น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง

          แนะนำข้อมุลเกี่ยวกับน้ำหนักกระเป๋าเดินทางที่สามารถโหลดใต้ท้องเครื่องบินและนำติดตัวขึ้นเครื่องบินของสายการยอดนิยม แต่ละสายการบินให้น้ำหนักกระเป๋ามากน้อยเท่าไร เช็กข้อมูลให้ชัวร์ก่อนเดินทาง

 



             หลังจากเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันเต็มโลกโซเซียลของผู้โดยสารท่านหนึ่ง ทำให้เป็นที่ถกเถียงเรื่องน้ำหนักและขนาดของกระเป๋า กระปุกดอทคอมขออาสาไขข้อข้องใจสำหรับนักเดินทาง ด้วยข้อมูลของสัมภาระในแต่ละสายการบิน ไม่ว่าจะเป็นน้ำหนักของสัมภาระติดตัวหรือน้ำหนักของกระเป๋าที่ต้องโหลดใต้ท้องเครื่อง รวมทั้งวัตถุต้องห้ามและข้อมูลอื่น ๆ มาบอกเล่ากันค่ะ ที่ไม่ว่าจะท่องเที่ยวเดินทางไปไหนจะได้วางแผนจัดกระเป๋าและนำกระเป๋าขึ้นเครื่องหรือโหลดใต้เครื่องได้อย่างถูกต้อง

7 ทิปส์เที่ยวให้สนุกและคุ้มค่ากว่าเดิม
น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง

สายการบินนกแอร์

น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง
 ภาพจาก nokair

- สัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียน


             ตามปกติผู้โดยสารแต่ละคนจะได้รับอนุญาตให้นำสัมภาระตามมาตรฐานที่ไม่ต้องลงทะเบียนมายังห้องโดยสารได้หนึ่งใบ โดยนับเป็นกระเป๋าถือติดตัวขึ้นเครื่อง ซึ่งจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีขนาด 36 x 56 x 23 เซนติเมตร ตามข้อบังคับการบินของบริษัทฯ สัมภาระที่นำขึ้นเครื่องจะต้องมีขนาดพอดีกับพื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพอดีกับช่องเก็บของในห้องโดยสาร วัตถุที่บริษัทฯ ระบุว่ามีน้ำหนักหรือขนาดเกินกำหนดจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปยังห้องโดยสาร

สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นสัมภาระ

             - วัตถุที่ไม่ได้บรรจุในกระเป๋าหรือภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการขนส่งทางอากาศที่ปลอดภัย โดยมีการดูแลรักษาตามปกติ

             - วัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบิน บุคคล หรือทรัพย์สินบนเครื่องบิน เช่น วัตถุที่ระบุไว้ในข้อบังคับสินค้าอันตรายขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization - ICA) และสมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association - IATA) และข้อบังคับการบินของบริบริษัทฯ

             - วัตถุที่ห้ามมีการขนส่งทางอากาศตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือคำสั่งของรัฐใดก็ตามที่ท่านจะออกเดินทาง ที่จะเดินทางไป และที่จะเดินทางผ่าน

             - วัตถุที่บริษัทฯ พิจารณาโดยชอบด้วยเหตุผลแล้วว่าไม่เหมาะกับการขนส่งทางอากาศ เนื่องจากน้ำหนัก ขนาดหรือลักษณะของวัตถุนั้น

             - วัตถุที่แตกง่ายหรือชำรุดเสียหายได้

             - อาหารทะเลสด หรือแช่แข็ง หรือเนื้อสัตว์อย่างอื่นที่อาจใส่กระเป๋าถือและนำขึ้นเครื่องได้ นอกจากจะแสดงให้เป็นที่พอใจแก่สายการบินแล้วว่าได้บรรจุหีบห่ออย่างเรียบร้อย

             - อาวุธปืนและดินปืน

             - ก๊าซที่สามารถระเบิดหรือติดไฟได้และไม่ได้ เช่น ละอองสี ก๊าซที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลียม (butane) น้ำมันก๊าด ก๊าซทำความเย็น เช่น ถังดำน้ำที่มีก๊าซบรรจุอยู่, ไนโตรเจนเหลว (เช่น สี ทินเนอร์ ตัวทำละลาย) ของแข็งที่ติดไฟได้ (เช่น ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก) สารอินทรีย์ประเภทเปอร์ออกไซด์ (เช่น เรซิ่น)

             - วัตถุมีพิษ สารอันอาจติดเชื้อได้ (เช่นไวรัส แบคทีเรีย) สารกัมมันตภาพรังสี (เช่นเรเดียม) สารกัดกร่อน (เช่น กรด ด่าง) ปรอท เครื่องวัดอุณหภูมิ สารที่มีลักษณะเป็นแม่เหล็ก สารออกไซด์ (เช่น สารฟอกขาว)

             - ในดุลพินิจของบริษัทฯ อาวุธ เช่น ปืนพกโบราณ ดาบ มีด และวัตถุในลักษณะคล้ายคลึงกัน อาจถือเป็นสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนได้ ตามข้อบังคับการบินของบริษัทฯ แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำไปไว้ในห้องโดยสาร (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 1318 หรือที่เว็บไซต์ www.nokair.com)

 สายการบินแอร์เอเชีย

             คุณสามารถจองโควตาสัมภาระใต้ท้องเครื่องล่วงหน้าในอัตราลดพิเศษได้ทางอินเทอร์เน็ต หรือในอัตราปกติเมื่อจองที่เคาน์เตอร์เช็กอินของสนามบิน AirAsia baggage allowance สัมภาระใต้ท้องเครื่องแต่ละชิ้นจะต้องมีขนาดไม่เกิน 81 x 119 x 119 เซนติเมตร และมีน้ำหนักไม่เกิน 32 กิโลกรัม

 น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง
ภาพจาก airasia

- น้ำหนักสัมภาระใต้ท้องเครื่องที่จองได้ทางอินเทอร์เน็ต

             - เส้นทางในประเทศ 15/20/25/30/40 กิโลกรัม
             - เส้นทางระหว่างประเทศ 20/25/30/40 กิโลกรัม

             หมายเหตุ: อนุญาตให้แบ่งโควตาน้ำหนักสัมภาระใต้ท้องเครื่องให้กันได้เฉพาะผู้โดยสารที่มีเลขจอง (Booking number) เดียวกันเท่านั้น นอกจากนี้ของแต่ละชิ้นต้องมีน้ำหนักน้อยกว่า 32 กก. และต้องถูกต้องตามระเบียบเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพในการทำงาน

 น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง
ภาพจาก airasia

- สัมภาระพกพา

             ผู้โดยสารแต่ละคนจะมีสิทธิ์พกพาของได้หนึ่งชิ้นและ/หรือกระเป๋าโน้ตบุ๊ก 1 ใบ หรือกระเป๋าถือ 1 ใบ เข้าห้องโดยสารของเครื่อง โดยของแต่ละชิ้นต้องมีขนาดไม่เกิน 56 x 36 x 23 เซนติเมตร และห้ามหนักเกิน 7 เซนติเมตร เมื่อรวมกับสัมภาระพกพาแล้ว นอกจากนี้สัมภาระดังกล่าวควรจะสามารถเก็บไว้ใต้ที่นั่งด้านหน้าท่านหรือช่องเก็บของเหนือหัวได้

- การพกพาของเหลว กระป๋องสเปรย์ และเจลบนเครื่องบินนานาชาติ

             ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย สายการบินแอร์เอเชียจึงเริ่มใช้ข้อจำกัดบางอย่างเพื่อกำหนดปริมาณของเหลว สเปรย์ และเจล (หรือเรียกรวมว่า "LAG") ที่ผู้โดยสารอาจจะใส่รวมเข้าไว้ในสัมภาระพกพาของเที่ยวบินนานาชาติ

             - วัตถุกลุ่ม LAG ซึ่งได้แก่เครื่องดื่ม ครีม น้ำหอม สเปรย์ เจล และยาสีฟันจะต้องถูกเก็บอยู่ในภาชนะที่มีความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร/มิลลิกรัม

             - ภาชนะใส่ LAG ทุกชิ้นควรมีขนาดพอดีไม่คับเกินไปสำหรับถุงพลาสติกใสแบบซีลปิดได้

             - อนุญาตให้ผู้โดยสารแต่ละท่านมีถุงพลาสติกใสแบบซีลปิดได้เพียงหนึ่งใบเท่านั้น โดยต้องมีปริมาตรไม่เกินหนึ่งลิตรและขนาดไม่ใหญ่กว่า 20 x 20 เซนติเมตร

- อนุญาตให้ใส่สิ่งของต่อไปนี้ไว้ในสัมภาระพกพาได้

             - ยา ในปริมาณที่เหมาะสมกับการเดินทางของท่าน เช่น ชุดยาแก้เบาหวาน

             - อาหารทารก ครีม และของเหลวที่จำเป็นสำหรับการเดินทาง

             - เครื่องสำอางที่ไม่ใช่ของเหลว ก้อนระงับกลิ่นกาย ลิปสติก ผงรองพื้น

             - อาหารทะเลหรือเนื้อสัตว์สด/แช่แข็ง ต้องแพ็กมาอย่างเหมาะสม

           (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-5159999 หรือที่เว็บไซต์ www.airasia.com)

 
 สายการบินการบินไทย

-
สัมภาระถือขึ้นเครื่อง

             นอกเหนือจากสัมภาระที่ผู้โดยสารสามารถฝากเข้าใต้เครื่องแล้ว ผู้โดยสารแต่ละท่านสามารถถือสัมภาระขึ้นเครื่องได้หนึ่งชิ้น ความยาวไม่เกิน 56 เซนติเมตร (22 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 45 เซนติเมตร (18 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ซึ่งขนาดนี้รวมล้อมือจับและกระเป๋าด้านข้างแล้ว น้ำหนักสัมภาระถือขึ้นเครื่องจะต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม (15 ปอนด์) ทั้งนี้ผู้โดยสารจะต้องวางกระเป๋าไว้บนตู้เก็บเหนือศีรษะหรือใต้เบาะของตนเอง

- ผู้โดยสารสามารถนำพาสิ่งของต่อไปนี้ขึ้นเครื่องได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

             - กระเป๋าถือ กระเป๋าใส่เงิน กระเป๋าของสุภาพสตรี ความยาวไม่เกิน 37.5 เซนติเมตร (15 นิ้ว) ความกว้างไม่เกิน 25 เซนติเมตร (10 นิ้ว) ความหนาไม่เกิน 12.5 เซนติเมตร (5 นิ้ว) ซึ่งทั้งสามมิตินี้รวมกันจะต้องไม่เกิน 75 เซนติเมตร (30 นิ้ว) และน้ำหนักไม่เกิน 1.5 กิโลกรัม (3.3 ปอนด์)

             - เครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพาเข้าข่ายนี้ด้วยเช่นกัน

             - ไม้เท้า (ไม้ค้ำยัน) ที่ใช้โดยผู้โดยสารที่มีอายุ ผู้โดยสารที่ป่วยและผู้โดยสารที่มีความทุพพลภาพ

             - กล้องหรือกล้องส่องทางไกลเล็ก

             - อาหารเด็กเล็ก

หมายเหตุ : เจ้าหน้าที่อาจทำการสุ่มตรวจด้วยเครื่องตรวจและ/หรือตาชั่งที่เคาน์เตอร์เช็กอิน และ/หรือที่ประตูขึ้นเครื่องเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามข้อบังคับนี้

             - ของเหลว เจล และสเปรย์ทุกชนิด ต้องบรรจุในภาชนะที่มีขนาดความจุไม่เกิน 100 มิลลิลิตร สำหรับภาชนะที่เกิน 100 มิลลิลิตร แม้จะบรรจุของเหลว เจล และสเปรย์เพียงเล็กน้อยก็ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้

             - ภาชนะทั้งหมดต้องใส่รวมไว้ในถุงพลาสติกใสซึ่งเปิด-ปิดผนึกได้ โดยถุงพลาสติกใสต้องมีขนาดไม่เกิน 1 ลิตร

             - ผู้โดยสารสามารถนำถุงพลาสติกใสขึ้นในห้องโดยสารได้เพียงคนละ 1 ถุงเท่านั้น และต้องแยกออกจากสัมภาระติดตัวอื่น ๆ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเมื่อถึงจุดตรวจค้น

             - ของเหลวที่ได้รับการยกเว้น ได้แก่ นม และอาหารสำหรับเด็กทารกในปริมาณที่เหมาะสม รวมถึงยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน

             - ของเหลว เจล และสเปรย์ ที่ซื้อจากร้านค้า ปลอดอากร (Duty free shops) ที่สนามบินหรือบนเครื่องบิน ต้องบรรจุในถุงพลาสติกใสปิดผนึกปากถุง ไม่มีร่องรอยการเปิดปากถุง และมีหลักฐานแสดงว่าได้ซื้อ ณ วันที่เดินทาง และควรตรวจสอบข้อมูลจากร้านค้าปลอดอากรก่อนซื้อสินค้า

- สัมภาระที่ผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นเครื่องบิน

             สัมภาระที่ผู้โดยสารนำติดตัวขึ้นบนเครื่องบินซึ่งมีน้ำหนักมากนั้น การนำขึ้นเก็บไว้ใน Overhead Locker อาจทำให้เกิดการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อขณะยกหรือยามเกิดสภาวะอากาศแปรปรวน อาจตกหล่นลงใส่ตัวท่านเองหรือผู้โดยสารอื่นจนบาดเจ็บ อีกทั้งเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน สัมภาระที่มีขนาดใหญ่และวางบนทางเดินก็จะกีดขวางช่องทางหนีภัยอันจะทำให้เกิดอันตรายได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร สายการบินไทยจึงอนุญาตให้ผูู้โดยสารนำสัมภาระที่มีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีขนาดโดยรวมไม่เกิน 45 นิ้ว หรือ 115 เซนติเมตร ขึ้นเครื่องและเก็บสัมภาระไว้ในช่องเหนือศีรษะ (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-5451873 หรือที่เว็บไซต์ www.thaiairways.co.th)

สายการบินไทย ไลออนแอร์

- สัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียน


 น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง
ภาพจาก lionairthai

             ผู้โดยสารแต่ละคนสามารถนำกระเป๋าเดินทางขึ้นเครื่องได้โดยสัมภาระดังกล่าวต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และมีขนาดไม่เกิน 40 x 30 x 20 เซนติเมตร โดยสามารถวางใต้เบาะที่นั่งด้านหน้าหรือจัดเก็บในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะภายในห้องผู้โดยสารได้ ซึ่งรวมไปถึงอุปกรณ์ที่ท่านจำเป็นต้องใช้ในระหว่างการเดินทาง เช่น เสื้อกันหนาว ผ้าห่ม กระเป๋าถือสตรี กระเป๋ากล้องขนาดเล็ก กระเป๋าบรรจุอาหารสำหรับทารก ร่ม เป็นต้น สิ่งของที่ทางสายการบินพิจารณาแล้วว่ามีน้ำหนักหรือขนาดเกินหรืออาจเป็นอันตรายจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง หากสัมภาระมีน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินได้กำหนดไว้ ผู้โดยสารจะต้องชำระค่าธรรมเนียมสัมภาระน้ำหนักเกิน ณ ประตูทางออกขึ้นเครื่อง หากมีกฎหมายยอมรับผู้โดยสารนั้นสามารถนำวัตถุเหลวขึ้นเครื่องได้ โดยต้องปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด ดังนี้

             - ของเหลวบรรจุในบรรจุภัณฑ์แต่ละชิ้นมีปริมาณไม่เกิน 100 มิลลิลิตร

             - ของเหลวทั้งหมดรวมกันไม่เกิน 1 ลิตร ขวดและบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดต้องใส่รวมกันในถุงใสที่เปิดแล้วปิดผนึกได้อีก อนุญาตให้นำขึ้นคนละ 1 ถุง

- สัมภาระลงทะเบียน

             สามารถนำสัมภาระลงทะเบียนโหลดลงใต้ท้องเครื่องบินได้น้ำหนักคนละไม่เกิน 15 กิโลกรัม โดยยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับทารก ทางสายการบินไม่มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับสัมภาระลงทะเบียน ถ้าหากผู้โดยสารนำสัมภาระลงทะเบียนมาเกินกว่า 15 กิโลกรัม จะต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในส่วนที่เกินตามกฎและเงื่อนไขของสายการบิน และสายการบินไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมการขนส่งสัมภาระสำหรับรถเข็นเด็ก รถเข็นวีลแชร์ อุปกรณ์ช่วยเดิน ไม้เท้าค้ำยัน (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-1429988, 02-5299999 หรือที่เว็บไซต์ www.lionairthai.com)


 สายการบินไทยสมายล์ แอร์เวย์

             ผู้โดยสารสามารถนำกระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ 1 ชิ้น โดยมีขนาดรวมของความกว้าง ความยาว และความสูง ไม่เกิน 115 เซนติเมตร หรือ 44.85 นิ้ว (56 x 46 x 25 เซนติเมตร หรือ 21.5 x 18 x 9.75 นิ้ว) และมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม (15.4 ปอนด์) หากกระเป๋าของผู้โดยสารมีขนาดเกินกว่าที่กำหนด ต้องนำกระเป๋าใบนั้นไปเช็กอินที่หน้าเคาน์เตอร์ก่อนออกเดินทางน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระได้กี่กิโลกรัม

             - สำหรับผู้โดยสารชั้นสมายล์พลัส ได้รับน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระสูงสุดไม่เกิน 30 กิโลกรัม (66 ปอนด์)

             - สำหรับผู้โดยสารชั้นสมายล์คลาส ได้รับน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระสูงสุดไม่เกิน 20 กิโลกรัม (44 ปอนด์)

             - เด็กทารกที่ไม่ได้รับการจัดสรรที่นั่ง ได้รับน้ำหนักกระเป๋าสัมภาระสูงสุดไม่เกิน 10 กิโลกรัม (22 ปอนด์) ยกเว้นรถเข็นหรือตะกร้าเด็กเล็ก (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-1188888 หรือที่เว็บไซต์ www.thaismileair.com)


สายการบินออเรียนท์ ไทย

- สัมภาระที่ต้องลงทะเบียน

             เมื่อผู้โดยสารนำสัมภาระมาลงทะเบียนเพื่อยืนยันการเดินทาง สัมภาระนั้นจะอยู่ในความดูแลของสายการบินโอเรียนท์ไทย และสายการบินโอเรียนท์ไทยจะออกป้ายสัมภาระสำหรับสัมภาระแต่ละชิ้นที่ลงทะเบียนแล้ว สัมภาระที่ต้องลงทะเบียนจะต้องมีชื่อของท่านหรือหลักฐานแสดงตนอื่น ๆ ติดไว้อย่างแน่นหนา สัมภาระที่ต้องลงทะเบียนจะถูกขนส่งไปพร้อมกับเที่ยวบินที่คุณเดินทาง เว้นแต่ว่าสายการบินโอเรียนท์ไทยได้เลือกที่จะขนส่งสัมภาระไปพร้อมกับเที่ยวบินอื่นเพื่อความปลอดภัย ความมั่นคง หรือด้วยเหตุผลในการปฏิบัติงาน หากสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนของคุณถูกขนส่งไปกับเที่ยวบินถัดไปสายการบินโอเรียนท์ไทย จะนำสัมภาระดังกล่าวส่งคืนให้แก่คุณภายในเวลาที่เหมาะสม เมื่อเดินทางถึงที่หมายแล้ว เว้นแต่กฎหมายที่ใช้บังคับจะกำหนดให้คุณมาแสดงตนเพื่อขอรับสัมภาระต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากร

        
- การขนส่งสัมภาระโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

             คุณสามารถนำสัมภาระที่มีน้ำหนักไม่เกิน 15 กิโลกรัม ร่วมการเดินทางไปกับท่านได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขและข้อจำกัดที่ระบุไว้ในข้อบังคับการบินของสายการบินโอเรียนท์ไทยสัมภาระที่มีน้ำหนักเกิน

             คุณไม่มีสิทธิ์นำสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดร่วมเดินทางไปได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากแต่ในดุลพินิจของสายการบินโอเรียนท์ไทย ยินยอมให้มีการขนส่งสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ อัตราค่าบริการราคากิโลกรัมละ 200 บาท (ส่วนที่เกินจาก 15 กิโลกรัม) สำหรับเส้นทางภายในประเทศ และสำหรับเส้นทางต่างประเทศ อัตราค่าบริการ (ส่วนที่เกินจาก 20 กิโลกรัม) เป็นไป ตามที่สายการบินกำหนด โดยคุณต้องชำระค่าใช้จ่ายในการขนส่งสัมภาระที่มีน้ำหนักเกินตามอัตราที่สายการบินโอเรียนท์ไทยกำหนด ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงและแตกต่างกันออกไปได้ไม่ว่าเวลาใด ๆ และสายการบินโอเรียนท์ไทยจะอนุญาตให้เมื่อมีการร้องขอซึ่งอาจกระทำได้ ณ เคาน์เตอร์เช็กอิน

- สัมภาระที่ไม่ต้องลงทะเบียน

             ผู้โดยสารจะได้รับอนุญาตให้นำสัมภาระขึ้นไปยังห้องโดยสารได้คนละหนึ่งใบ โดยจะต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 7 กิโลกรัม และสัมภาระที่คุณนำขึ้นเครื่องจะต้องมีขนาดพอดีกับพื้นที่ใต้ที่นั่งด้านหน้า หรือพอดีกับช่องเก็บของในห้องโดยสาร วัตถุที่สายการบินโอเรียนท์ไทย ระบุว่ามีน้ำหนักหรือขนาดเกินกำหนดจะไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นไปยังห้องโดยสาร


- สิ่งที่ไม่ถือว่าเป็นสัมภาระหรือไม่อาจรวมอยู่ในสัมภาระ

             - วัตถุที่ไม่ได้บรรจุในกระเป๋าหรือภาชนะที่เหมาะสมสำหรับการขนส่งทางอากาศที่ปลอดภัย โดยการดูแลรักษาตามปกติ

             - วัตถุที่อาจเป็นอันตรายต่อเครื่องบิน บุคคล หรือทรัพย์สินบนเครื่องบิน เช่น วัตถุที่ระบุไว้ในข้อบังคับสินค้าอันตราย ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (International Civil Aviation Organization-ICAO) สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (International Air Transport Association-IATA) และข้อบังคับการบินของสายการบินโอเรียนท์ไทย

             - วัตถุที่ห้ามมีการขนส่งทางอากาศตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือคำสั่งของรัฐใดก็ตามที่ท่านจะออกเดินทาง ที่จะเดินทางไปถึง และที่ท่านจะเดินทางผ่าน

             - วัตถุที่สายการบินโอเรียนท์ไทย พิจารณาโดยชอบด้วยเหตุผลแล้วว่าไม่เหมาะกับการขนส่งทางอากาศ เนื่องจากน้ำหนัก ขนาด หรือลักษณะของสิ่งนั้น

             - วัตถุที่แตกง่ายหรือชำรุดเสียหายได้

             - สัตว์ทั้งที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต

             - ชิ้นส่วนของสัตว์หรือมนุษย์

             - อาหารทะเลสดหรือแช่แข็ง หรือเนื้อสัตว์อย่างอื่นที่อาจใส่กระเป๋าถือและนำขึ้นเครื่องได้ นอกจากจะแสดงให้เป็นที่พอใจแก่สายการบินโอเรียนท์ไทย แล้วว่าได้บรรจุหีบห่ออย่างเรียบร้อยด้วยโฟมกันชื้น (STYROFOAM)และ/หรือ กล่องเก็บความเย็นซึ่งบรรจุอาหารแห้งหรืออาหารที่ไม่เสียง่าย และได้รับอนุญาตให้ลงทะเบียนเพื่อยืนยันการบินหลังจากที่ได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว หากผู้โดยสารปฏิเสธการตรวจสอบสายการบินโอเรียนท์ไทย มีสิทธิปฏิเสธไม่รับสัมภาระดังกล่าวได้

             - อาวุธปืนและดินปืน

             - ก๊าซที่สามารถระเบิดหรือติดไฟได้และไม่ได้ เช่น ละอองสี ก๊าซที่กลั่นจากน้ำมันปิโตรเลี่ยม (butane) น้ำมันก๊าด ก๊าซทำความเย็น เช่น ถังดำน้ำที่มีก๊าซบรรจุอยู่ , ไนโตรเจนเหลว (เช่น สี ทินเนอร์ ตัวทำละลาย), ของแข็งที่ติดไฟได้ (เช่น ไม้ขีดไฟ ไฟแช็ก), สารอินทรีย์ประเภทเปอร์ออกไซด์ (เช่น เรซิ่น), วัตถุมีพิษ, สารอันอาจติดเชื้อได้ (เช่น ไวรัส แบคทีเรีย), สารกัมมันตภาพรังสี (เช่น เรเดียม), สารกัดกร่อน (เช่น กรด ด่าง), ปรอท, เครื่องวัดอุณหภูมิ, สารที่มีลักษณะเป็นแม่เหล็ก, สารออกไซด์ (เช่น สารฟอกขาว)

             - วัตถุที่ในดุลพินิจของสายการบินโอเรียนท์ไทย แล้วพิจารณาเห็นว่าเป็นอาวุธ เช่น ปืนพกโบราณ ดาบ มีด และวัตถุในลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจถือเป็นสัมภาระที่ต้องลงทะเบียนได้ตามข้อบังคับการบินของสายการบินโอเรียนท์ไทย แต่ไม่ได้รับอนุญาตให้นำขึ้นไปยังห้องโดยสาร (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 1126 หรือที่เว็บไซต์ flyorientthai.com)
 
 
สายการบินบางกอกแอร์เวย์

- สัมภาระติดตัว

             สัมภาระติดตัวนำขึ้นเครื่องของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ขึ้นอยู่กับประเภทของเครื่องบิน ดังนี้

             เครื่องบิน ATR72 กระเป๋าต้องมีขนาด 44 x 28 x 23 เซนติเมตร และมีน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม

             เครื่องบิน Airbus 319 กระเป๋าต้องมีขนาด 56 x 36 x 23 เซนติเมตร และมีน้ำหนักไม่เกิน 5 กิโลกรัม

             เครื่องบิน Airbus 320 กระเป๋าต้องมีขนาด 56 x 36 x 23 ซม. และมีน้ำหนักไม่เกิน 5 กก.


- สำหรับโหลดใต้เครื่อง

             Economy Class : อนุญาตให้นำสัมภาระน้ำหนักสูงสุด 20 กิโลกรัม ต่อ 1 คน สำหรับเด็กและผู้ใหญ่/ทารก 10 กิโลกรัม

             Business Class : อนุญาตให้นำสัมภาระน้ำหนักสูงสุด 30 กิโลกรัม ต่อ 1 คน สำหรับเด็กและผู้ใหญ่/ทารก 10 กิโลกรัม

            (ทั้งนี้สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-
2655678 หรือที่เว็บไซต์ www.bangkokair.com)

 น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง
ภาพจาก airportthai

             นอกจากข้อกำหนดของสายการบินที่คุณต้องปฏิบัติตามแล้ว คุณยังจำเป็นต้องรู้ข้อมูลเกี่ยวกับมาตรการเรื่องของเหลวและการตรวจค้นของท่าอากาศยานไทยด้วย โดยสามารถเข้ามาดูรายละเอียดได้ที่ มาตรการเรื่องของเหลวและการตรวจค้น

             จะเห็นว่าแต่ละสายการบินนั้นมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้ที่มีความประสงค์จะเดินทางโดยสายการบินข้างต้นหรือสายการบินอื่น ๆ จำเป็นต้องตรวจสอบเงื่อนไขและรายละเอียดของสายการบินนั้น ๆ ให้ถี่ถ้วนด้วยนะคะ จะได้วางแผนในการจัดกระเป๋าเดินทางได้อย่างถูกต้อง แถมยังประหยัดเงินได้มากอีกด้วย เพราะการเสียค่าน้ำหนักกระเป๋าเกินหน้าเคาน์เตอร์เช็กอินนั้นมีราคาแพงกว่าการซื้อน้ำหนักกระเป๋าล่วงหน้าเป็นไหน ๆ นอกจากนี้ควรศึกษาข้อมูลเรื่องความรับผิดชอบกรณีสัมภาระสูญหายหรือชำรุดด้วยนะคะ จะได้ไม่ต้องเสียทั้งเงินและเวลานั่นเองค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก lionairthai, nokair, airasia, thaismileair, thaiairways, bangkokair, flyorientthai และ airportthai


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
น้ำหนักสัมภาระก่อนขึ้นเครื่อง เรื่องควรรู้ของนักเดินทาง โพสต์เมื่อ 22 ตุลาคม 2557 เวลา 16:21:59 166,503 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP