เที่ยวญี่ปุ่น กับหลากหลายเรื่องราวน่ารู้ต่าง ๆ ทั้งการเข้าประเทศ การเดินทาง รวมถึงการเตรียมตัวต่าง ๆ เอาไว้เป็นไกด์ไลน์ท่องเที่ยวญี่ปุ่นกัน ญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เคยเบื่อ และในปี 2025 นี้ก็ยิ่งน่าเที่ยวกว่าเดิม ทั้งแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ร้านอาหารเปิดเพียบ รวมถึงเมืองต่าง ๆ ที่พัฒนาให้เดินทางสะดวกขึ้นมาก ไม่ว่าคุณจะคิดถึงบรรยากาศโตเกียวสุดคึกคัก หลงเสน่ห์วัฒนธรรมแบบเกียวโต หรืออยากออกไปสัมผัสธรรมชาติที่ฮอกไกโด บอกเลยว่ากลับไปครั้งนี้ต้องได้ประสบการณ์สดใหม่แน่นอน เพื่อให้ทริปสนุกแบบไม่สะดุด เรารวมเรื่องสำคัญที่ควรรู้ก่อนออกเดินทางมาให้เตรียมพร้อมกันแล้ว ข้อมูลจากเว็บไซต์ hco.mhlw.go.jp บอกรายละเอียดสำหรับการเข้าประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายน 2565 เป็นต้นไป สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ Visit Japan Website เพียงช่องทางเดียว และไม่ต้องลงทะเบียน MySOS แล้ว (เริ่มมีผลตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565) เมื่อกรอกเสร็จ จะได้ QR Code ซึ่งใช้สแกนผ่านจุด ตม. และศุลกากรเมื่อมาถึงญี่ปุ่น แนะนำให้กรอกล่วงหน้า (เช่น 2-3 วันก่อนบิน) เพื่อความสะดวก ทุกครั้งที่เราเดินทางไปญี่ปุ่นในยุคก่อน มักจะคุ้นเคยกับการกรอกใบ ตม. และแบบฟอร์มศุลกากรบนเครื่องบิน แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นได้เปลี่ยนมาใช้ระบบออนไลน์เป็นหลักแล้ว นักท่องเที่ยวต้องกรอกข้อมูลผ่านเว็บไซต์ Visit Japan Web ซึ่งช่วยให้ขั้นตอนการเข้าประเทศรวดเร็วและสะดวกกว่าเดิมมาก +++ ลิงก์ลงทะเบียน Visit Jpann Website คลิก ที่นี่ สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยใช้งาน Visit Japan Web มาก่อน จำเป็นต้องใช้อีเมลเพื่อสมัครบัญชีใหม่ จากนั้นจึงกรอกข้อมูลส่วนตัว เที่ยวบิน และที่พักได้ทันที แต่ถ้าใครเคยลงทะเบียนไว้แล้ว สามารถล็อกอินด้วยบัญชีเดิมและสร้างทริปใหม่ได้เลย สะดวกมาก ๆ โดยไม่ต้องกรอกข้อมูลซ้ำหลายรอบ เริ่มจากการสมัครบัญชี โดยกดปุ่ม “Sing up for a new account” กรอกอีเมลและตั้งรหัสต่าง ๆ (ต้องเป็นอักษรภาษาอังกฤษใหญ่+เล็ก+ตัวเลข+อักษรพิเศษ) และใส่รหัสผ่านที่ตั้งอีกรอบ กรอกรหัสที่ส่งไปในอีเมลของผู้ที่ทำการสมัครลงไป หลังจากนั้นทำการกรอกชื่อ-นามสกุล/วัน เดือน ปีเกิด/สัญชาติ/เพศ/เลขพาสปอร์ต ในกรณที่มีครอบครัวหรือเพื่อนไปด้วย ต้องกรอกรายละเอียดด้วยเช่นกัน ตรวจเช็กข้อมูลต่าง ๆ เพื่อความถูกต้องอีกครั้ง แล้วก็กด Register เมื่อทำการสมัคร Account เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการ Login เข้าระบบ และกดปุ่ม “New Registration” กรอกรายละเอียดเกี่ยวกับทริป โดยทำการตั้งชื่อทริป/วันที่เดินทางถึงญี่ปุ่น/สายการบิน/หมายเลขไฟลต์ รวมถึงกรอกรายละเอียดเกี่ยวกับที่พัก ไม่ว่าจะเป็นชื่อที่พัก/ที่อยู่/เมือง/จังหวัด/เบอร์โทรศัพท์ที่พัก/ เมื่อกรอกเสร็จให้ทำการเช็กรายละเอียดอีกรอบ แล้วจึงค่อยกด “Register plan” หลังจากนั้นกดเข้าไปกรอกรายละเอียดในส่วนของ RigesterPlaned Entry/Return เพื่อกรอกข้อมูลตรวจคนเข้าเมือง กรอกรายละเอียดต่าง ๆ ชื่อ/ที่อยู่ในประเทศไทย/จุดประสงค์การเดินทาง/ระยะเวลาที่อยู่ญี่ปุ่น ตลอดจนคำถามต่าง ๆ หลังจากนั้นก็กด Rigister และเมื่อกรอกข้อมูล ตม. ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วจะได้ QR Code กดเซฟ QR Code ไว้เพื่อใช้โชว์ตอนเข้า ตม. หลังจากนั้นทำการกรอกข้อมูลศุลกากรต่อไป เมื่อกรอกเรียบร้อยแล้วจะได้รับ QR Code ทั้งสองอัน กดเซฟเอาไว้เพื่อใช้โชว์ตอนเข้า ตม. เป็นอันเรียบร้อย เอกสารและสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเข้าประเทศญี่ปุ่น (ปี 2025) นอกเหนือจาก QR Code จาก Visit Japan Web ได้แก่ พาสปอร์ต ต้องมีอายุเหลือมากพอสำหรับการเดินทาง (แนะนำอย่างน้อย 6 เดือน) ตรวจสอบให้แน่ใจว่าหน้าพาสปอร์ตไม่มีความเสียหาย ตั๋วเครื่องบินขาออก ตม. อาจขอดูตั๋วขากลับหรือไปประเทศต่อไป เพื่อยืนยันแผนการเดินทาง ข้อมูลที่พัก แสดงการจองโรงแรมหรือที่พักคืนแรกในญี่ปุ่น แนะนำให้มีรายละเอียดติดต่อของที่พักเผื่อเจ้าหน้าที่ขอดู หลักฐานการเงิน ตม. อาจขอให้ยืนยันว่ามีเงินเพียงพอสำหรับทริป เช่น เงินสด, บัตรเครดิต, สเตทเมนท์ธนาคาร ประกันเดินทาง (แนะนำ) แม้ไม่บังคับ แต่ควรมีประกันที่ครอบคลุมค่าเจ็บป่วยและอุบัติเหตุ ทำให้การเดินทางปลอดภัยและอุ่นใจ ข้อมูลสุขภาพ (ถ้ามี) ปัจจุบัน ไม่ต้องแสดงผลตรวจ COVID หรือใบรับวัคซีน แต่ควรตรวจสอบสายการบินอีกครั้ง แนะนำให้มียา/เอกสารสุขภาพส่วนตัวติดตัว เอกสารเพิ่มเติม (ถ้ามี) สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น เยี่ยมญาติ ทำงานสั้น หรือศึกษาภาษา อาจต้องมีจดหมายเชิญหรือวีซ่าตามประเภทการเข้าประเทศ ในช่วงนี้ที่โควิด 19 ยังไม่หายไป แนะนำว่าให้ซื้อประกันสุขภาพสำหรับการเดินทางต่างประเทศ เลือกเอาที่ครอบคลุมและเพียงพอต่อค่ารักษาพยาบาลเกี่ยวกับโควิด 19 เผื่อว่าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นจะได้ไม่ฉุกละหุกจนเกินไป เดี๋ยวนี้การไปเที่ยวต่างประเทศไม่จำเป็นต้องแลกและหอบเงินสดไปเป็นจำนวนเยอะ ๆ เพราะเสี่ยงต่อการทำหายหรือปัญหาโจรกรรมต่าง ๆ แนะนำว่าให้แลกเงินไว้เพียงจำนวนหนึ่ง และอีกจำนวนหนึ่งให้แลกเก็บไว้ใน Travel Card ซึ่งเดี๋ยวนี้มีหลากหลายธนาคารที่ให้บริการ โดยสามารถใช้จ่ายได้เพียงแลกจากเงินบาทเป็นสกุลเงินที่ต้องการใช้ตามจำนวนที่ต้องการ ซึ่งในญี่ปุ่นสามารถใช้ Travel Card ชำระค่าบริการต่าง ๆ ได้ตั้งแต่โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ยันร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ที่รับบัตร เรียกได้ว่าสะดวก แถมยังลดความเสี่ยงในการพกเงินสดเที่ยวอีกด้วย เชื่อว่าญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมที่น่าตื่นเต้นสำหรับนักท่องเที่ยวใหม่ ๆ หรือคนที่กลับไปเยือนอีกครั้ง หลายคนอาจรู้สึกงง ๆ ว่าควรเริ่มวางแผนอย่างไรดี หรือบางคนถึงขั้นต้องทบทวนขั้นตอนการเดินทางทั้งหมด เอาเป็นว่า เราขอแนะนำหลักการคร่าว ๆ เผื่อว่าใครจะนำไปปรับใช้กับแผนเที่ยวญี่ปุ่นในปีนี้ได้อย่างสะดวกและสนุกมากขึ้น ซึ่งมีให้เลือกหลากหลายมาก และยังมีการแบ่งเป็นแบบธรรมดา (Ordinary) และแบบพรีเมียม (Green) นอกจากนี้ยังแบ่งตามจำนวนวันที่ต้องการเดินทางและอายุของผู้โดยสารอีกด้วย ยังไงก่อนไปลองศึกษาข้อมูลให้ดี ๆ ซึ่งถ้าเรารู้ตำแหน่งที่จะไปเที่ยวแล้ว การเลือกซื้อ JR Pass ก็จะทำได้ง่ายขึ้นเช่นกัน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ ที่นี่ ซึ่งอาจเลือกจากสถานที่ที่เราจะไปเที่ยวก็ได้ ซึ่งที่พักญี่ปุ่นก็มีหลายระดับราคาและประเภท แต่ถ้าจะให้แนะนำ เลือกที่พักใกล้กับสถานีรถไฟเป็นอะไรที่ค่อนข้างสะดวก เพราะง่ายต่อการเดินทาง เพราะถ้าเราไปเที่ยวทางหนึ่ง แต่แหล่งกินแหล่งช้อปอยู่อีกทาง บอกเลยว่าปัญหาอาจตามมา เพราะอาจจะต้องเสียเวลาและทำให้ทริปเกิดการสะดุดชวนให้หงุดหงิดเอาได้ เดี๋ยวนี้การไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือประเทศอื่น ๆ เป็นเรื่องที่สะดวกมากขึ้น เมื่อมีแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่คอยเหมือนเป็นผู้ช่วย ทั้งในแง่การเดินทาง การจองสถานที่ต่าง ๆ ทำให้สะดวกและยังเป็นการประหยัดเวลา รวมถึงทำให้แผนการเดินทางของเราสมูทมากยิ่งขึ้น เราจึงอยากแนะนำแอปพลิเคชันน่าใช้เมื่อเที่ยวญี่ปุ่น มีติดเครื่องไว้ไม่เสียหลายJorudan ครอบคลุมการเดินทางรถไฟ เครื่องบิน และรถบัส เว็บไซต์ : world.jorudan.co.jp แอปฯ สำหรับ Android ดาวน์โหลด ที่นี่ แอปฯ สำหรับ iPhone ดาวน์โหลด ที่นี่ Navitime ครอบคลุมการเดินทางรถไฟ เครื่องบิน รถบัส แท็กซี่ รถยนต์ และเดิน เว็บไซต์ : navitime.co.jp แอปฯ สำหรับ Android ดาวน์โหลด ที่นี่ แอปฯ สำหรับ iPhone ดาวน์โหลด ที่นี่ Google Maps ครอบคลุมการเดินทางรถไฟ เครื่องบิน รถบัส แท็กซี่ รถยนต์ และเดิน เว็บไซต์ : google.co.th แอปฯ สำหรับ Android ดาวน์โหลด ที่นี่ แอปฯ สำหรับ iPhone ดาวน์โหลด ที่นี่ Travel Japan Wi-Fi ค้นหาสัญญาณ Wi-Fi ฟรีในญี่ปุ่น เผื่อในกรณีที่อินเทอร์เน็ตมีปัญหา ลองเชื่อมต่อโดยใช้แอปพลิเคชันนี้ดู เว็บไซต์ : japanfreewifi.com แอปฯ สำหรับ Android ดาวน์โหลด ที่นี่ แอปฯ สำหรับ iPhone ดาวน์โหลด ที่นี่ Safety Tips แอปพลิเคชันสำหรับการเตือนภัยทางธรรมชาติต่าง ๆ และแนะนำวิธีรับมือกับภัยพิบัติที่เกิดขึ้นด้วย แอปฯ สำหรับ Android ดาวน์โหลด ที่นี่ แอปฯ สำหรับ iPhone ดาวน์โหลด ที่นี่ 1. เคารพกฎการเข้าคิวและความเป็นระเบียบ ญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่ว่าจะรอรถไฟ ซื้อของ หรือเข้าคิวร้านอาหาร ควรยืนรอตามแถวและไม่แซงคิวการเว้นระยะอย่างสุภาพถือเป็นเรื่องปกติ และคนท้องถิ่นให้ความสำคัญกับความสงบเรียบร้อย 2. พูดคุยเสียงเบา ในที่สาธารณะ เช่น รถไฟ สถานี หรือร้านอาหาร ควรพูดเสียงเบาและหลีกเลี่ยงโทรศัพท์เสียงดัง การเคารพพื้นที่ส่วนรวมเป็นสิ่งที่คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญมาก 3. ถอดรองเท้าในบ้านและบางพื้นที่สาธารณะ ก่อนเข้าบ้าน, วัด, หรือบางร้านอาหาร จะต้องถอดรองเท้า บางที่อาจมีรองเท้าแตะให้ใส่ ควรใส่ให้ถูกต้องและเรียบร้อย 4. จัดการขยะอย่างเคร่งครัด ญี่ปุ่นไม่ค่อยมีถังขยะสาธารณะ แนะนำให้แยกขยะตามประเภท (ขยะเผาได้, ขยะรีไซเคิล, ขยะขนาดใหญ่) ควรเก็บขยะส่วนตัวไว้จนกว่าจะเจอจุดทิ้งที่ถูกต้อง 5. เคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และวัฒนธรรม เมื่อเข้าวัด, ศาลเจ้า, หรือพิพิธภัณฑ์ทางศาสนา ควรแต่งกายสุภาพ หลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งของหรือรูปปั้นโดยไม่ได้รับอนุญาต และปฏิบัติตามป้ายหรือคำแนะนำอย่างเคร่งครัด 6. ไม่กินอาหารหรือดื่มเครื่องดื่มขณะเดินบนถนน คนญี่ปุ่นมักไม่กินหรือดื่มขณะเดินไปมาในที่สาธารณะ หากซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มควรไปทานในพื้นที่ที่จัดไว้ เช่น ร้านกาแฟ, จุดพัก หรือม้านั่งในสวน 7. ให้ความเคารพระบบขนส่งสาธารณะ จ่ายค่าโดยสารอย่างถูกต้อง, ไม่วางขาตรงที่นั่ง, และไม่โทรศัพท์เสียงดัง สำหรับรถไฟความเร็วสูง (Shinkansen) และรถไฟในเมือง ควรเข้าใจวิธีจองที่นั่งและเวลาเดินทางให้ถูกต้อง 8. การให้ทิปไม่จำเป็น ญี่ปุ่นไม่ถือว่าการให้ทิปเป็นมารยาทปกติ การทิปอาจทำให้เกิดความสับสนหรือดูไม่สุภาพ 9. เตรียมตัวสำหรับการสื่อสาร แม้คนญี่ปุ่นหลายคนจะเข้าใจภาษาอังกฤษในเมืองใหญ่ แต่การมี วลีภาษาญี่ปุ่นพื้นฐาน เช่น “สวัสดี”, “ขอบคุณ”, “ขอโทษ” จะช่วยให้การสื่อสารราบรื่นและสร้างความประทับใจ +++ หลากหลายเรื่องราวทั้งที่เที่ยว tips ท่องเที่ยว เกี่ยวกับญี่ปุ่น คลิกที่นี่ ใครที่มีแผนจะไปเที่ยวญี่ปุ่น ลองเอาข้อมูลที่เรามาบอกไปศึกษาดูกันนะ น่าจะช่วยทำให้วางแผนได้อย่างรัดกุมมากขึ้น ยังไงขอให้ทริปเที่ยวญี่ปุ่นที่ตั้งตารอคอยมานานของทุกคนเป็นทริปที่สนุกและแฮปปี้กันถ้วนหน้า ^ ^ หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง บทความ ที่เที่ยวญี่ปุ่น เที่ยวต่างประเทศไม่ต้องขอวีซ่า อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 10 อันดับสถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่น ที่ต้องไปเยือน เที่ยวภูมิภาคคันโต ญี่ปุ่น กับสถานที่ท่องเที่ยวเด่น น่าไปเช็กอิน ไม่ไกลโตเกียว ฮาคุบะ นากาโนะ เที่ยวญี่ปุ่นสายธรรมชาติ เล่นสกี ชมใบไม้เปลี่ยนสี ก็ดีหมด เที่ยวญี่ปุ่นช่วงไหนดี ? จัดทริปให้สนุก เลือกฤดูให้ตรงฟีลที่ใช่ ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : hco.mhlw.go.jp, Visit Japan Website, mhlw.go.jp, japanrailpass.net