เยาวราช...เดินเล่นถนนสายทองคำ ชิมอาหารชั้นเลิศ





          "เยาวราช" หรือ "Chinatown in Bangkok" ได้รับการกล่าวขานและขนานนามว่าเป็น "ถนนมังกร" มีความยาวกว่า 1,400 เมตร ตั้งอยู่ในเขตสัมพันธวงศ์ จุดเริ่มต้นของหัวมังกรที่ซุ้มประตูเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา บริเวณวงเวียนโอเดียน ท้องมังกรอยู่ที่บริเวณตลาดเก่าเยาวราช และสิ้นสุดปลายหางมังกรที่บริเวณปลายสุดของถนน

ประวัติ...

          ถนนเยาวราชเป็นถนนที่สร้างขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ตามโครงการถนนอำเภอสำเพ็ง ซึ่งเป็นนโยบายสร้างถนนในท้องที่ที่เจริญแล้วเพื่อส่งเสริมการค้าขาย สำเพ็งเป็นย่านการค้าที่เจริญมากแห่งหนึ่งนอกเหนือจากบริเวณถนนเจริญกรุงแล้ว ทำให้มีพระราชดำริที่จะสร้างถนนให้มากขึ้น ถนนเยาวราชเป็น 1 ใน 18 ถนนที่สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ (ขณะดำรงพระอิสริยยศพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ากรมขุนนริศรานุวัดติวงศ์ เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการ) เสนอให้สร้าง เช่น ถนนจักรวรรดิ, ถนนราชวงศ์, ถนนอนุวงศ

          ถนนเยาวราชเริ่มตั้งแต่คลองรอบกรุงตรงข้ามกับป้อมมหาไชย ตัดลงไปทางทิศใต้บรรจบกับถนนราชวงศ์ ซึ่งสร้างแยกจากถนนเจริญกรุงตรงไปฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา (ท่าราชวงศ์) สมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์กราบบังคมทูลว่าจะสร้างถนนใน พ.ศ. 2434 โดยให้ชื่อถนนว่า "ถนนยุพราช" ต่อมาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อว่า "ถนนเยาวราช" และในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2434 ได้มีพระบรมราชโองการให้ออกประกาศกรมโยธาธิการแจ้งให้ราษฎรทราบว่า การตัดถนนเยาวราชเนื่องจากมีพระราชประสงค์จะให้บ้านเมืองเจริญและเป็น ประโยชน์แก่ประชาชนทั่วไป เพื่อมิให้ราษฎรพากันตกใจขายที่ดินไปในราคาถูก เพราะเข้าใจว่าจะซื้อเป็นของหลวง หรือบางทีเข้าใจว่าการชิงขายเสียก่อน ถึงจะได้ราคาน้อยก็ยังดีกว่าจะสูญเปล่า และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ตึกที่ยื่นล้ำเข้ามาในแนวถนนไม่เกินกว่า 1 วา ไม่ต้องรื้อถอนด้วย

          แต่เมื่อเจ้าพนักงานไปวัดที่ตัดถนนบริเวณ ตำบลตรอกเต๊า นั้น ราษฎรร้องเรียนว่าเจ้าพนักงานไม่ยุติธรรม เพราะถ้าวัดปักไม้ถูกบ้านของผู้มีบรรดาศักดิ์ก็จะเลี่ยงไปปักที่ใหม่ ถูกแต่ที่ราษฎรทั้งสิ้น ทำให้แนวถนนไม่ตรง ราษฎรที่ตรอกเต๊าจึงมีหนังสือกราบบังคมทูลพระกรุณา "พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์" จึงเสนอให้มีเงินค่าเวนคืนที่ดิน หรือคำทำขวัญขึ้น เช่นเดียวกับที่คนในบังคับต่างประเทศได้รับ โดยได้นำความขึ้นกราบบังคมทูลเมื่อ พ.ศ. 2437 และได้มีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าปรึกษาในที่ประชุมรัฐมนตรีสภา

          ซึ่งมีพระราชดำรัสว่า "ถนนสายเดียวซึ่งผู้ที่ไม่ได้ขัดขวางยอมให้ทำล่วงไปแล้วจะไม่ได้รับรางวัล จะได้แต่ผู้ที่ร้องขัดขวางเช่นนี้ก็เป็นที่น่าสงสารอยู่" แต่อย่างไรก็ตาม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริเห็นชอบในการจ่ายค่าที่ดินแก่คนไทยเช่นเดียวกับคนในบังคับต่างประเทศ เพื่อคนไทยจะได้ไม่เสียเปรียบคนต่างประเทศ





          การสร้างถนนเยาวราชประสบอุปสรรคหลายประการ นับแต่เริ่มกรุยทางในปี พ.ศ. 2435 จนถึงปี พ.ศ. 2438 ก็ยังไม่เสร็จ เพราะนอกจากราษฎรจะขัดขวางแล้วยังปรากฏว่าเจ้าของที่ดินหลายราย ขวนขวายที่จะขายที่ดินให้กับคนในบังคับต่างประเทศ ทำให้การก่อสร้างค่อนข้างล่าช้า เพราะกระทรวงนครบาลไม่อาจจัดการเรื่องที่ดินที่ถนนจะต้องตัดผ่านให้กับกรมโยธาธิการได้

          ปรากฏว่า "พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดา" เสนาบดีกระทรวงโยธาธิการได้มีหนังสือกราบทูล "พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์" เสนาบดีกระทรวงนครบาล เกี่ยวกับการมอบที่ดินที่อยู่ในแนวถนนให้กระทรวงโยธาธิการ ขอให้กระทรวงนครบาลจัดการในกรณีที่คนในบังคับต่างประเทศจะมาทำหนังสือซื้อขายหรือจำนำที่ดินที่ ได้กรุยทางสร้างถนนเยาวราชไว้โดยสั่งให้เจ้าพนักงานหรืออำเภอกำนันให้ทราบว่า เป็นที่ทำถนนอย่าให้รับทำหนังสือซื้อขาย ความว่า "ขอกระทรวงเมืองได้โปรดประทานพระอนุญาต ให้ราชการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดำเนินไปโดยสดวกด้วย"

          แต่กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ทรงอ้างว่า ต้องทรงรอคำวินิจฉัยจากที่ประชุมเสนาบดี ในเรื่องที่ราษฎรร้องเรียนกันขึ้นมาว่าการตัดถนนผ่านที่ดินเป็นไปอย่างไม่เป็นธรรม และปรากฏหนังสือโต้ตอบกันระหว่างเสนาบดีทั้ง 2 กระทรวงนี้ เพราะกระทรวงโยธาธิการก็ต้องการสร้างถนนให้เสร็จสิ้น ขณะที่กระทรวงนครบาลพยายามที่จะให้ราษฎรได้รับเงินค่าที่ดินจากรัฐบาล จึงรอพระบรมราชโองการเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังไม่มอบที่ดินให้กระทรวงโยธาธิการ ถึงกับกรมหมื่นพิทยาลาภพฤฒิธาดาทรงระบุว่า กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์ทรงพระเมตตากับราษฎรบริเวณถนนเยาวราชกว่าราษฎรในแนว ถนนอื่นๆ กรมโยธาธิการจึงต้องดำเนินการสร้างถนนส่วนที่ไม่มีปัญหาและที่ดินที่เป็นของหลวงก่อน

          จนกระทั่งใน พ.ศ. 2441 ปัญหาเรื่องที่ดินซึ่งจะต้องตัดถนนผ่านก็ยังไม่ยุติ ในวันที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2441 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงมีพระบรมราชโองการให้กระทรวงโยธาธิการดำเนินการตัดถนนต่อไป เพราะมีพระราชดำริว่าที่ดินซึ่งถูกตัดถนนผ่านไปนั้น ย่อมทวีราคาขึ้นกว่าแต่ก่อนหลายสิบเท่าเป็นประโยชน์แก่เจ้าของมาก ไม่ควรจะเสียดายที่ดินซึ่งเป็นท้องถนนแต่เพียงเล็กน้อย เพราะรัฐบาลที่ลงทุนทำถนนก็ไม่ได้เก็บเงินค่าคนหรือรถม้าที่เดินบนถนนเลย เพื่อบำรุงการค้าขายให้สะดวก เจ้าของจึงไม่ควรหวงแหน

          และโปรดเกล้าฯ ให้กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์และกรมหมื่นพิทยลาภพฤฒิธาดาปรึกษากันต่อหน้าพระที่นั่ง ว่าจะทำอย่างไรให้การตัดถนนสายนี้สำเร็จลงได้ กรมหมื่นนเรศร์วรฤทธิ์จึงทรงรับที่จะออกประกาศให้เจ้าของที่ดินออกจากที่ดิน หากเจ้าของที่ดินไม่ยอมรื้อก็ให้กระทรวงโยธาธิการแจ้งไปที่กระทรวงนครบาล และให้กระทรวงนครบาลเป็นผู้ให้กรมอัยการฟ้อง ทำให้การตัดถนนเยาวราชดำเนินการต่อไปได้

          เมื่อแรกตัดถนนเยาวราชใหม่ๆ นั้น มีชาวจีนอยู่อาศัยกันหนาแน่น แม้ต่อมาถนนเยาวราชก็ยังคงมีความสำคัญ เพราะเป็นย่านร้านอาหารชั้นนำ ตึกที่สร้างสูงที่สุดตึกแรกในสมัยรัตนโกสินทร์ก็สร้างที่ถนนเยาวราชเป็นแห่งแรก ช่วงปี พ.ศ. 2500 ถนนเยาวราชรถยังวิ่งสวนทางกัน มีรถเมล์สาย 23 หรือที่เรียกกันว่า "เมล์แดง" และรถเมล์สาย 24 ที่เรียกกันว่า "ไทยประดิษฐ์" วิ่งสวนทางกัน และมีรถรางวิ่งอยู่อีกช่องทางหนึ่ง ถนนเยาวราชจะเป็นที่จัดงานประจำปีอยู่เนืองๆ โดยจะปิดการจราจรชั่วคราวเป็น "ถนนคนเดิน" มีการขายอาหารจีนที่มีชื่อ การแสดง และออกร้านมากมายจากร้านค้าที่อยู่สองข้างทาง





          ทั้งนี้ ถนนเยาวราชโดดเด่นด้วยวิถีชีวิตแบบจีนกลางเมือง นอกจากจะเป็นศูนย์รวมร้านค้าทองคำที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนมากถึง 132 ร้านแล้ว ยังเป็นแหล่งอาหารสดและแห้งตามตำรับอาหารจีนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร ในทุกเทศกาลของจีน ไม่ว่าจะเป็น ตรุษจีน, สารทจีน, สารทขนมจ้าง หรือไหว้พระจันทร์ ทั้งเครื่องเซ่นไหว้และข้าวของเครื่องใช้ประกอบพิธี สามารถหาได้จากที่นี่อย่างครบครัน และหากต้องการซื้อตัวยาสมุนไพรในตำราจีนก็รับประกันได้ว่าไม่ผิดหวัง เพราะไม่ว่าจะเป็นสูตรยาตัวไหนก็สามารถหาซื้อได้จากที่แห่งนี้แทบทั้งสิ้น

          อีกทั้งในยามค่ำคืน สองฟากฝั่งถนนเยาวราชจะคลาคล่ำด้วยร้านอาหารริมทางที่เลิศรสเทียบชั้น ภัตตาคารนับร้อยร้าน ทั้งหูฉลาม แพะตุ๋นยาจีน ซุปรังนก ซึ่งหาทานได้ไม่ยากหากมาเยือนที่นี่ด้วยบรรยากาศอันหลากหลาย และเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทำให้ถนนเยาวราชเป็นย่านที่มากไปด้วยสีสันอีกแห่งหนึ่งของกรุงเทพมหานคร ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด


รักการท่องเที่ยว อ่านสถานที่ท่องเที่ยว มากมาย คลิกเลยค่ะ 


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก



คิดอย่างไรกับเรื่อง: เยาวราช...เดินเล่นถนนสายทองคำ ชิมอาหารชั้นเลิศ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เยาวราช...เดินเล่นถนนสายทองคำ ชิมอาหารชั้นเลิศ โพสต์เมื่อ 9 กรกฎาคม 2552 เวลา 17:09:48 372 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP