จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) จีน ดินแดนของภูเขาหินเสาสูงตระหง่านราวเทพนิยาย ใครอยากเปิดประสบการณ์เที่ยวธรรมชาติแบบยิ่งใหญ่และไม่เหมือนที่ไหน ต้องลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้ง หากกำลังมองหาปลายทางท่องเที่ยวที่ทั้งสวยแปลกตาและเต็มไปด้วยธรรมชาติยิ่งใหญ่ จางเจียเจี้ย (Zhangjiajie) จีน คือหนึ่งในจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เมืองท่องเที่ยวชื่อดังที่โดดเด่นด้วยภูเขาหินสูงตระหง่าน ทะเลหมอก และวิวธรรมชาติราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซี บรรยากาศที่นี่ทั้งอลังการและน่าค้นหา เหมาะกับสายเที่ยวที่อยากเปิดประสบการณ์ใหม่และเก็บภาพความทรงจำสวย ๆ ท่ามกลางธรรมชาติระดับโลก จางเจียเจี้ย เป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญในมณฑลหูหนาน อยู่ทางตอนกลางของจีน เมืองนี้โด่งดังระดับโลกจากภูมิประเทศภูเขาหินเสาสูงแปลกตาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ จนดูเหมือนฉากจากโลกแฟนตาซี นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมาที่นี่เพื่อชมธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ และสัมผัสบรรยากาศภูเขา หมอก และป่าไม้ที่งดงามไม่เหมือนที่ไหนในโลก เดิมทีพื้นที่ของจางเจียเจี้ยเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก เต็มไปด้วยภูเขา ป่าไม้ และหุบเขาที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติยาวนาน จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1982 รัฐบาลจีนได้ประกาศจัดตั้ง Zhangjiajie National Forest Park ให้เป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของประเทศ เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพัฒนาพื้นที่ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ จุดเด่นของจางเจียเจี้ย คือภูเขาหินทรายที่ถูกกัดเซาะโดยลม ฝน และกระบวนการทางธรณีวิทยาเป็นเวลาหลายล้านปี จนเกิดเป็นเสาหินสูงตระหง่านนับพันต้นเรียงรายท่ามกลางป่าไม้เขียวขจี เมื่อหมอกลอยปกคลุมยอดเขา ภาพที่เห็นจึงดูราวกับภูเขาลอยอยู่กลางอากาศ กลายเป็นทิวทัศน์อันน่าตื่นตา และทำให้ที่นี่กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางด้านธรรมชาติที่มีชื่อเสียงระดับโลก สิ่งที่ทำให้จางเจียเจี้ยโดดเด่น คือ ภูเขาหินทรงเสาสูงตระหง่านนับพันต้นที่เกิดจากกระบวนการธรรมชาติยาวนานหลายล้านปี เมื่อหมอกลอยคลอรอบยอดเขา ภาพที่เห็นจึงดูราวกับภูเขาลอยอยู่กลางอากาศ นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติและจุดชมวิวหลายแห่งที่ให้บรรยากาศอลังการ จนกลายเป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กธรรมชาติที่สวยที่สุดของจีน จริง ๆ แล้วจางเจียเจี้ยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่าผู้เดินทางชื่นชอบบรรยากาศแบบไหน เดือนเมษายน - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) : อากาศสดชื่น ดอกไม้บาน และมีโอกาสเห็น "ทะเลหมอก" สูงที่สุด เดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) : เป็นช่วงพีคที่สุด เพราะอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าใส และใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม ตัดกับหินสีเทาได้อย่างงดงาม เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) : สำหรับสายโรแมนติกที่อยากเห็น "หุบเขาอวตารสีขาว" จากหิมะปกคลุม (แต่ต้องระวังเรื่องทางเดินที่อาจลื่นและบางจุดปิดทำการ) หากได้เดินทางไปถึงจางเจียเจี้ยแล้ว มีสถานที่ไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องแวะไปสัมผัส เพราะแต่ละแห่งล้วนเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก ได้แก่ เขาเทียนเหมินซาน (ประตูสวรรค์) หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Tianmen Mountain หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภูเขาประตูสวรรค์” นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกขึ้นสู่ยอดเขา ระหว่างทางจะได้ชมวิวภูเขาและป่าไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ไฮไลต์สำคัญคือช่องเขาขนาดใหญ่ที่เกิดจากธรรมชาติซึ่งดูราวกับประตูขนาดยักษ์กลางภูเขา เมื่อยืนมองผ่านช่องหินแห่งนี้ หลายคนรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่หน้าประตูสู่สวรรค์จริง ๆ หุบเขาอวตาร (หยวนเจียเจี้ย) อีกหนึ่งจุดชมวิวที่โด่งดังระดับโลกคือ Yuanjiajie Scenic Area ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแท่งหินสูงตระหง่านกลางป่าเขียวขจี จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากภูเขาลอยฟ้าในภาพยนตร์อย่าง Avatar ไฮไลต์ของที่นี่คือ “ภูเขาฮัลเลลูยา” เสาหินขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่นราวกับลอยอยู่ท่ามกลางหมอก นอกจากนี้ยังมีลิฟต์แก้วกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Bailong Elevator ซึ่งพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดผาอย่างรวดเร็ว พร้อมชมวิวภูเขาอลังการตลอดเส้นทาง สะพานกระจกจางเจียเจี้ย แกรนด์แคนยอน สำหรับสายผจญภัย ต้องไม่พลาด Zhangjiajie Grand Canyon Glass Bridge สะพานกระจกใสที่ทอดยาวเหนือหุบเขาลึกระดับโลก เมื่อเดินบนสะพาน นักท่องเที่ยวสามารถมองทะลุผ่านพื้นกระจกลงไปเห็นก้นเหวด้านล่างได้อย่างชัดเจน สร้างทั้งความตื่นเต้นและความหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน แต่ก็แลกมาด้วยวิวธรรมชาติที่สวยงามแบบพาโนรามาที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากที่อื่น โดยทั่วไปนักท่องเที่ยวมักใช้เวลาเที่ยวจางเจียเจี้ยประมาณ 3-5 วัน เพื่อชมสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ๆ ได้อย่างเต็มที่ หากมีเวลามากกว่านั้นก็สามารถเดินทางไปสำรวจเมืองใกล้เคียงหรือธรรมชาติในพื้นที่อื่นของมณฑลหูหนานเพิ่มเติมได้อีกด้วย การเที่ยวจางเจียเจี้ย ส่วนใหญ่จะต้องเดินชมธรรมชาติและขึ้นจุดชมวิวต่าง ๆ จึงควรแต่งตัวสบาย ๆ เช่น เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าเพื่อความคล่องตัว หากไปช่วงอากาศเย็นควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อแจ็กเก็ตไปด้วย และอย่าลืมหมวกหรือแว่นกันแดดสำหรับวันที่แดดแรง ราคาทัวร์ไปจางเจียเจี้ย จากประเทศไทยโดยทั่วไปอยู่ประมาณ 15,000-35,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนวัน สายการบิน โรงแรม และสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมอยู่ในโปรแกรมทัวร์ แพ็กเกจส่วนใหญ่มักเป็นทริป 4-6 วัน ซึ่งครอบคลุมจุดท่องเที่ยวสำคัญและการเดินทางภายในเมือง หากมีแผนเดินทางไปเที่ยวจางเจียเจี้ย สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรรู้ล่วงหน้าคือ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ซึ่งแต่ละจุดจะมีราคาต่างกัน โดยบางแห่งรวมรถบัสหรือกระเช้าแล้ว แต่บางแห่งต้องซื้อตั๋วเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ค่าเข้าหลักของอุทยานอยู่ที่ประมาณ 224-240 หยวน (ประมาณ 1,100-1,200 บาท) โดยตั๋วสามารถใช้เที่ยวได้ ประมาณ 4 วันติดต่อกัน และรวมรถบัสรับส่งภายในอุทยานไว้แล้ว (ภายในอุทยานมีจุดท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น หุบเขาอวตาร (Yuanjiajie), เขาเทียนจื่อ (Tianzi Mountain), Yangjiajie, Golden Whip Stream) *** เครื่องเล่นหรือระบบขนส่งบางอย่าง เช่น กระเช้าลอยฟ้า ลิฟต์แก้ว หรือรถไฟชมวิว จะต้องซื้อตั๋วแยกเพิ่มเติม ปัจจุบันการเดินทางไปยังจางเจียเจี้ยสะดวกมาก ๆ โดยบินตรงจากกรุงเทพฯ ไปยังสนามบินเหอฮัว Zhangjiajie Hehua International Airport (DYG) ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง หลังจากเครื่องลงก็สามารถนั่งรถเข้าเมืองหรือไปยังที่พักใกล้แหล่งท่องเที่ยวได้ภายในราว 15-30 นาที เหมาะมากสำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด เพราะช่วยลดความเหนื่อยล้าจากการต่อรถหลายช่วง และสามารถเริ่มต้นเที่ยวได้แทบจะทันที อีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันคือการบินไปลงที่ Changsha เมืองหลวงของมณฑลหูหนาน จากนั้นต่อรถไฟความเร็วสูง ไปยังสถานี Zhangjiajie West Railway Station ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2-3 ชั่วโมง และเมื่อมาถึงตัวเมืองจางเจียเจี้ยแล้ว การเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ก็ทำได้ง่าย ทั้งรถบัสที่วิ่งเชื่อมตัวเมืองกับจุดท่องเที่ยวหลัก หรือการเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Alipay (Didi) ที่ช่วยคำนวณค่าโดยสารและนำทางให้ครบเลยทีเดียว ปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวจีนรวมถึงจางเจียเจี้ยได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า สำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น *** ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567เป็นต้นมา ไทยและจีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างกัน สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตธรรมดา ทำให้คนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนเพื่อท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ ได้สูงสุด 30 วันต่อครั้ง ก่อนวางแผนเดินทางไปเที่ยวจางเจียเจี้ย มีเรื่องสำคัญบางอย่างที่นักท่องเที่ยวควรรู้และเตรียมตัวล่วงหน้า เพื่อให้ทริปเป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกกับการเที่ยวธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ โหลดแอปฯ "Alipay" และผูกบัตรให้พร้อม ปัจจุบันจางเจียเจี้ยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเกือบ 100% ตั้งแต่ค่ารถเมล์ ยันร้านขายผลไม้ข้างทาง แนะนำให้โหลด Alipay แล้วผูกกับบัตร Travel Card หรือบัตรเครดิตให้เรียบร้อย และที่สำคัญคือใน Alipay จะมีฟีเจอร์ Didi (เรียกรถ) ซึ่งช่วยให้เดินทางในเมืองได้สะดวกมาก เช็ก "ปฏิทินวันหยุดจีน" จางเจียเจี้ยเป็นที่นิยมของคนจีนมหาศาล หากไปเที่ยวตรงกับวันชาติจีน (1-7 ตุลาคม) หรือ วันแรงงาน (ต้นเดือนพฤษภาคม) คุณจะต้องเผชิญกับมวลมหาประชาชนที่รอคิวขึ้นกระเช้าหรือลิฟต์แก้วนานถึง 3-5 ชั่วโมง การเที่ยวจะหมดสนุกทันที แนะนำให้เลี่ยงช่วงวันหยุดยาวและปิดเทอมของเด็กจีน (กรกฎาคม - สิงหาคม) จะดีที่สุด ซื้อตั๋วอุทยาน "ล่วงหน้า" และระบุเวลา อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยและเขาเทียนเหมินซาน มีการจำกัดจำนวนคนเข้าต่อวันและต้องระบุช่วงเวลาเข้า เช่น รอบ 08.00-09.00 น. หากไปสายกว่าเวลาที่ระบุอาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าได้ แนะนำให้จองผ่านเอเจนซี่หรือแอปจองท่องเที่ยวชื่อดังล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ได้รอบเช้าที่สุด (เพราะคนจะน้อยและถ่ายรูปสวยกว่า) เตรียมร่างกายให้พร้อม แม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างกระเช้าและลิฟต์ แต่การเดินชมวิวบนยอดเขายังต้องใช้แรงเยอะมาก บางวันอาจต้องเดินขึ้น-ลงบันไดนับพันขั้น แนะนำให้เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนไปสัก 2 สัปดาห์ และที่ขาดไม่ได้คือกอเอี๊ยะหรือสเปรย์ฉีดกล้ามเนื้อ พกติดกระเป๋าไว้ ได้ใช้แน่นอน พกทิชชู่เปียกและของใช้ส่วนตัว แม้ห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวหลักจะปรับปรุงดีขึ้นมากแล้ว แต่ในจุดพักแรมหรือร้านอาหารท้องถิ่นอาจจะยังไม่ถูกใจนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่าไรนัก การพก ทิชชู่เปียกและเจลล้างมือติดตัวไว้จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ รวมถึงปลั๊กไฟที่จีนส่วนใหญ่เป็นแบบ 2 ขาแบน (เหมือนไทย) แต่บางแห่งอาจเป็น 3 ขาเฉียง พก Universal Adapter ติดไว้สักอันก็อุ่นใจเพิ่ม ลิงเจ้าถิ่น ในอุทยานจะมีลิงเยอะมาก ห้ามถือถุงพลาสติกหรือขนมล่อลิงเด็ดขาด เพราะน้องดุและมือไวมาก หากกำลังมองหาทริปธรรมชาติที่ทั้งยิ่งใหญ่และน่าตื่นตา จางเจียเจี้ย คือจุดหมายที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง ภูเขาหินสูงตระหง่าน ทะเลหมอก และวิวอลังการ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในทริปในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ^ ^ หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง ยกใจให้ 15 ที่เที่ยวจีน ไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและสุดน่าทึ่ง ภูเขาสี่ดรุณี อลังการอ้อมกอดธรรมชาติและขุนเขาสวยจับใจ ฟ่านจิ้งซาน มรดกโลกทางธรรมชาติของจีน ควรไปเช็กอินสักครั้งในชีวิต หุบเขาเทวดา วั้งเซียนกู่ ประเทศจีน หมู่บ้านโบราณริมผา สวยงามดุจเทพนิยาย ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ mfa.go.th, เว็บไซต์ en.people.cn, เว็บไซต์ cn-zhangjiajie.com, เว็บไซต์ chinahighlights.com