เรียบเรียงโดยกระปุกดอทคอม
เกย์นที เดินหน้าค้านการสร้างหอชมวิวพระธาตุดอยสุเทพ ชี้แม้จะลดความสูงก็ยังไม่สมควร พร้อมตั้งคำถาม 4 ข้อ และเรียกร้องไปยังคณะผู้จัดสร้างให้มีการทำประชาพิจารณ์ ถ้ายังเฉยขู่ยื่นศาลปกครอง
วันนี้ (30 พฤษภาคม 2557) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนที ธีระโรจนพงษ์ หรือ เกย์นที แกนนำกลุ่มเชียงใหม่อารยะ และประชาชนผู้รักดอยสุเทพ จำนวน 5 คน ได้เดินทางมาที่ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย ทางขึ้นวัดพระธาตุดอยสุเทพ เพื่อเรียกร้องขอให้ทางวัดออกมาชี้แจงเรื่องการสร้างหอชมวิว และขอคัดค้านการสร้างเพราะจะทำให้องค์พระธาตุหม่นหมองได้
โดยนายนที กล่าวว่า จากกรณีการสร้างหอชมวิวบริเวณวัดพระธาตุดอยสุเทพนั้น นับว่าเป็นการไม่เหมาะสม เพราะภาพที่ปรากฏของอาคารดังกล่าวมีขนาดและความสูงที่น่าจะข่มองค์พระธาตุดอยสุเทพอันเป็นที่เคารพสักการะอย่างสูงสุดของผู้คนในชาติ ถึงแม้ว่าทางคณะผู้จัดสร้างอาคารดังกล่าวจะประกาศให้มีการลดความสูงลงมาแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่มีหน่วยงานใดออกมาอธิบายข้อข้องใจที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียและผู้คนในสังคม ทางกลุ่มของพวกตนจึงได้ออกมาขอเรียกร้องจำนวน 4 ข้อ คือ
นอกจากนี้ ทางกลุ่มเชียงใหม่อารยะและประชาชนผู้ห่วงใยในปัญหานี้ ยังได้เรียกร้องไปยังคณะผู้จัดสร้างให้มีการทำประชาพิจารณ์ โดยขอให้มีตัวแทนภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปประชุมร่วมกับทางวัดภายใน 10 วัน ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 10 มิถุนายนนี้ แต่หากยังไม่มีการเรียกกลุ่มของตนและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปพูดคุยเพื่อหาทางแก้ไขปัญหานี้ พวกตนจะเดินทางไปยื่นศาลปกครอง เพื่อขอให้มีการทบทวนในการก่อสร้างในครั้งนี้ เพราะถือว่าวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นสมบัติล้ำค่าของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ
ด้าน นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า การสร้างหอชมวิวนั้นเริ่มแรกได้มีการออกแบบไว้ที่ความสูง 21.19 เมตร แต่เนื่องจากมีกระแสว่าหอชมวิวดังกล่าวดูไม่เหมาะสมต่อองค์พระธาตุทางวัดจึงมีการปรับแก้เพื่อลดขนาดความสูงลงมาจากเดิมแล้วกว่า 8 เมตร ซึ่งขณะนี้เหลือเพียงประมาณ 12-13 เมตรเท่านั้น ไม่ได้บดบังองค์พระธาตุแต่อย่างใด อีกทั้งการสร้างหอชมวิวครั้งนี้ทางคณะศรัทธาที่เข้าใจ ก็ได้นำปัจจัยมาถวาย เพื่อร่วมในการก่อสร้าง หากมีผู้ไม่เห็นด้วยและไม่มีคณะศรัทธา ทางวัดก็คงจะหาเงินที่ใช้งบประมาณสร้างกว่า 6.5 ล้านบาท มาสร้างคงไม่ได้ และหากกลุ่มดังกล่าวจะไปยื่นศาลปกครองก็แล้วแต่เขา ซึ่งต่อไปจุดชมวิวแห่งนี้ก็จะถือเป็นอีกจุดหนึ่งที่สำคัญต่อนักท่องเที่ยวในอนาคตแน่นอน
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก








