x close

10 ซุ้มหินสุดตระการตา ความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์

          พาสำรวจความสวยแปลกตาของซุ้มหินธรรมชาติสุดตระการตา ที่เกิดจากการกัดเซาะของน้ำจนกลายเป็นโพรงขนาดใหญ่ที่ดูราวกับเป็นซุ้มหินกันดีกว่า

         ธรรมชาติถือเป็นยาชั้นดีที่ช่วยเยียวยายามเราเหน็ดเหนื่อยจากภาระต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ใบหญ้า ท้องทะเล หรือภูเขา ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เราสดชื่นทุกครั้งที่ได้เห็น ไม่เว้นแม้แต่หินผาที่แม้จะดูแข็งแกร่งแต่ก็ยังมีมุมที่งดงาม โดยเฉพาะซุ้มหินที่เกิดจากธรรมชาติซึ่งหาดูได้ยาก และวันนี้เรามี "ซุ้มหิน" สถานที่ท่องเที่ยวสุดตระการตามาบอกเล่ากัน รับรองว่าคุณจะต้องทึ่งกับความงามที่ธรรมชาติสร้างแน่นอน

1. El Arco de Cabo San Lucas ประเทศเม็กซิโก

           El Arco de Cabo San Lucas ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของคาบสมุทรบาจา แคลิฟอร์เนีย ในประเทศเม็กซิโก ความงดงามอยู่ที่หินแกรนิตความสูงกว่า 200 ฟุต ถูกแกะสลักโดยคลื่นที่ซัดไป-มา และกัดเซาะให้ El Arco de Cabo San Lucas มีแนวโค้งที่สวยงามราวกับว่าเป็นอุโมงค์ในท้องทะเลเลย และจุดนี้เองที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวแวะเวียนกันมาดำน้ำ พายเรือคายัก เล่นเจ็ตสกี รวมถึงชมความงดงามยามโพล้เพล้ที่พระอาทิตย์ถูกกลืนลงในท้องทะเลด้วย

ซุ้มหิน

2. The Rock of Raouche ประเทศเลบานอน

          สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า "หินนกพิราบ" ซึ่งยังไม่มีที่มาแน่ชัดว่าทำไมจึงถูกเรียกในชื่อดังกล่าว The Rock of Raouche มีลักษณะเป็นผาหินยักษ์ที่หันหน้าเข้าหากันและตั้งตระหง่านอยู่ริมทะเล จึงดูคล้ายกับยามรักษาการณ์ที่คอยสอดส่องผู้มาเยือนอย่างไรอย่างนั้นเลย โดยส่วนใหญ่ทั้งชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมมาเดินริมแนวผาเพื่อสัมผัสลมทะเลเย็น ๆ และวิวสวย ๆ ของโค้งใต้ผาหิน ยิ่งเวลาในช่วงพระอาทิตย์ใกล้ตกผู้คนจะเนืองแน่นมากทีเดียว

ซุ้มหิน

3. Cathedral Cove ประเทศนิวซีแลนด์

          Cathedral Cove ตั้งอยู่บนชายหาดบริเวณคาบสมุทรโคโรแมนเดล ในประเทศนิวซีแลนด์ ได้รับการขนานนามว่าเป็นโค้งหินที่ศักดิ์สิทธิ์ เนื่องจากมีขนาดใหญ่มหึมาบวกกับบรรยากาศอันเงียบสงบ นักท่องเที่ยวจึงนิยมมาผ่อนคลายภายใต้ร่มเงาของผาหิน อีกทั้งชายหาดบริเวณนี้ยังสวยงามและสะอาดตา รวมถึงทำกิจกรรมทางน้ำได้อย่างไม่ขาดสาย ทั้งดำน้ำชมปะการัง พายเรือ หรือจะปล่อยใจให้สงบ ให้เวลาเดินผ่านอย่างช้า ๆ แล้วดื่มด่ำกับความงามที่ธรรมชาติสร้างอย่างเต็มที่

ซุ้มหิน

4. London Arch ประเทศออสเตรเลีย

          แม้จะมีชื่อว่า London Arch แต่ซุ้มหินนี้ก็ไม่ได้อยู่ในอังกฤษแต่อย่างใด เพราะตั้งอยู่ที่อุทยานแห่งชาติพอร์ต แคมป์เบล (Port Campbell National Park) ในวิกตอเรียของประเทศออสเตรเลียนั่นเอง และเหตุที่ตั้งชื่อว่า London Arch ก็เพราะผาหินดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับสะพานลอนดอนหรือสะพานข้ามแม่น้ำเทมส์ แต่เป็นที่น่าเสียดายไม่น้อยเลย เพราะเคยมีผาหินตั้งอยู่คู่กัน กระทั่งถูกกัดเซาะเป็นเวลาเนิ่นนานก่อนที่จะหายไป และเหลือไว้เพียงผาหินที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่ริมทะเลอย่างทุกวันนี้

ซุ้มหิน

5. Durdle Door สหราชอาณาจักร

          อีกหนึ่งโค้งหินสวยแปลกตาที่ตั้งอยู่ใกลกับมณฑลดอร์เซต (Dorset) ของประเทศอังกฤษ ด้วยรูปทรงที่ต่างจากแนวโค้งหินอื่นจึงทำให้ถูกจินตนาการไปต่าง ๆ นานา ว่าคล้ายสัตว์ที่กำลังก้มหน้าไปดื่มน้ำทะเล บ้างก็ว่าคล้ายกับไดโนเสาร์ เนื่องจากว่าชายฝั่งซึ่งเป็นที่ตั้งของ Durdle Door ถูกเรียกว่า Jurassic Coast หรือชายฝั่งไดโนเสาร์ ซึ่งเป็นเหตุมาจากการพบซากฟอสซิลไดโนเสาร์บริเวณนี้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะจินตนาการว่าอย่างไร แต่สิ่งที่สัมผัสได้เหมือนกันคือความสวยงามแปลกตาของโค้งหิน Durdle Door

ซุ้มหิน

6. Pont d'Arc ประเทศฝรั่งเศส

          ซุ้มหิน Pont d'Arc ถือเป็นอีกหนึ่งสีสันความสวยงามที่ธรรมชาติสร้าง โดย Pont d'Arc มีความสูง 200 ฟุต และกว้าง 175 ฟุต ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่ซึ่งถูกเรียกว่า Vallon-Pont-d'Arc ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องความงดงามของหินปูนที่ถูกกัดเซาะโดยแม่น้ำ Ardeche อีกทั้งยังเป็นเหมือนซุ้มหินยักษ์ที่นักท่องเที่ยวต้องลอดข้ามหากต้องการไปยังอีกฝั่งโดยไม่มีทางเลือกอื่น และยังเปรียบเป็นซุ้มแห่งเส้นชัยที่ทุกคนจะต้องผ่านเพื่อเข้าไปชมความงดงามของถ้ำ Chauvet ซึ่งอยู่อีกด้านของซุ้มหิน Pont d'Arc

ซุ้มหิน

7. La Portada ประเทศชิลี

          ซุ้มหิน La Portada ตั้งอยู่บนชายฝั่งของชิลี และยังเป็น 1 ใน 15 แหล่งธรรมชาติที่อยู่ในเขตการคุ้มครองธรรมชาติของประเทศชิลีอีกด้วย จุดเด่นของ La Portada คือถูกล้อมรอบด้วยหน้าผาและชายฝั่งที่กำลังก่อตัวขึ้นจากการกัดเซาะของน้ำทะเล นับเป็นความท้าทายของผู้มาเยือนที่ต้องเอาชนะคลื่นอันเชี่ยวกรากที่ซัดกระทบแนวผา ซึ่งเป็นเหมือนกำแพงที่ปกป้องซุ้มหิน La Portada ไว้อีกทอดหนึ่ง แต่เชื่อว่าหากคุณผ่านไปได้ความงดงามที่อยู่ตรงหน้านั้นคุ้มค่าจริง ๆ

ซุ้มหิน

8. Double Arch สหรัฐอเมริกา

           ว่ากันว่าซุ้มหินธรรมชาติในสหรัฐอเมริกามีมากกว่าที่อื่น ๆ โดยเฉพาะในอุทยานแห่งชาติ Arches National Park ที่มีซุ้มหิน Double Arch ซึ่งถูกน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นซุ้มหินขนาดใหญ่ โดยมีความสูง 104 ฟุต และมีความกว้าง 148 ฟุต อีกทั้งถ้ายังจำกันได้กับภาพยนตร์เรื่องอินเดียน่า โจนส์ ตอนศึกอภินิหารครูเสด คุณจะพบว่า Double Arch ถูกใช้เป็นฉากเปิดตัวของภาพยนตร์เรื่องนี้ด้วย เรียกว่าสวยงามแล้วยังมีเรื่องราวอันน่าสนใจด้วย

ซุ้มหิน

9. The Azure Window ประเทศมอลตา

           สำหรับใครที่ต้องการไปสัมผัสกับความสวยงามของซุ้มหิน The Azure Window ที่ประเทศมอลตา ก็คงต้องรีบกันหน่อย เพราะยิ่งกาลเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ยิ่งถูกกัดเซาะด้วยน้ำทะเลมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งแน่นอนว่ารูปร่างและรูปทรงของซุ้มหินก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย จุดเด่นของ The Azure Window อยู่ที่องค์ประกอบรอบด้านที่ล้อมรอบ ทั้งน้ำทะเลสีครามและผาหินอื่น ๆ รอบด้านที่รวมอยู่ด้วยกันซึ่งทำให้ภาพออกมาสวยงามและลงตัวยิ่งขึ้น

ซุ้มหิน

10. Shipton's Arch ประเทศจีน

          ซุ้มหิน Shipton's Arch ตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือในมณฑล Kashgar ในเขตการปกครองซินเจียงอุยกูร์ ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1947 โดย Eric Shipton นักไต่เขาชาวอังกฤษ จึงเป็นที่มาของชื่อซุ้มหิน Shipton's Arch นอกจากนี้ยังเป็นซุ้มหินธรรมชาติที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย โดยมีความสูงถึง 1,200 ฟุต และกว้าง 212 ฟุต และแม้จะไม่มีทะเลล้อมรอบเหมือนซุ้มหินที่อื่น ๆ แต่การได้อยู่ท่ามกลางขุนเขาและเมฆหมอกบาง ๆ ก็ถือเป็นอีกมุมสุดโรแมนติก

ซุ้มหิน

          เป็นอย่างไรบ้าง เชื่อว่าหลายคนคงอยากจะไปสัมผัสกับ 10 โค้งหินสวยเหล่านี้กับตาสักครั้ง แล้วคุณจะรู้ว่าความงามจากธรรมชาติที่ไม่ต้องปรุงแต่งอะไร เป็นสิ่งที่งดงามสุด ๆ แล้ว

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก
womanitely.com, amusingplanet.com และ wonderslist.com

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
10 ซุ้มหินสุดตระการตา ความงามที่ธรรมชาติรังสรรค์ อัปเดตล่าสุด 2 มิถุนายน 2564 เวลา 15:19:41 5,643 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP