จางเจียเจี้ย จีน
จางเจียเจี้ย อยู่ที่ไหน
จางเจียเจี้ย ประวัติ
จางเจียเจี้ย มีจุดเด่นอะไร
จางเจียเจี้ย เที่ยวช่วงไหนดี
จริง ๆ แล้วจางเจียเจี้ยมีความสวยงามในทุกฤดูกาล ขึ้นอยู่กับว่าผู้เดินทางชื่นชอบบรรยากาศแบบไหน
-
เดือนเมษายน - พฤษภาคม (ฤดูใบไม้ผลิ) : อากาศสดชื่น ดอกไม้บาน และมีโอกาสเห็น "ทะเลหมอก" สูงที่สุด
- เดือนกันยายน - ตุลาคม (ฤดูใบไม้ร่วง) : เป็นช่วงพีคที่สุด เพราะอากาศเย็นสบาย ท้องฟ้าใส และใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองส้ม ตัดกับหินสีเทาได้อย่างงดงาม
ภาพจาก : AfriramPOE / shutterstock.com
- เดือนธันวาคม - กุมภาพันธ์ (ฤดูหนาว) : สำหรับสายโรแมนติกที่อยากเห็น "หุบเขาอวตารสีขาว" จากหิมะปกคลุม (แต่ต้องระวังเรื่องทางเดินที่อาจลื่นและบางจุดปิดทำการ)
จางเจียเจี้ย จุดเช็กอิน
หากได้เดินทางไปถึงจางเจียเจี้ยแล้ว มีสถานที่ไฮไลต์สำคัญที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องแวะไปสัมผัส เพราะแต่ละแห่งล้วนเป็นแลนด์มาร์กระดับโลก ได้แก่
-
เขาเทียนเหมินซาน (ประตูสวรรค์)
หนึ่งในจุดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ Tianmen Mountain หรือที่หลายคนเรียกว่า “ภูเขาประตูสวรรค์” นักท่องเที่ยวสามารถนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกขึ้นสู่ยอดเขา ระหว่างทางจะได้ชมวิวภูเขาและป่าไม้ที่ทอดยาวสุดสายตา ไฮไลต์สำคัญคือช่องเขาขนาดใหญ่ที่เกิดจากธรรมชาติซึ่งดูราวกับประตูขนาดยักษ์กลางภูเขา เมื่อยืนมองผ่านช่องหินแห่งนี้ หลายคนรู้สึกราวกับกำลังยืนอยู่หน้าประตูสู่สวรรค์จริง ๆ
-
หุบเขาอวตาร (หยวนเจียเจี้ย)
อีกหนึ่งจุดชมวิวที่โด่งดังระดับโลกคือ Yuanjiajie Scenic Area ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยแท่งหินสูงตระหง่านกลางป่าเขียวขจี จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้กับฉากภูเขาลอยฟ้าในภาพยนตร์อย่าง Avatar ไฮไลต์ของที่นี่คือ “ภูเขาฮัลเลลูยา” เสาหินขนาดใหญ่ที่ดูโดดเด่นราวกับลอยอยู่ท่ามกลางหมอก นอกจากนี้ยังมีลิฟต์แก้วกลางแจ้งที่สูงที่สุดในโลกอย่าง Bailong Elevator ซึ่งพานักท่องเที่ยวขึ้นสู่ยอดผาอย่างรวดเร็ว พร้อมชมวิวภูเขาอลังการตลอดเส้นทาง
-
สะพานกระจกจางเจียเจี้ย แกรนด์แคนยอน
สำหรับสายผจญภัย ต้องไม่พลาด Zhangjiajie Grand Canyon Glass Bridge สะพานกระจกใสที่ทอดยาวเหนือหุบเขาลึกระดับโลก เมื่อเดินบนสะพาน นักท่องเที่ยวสามารถมองทะลุผ่านพื้นกระจกลงไปเห็นก้นเหวด้านล่างได้อย่างชัดเจน สร้างทั้งความตื่นเต้นและความหวาดเสียวในเวลาเดียวกัน แต่ก็แลกมาด้วยวิวธรรมชาติที่สวยงามแบบพาโนรามาที่หาไม่ได้ง่าย ๆ จากที่อื่น
ภาพจาก : u photostock / shutterstock.com
เที่ยวจางเจียเจี้ย ต้องใช้เวลากี่วัน
ไปจางเจียเจี้ย แต่งตัวยังไง
การเที่ยวจางเจียเจี้ย ส่วนใหญ่จะต้องเดินชมธรรมชาติและขึ้นจุดชมวิวต่าง ๆ จึงควรแต่งตัวสบาย ๆ เช่น เสื้อผ้าที่ระบายอากาศได้ดี รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่าเพื่อความคล่องตัว หากไปช่วงอากาศเย็นควรเตรียมเสื้อกันหนาวหรือเสื้อแจ็กเก็ตไปด้วย และอย่าลืมหมวกหรือแว่นกันแดดสำหรับวันที่แดดแรง
ทัวร์จางเจียเจี้ย ราคาเท่าไหร่
จางเจียเจี้ย ค่าเข้า
หากมีแผนเดินทางไปเที่ยวจางเจียเจี้ย สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรรู้ล่วงหน้าคือ ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวหลัก ซึ่งแต่ละจุดจะมีราคาต่างกัน โดยบางแห่งรวมรถบัสหรือกระเช้าแล้ว แต่บางแห่งต้องซื้อตั๋วเพิ่มเติม
- อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ค่าเข้าหลักของอุทยานอยู่ที่ประมาณ 224-240 หยวน (ประมาณ 1,100-1,200 บาท) โดยตั๋วสามารถใช้เที่ยวได้ ประมาณ 4 วันติดต่อกัน และรวมรถบัสรับส่งภายในอุทยานไว้แล้ว (ภายในอุทยานมีจุดท่องเที่ยวสำคัญหลายแห่ง เช่น หุบเขาอวตาร (Yuanjiajie), เขาเทียนจื่อ (Tianzi Mountain), Yangjiajie, Golden Whip Stream)
ภาพจาก tete_escape / shutterstock.com
จางเจียเจี้ย วิธีเดินทาง
ภาพจาก : Avillfoto / shutterstock.com
จางเจียเจี้ย ใช้วีซ่าไหม
ปัจจุบันคนไทยสามารถเดินทางไปเที่ยวจีนรวมถึงจางเจียเจี้ยได้โดยไม่ต้องทำวีซ่า สำหรับการท่องเที่ยวระยะสั้น
*** ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567เป็นต้นมา ไทยและจีนมีข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างกัน สำหรับผู้ถือพาสปอร์ตธรรมดา ทำให้คนไทยสามารถเดินทางเข้าประเทศจีนเพื่อท่องเที่ยว ธุรกิจ หรือเยี่ยมญาติ ได้สูงสุด 30 วันต่อครั้ง
จางเจียเจี้ย ข้อแนะนำก่อนเที่ยว
ภาพจาก : Alen thien / shutterstock.com
-
โหลดแอปฯ "Alipay" และผูกบัตรให้พร้อม ปัจจุบันจางเจียเจี้ยเข้าสู่สังคมไร้เงินสดเกือบ 100% ตั้งแต่ค่ารถเมล์ ยันร้านขายผลไม้ข้างทาง แนะนำให้โหลด Alipay แล้วผูกกับบัตร Travel Card หรือบัตรเครดิตให้เรียบร้อย และที่สำคัญคือใน Alipay จะมีฟีเจอร์ Didi (เรียกรถ) ซึ่งช่วยให้เดินทางในเมืองได้สะดวกมาก
-
เช็ก "ปฏิทินวันหยุดจีน" จางเจียเจี้ยเป็นที่นิยมของคนจีนมหาศาล หากไปเที่ยวตรงกับวันชาติจีน (1-7 ตุลาคม) หรือ วันแรงงาน (ต้นเดือนพฤษภาคม) คุณจะต้องเผชิญกับมวลมหาประชาชนที่รอคิวขึ้นกระเช้าหรือลิฟต์แก้วนานถึง 3-5 ชั่วโมง การเที่ยวจะหมดสนุกทันที แนะนำให้เลี่ยงช่วงวันหยุดยาวและปิดเทอมของเด็กจีน (กรกฎาคม - สิงหาคม) จะดีที่สุด
-
ซื้อตั๋วอุทยาน "ล่วงหน้า" และระบุเวลา อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยและเขาเทียนเหมินซาน มีการจำกัดจำนวนคนเข้าต่อวันและต้องระบุช่วงเวลาเข้า เช่น รอบ 08.00-09.00 น. หากไปสายกว่าเวลาที่ระบุอาจถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าได้ แนะนำให้จองผ่านเอเจนซี่หรือแอปจองท่องเที่ยวชื่อดังล่วงหน้าอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อให้ได้รอบเช้าที่สุด (เพราะคนจะน้อยและถ่ายรูปสวยกว่า)
-
เตรียมร่างกายให้พร้อม แม้จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างกระเช้าและลิฟต์ แต่การเดินชมวิวบนยอดเขายังต้องใช้แรงเยอะมาก บางวันอาจต้องเดินขึ้น-ลงบันไดนับพันขั้น แนะนำให้เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ ก่อนไปสัก 2 สัปดาห์ และที่ขาดไม่ได้คือกอเอี๊ยะหรือสเปรย์ฉีดกล้ามเนื้อ พกติดกระเป๋าไว้ ได้ใช้แน่นอน
ภาพจาก : AfriramPOE / shutterstock.com
-
พกทิชชู่เปียกและของใช้ส่วนตัว แม้ห้องน้ำในแหล่งท่องเที่ยวหลักจะปรับปรุงดีขึ้นมากแล้ว แต่ในจุดพักแรมหรือร้านอาหารท้องถิ่นอาจจะยังไม่ถูกใจนักท่องเที่ยวชาวไทยเท่าไรนัก การพก ทิชชู่เปียกและเจลล้างมือติดตัวไว้จะช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้นเยอะ รวมถึงปลั๊กไฟที่จีนส่วนใหญ่เป็นแบบ 2 ขาแบน (เหมือนไทย) แต่บางแห่งอาจเป็น 3 ขาเฉียง พก Universal Adapter ติดไว้สักอันก็อุ่นใจเพิ่ม
-
ลิงเจ้าถิ่น ในอุทยานจะมีลิงเยอะมาก ห้ามถือถุงพลาสติกหรือขนมล่อลิงเด็ดขาด เพราะน้องดุและมือไวมาก
หากกำลังมองหาทริปธรรมชาติที่ทั้งยิ่งใหญ่และน่าตื่นตา จางเจียเจี้ย คือจุดหมายที่ควรไปสัมผัสสักครั้ง ภูเขาหินสูงตระหง่าน ทะเลหมอก และวิวอลังการ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมสถานที่แห่งนี้ถึงกลายเป็นหนึ่งในทริปในฝันของนักเดินทางทั่วโลก ^ ^
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ ที่เที่ยวจีน ที่เที่ยวธรรมชาติ อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
+++ ยกใจให้ 15 ที่เที่ยวจีน ไฮไลต์สถานที่ท่องเที่ยวสวยงามและสุดน่าทึ่ง
+++ ภูเขาสี่ดรุณี อลังการอ้อมกอดธรรมชาติและขุนเขาสวยจับใจ
+++ ฟ่านจิ้งซาน มรดกโลกทางธรรมชาติของจีน ควรไปเช็กอินสักครั้งในชีวิต
+++ หุบเขาเทวดา วั้งเซียนกู่ ประเทศจีน หมู่บ้านโบราณริมผา สวยงามดุจเทพนิยาย





