ภาคอีสาน ถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่เต็มไปด้วยแหล่งอารยธรรมโบราณ และวิถีชีวิตเฉพาะตัวที่เป็นเอกลักษณ์มากมาย วันนี้กระปุกดอทคอมมีโอกาสได้ไปร่วมทริปท่องเที่ยวกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เลยถือโอกาสมาพาเพื่อน ๆ ไปร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับ แหล่งท่องเที่ยว 8 จังหวัด ตั้งแต่จังหวัดสุรินทร์, ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, มุกดาหาร, นครพนม, อุดรธานี, ขอนแก่น และนครราชสีมา ว่าแล้วตามไปชมสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และสวยงาม พร้อมตะลุยไปด้วยกันเลย















หลังจากนั้นไม่นานก็ตรงไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อซึมซับบรรยากาศย้อนอดีตวันวานที่ "ซืนวาน" สถาน ที่ท่องเที่ยวที่เป็นเหมือน Community Mall แห่งใหม่ในจังหวัดอุบลราชธานี มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวสีน้ำตาลเข้ม ท่ามกลางบรรยากาศการตกแต่งรอบตัวด้วยข้าวของเครื่องใช้เก่า ๆ รวมทั้งของเล่นสำหรับเด็ก ๆ ในอดีตอีกด้วย รวมทั้งสามารถชิม ช้อป ในร้านค้าที่ตกแต่งร้านด้วยบรรยากาศเก่า ๆ รวมทั้งเก็บภาพบรรยากาศความประทับใจด้วยการถ่ายรูปในบรรยากาศแนว ๆ อย่างตู้ไปรษณีย์สีแดง, รถยนต์โบราณ, สามล้อ, ชิงช้าสวรรค์ เป็นต้น สำหรับผู้สนใจสามารถเดินทางไปเยี่ยมชมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. บริการฟรี รวมทั้งสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เฟซบุ๊ก ซืนวาน























"อุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ" จังหวัดมุกดาหาร มีลักษณะเป็นกลุ่มหินรูปร่างลักษณะที่แตกต่างกัน วางซ้อนอยู่อย่างวิจิตรพิสดาร บนลานหินกว้าง เสมือนประติมากรรมธรรมชาติ โดยหินบางก้อนมีลักษณะโดดเด่น ทั้งเครื่องบินไอพ่น รองเท้าบูท เก๋งจีน จระเข้ และสถูป เป็นต้น โดยฐานที่ตั้งของหินแต่ละก้อนมีขนาดเล็ก แต่หินที่ตั้งอยู่ด้านบนสามารถตั้งอยู่ได้จนที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น Unseen Thailand อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด




ต่อด้วย "ตลาดอินโดจีน" ตั้งอยู่บริเวณริม ถนนสำราญชายโขง อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร แหล่งรวมรวมสินค้าที่มาจากนานาประเทศ เช่น จีน เวียดนาม รัสเซีย และลาว รวมทั้งเป็นแหล่งเปลี่ยนผ่านสินค้าระหว่างชายแดนไทย-ลาว ซึ่งที่นี่เต็มไปด้วยสินค้า ของฝาก ของที่ระลึกมากมายจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง เช่น เสื้อผ้า, เครื่องนุ่มห่ม, เครื่องใช้ไฟฟ้า, ของที่ระลึก, ของอุปโภค-บริโภค รวมทั้งมีสินค้า OTOP ของจังหวัดมุกดารอย่างผ้าไหมมัดหมี่อีกด้วย นอกจากนี้ ที่นี่ยังมีความแปลกตรงที่บริเวณอีกฝั่งของตลาดตั้งอยู่ชั้นใต้ดินติดริมแม่ น้ำโขงอีกด้วย ถือเป็นอีกหนึ่งรูปแบบที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาช้อปของฝากในราคา ย่อมเยา พร้อมทั้งยังได้สัมผัสวิถีชีวิตความเรียบง่ายของร้านค้าของชุมชนผ่านริมแม่ น้ำโขง










ก่อนจะเดินทางไปเที่ยวกันต่อที่ "ศาลเจ้าปู่-ย่า" จังหวัด อุดรธานี เป็นศาลเจ้าของชาวจีนที่มีความใหญ่โตสวยงาม มีสวนหย่อมบริเวณริมหนองบัว บริเวณโดยรอบมีศาลาชมวิวกลางน้ำสองหลัง บรรยากาศร่มรื่นเหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและพักผ่อน รวมทั้งเป็นสถานที่มงคลของชาวจีนสำหรับกราบไหว้เพื่อความเป็นสิริมงคล ทำให้ค้าขายเจริญรุ่งเรืองมั่งคั่ง นอกจากนี้ บริเวณข้ามศาลปู่-ย่า ยังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมไทย-จีนอุดรธานี ซึ่งเป็นศูนย์กลางรวบรวมอนุรักษ์ศิลปะ วัฒนธรรม วิถีบรรพชนและหลักปรัชญาของชาวไทยเชื้อสายจีนในจังหวัดอุดรธานี เช่น ภาพประติมากรรมนูนต่ำและอาคารที่ออกแบบในสถาปัตยกรรมแบบจีน รวมทั้งเป็นสถานที่ถ่ายภาพมุมสวย ๆ สไตล์จีน ซึ่งที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00-19.00 น.










จากนั้นเราไปเยี่ยมชม "พิพิธภัณฑ์ศิลปะ 3 มิติ โคราช" (Art of Korat Mirage Museum) ฝีมือคนไทยแห่งแรกและแห่งเดียวของภาคอีสาน ที่จะชวนคุณมาพิศวงกับงานจิตรกรรม, ประติมากรรม และภาพพิมพ์รูปแบบต่าง ๆ ที่จะทำให้คุณกลายเป็นส่วนหนึ่งของมิติแห่งศิลปะ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 88/8 ถนนสืบศิริ ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา โทรศัพท์ 08 7260 3888, 0 4435 5288 เปิดบริการทุกวันเวลา 10.00-20.00 น. โดยอัตราค่าบริการสำหรับผู้ใหญ่ ราคา 180 บาท และเด็กราคา 120 บาท หรือสามารถติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ เฟซบุ๊ก Art Of Korat










ชั้นที่ 3 เป็น ชั้นแสดง เรื่องราวของพระวินัยปิฎก และวิวัฒนาการของพระพุทธศาสนา หลังจากที่พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธ์ปรินิพาน รวมทั้งเป็นส่วนแสดงนิทรรศการ พระราชาผู้ทรงธรรมเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ และห้องโถงแสดงธรรม

ชั้นที่ 4 เป็น ชั้นจิตรกรรมที่แสดงเรื่องราวพระธรรมปิกฎ และพระธรรมขันธ์ บนเพดานซึ่งเป็นภาพวาดใบโพธิ์กว่า 84,000 ใบที่สอดแทรกหลักธรรมคำสอนเรื่องของความเพียร เรียนรู้ พระธรรม นอกจากนี้บริเวณโดยรอบยังมีภาพวาดแสดงถึงอารมณ์ต่าง ๆ ภายในจิตใจมนุษย์ด้วยการสื่อจากภาพวาดหลากหลายอริยบทอีกด้วย

ส่วนชั้นดาดฟ้า เป็น สถานที่ประดิษฐาน พระพุทธรูปองค์ใหญ่ และรูปหล่อปิดทองคำหลวงพ่อคูณ ถือเป็นจุดสูงสุดที่ สามารถมองเห็นวิวทิวทัศน์ได้รอบทิศทาง 360 องศาเลยทีเดียว เรียกได้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิตต้องเดินทางมาสัมผัสสถานที่แห่งนี้ให้ได้ ซึ่งที่นี่เปิดบริการทุกวันเวลา 08.00-17.00 น. รวมทั้งภายในวิหารยังกำหนดให้ใช้เทคโนโลยีใหม่ด้วย "บัตรเติมบุญ" ที่เริ่มความศรัทธาได้ตั้งแต่ราคา 30 บาทขึ้นไป ถือว่าทั้งได้ชมสถานที่สวยงาม พร้อมทั้งได้ทำบุญเสริมความเป็นสิริมงคลอีกด้วยจ้า

นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็น ภาคอีสานได้เป็นอย่างดี สำหรับเพื่อน ๆ ที่ไม่อยากพลาดการแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเหล่านี้ ลองเดินทางไปสัมผัสดูสักครั้ง เพื่อเรียนรู้วัฒนธรรมและความเป็นมาของภาคอีสานอีกด้วยจ้า
ขอขอบคุณ






