.jpg)
เพราะทุกย่างก้าวของการออกเดินทางมักมีเรื่องราวให้ได้จดจำเสมอ วันนี้เราเลยหยิบเอาอีกหนึ่งเรื่องราวการเดินทางของ คุณชานมชงเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่มักหยิบเอาประสบการณ์ดี ๆ และภาพถ่ายสวย ๆ มาแชร์ให้เราได้ชมกัน กับประสบการณ์การกลับไปเยือนยังพื้นที่ที่คุ้นชิน พื้นที่ที่ตราตรึงใจอย่าง “ภูทับเบิก” อีกสักครั้ง ด้วยเหตุผลที่ว่า...อยากมา เพื่อไปดื่มด่ำกับทะเลหมอกกว้างไกลสุดสายตาที่น่าหลงใหล ^^ เอาเป็นว่าเราลองไปชมรีวิว 12 มกราคม 2558 @ ภูทับเบิก-เพชรบูรณ์ by ชานมเวิลด์ กันดีกว่า ไปดูสิว่าภูทับเบิกมีมนตร์เสน่ห์ดึงดูดใจให้ต้องไปเยือนซ้ำ ๆ มากขนาดไหนกันนะ

อีกหนึ่งพื้นที่ของคนรักขุนเขา&สายหมอก เฟซบุ๊ก chanomworld
ไม่เคยเบื่อหรอกที่ได้กลับมาที่เดิม ๆ ปีหนึ่งหลาย ๆ ครั้ง เพราะถ้าเบื่อคงไม่มา และถ้าเบื่อก็คงไม่ได้ทำ และก็คงนึกไม่ออกว่าตอนนั้นทำอะไรอยู่ ?
.jpg)
เหนื่อยไหม ? เหนื่อยบ้างที่ต้องขับรถข้ามคืน 450 กิโลเมตร เพื่อมาที่นี่ เพื่ออะไรก็ไม่รู้ แต่รู้ว่าผมอยากมา...อยากมา...และอยากมา...
.jpg)
อยากมา...ก็เลยมาซะคนเดียว...มาเพื่อให้เห็นว่าโอกาสแบบนี้ อาจจะมีแค่เพียง 1 วัน ในฤดูกาลแบบนี้ หรืออาจจะไม่มีอีกเลยก็ได้
.jpg)
ผมยังจำปีก่อนได้เลย ปี 2556 กับเช้าวันหนึ่งในช่วงกลางเดือนธันวาคม มีพยากรณ์บอกว่าฝนหลงฤดูที่จะตกที่นี่ 3-4 วัน แล้วฝนก็ตกลงมาจริง ๆ
.jpg)
มันทำให้เช้าหนึ่งวันในเดือนธันวาคมปีนั้น พิเศษมาก ๆ ความพิเศษบางอย่างที่หลายคนอาจไม่รู้จัก...แต่ผมรู้จักมันดี
.jpg)
ปีนี้ผมก็กลับมาอีกครั้ง หลังจากมีพยากรณ์ว่าฝนจะตกในช่วง 8-11 มกราคม แล้วฝนก็ตกลงมาจริง ๆ แต่กลับทำให้หมอกคลุ้งฟุ้งกระจายจนมองไม่เห็นอะไร

ผมได้แต่รอ รอ และรอ แล้วพยากรณ์ก็บอกว่าฝนจะหยุดตกในตอนเที่ยงคืนของวันที่ 11 พร้อม ๆ ที่ท้องฟ้าจะค่อย ๆ เปิด ไร้เมฆ ไร้ฝน ในเช้าวันที่ 12 มกราคม
.jpg)
เย็นวันนั้นของวันที่ 11 มกราคม ผมยัดเสื้อผ้าสองสามตัวลงกระเป๋า แล้วขับรถออกจากบ้าน 450 กิโลเมตร กับ 5 ชั่วโมงกว่าจะไปถึงที่หมายในคืนนี้
.jpg)
ผมขับรถไปถึงสี่แยกหล่มสักในตอน 5 ทุ่ม และนอนที่โรงแรมริมทาง 450 บาท/คืน รู้สึกถึงความกังวลบางอย่าง...บางอย่างที่อาจทำให้ปีนี้ไม่เหมือนปีนั้น
.jpg)
เช้าวันที่ 12 มกราคม ผมตื่นตั้งแต่ตี 4 แล้วขับรถขึ้นภูอีกครั้ง มองดูรอบ ๆ รู้สึกไม่มีความชื้นเลย ละอองน้ำหายไปไหน ??
.jpg)
ยังจำได้เลยว่าตอนนั้นคิดอะไร...แต่ก็ยังขับรถขึ้นภูไปเรื่อย ๆ พอผมขับรถขึ้นภูมาได้ครึ่งทางก็เริ่มเห็นบางอย่างอยู่ตรงหน้า
.jpg)
ไฟตัดหมอกที่เพิ่งเคยใช้เป็นครั้งแรก...กับความรู้สึกในตอนนั้น มันคือพลังบางอย่างที่ผมอยากรู้ว่าข้างบนนั้นมันจะเป็นแบบไหน ?
.jpg)
ผมขับขึ้นไปด้วยความเร็วที่ต่ำ ๆ มาก รู้สึกรอบตัวขาวโพลนไปหมด มองเห็นได้ในระยะไม่เกิน 5 เมตร แต่ผมกลับดีใจอย่างบอกไม่ถูก
.jpg)
แล้วสุดท้ายไอ้ความรู้สึกขับรถทะลุเมฆก็มาถึง ผมคว้ามันได้อีกครั้ง ไม่ได้รู้สึกอะไรไปมากกว่า...การได้เห็นสิ่งนี้ “ทะเลหมอก”
.jpg)
ผมมาถึงที่จุดชมวิวหลักของภูทับเบิก ตรงหอแสดงอุณหภูมิตอน 05.30 น. มันมืดและมันก็หนาวมาก ๆ ราว ๆ 12 องศา แค่นั้นเอง
.jpg)
ผมไม่อยากพลาดมัน เพราะไม่รู้ว่าลมที่พัดแรงจะทำบางอย่างหายไปตอนไหน ทั้งหนาว ทั้งเย็น ทั้งมืด จนมองอะไรแทบไม่เห็น แต่บางอย่างกลับเด่นชัดอย่างที่สุด
.jpg)
มันเป็นทะเลหมอกแบบที่ผมเห็นมันมาทั้งปี แต่สำหรับช่วงเวลานี้มันคือ “ทะเลหมอก” ที่อาจจะเกิดขึ้นได้แค่วันเดียวในฤดูหนาวแบบนี้
.jpg)
และมันก็ไม่ได้สำคัญว่ามันจะเกิดขึ้นวันไหนหรือจะเกิดขึ้นกี่วัน แต่มันสำคัญเท่าที่ผมได้ตัดสินใจ ทำอะไรบางอย่างเพื่อมาที่นี่ในเช้าวันนี้
.jpg)
สิ่งที่ผมทำ...ก็ทำแบบเดิม ๆ แบบที่เคยทำ ทำแบบเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่จะได้เก็บความสุขบนที่แห่งนี้
.jpg)
แค่ได้เฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของมัน นั่นแหละความสุขของผม ความสุขที่บอกได้ไม่หมด แต่มันก็เป็นความหมายแบบนั้นจริง ๆ
.jpg)
บางทีความสุขก็ไม่รู้ว่ามันจะมาเมื่อไหร่ เหมือนกับที่เราก็ไม่รู้ว่ามันจะจากไปตอนไหน ?
.jpg)
ถ้าไม่คว้าไว้ตอนนี้แล้วตอนสุดท้ายตอนที่ได้นึกถึง เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าจะรู้สึกแบบไหน ?
.jpg)
ผมใช้เวลาดูทะเลหมอกที่หอแสดงอุณหภูมินานพอสมควร ในขณะที่หลาย ๆ คนเริ่มหายไปจากจุดชมวิว...แต่ผมกลับทำบางอย่าง
.jpg)
ผมเดินมาที่จุดกางเต็นท์ที่อยู่ริมผาของภูทับเบิก ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นของ บ้านริมผา@ทับเบิก
.jpg)
เป็นมุมมองอีกมุมที่ผมเคยทำพลาดไปเมื่อช่วงปีก่อน มันเป็นมุมที่มองเห็นวิวทะเลหมอกได้แปลกตาจริง ๆ
.jpg)
ผมเริ่มเซลฟี่ตัวเองเก็บไว้เป็นภาพความทรงจำในครั้งนี้ อาจเห็นวิวได้ไม่เยอะ แต่ผมจะไม่มีทางลืมทริปครั้งนี้แน่ ๆ
.jpg)
ทริปที่มีที่มาที่ไปอย่างชัดเจน กับปลายทางเช้าวันนี้ กับบางอย่างที่บอกว่าทำอย่างไรให้เจอทะเลหมอกที่นี่ ?
.jpg)
จากการเดินทาง 4-5 ปี ที่ผมมาที่นี่ 20 กว่าครั้ง ทำให้ผมเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่างมากขึ้น ปัจจัยสำคัญที่สุดในการเกิดทะเลหมอกของภูทับเบิก คือ ความชื้น และไม่ใช่ความชื้นจากป่าเขา
.jpg)
เนื่องจากจุดชมวิวทะเลหมอกที่นี่ไม่ได้เป็นที่ตั้งของป่าเขาต้นไม้ แต่มันเป็นพื้นที่ราบของเขตเกษตรกรรม และเป็นพื้นที่ราบของเขตที่อยู่อาศัย
.jpg)
ดังนั้นต้องใช้ความชื้นสะสมที่มาจากปริมาณน้ำฝน ดังนั้นเราถึงได้เห็นทะเลหมอกในช่วงหน้าฝนเป็นหลัก
.jpg)
พอเข้าสู่ฤดูหนาว ความชื้นจะค่อย ๆ ลดลง โอกาสการเจอทะเลหมอกก็จะลดน้อยลงตามไปด้วย
.jpg)
ส่วนฤดูหนาวความชื้นในอากาศต่ำ บวกกับภูมิศาสตร์จุดชมวิวของภูทับเบิกเป็นที่โล่ง เปิดกว้าง ไม่ได้เป็นจุดชมวิวแบบแอ่งเขา แอ่งกระทะ ทำให้ปริมาตรที่ละอองน้ำเหล่านี้จะแปรผันตรงกับกระแสลม
.jpg)
ซึ่งพอเข้าหน้าหนาวกระแสลมที่พัดมาจากจีนจะมีอย่างต่อเนื่อง และค่อนข้างแรงด้วยมวลความกดอากาศสูง ทำให้เราไม่สามารถมองเห็นมวลละอองน้ำที่อัดกันแน่นจนมองเห็นเป็นทะเลหมอกเหมือนแบบที่เห็นในตอนหน้าฝน
.jpg)
อาจมองเห็นเป็นแนวฝุ่นละอองน้ำตามเส้นขอบฟ้าเป็นสีจาง ๆ ตัดผ่านกับเส้นแสงของตะวันในยามเช้า เป็นแถบจาง ๆ ยิ่งลมแรงก็ทำให้หมอกฟุ้งกระจายจนมองอะไรไม่เห็นไปเลย ดังนั้นถ้าคุณอยากเห็นทะเลหมอกที่สวย ๆ ของภูทับเบิกต้องหน้าฝนเท่านั้น โดยเฉพาะสองเดือนสุดท้าย คือ สิงหาคม-กันยายน จะมีทะเลหมอกที่สวยที่สุด
.jpg)
แต่ถ้าอยากจะลุ้นทะเลหมอกฤดูหนาวแบบเช้าวันนี้ วันที่ 12 มกราคม แบบผม จะต้องดูช่วงเวลาที่มีฝนหลงฤดูเกิดขึ้น ซึ่งโอกาสที่ฝนจะตกในช่วงฤดูหนาวแบบนี้ก็มีทุกปี แต่มาแค่ 2-3 วัน
.jpg)
หลังจากที่ผมเต็มอิ่มกับทะเลหมอกในแบบที่ภูทับเบิกมี ผมเริ่มมองหาบางอย่างที่เป็นไฮไลท์ของช่วงเวลาแบบนี้
.jpg)
นางพญาเสือโคร่ง...ดอกไม้สีชมพูในแบบที่ใครฝันถึง สีที่บอกถึงความรู้สึกดีหรือทุก ๆ อย่างเอาไว้ด้วยกัน
.jpg)
ขอบคุณภาพใบนั้นที่อัพเดทในชมรมคนรักเขาค้อ-ภูทับเบิก ที่ทำให้ผมต้องเดินหาว่ามุมแบบนี้อยู่ที่ไหน ?
.jpg)
มันเหมือนเป็นความบังเอิญที่ทุก ๆ อย่างลงตัวไปหมด ขุนเขา สายหมอก และดอกไม้
.jpg)
ตอนนี้ผมเริ่มคิดแล้วว่าผมจะไปภูลมโลต่อดีไหม ?? ไปหรือไม่ไป....ไม่ไป หรือไปดี ???
.jpg)
หันมาอีกด้านก็จะเห็นมุมมองของวัดป่าภูทับเบิกในระยะไกล ๆ สายหมอกเช้านี้อยู่นาน อยู่ทน แต่ตอนนี้มันกำลังจะหายไป
.jpg)
พร้อม ๆ กับความคิดบางอย่างที่เข้ามาอยู่ในหัวตอนนี้ จะอยู่ จะไป หรือจะทำยังไงดีกับถนนสายนี้
.jpg)
ผมขับรถกลับมาที่จุดชมวิวเดิมอีกครั้งทำแบบเดิม ๆ ณ จุดชมวิวภูสวรรค์...มุมที่ไม่ควรพลาด
.jpg)
แล้วสุดท้าย...ของท้ายที่สุดของภูทับเบิก 12 มกราคม 2558 ก็มาถึง ผมกลับมาที่เดิม ๆ ที่เคยเริ่มต้นของเช้าวันนี้ @ จุดชมวิวตรงลานแสดงอุณหภูมิ
.jpg)
ทะเลหมอกในช่วงสาย ๆ แบบนี้ แดดร้อน ๆ แบบนี้ แต่ยังคงไม่หายไปไหน สีของมันเด่นชัด ชัดขึ้น และขาวมากขึ้น
.jpg)
จากคนหลายสิบคนในตอนนั้น ตอนนี้เหลือไม่กี่คนในตอนนี้ กับเหตุผลของการได้วนกลับมายืนในจุดที่เคยยืน
.jpg)
กับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เคยเปลี่ยนไป...แต่ตอนนี้มันกำลังเปลี่ยนไป พร้อม ๆ กับมุมมองบางอย่าง
.jpg)
มุมมองของผมนะหรือ...ภูทับเบิกของผมก็ยังคงเป็นสถานที่สวยงามเสมอ
.jpg)
แม้อะไรจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่นั่นคือสิ่งที่เราต้องยอมรับและเข้าใจมันให้มากขึ้นและมากขึ้น
.jpg)
สิ่งที่ผมทำ คือ พยายามเลือกไปอยู่ในช่วงเวลาและจังหวะที่ธรรมชาติของที่นี่สวยงามและลงตัวที่สุดเสมอ
.jpg)
และท้ายที่สุดมันก็อยู่ที่มุมมองและความทรงจำเก่า ๆ จะคอยบอกว่าเราควรจะมองที่นี่แบบไหนกัน ???
.jpg)
ความรู้สึกตอนนี้หรือวันข้างหน้าอาจจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ความทรงจำครั้งเก่าก่อนจะไม่มีวันเปลี่ยน และไม่เปลี่ยนแปลงไป
<...................... ภูทับเบิก 12 มกราคม 2558...........................>
[อีกหนึ่งพื้นที่ของคนรักขุนเขา&สายหมอก เฟซบุ๊ก chanomworld]
.jpg)


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณชานมชงเอง สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก chanomworld