x close

งานนี้ฟรี ! 10 ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว


ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว

          กรุงโตเกียว มหานครแห่งความศิวิไลซ์ เมืองที่สามารถผสมผสานความทันสมัยและความเก่าแก่เอาไว้ด้วยกันได้อย่างลงตัว และแน่นอนว่าเมื่อนักท่องเที่ยวได้ย่างเท้ามาสู่เมืองแห่งนี้แล้ว สิ่งที่พลาดไม่ได้ก็คือการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ท่องเที่ยวฮอตฮิตของเมือง ซึ่งแน่นอนว่าคุณก็จะได้รับประสบการณ์ที่ไม่แตกต่างจากคนอื่น ๆ แต่หากว่ายังพอมีเวลาเหลือ ลองเปลี่ยนจากการไปเดินช้อปปิ้ง ใช้จ่ายซื้อของที่ไม่จำเป็น แล้วไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ดี ๆ ที่อยู่นอกกรอบของเส้นทางฮอตฮิตก็เป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย และจะทำให้คุณได้เห็นโตเกียวในมุมมองที่ลึกซึ้งขึ้นอีกเท่าตัว Lindsay MacNevin ทีมงานเว็บไซต์ escapehere เธอได้รวบรวบ 10 ประสบการณ์สุดเจ๋ง ! ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติควรได้สัมผัสเมื่อไปเยือนโตเกียวมาฝากกัน จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
 
1. เที่ยวชมตึกโซนี่ (Sony Building)

          เป็นที่ทราบกันดีว่าสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ แบรนด์โซนี่ (Sony) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งก็มีอาคารสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียวเช่นกัน อาคารสูงใหญ่ในย่านกินซ่า (Ginza) ภายในนั้นได้ซ่อนสิ่งมหัศจรรย์ไว้มากมาย นอกจากจะเป็นสำนักงานแล้ว ชั้น 1 ถึงชั้น 4 ยังจัดแสดงสินค้าทุกรุ่น ทุกตัว โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ชิ้นใหม่ล่าสุด ที่สามารถให้ผู้มาเยือนได้สัมผัส ลองฟัง และลองใช้งานได้อย่างเต็มที่ ทำให้นักท่องเที่ยวได้เห็นถึงนวัตกรรมที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดหย่อน เป็นประสบการณ์ที่จะไม่มีวันลืม

          ค่าเข้าชม : ฟรี
          เวลาเปิด-ปิด : 11.00-19.00 น.


2. ชมการซ้อมซูโม่ (Sumo) อย่างใกล้ชิด

          กีฬาซูโม่ เป็นกีฬาโบราณของญี่ปุ่นที่ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน โดยมีการจัดการแข่งขันตลอดทั้งปี ซึ่งทุกครั้งที่มีการแข่งขันนักท่องเที่ยวจะต้องเสียบัตรค่าเข้าชมในราคาที่สูงพอสมควร และยังได้นั่งชมอยู่ห่าง ๆ อีกด้วย ซึ่งถ้าหากอยากสัมผัสกับการนั่งชมเหล่านักกีฬาทำการฝึกซ้อมอย่างใกล้ชิด และไม่ต้องเสียเงินมากมาย นักท่องเที่ยวก็สามารถที่จะไปยัง Sakaigawa Beya ในกรุงโตเกียว ซึ่งเป็นสถานที่ฝึกซ้อมของนักกีฬาซูโม่ก่อนที่จะทำการแข่งขัน โดยจะทำการซ้อมตั้งแต่เช้าตรู่ ประมาณ 06.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น แต่หากต้องการความสะดวกสบายในกรุงโตเกียวก็มีหลายบริษัททัวร์ที่ให้บริการในโปรแกรมดังกล่าว

           ค่าเข้าชม : ฟรี
           เวลาเปิด-ปิด : ควรไปก่อน 06.00 น.
 
3. ไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเซนโซจิ (Senso-ji Temple)

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว

          วัดเซนโซจิ เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่ที่สุดในกรุงโตเกียว นักท่องเที่ยวรวมทั้งชาวญี่ปุ่นมักจะมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่อสิ่งต่าง ๆ ที่ตนปรารถนา วัดแห่งนี้สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 645 ตั้งอยู่ในย่านอาซากุสะ (Asakusa) มีสถาปัตยกรรมตามแบบในยุคเอโดะ บริเวณทางเข้าด้านหน้าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก เมื่อเดินผ่านประตูใหญ่เข้าไปด้านในก็จะพบกับอาคารหลัก ซึ่งเป็นสถานที่กราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การออกแบบทั้งอาคารและภายในมีความสวยงาม จนทำให้คุณไม่มีวันลืมที่แห่งนี้แน่นอน
 
          ค่าเข้าชม : บริเวณโดยรอบวัดเข้าชมฟรี
          เวลาเปิด-ปิด : บริเวณอาคารหลัก เปิดตั้งแต่ 06.00-17.00 น. และบริเวณโดยรอบวัดเปิดตลอด
 

4. เข้าร่วมเทศกาลต่าง ๆ

โตเกียว
ภาพจาก  Eyefortheworld / shutterstock.com

          เทศกาลที่จัดขึ้นในญี่ปุ่นแต่ละเทศกาล มักจะมีเอกลักษณ์ในตัวของมันเอง และมักจะสะท้อนวัฒนธรรมของคนญี่ปุ่นได้อย่างดีเลยทีเดียว ซึ่งหากนักท่องเที่ยวได้เข้าไปสัมผัสกับเทศกาลเหล่านั้น เชื่อได้เลยว่าคุณจะตกหลุมรักญี่ปุ่นอย่างไม่มีเงื่อนไข ซึ่ง 2 เทศกาล ที่เราอยากจะแนะนำก็คือ "เทศกาล Bon-Odori" ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความสุขในช่วงฤดูร้อน โดยภายในงานจะมีทั้งการเต้นรำ ดนตรี แสง สี เสียง จัดอย่างยิ่งใหญ่อลังการ นอกจากนี้ยังมีการโชว์งานศิลปะ มีร้านอาหารพื้นเมืองมากมาย ให้ได้เดินเที่ยวชมอย่างจุใจ และอีกหนึ่งเทศกาลคือ "เทศกาล Sanja Matsuri" ซึ่งเป็นเทศกาลที่เฉลิมฉลองให้กับผู้ที่ก่อตั้งวัดเซนโซจิ โดยจะมีขบวนแห่ที่มีผู้ร่วมงานหลายพันคนเลยทีเดียว

5. เที่ยวโตเกียวกับคนท้องถิ่น

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว
ภาพจาก Sean Pavone / shutterstock.com

          หากว่ายังคงมีเวลาเหลือเฟือสำหรับทริปท่องเที่ยวโตเกียว หรือยังไม่มีแผนที่แน่ชัดว่าควรจะไปเที่ยวที่ไหนดี เราขอแนะนำให้คุณลองใช้บริการจากไกด์ท้องถิ่น หรือ Systematized Goodwill Guide Groups (SGG groups) ซึ่งไกด์ส่วนใหญ่จะเป็นนักเรียน นักศึกษาชาวญี่ปุ่นที่สามารถพูดภาษาอังกฤษและภาษาอื่น ๆ ได้ในระดับดีเลยทีเดียว พวกเขาจะพาคุณเที่ยวโตเกียวได้อย่างง่าย ๆ และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่งโครงการนี้ได้เชื่อมโยงกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวญี่ปุ่น (Japan National Tourism Organization) นักท่องเที่ยวจึงมั่นใจได้ถึงศักยภาพของไกด์ท้องถิ่นเหล่านี้ นอกจากจะได้ท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ แล้ว คุณยังสามารถถามในสิ่งที่ไม่รู้กับไกด์ท้องถิ่นได้อย่างใกล้ชิด มันจึงเป็นประสบการณ์ที่คุณห้ามพลาด
 
6. ตระเวนเที่ยวเกาะโอไบดะ (Odaiba)

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว

          เกาะโอไบดะ เป็นศูนย์รวมแห่งความบันเทิง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณอ่าวโตเกียว (Tokyo Bay) ภายในเกาะโอไบดะ มีสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ Fuji TV Building, Aquacity Odaiba, DiverCity Tokyo Plaza, Museum of Maritime Science, National Museum of Emerging Science, Venus Fort, Toyota Mega Web, Ferris Wheel, Leisureland, Tokyo Big Sight เป็นต้น และจากเกาะโอไบดะก็สามารถมองเห็นสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) ได้อีกด้วย

7. เรียนพับกระดาษสไตล์ญี่ปุ่น (Origami)

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว
ภาพจาก origamikaikan

          การพับกระดาษ เป็นหนึ่งงานศิลปะที่น่าสนใจ และมีต้นกำเนิดมาจากประเทศญี่ปุ่นนี่เอง ซึ่งการพับกระดาษก็ต้องอาศัยจินตนาการในการสร้างสรรค์ผลงานค่อนข้างมาก โดยมีผู้คิดค้นพับกระดาษให้ออกมาเป็นรูปร่างต่าง ๆ มากมาย อาทิ สัตว์, ผัก, ผลไม้, หัวใจ, ตัวหนังสือ, ดอกไม้ และอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งนอกจากกิจกรรมนี้จะสร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมแล้ว ยังเป็นการเสริมสร้างสมาธิอีกด้วย นักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมีประสบการณ์ดี ๆ แบบนี้ สามารถไปได้ที่ Origami Kaikan ซึ่งเป็นทั้งศูนย์การเรียนรู้การพับกระดาษและร้านจำหน่ายของที่ระลึก ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ origamikaikan (ภาษาญี่ปุ่น) เชื่อเถอะว่าสถานที่นี้จะทำให้คุณลืมความวุ่นวายภายนอกไปเลย

           ค่าเข้าชม : ฟรี
           เวลาเปิด-ปิด : ตั้งแต่เวลา 09.30-18.00 น.
 
8. ชมพิธีแต่งงานเก่าแก่ที่ศาลเจ้าเมจิ (Meiji Jengu Shrine)

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว
ภาพจาก Blaine Image / shutterstock.com

          ศาลเจ้าเมจิเป็นศาลเจ้าในลัทธิชินโต เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโตเกียว ก่อตั้งขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 1920 มีเนื้อที่โดยรอบศาลเจ้าทั้งหมดรวมมากกว่า 700,000 ตารางเมตร ภายในศาลเจ้าเมจินอกจากจะเป็นที่กราบไหว้ขอพรต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวแล้ว ที่นี่ยังเป็นสถานที่ที่ชาวญี่ปุ่นนิยมที่จะมาจัดงานแต่งงานแบบโบราณกันอีกด้วย โดยนักท่องเที่ยวจะได้เห็นพิธีแต่งงานนี้ในทุก ๆ วัน คู่บ่าวสาวในชุดโบราณดั้งเดิมตามประเพณี จะเดินเคียงคู่กันมาอย่างสงบ พร้อมด้วยขบวนของญาติ ๆ ทั้งสองฝ่าย โดยตลอดการเดินผ่านศาลเจ้าเพื่อไปประกอบพิธีต่าง ๆ นั้น ช่างดูศักดิ์สิทธิ์และมีมนตร์ขลังที่สุด

           ค่าเข้าชม : บริเวณโดยรอบศาลเจ้าเข้าชมฟรี
           เวลาเปิด-ปิด : บริเวณศาลเจ้าเมจิเปิดให้ชมตั้งแต่เวลา 09.00-16.30 น.
 
 
9. ลิ้มลองเครื่องดื่มดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่สาเกพลาซ่า (Sake Plaza)

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว
ภาพจาก saketest

          "สาเก" เครื่องดื่มดั้งเดิมของชาวญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงแค่ได้รับความนิยมในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่รสชาติที่หวานขมบาดคอก็ไปโดนใจคนทั่วโลกด้วยเช่นกัน นั่นจึงทำให้สาเกเป็นเครื่องดื่มอีกหนึ่งชนิดที่เหมาะกับการดื่มในงานเลี้ยงสังสรรค์และช่วงฤดูหนาว ใครที่ต้องการลิ้มลองสาเกจากภูมิภาคต่าง ๆ ของญี่ปุ่น จึงไม่ควรพลาดที่จะไปเยี่ยมชมสาเกพลาซ่า ซึ่งเป็นศูนย์รวมของสาเกจากทั่วทั้งญี่ปุ่น โดยภายในสาเกพลาซ่ามีขวดสาเกหลายร้อยขวดวางเรียงรายสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับนักท่องเที่ยว สำหรับใครที่อยากจะชิมรสชาติของสาเกก็จ่ายเงินค่าธรรมเนียมเล็กน้อยเพื่อการชิม และถ้าหากถูกใจจึงค่อยซื้อกลับบ้าน แต่ใครไม่ถนัดในการดื่มก็สามารถเดินเที่ยวชมรอบ ๆ ได้เช่นกัน

          ค่าเข้าชม : ฟรี
          ที่อยู่ : ตึก Japan Sake Brewers Association Building
          เวลาเปิด-ปิด : 10.00-17.30 น.


10. เยือนตลาดปลา Tsukiji

ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว
ภาพจาก StockStudio / shutterstock.com

          ประเทศญี่ปุ่น มีชื่อเสียงมากในเรื่องของอาหารทะเล โดยเฉพาะปลาทะเลชนิดต่าง ๆ เพราะในน่านน้ำรอบ ๆ ประเทศมีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์มาก ซึ่งในแต่ละเมืองก็จะมีตลาดขายส่งปลาใหญ่ ๆ ประจำเมือง ส่วนในโตเกียวก็คือ "ตลาดปลา Tsukiji" เป็นตลาดปลาขนาดใหญ่ มีปลาหลากหลายชนิดให้ได้เลือกซื้อกัน ซึ่งในช่วงเช้าก็จะมีการเปิดประมูลปลาสำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่จะนำปลาไปขายต่อ โดยไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม ส่วนใครที่สนใจอยากจะชมปลาทูน่าขนาดบิ๊ก ทางตลาดก็จัดสรรให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวได้เพียงวันละ 120 คนเท่านั้น โดยรอบแรกจำนวน 60 คน ตั้งแต่เวลา 05.25-05.50 น. และรอบที่ 2 จำนวน 60 คน ตั้งแต่เวลา 05.50-06.15 น. แต่ถ้าหากไม่ชอบความวุ่นวาย หรือต้องรอคิวในการเข้าเที่ยวด้านในตลาด นักท่องเที่ยวก็สามารถที่จะเดินเลือกซื้ออาหารทะเลสดได้บริเวณด้านนอกของตลาด Tsukiji
 
          ค่าเข้าชม : ฟรี
          เวลาเปิด-ปิด : ตลาดด้านนอกจะเปิดตั้งแต่เวลา 05.00-14.00 น. ส่วนบริเวณ Wholesale จะเปิดให้เข้าชมหลังจาก 09.00 น. และตลาดทูน่าจะเปิด 2 ช่วงเวลา คือ ตั้งแต่เวลา 05.25-05.50 น. และ 05.50-06.15 น.

          เชื่อได้เลยว่าประสบการณ์ทั้งหมดนี้จะทำให้คุณจดจำโตเกียวได้ตลอดไป และเป็นประสบการณ์ที่น้อยคนนักจะได้มีโอกาสได้สัมผัส ไปทริปญี่ปุ่นคราวหน้าก็ห้ามพลาดที่จะไปเก็บเกี่ยวความประทับใจเหล่านี้กลับบ้านกันมาด้วยนะคะ :)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
classetouriste.be, us.jnto.go.jp, sonybuilding.jp, japan-guide.com, senso-ji.jp, gotokyo.org, bonodori.org, jnto.go.jp, origamikaikan.co.jp, meijijingu.or.jp, saketest.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
งานนี้ฟรี ! 10 ประสบการณ์สุดเจ๋งที่ต้องไปเก็บที่โตเกียว โพสต์เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2558 เวลา 17:35:09 14,829 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP