


4 นโยบายหลัก เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นโยบายเหล่านี้ เป็นการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว มีอยู่ 4 เรื่อง คือ ความปลอดภัย ความสะอาด ความไม่เอารัดเอาเปรียบ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
โดยในส่วนของความปลอดภัย จะมอบหมายให้ตำรวจท่องเที่ยวช่วยดูแล พร้อมกับสนับสนุนให้ตำรวจท่องเที่ยวได้ฝึกอาสาสมัครในชุมชน ให้เข้ามาช่วยดูแลนักท่องเที่ยวด้วย เพราะคนในชุมชนจะรู้เรื่องของชุมชนตัวเองมากกว่าคนนอก ซึ่งจะง่ายมากต่อการแยกแยะว่าใครคือคนในชุมชน ใครคือนักท่องเที่ยว ก็จะสอดส่องตรวจตราได้ลึกมากกว่า
ส่วนเรื่องความสะอาด จะพยายามเน้นให้เป็นการท่องเที่ยวที่ไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่าง ๆ พยายามรักษาสถานที่ท่องเที่ยวให้สะอาด ถูกสุขลักษณะ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้มาเที่ยวไทยและใช้จ่ายในไทยมากยิ่งขึ้น
ต่อมาในส่วนของการไม่เอารัดเอาเปรียบ เราก็อยากจะให้นักท่องเที่ยวได้กิน ได้ใช้ ได้พักอาศัยในคุณภาพและราคาที่เท่าเทียมกัน สำหรับนักท่องเที่ยวไทย ก็กำลังส่งเสริมโครงการชิมช้อปใช้ ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็กำลังรณรงค์ให้ผู้ประกอบการและผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวไม่เอารัดเอาเปรียบ
และในข้อสุดท้าย การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ก็จะรณรงค์ให้นักท่องเที่ยวไม่ทำลายโบราณสถาน โบราณวัตถุ หรือธรรมชาติ สร้างจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์และรักษาแหล่งท่องเที่ยว เพื่อสืบทอดให้ลูกหลานต่อไป

มุ่งจัดกิจกรรมท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อดึงนักท่องเที่ยวใช้จ่ายในไทย เสริมมาตรการในระยะสั้น
สำหรับการกระตุ้นด้านการท่องเที่ยวและกีฬาในระยะสั้น จะมุ่งเน้นไปที่การจัดกิจกรรมระดับนานาชาติ ถ้าทางด้านกีฬา ขอยกตัวอย่างกิจกรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น คือ 2019 MotoGP World Championship จะจัดขึ้นในวันที่ 4-6 ตุลาคม 2562 ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบระดับโลก เมื่อปีที่แล้วเราได้รางวัล MotoGP Grand Prix of The Year ซึ่งเราเข้าร่วมเป็นครั้งแรกแต่เราได้รับรางวัลนี้ ในปีนี้เป็นปีที่ 2 ก็ต้องทำให้ดีเพื่อรักษาตำแหน่งนี้ไว้
และยังได้เสนอการเป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรม หรือมหกรรมกีฬา และนันทนาการระดับชาติ เช่น โอลิมปิก, ฟุตบอลโลก และ Formula 1 Powerboat World Championship
ส่วนด้านการท่องเที่ยว แน่นอนว่าจะพยายามเน้นลงชุมชน เป็นกิจกรรมที่ชุมชนจัดขึ้นตามเทศกาลประเพณีต่าง ๆ เช่น ประเพณีออกพรรษา, ประเพณีลอยกระทง, ประเพณีสารทเดือนสิบ หรือกิจกรรมพิเศษ เช่น มหกรรม 390 ปี ชัยบุรีเปิดวิถีเมืองเท่พัทลุง และถ้าทางรัฐบาลสามารถขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตในการจัดงานเทิดพระเกียรติหรืองานเฉลิมฉลองให้กับในหลวงได้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาก็จะเข้าไปเสริมในส่วนของกิจกรรมท่องเที่ยว อาทิ จัดแสดงไหลเรือไฟ, จัดแสดงสิ่งของจากงานพระราชพิธีสำคัญ เป็นต้น
ส่วนอีเวนต์ระดับนานาชาติ คาดว่าปีหน้าจะมีงาน Electric Daisy Carnival เทศกาลดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ชื่อดังจากทางฝั่งอเมริกา อาจจะจัดในช่วงเดือนพฤษภาคมหรือพฤศจิกายน ที่จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นกิจกรรมใหญ่ จัดราว ๆ 3 วัน คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 300,000 คน น่าจะดึงนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเอเชียมาได้ค่อนข้างมาก และหลังจากงานนี้ก็คาดว่าจะมี Tomorrowland ด้วยเช่นกัน น่าจะจัดที่ชะอำ แต่ก็ยังอยู่ระหว่างการเจรจา

ผลักดัน 55 เมืองรอง พ่วง 22 เมืองหลัก
เรามีเมืองหลักอยู่ 22 เมือง แต่มีเมืองรอง 55 เมือง เพราะฉะนั้นถ้าเราจัดเมืองหลักพ่วง 2 เมืองรอง หรือ 3 เมืองรอง เราจะได้สนับสนุนการท่องเที่ยวทั้งประเทศ ตรงนี้ก็จะพยายามสนับสนุนให้มีกิจกรรม หรือดึงเอกลักษณ์ของเมืองรองออกมา แล้วสื่อสารว่ามีอะไรน่าเที่ยวควบกันไป อย่างถ้าไปเที่ยวเชียงใหม่ ก็ยังไปเที่ยวลำพูน ลำปาง ได้ด้วย ลำพูนอาจมีอาหารอร่อย ลำปางอาจมีโบราณสถานที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน ก็ต้องพรีเซ็นต์สิ่งเหล่านี้ออกไป เมืองหลักมีดีและน่าเที่ยวอยู่แล้ว แต่จะดียิ่งกว่าหากได้พ่วงเมืองรองเข้าไป

เน้นย้ำเที่ยวไทยใส่ใจสิ่งแวดล้อมและรักษาความสะอาด
ประเด็นที่เป็นที่พูดถึงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา ก็คือ มาเรียม สาเหตุการตายของมาเรียม เกิดจากขยะ จึงอยากรณรงค์ให้ช่วยกันรักษาความสะอาด ไม่ทิ้งขยะตามแม่น้ำลำคลอง หรือในสถานที่ที่อยู่นอกเหนือจากที่จัดเตรียมไว้ให้ เพราะมันอาจหลุดลอยไปสู่ท้องทะเล โดยเฉพาะหน้าน้ำ ถ้าน้ำมา ขยะลงทะเลแน่นอน จึงอยากฝากให้ช่วยกันดูแลและรักษาสิ่งแวดล้อม รักษาความสะอาดตามสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เที่ยวด้วยจิตสำนึกที่ดี ซึ่งก็จะทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยากเข้ามาเที่ยวไทย มาใช้จ่ายในไทย ก่อให้เกิดรายได้สู่พี่น้องชาวไทยด้วย
นอกจากนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬายังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนโยบายพัฒนาด้านกีฬา โดยมีนโยบายหลัก ดังนี้
1. ส่งเสริมให้คนไทยออกกำลังกาย เล่นกีฬา และนันทนาการอย่างสม่ำเสมอ
2. นำวิทยาศาสตร์การกีฬามาใช้ในการพัฒนานักกีฬา
3. ส่งเสริมโรงเรียนกีฬาเฉพาะด้าน
4. ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา
5. ส่งเสริมความร่วมมือด้านกีฬาระหว่างประเทศ
6. ส่งเสริมการจัดกีฬาระดับโลกในไทย
7. ส่งเสริมนักกีฬาไทยสู่ระดับโลก
ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมด้านการท่องเที่ยวและกีฬาได้จาก mots.go.th และเฟซบุ๊ก พิพัฒน์ รัชกิจประการ Phiphat Ratchakitprakarn