พาเที่ยว

 

 

 

มัคคุเทศก์น้อย...สืบสานตำนานนิทานพื้นบ้าน พาเที่ยว "วัดถ้ำเอราวัณ" กำเนิด "นางผมหอม" (คมชัดลึก)

 

โดย สุรศักดิ์  เครือคำ

          

          เมื่อเดินทางจาก จ.หนองบัวลำภู ไปตามถนนหนองบัวลำภู-เลย ประมาณ 60 กิโลเมตร ถึงบ้านโนนภูทอง ต.วังทอง อ.นาวัง เลี้ยวขวาเข้าไปตามถนนลาดยางอีกประมาณ 3 กิโลเมตร มองไปจะแลเห็นขุนเขาลูกใหญ่โดดเด่นมีรูปร่างคล้าย "ช้างหมอบ" อยู่ด้านหน้า

 

 

          ถ้าวิ่งตรงไปผ่านหมู่บ้านผาอินทร์แปลง หรือบ้านผาถ้ำช้างก็จะถึง "วัดถ้ำเอราวัณ" ซึ่งมีประวัติความเป็นมาเชื่อมโยงกับตำนานนิทานพื้นบ้านเลื่องชื่อของชาวอีสานเรื่อง "นางผมหอม" อย่างลึกซึ้ง !!

 

           บริเวณลานใต้ต้นไทรใหญ่ และไม้ป่าขนาดใหญ่อีกหลายสิบต้นที่ทางวัดอนุรักษ์ไว้ให้ความร่มรื่นเย็นสบาย จะมีเด็กกลุ่มหนึ่งมาคอยทำหน้าที่ "มัคคุเทศก์น้อย" พานักท่องเที่ยวเข้าชมวัดถ้ำเอราวัณด้วยความกระตือรือร้นยิ่ง

 

           มัคคุเทศก์น้อยกลุ่มนี้มี 40 ชีวิต ทุกคนล้วนเคยเข้าร่วม โครงการอบรมมัคคุเทศก์นำเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของท้องถิ่น จากสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองบัวลำภู

 

 

           มัคคุเทศก์น้อยจะคอยให้บริการนักท่องเที่ยวอยู่ที่เชิงเขาด้านล่างของวัด โดยจะเล่าประวัติความเป็นมาของถ้ำแห่งนี้แบบคร่าวๆ ว่า กาลครั้งหนึ่ง นางสีดาลูกสาวเจ้าเมืองนครศรีไปเที่ยวป่ากับนางสนมกำนัล และเกิดพลัดหลงรอนแรมไปในป่า

 

           ด้วยความหิวกระหายจึงไปดื่มน้ำในรอยเท้าช้าง และรอยเท้าวัวกระทิงป่า ต่อมานายพรานไปพบเห็นเข้าจึงช่วยนำนางกลับมาส่งยังเมืองนครศรี แต่เป็นที่น่าอัศจรรย์ว่า กาลต่อมา นางสีดาได้เกิดตั้งท้อง และคลอดลูกมาเป็นหญิง 2 คน คือ "นางผมหอม" และ "นางลุน"

 

           เมื่อเด็กหญิงสองคนนี้ไปเล่นกับเพื่อนก็มักจะถูกล้อว่าเป็นลูกช้าง-ลูกวัว ทำให้ทั้งสองตัดสินใจขออนุญาตแม่ออกตามหาพ่อจนมาพบฝูงช้างป่าที่จะเข้าทำร้าย แต่เด็กทั้งสองคนได้ร้องขอชีวิตไว้ พร้อมทั้งบอกว่าที่ออกเดินทางรอนแรมมาเพื่อต้องการตามหาพ่อพญาช้างสาร

 

           พญาช้างสารจึงให้เด็กทั้งสองทดลองปีนไต่ขึ้นงาไปนั่งบนหลังช้าง โดยอธิษฐานว่า หากเป็นลูกจริงก็ให้เดินขึ้นไปนั่งบนหลังช้างได้ ผลปรากฏว่า นางผมหอมไต่ขึ้นไปนั่งบนหลังช้างได้ และถูกนำตัวกลับมาอยู่ด้วยกันที่ถ้ำเอราวัณ ส่วนนางลุนพยายามไต่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ประสบผลสำเร็จ และเกิดพลัดตกลงมา พญาช้างจึงใช้เท้าเหยียบตายอยู่ ณ ที่นั่นเอง

 

           ด.ญ.อรฤดี บัวระพา นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านถ้ำช้างผาอินทร์แปลง เป็นหนึ่งในมัคคุเทศก์น้อยที่มาต้อนรับเราในวันนั้น โดยจุดแรกของทริปนี้ คือ การสักการะช้างเอราวัณบริเวณหน้าบันไดทางขึ้น

 

 

          จากนั้นจะผ่านประตูบันไดถ้ำที่มีราวบันไดรูปพญานาค ซึ่งมีความสูงถึง 621 ขั้น แต่โชคดีที่ระหว่างทางมีศาลาพักเหนื่อย และชมวิวถึง 3 จุด

 

          นอกจากนี้ เมื่อมองออกไปในมุมกว้างจะเห็นทิวป่าสีเขียวสุดลูกหูลูกตา โดยผืนป่าเบื้องล่าง คือ "ผานาง-ผาเกิ้ง" ซึ่งอยู่ในโครงการ "บ้านเล็กในป่าใหญ่" ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

 

          เมื่อถึงปากทางเข้าถ้ำ ความเมื่อยล้าก็แทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง เพราะได้ไอเย็นจากภายในถ้ำโชยเข้ามาปะทะกับใบหน้า เราได้เข้าไปสักการะ "หลวงพ่อพระพุทธชัยศรีมหามุนีศรีโลกนาถ" ซึ่งเป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของที่นี่

 

 

          ส่วนภายในถ้ำก็มีกองหินรูปร่างคล้าย "เจดีย์" โดยชาวบ้านมีความเชื่อว่า ถ้าใช้หินมาก่อเป็นรูปเจดีย์ 9 ชั้นที่นี่แล้วจะประสบโชคดี

 

          บนหลังคาถ้ำยังมีปล่องที่เรียกว่า "ปล่องดาว" อยู่ 3 ปล่อง ซึ่งจะมีลำแสงสาดส่องลงมากระทบพื้นและผนังถ้ำอย่างสวยงามแปลกตา จุดนี้จึงถือเป็นอีกไฮไลท์หนึ่งของถ้ำที่นักท่องเที่ยวมักจะมาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกอยู่เสมอ

 

          ไฮไลท์อีกจุด คือ "หินรูปพญาช้างนั่งคุกเข่า" ที่มีตำนานเล่าขานกันว่า พญาช้างตรอมใจตาย และสาปตัวเองให้กลายเป็นหิน

 

          ใกล้กันจะมีหินอีกก้อนหนึ่งเป็นรูปนางผมหอม ลูกพญาช้างเอราวัณที่รู้ว่าพ่อ คือ พญาช้างที่ออกตามหานางแต่ไม่พบ นางผมหอมเมื่อรู้เข้าจึงรู้สึกเสียใจมาก และมากลั้นใจตายตามพ่อไปอยู่ ณ ที่นี่เอง

 

          อีกจุดที่ไม่ควรพลาด คือ ห้องโถงใหญ่ภายในถ้ำที่จุคนได้หลายร้อยคน ส่วนมุมหนึ่งของห้องโถงมีหินโค้งเป็นรูปร่างต่างๆ สวยงาม เชื่อกันว่า ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่นั่งวิปัสสนาของพระธุดงค์ด้วย

 

          ด.ญ.อรฤดีบอกว่า "รู้สึกภูมิใจและดีใจมากที่มรดกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมยังอยู่ในหมู่บ้านของเราจึงอยากให้มาสัมผัสกัน ส่วนค่านำชมสถานที่พวกเราไม่ได้คาดหวัง เพราะเราแค่อยากจะบอกเล่าสิ่งที่บ้านเรามีให้นักท่องเที่ยวได้รับรู้เท่านั้น"

 

          อุทิศ แก้วกุลบุตร ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองบัวลำภู กล่าวว่า หน่วยงานของตนได้ร่วมมือกับ อบต.วังทอง ฝึกอบรมนักเรียนทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา และประชาชนเพื่อให้เป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญในตำบล

 

          ทั้งนี้ แหล่งท่องเที่ยวใน ต.วังทอง ที่ขึ้นชื่อนอกจากถ้ำเอราวัณ คือ แหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ คือ "หมู่บ้านปลูกผักปลอดสารพิษ"

 

          นอกจากนี้ จ.หนองบัวลำภู ยังได้ตั้งงบประมาณพัฒนาถ้ำเอราวัณอีก 3 ล้านบาท ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ ระบบไฟในถ้ำ ระบบสุขา และเจ้าหน้าที่มาดูแล โดยเชื่อว่าเมื่อพัฒนาเสร็จแล้ว ถ้ำเอราวัณจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.หนองบัวลำภู

 

รักการท่องเที่ยว อ่านสถานที่ท่องเที่ยว มากมาย คลิกเลยค่ะ


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

 


พาเที่ยว โพสต์เมื่อ 16 กรกฎาคม 2552 เวลา 18:01:29 3,705 อ่าน แสดงความคิดเห็น

คิดอย่างไรกับเรื่อง: พาเที่ยว ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
TOP