สามารถมีพระประสูติกาลได้ ยามนั้น พระองค์ท่านทรงอภิบาลพระมเหสีด้วยน้ำพระทัยเป็นห่วงและเศร้าสร้อย ณ พระที่นั่งสมุทรพิมานแห่งนี้


          ถัดมาที่พระที่นั่งตรงกลาง มีชื่อว่า พระที่นั่งพิศาลสาคร เป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วยห้องต่างๆ สำหรับประทับสำราญพระราชอิริยาบถ ทรงใช้เป็นที่บรรทมและทรงพระอักษร มีอาคารข้าราชบริพารฝ่ายหน้าเป็นบริวาร หลายหลัง พระที่นั่งองค์นี้มีแนวระเบียง ยาวไปถึงห้องเปลี่ยนฉลองพระองค์ยื่นลงสู่ทะเลเพื่อทรงประทับสรงน้ำริมชายหาดด้วย ส่วนพระที่นั่งสุดท้ายคือ พระที่นั่งสโมสรเสวกามาตย์ เป็นอาคารโถงสองชั้นเปิดโล่ง ไม่กั้นฝา ใช้เป็น ที่ประชุมในโอกาสต่างๆ และเป็นโรงละครซึ่งเคยจัดแสดงละครครั้งสำคัญมาแล้ว 2 ครั้ง คือ เรื่องพระร่วง และวิวาห์ พระสมุทร


          ปัจจุบันพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันพุธ อัตราค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 30 บาท เด็ก 15 บาท สำหรับคนที่ชื่นชอบโบราณสถาน ผสมผสานกับบรรยากาศพรรณไม้ร่มรื่น น้ำทะเลสีฟ้าสดใส และหาดทรายขาวสะอาดตา บอกได้เลยว่า...อย่าพลาด

          ชื่นชอบทะเล ไม่อยากเดินทางไกล ๆ แถมมีวันหยุดไม่มาก ให้ชายหาดชะอำ...หัวหินเป็นอีกหนึ่งทางเลือก แล้วคุณจะรู้ว่าเป็นความประทับใจที่ไม่อยากลืมทีเดียว

 

แนะนำการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรมเพียบ

 

  คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เที่ยวทะเล...ชมวัง ดื่มด่ำธรรมชาติริมหาดทราย ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เที่ยวทะเล...ชมวัง ดื่มด่ำธรรมชาติริมหาดทราย โพสต์เมื่อ 27 กรกฎาคม 2552 เวลา 16:51:38 249 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP