8 บุคคล 8 มุมมอง ความประทับใจที่มีต่อเขาดิน

          รู้จักเขาดินให้มากขึ้น ผ่านมุมมองของผู้บริหารปัจจุบันและอดีตผู้บริหารองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์และสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งจะมาบอกเล่าบทบาทหน้าที่ในการทำงาน ความประทับใจ และแนะนำจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขาดิน
          กว่า 80 ปีที่เขาดินได้เปิดบริการมาให้ประชาชนเข้ามาพักผ่อนหย่อนใจ เข้ามาใช้เวลาร่วมกับครอบครัว เพื่อน คนที่รัก สร้างความประทับใจให้กับทุกๆ คน วันนี้เราจะรู้มุมมอง ฟังเรื่องเล่าจากผู้บริหารจากองค์การสวนสัตว์ และสวนสัตว์ดุสิต ที่มีต่อเขาดิน ซึ่งแต่ละท่านนั้นต่างก็มีประสบการณ์ร่วมที่น่าประทับใจ อ่านแล้วต้องยิ้มตามแน่ๆ ค่ะ

1. คุณเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์

          นับว่าเป็นโอกาสดีมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสร่วมนั่งพูดคุยกับคุณเบญจพล นาคประเสริฐ ผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ อีกหนึ่งบุคคลที่มีความสำคัญต่อเขาดินในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นบุคคลที่คอยสนับสนุนเขาดินให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ในวันนี้นั่นเอง 

          "หน้าที่หลัก ๆ ขององค์การสวนสัตว์ ก็จะคอยดูแลสวนสัตว์ดุสิต คอยสนับสนุนเรื่องต่าง ๆ รวมทั้งกิจกรรมภายในสวนสัตว์ดุสิต ส่วนใหญ่จะสนับสนุนทางด้านงบประมาณ เพื่อให้งานกิจกรรมต่าง ๆ ของสวนสัตว์ดุสิตดำเนินไปได้ดีและบรรลุเป้าหมาย"


          ถ้าใครมาเที่ยวเขาดินแล้วเห็นว่ามีกิจกรรมต่าง ๆ มากมาย และในทุก ๆ จุดยังมีป้ายให้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์ ต้นไม้ และสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบ ๆ เขาดินเยอะแยะไปหมด เรียกได้ว่าทุกคนจะต้องได้ความรู้กลับบ้านไปแน่นอน คุณเบญจพลก็เล่าให้ฟังว่า สวนสัตว์เป็นสถานที่ที่ให้บริการสังคม

          ซึ่งนอกจากผู้ที่เข้าเยี่ยมชมจะได้รับความสนุกสนานและความรื่นเริงจากการชมสัตว์ในส่วนจัดแสดงสัตว์ต่าง ๆ แล้ว ก็ยังจะได้ความรู้เกี่ยวกับสัตว์นานาชนิดในสวนสัตว์ และที่สำคัญยังจะได้ความรู้สึกด้านการอนุรักษ์กลับบ้านไปด้วย เพราะสัตว์บางชนิด ไม่สามารถที่จะหาชมได้ในป่าธรรมชาติแล้ว มีหลงเหลือเพียงแค่ในสวนสัตว์เท่านั้น พอเด็ก ๆ หรือผู้เข้าชมได้มาเห็นตรงนี้ ก็จะตระหนักได้ว่าต้องช่วยกันอนุรักษ์ ก็จะช่วยให้ทรัพยากรสัตว์ป่าในประเทศไทยดีขึ้นได้ในอนาคต

          นอกจากนี้ในแง่ของคนทำงานในเขาดินอย่างคุณเบญจพล ยังบอกว่ารู้สึกประทับใจกับความร่มรื่นของเขาดิน และจะรู้สึกมีพลังในการทำงานทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของผู้เข้าเยี่ยมชมและเด็ก ๆ

          "เวลาที่มีเด็ก ๆ มาเที่ยวกันเยอะ ๆ ก็จะมีเสียงเจี๊ยวจ๊าว แต่ในเสียงเจี๊ยวจ๊าวนั้น ก็จะมีรอยยิ้มเล็ก ๆ ของเด็กทุกคน เป็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสา เนื่องจากเด็ก ๆ ได้มาเรียนรู้ ได้มาสัมผัสกับสัตว์จริง ๆ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ ทุกคนที่มาเที่ยว และภาพรอยยิ้มของเขาก็จะสามารถทำให้เราอมยิ้มได้ด้วย เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำงานต่อได้"


          และก่อนที่จะจบการพูดคุย คุณเบญจพลยังได้แนะนำมุมสวย ๆ ของเขาดินไว้ด้วย นั่นก็คือ บริเวณชั้นล่างของศูนย์อาหาร เพราะผนังด้านหนึ่งนั้นจะเป็นกระจกและติดกับส่วนจัดแสดงนกน้ำ ผู้เข้าเยี่ยมชมสามารถที่จะนั่งกินข้าวไปพร้อม ๆ กับการชมวิวกว้าง ๆ ภาพดูสบายตา อากาศเย็นสบาย เพราะมีเครื่องปรับอากาศ และยังเป็นจุดแวะนั่งพัก เพื่อเก็บแรงไว้ไปเที่ยวในส่วนอื่น ๆ ของสวนสัตว์ดุสิตได้ด้วย ส่วนอีกมุมหนึ่งที่ไม่ควรพลาด ก็คือ มุมข้าง ๆ สระน้ำ ซึ่งสามารถมองเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นจุดชมวิวที่สวยงามมากและน่ามาถ่ายภาพเก็บไว้

2. น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์


          อีกหนึ่งบุคคลที่มีบทบาทต่อการอนุรักษ์สัตว์ป่าของไทย และมีความผูกพันกับเขาดินไม่น้อย ก็คือ น.สพ.สุเมธ กมลนรนาถ รองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ซึ่ง น.สพ.สุเมธ ได้มีโอกาสร่วมทำงานกับสวนสัตว์มาไม่น้อยกว่า 30 ปี แน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องราวอันน่าประทับใจเกี่ยวกับการรักษาสัตว์ป่าและการทำงานอยู่ในสภาพแวดล้อมที่สวยงามของเขาดิน
 

          แต่ก่อนที่ น.สพ.สุเมธ จะมาทำงานเป็นส่วนหนึ่งในเขาดินและองค์การสวนสัตว์ ได้นั้น น.สพ.สุเมธ เล่าว่า เป็นเรื่องที่ไม่คาดฝันจริง ๆ เพราะสมัยตอนที่ยังเรียนอยู่ในระดับมหาวิทยาลัย จะชอบมานั่งอ่านหนังสือที่นี่ ถึงแม้ว่าบ้านจะอยู่แถว ๆ ฝั่งธนฯ แต่ก็พยายามที่จะมานั่งอ่านหนังสือในเขาดิน เพราะอากาศเย็นสบาย ร่มรื่น ตอนฝึกงานก็ได้ฝึกงานที่นี่ แล้วพอเรียนจบก็มีรุ่นพี่ชักชวนให้มาทำงานกับองค์การสวนสัตว์ ก็ได้มีโอกาสย้ายไปประจำที่สวนสัตว์ต่าง ๆ ทั่วไทย และมีโอกาสได้เป็นผู้อำนวยการสำนักอนุรักษ์และวิจัย องค์การสวนสัตว์ พร้อมทั้งยังเคยเป็นผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งทุกครั้งที่มีโอกาสได้กลับมาทำงานที่เขาดิน น.สพ.สุเมธ จะรู้สึกดีใจและปลื้มใจมาก ที่ได้กลับมายังสถานที่ที่เป็นสถานที่อ่านหนังสือสอบและฝึกงานในสมัยเรียน


          ซึ่งนอกจากความร่มรื่นของเขาดินที่มีมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว น.สพ.สุเมธ ยังบอกอีกว่าที่เขาดินมีการจัดการดูแลสัตว์และการให้บริการตามระดับมาตรฐานของสมาคมสวนสัตว์และอควาเรียมโลก (World Association for Zoos and Aquariums : WAZA) มานานแล้ว ซึ่งจะเป็นสวนสัตว์สมัยใหม่ที่พร้อมให้ทั้งความสนุกสนานเพลิดเพลิน ให้ความรู้แก่ผู้ที่มาเยี่ยมชม พร้อมทั้งส่งเสริมเกี่ยวกับงานด้านการอนุรักษ์ วิจัย และการศึกษาเกี่ยวกับสัตว์ป่า

          "สวนสัตว์ที่มีคุณค่า ก็ต้องเป็นสวนสัตว์ที่ให้ทั้งความเพลิดเพลิน และสนับสนุนการศึกษาให้เด็กและประชาชนอย่างดี เราต้องทำให้สวนสัตว์เป็นสถานที่ที่ผู้มาเที่ยวชมควรได้สิ่งดี ๆ กลับบ้าน ได้ความรู้ ได้มีความตระหนักว่าสัตว์ต่าง ๆ ควรค่าแก่การอนุรักษ์"

          และยังเล่าให้ฟังอีกว่าการทำงานเป็นสัตวแพทย์ในสวนสัตว์นั้นค่อนข้างท้าทาย เพราะจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับสัตว์อยู่ตลอด และต้องทุ่มเทค่อนข้างมาก เพราะถ้าเวลาที่สัตว์ป่วย จะต้องอยู่เฝ้าสัตว์กันทั้งวันทั้งคืน ต้องพร้อมที่จะช่วยเหลือตลอดเวลา และ น.สพ.สุเมธ ยังคลายข้อสงสัยในเรื่องที่ว่าทำไมถึงต้องนำสัตว์เข้ามาอยู่ในสวนสัตว์ให้ฟังกันด้วย

          "หลาย ๆ ท่านก็จะบอกเอาสัตว์มากักขังทำไม อยากให้ทำความเข้าใจใหม่ เพราะสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ เวลาเกิดใหม่ เขาเกิดตรงไหน เขาก็จะคิดว่าตรงนั้นเป็นบ้านเขา สัตว์ที่เกิดในสวนสัตว์ก็จะคุ้นเคยกับคน ทั้งเสียง กลิ่น คน เขาไม่รู้จักเลยว่าป่าเป็นอย่างไร แต่ทางสวนสัตว์ก็ยังคงปรับบริเวณจัดแสดงให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ให้ร่มรื่นและใกล้เคียงกับป่าในธรรมชาติ


          ในมุมมองของนักท่องเที่ยว ก็อาจจะมองว่าสัตว์แค่อยู่เฉย ๆ ในสวนสัตว์ แต่จริง ๆแล้ว สัตว์แต่ละตัวมีหน้าที่นะ เช่น หน้าที่ให้การศึกษาเด็กและผู้ที่เข้าเยี่ยมชม เวลาที่วิทยากรอธิบายข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์นั้น ๆ ก็สามารถอธิบายไปพร้อม ๆ กับการให้เห็นภาพจริงได้เลย ไม่ใช่แค่การชี้ไปบนภาพถ่าย บนหน้าจอทีวี ทีนี้ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หรือไม่ว่าใครก็ตามได้เข้ามาแล้ว พอเห็นภาพก็จะจำข้อมูลต่าง ๆ ได้ดี สวนสัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่ดีทีเดียว"


          พอถามถึงสถานที่ที่น่าเที่ยวชมในเขาดิน น.สพ.สุเมธ ก็ตอบด้วยน้ำเสียงที่สดใสว่า เขาดินนั้นน่าเที่ยวทุกมุม เพราะในทุก ๆ มุมก็จะมีเรื่องราวดี ๆ วิวสวย ๆ ให้ได้ชมกัน อย่างบริเวณเนินเขาดิน ก็มีต้นสักทอง ซึ่งเป็นต้นสักที่ปลูกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ให้ได้ชม หรือใครหลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าที่เขาดินมีหลุมหลบภัยสาธารณะ สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่ด้วย ซึ่งเป็นหลุมหลบภัยเพียงแห่งเดียวในกรุงเทพฯ ที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าเที่ยวชม
 

          ช่วงสุดท้ายของการพูดคุย น.สพ.สุเมธ ยังขอเชิญชวนให้มาเที่ยวสวนสัตว์กันค่ะ เพราะอย่างที่บอกไปข้างต้นว่าสวนสัตว์ไม่ได้มีแต่ความสนุกสนานเพลิดเพลินเท่านั้น แต่ยังมีสิ่งที่น่าสนใจรออยู่อีกมากมาย ที่แน่ ๆ ผู้เข้าชมจะได้รับความรู้ไม่มากก็น้อยติดตัวกลับบ้านไปอย่างแน่นอน และในทุกครั้งที่มาเที่ยวก็จะมีความรู้ใหม่ ๆ ให้ได้ศึกษาเรียนรู้อยู่ตลอด นั่นก็หมายความว่า เราสามารถเที่ยวสวนสัตว์กันได้ตลอดทั้งปีนะคะ :)

3. คุณพิทักษ์ อุ่นซ้อน ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต

          อีกหนึ่งบุคคลที่มีความสำคัญกับเขาดินที่เราจะไม่พูดถึงไม่ได้ ก็คือ คุณพิทักษ์ อุ่นซ้อน ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิตคนปัจจุบัน เราได้ทราบว่า ผอ.พิทักษ์ เรียนจบทางด้านการจัดการอุตสาหกรรม คำถามเกิดขึ้นในใจทันที เพราะไม่คิดว่าผู้ที่เรียนจบทางด้านนี้ จะเลือกทำงานกับสวนสัตว์มาเกือบ 40 ปีแล้ว เมื่อถามถึงสาเหตุที่ตัดสินใจมาทำงานกับสวนสัตว์  ผอ.พิทักษ์ ยิ้มทันที แล้วตอบอย่างกระปรี้กระเปร่าว่า

          "ผมเป็นคนรักสัตว์มาก ตอนเด็ก ๆ จะชอบเลี้ยงแมว แล้วก็ติดมาจนถึงตอนโต พอเรียนจบ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ก็เปิดรับสมัครงานพอดี ก็คิดว่าเราน่าจะชอบที่จะอยู่กับสัตว์ ก็เลยไปสมัครงาน ผมเข้าไปทำงานครั้งแรกได้เป็นพนักงานโยธา 2 หมวดช่าง แผนกสถานที่ ก็เริ่มทำงานกับสวนสัตว์มาตั้งแต่ตอนปี พ.ศ. 2522 เลื่อนตำแหน่งมาเรื่อย ๆ จนได้มาทำงานที่เขาดินเมื่อปี พ.ศ. 2545 และได้เป็นนักบริหาร 9 ผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต เมื่อปี พ.ศ. 2560 จนถึงปัจจุบัน"

          นอกจากนี้ ผอ.พิทักษ์ ยังเล่าให้ฟังเพิ่มเติมอีกว่าตลอดระยะเวลาสิบกว่าปีของการทำงานที่เขาดิน ก็ได้เห็นว่าที่นี่ได้มอบสิ่งดี ๆ ให้กับทั้งตัวท่านและผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมมากมาย เช่นได้ทำงานในสถานที่ที่สวยงาม ร่มรื่นเป็นธรรมชาติมากที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ส่วนผู้ที่เข้าเยี่ยมชมก็จะได้รับความสนุกสนาน เพลิดเพลิน และยังได้รับความรู้ เรียกได้ว่าทุกสิ่งอย่างในเขาดินสามารถเป็นแหล่งเรียนรู้ได้หมด
 

          โดยเฉพาะเรื่องของสัตว์ป่าสงวน ที่เขาดินก็มีจัดแสดงอยู่หลายชนิด ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมสามารถเข้ามาดูในเรื่องของความเป็นอยู่ของสัตว์แต่ละชนิดได้ และยังจะได้มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์สัตว์ด้วย เพราะที่นี่จะมีการให้ความรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับสัตว์มากมาย อีกสิ่งที่จะได้รับแน่ ๆ ก็คือ เรื่องราวของพืชพรรณต่าง ๆ พรรณไม้บางอย่างก็มีการปลูกมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งพอรวม ๆ กันก็เป็นปอดของกรุงเทพฯ ได้ด้วย เด็ก ๆ และผู้เข้าเยี่ยมชมก็ได้เรียนรู้ในเรื่องของธรรมชาติไปในตัว
 

          นอกจากนี้ท่าน ผอ.พิทักษ์ ยังบอกอีกว่า เขาดินไม่เป็นเพียงแค่สวนสัตว์เท่านั้น แต่ยังเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจด้วย

 

          "เขาดินมีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ถ้ามาเที่ยวแล้วนอกจากจะได้ชมสัตว์ ก็ยังได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับเขาดินด้วย เช่น ต้นสักเจ้าชายวัลเดอร์มาร์ พระราชโอรสในสมเด็จพระเจ้าคริสเตียนที่ 8 แห่งเดนมาร์ก ได้ทรงปลูกเมื่อตอนที่ได้เสด็จเยือนประเทศสยามเมื่อปี พ.ศ. 2443


          และแน่นอนว่าการทำงานมากว่า 10 ปีที่นี่มีเหตุการณ์ที่น่าประทับใจมากมาย ผอ.พิทักษ์ เล่าว่า ครั้งหนึ่งสมเด็จพระญาณสังวร (เจริญ สุวฑฺฒโน) ได้เสด็จมาเยี่ยมชมเขาดิน และได้เสด็จไปที่ทับช้าง ทันทีที่รถจอดสนิทและพระองค์ทรงพระดำเนินไปด้านหน้าส่วนจัดแสดง พลายบุญเลิศก็ร้องขึ้นเสียงดัง แล้วก็คุกเข่าลงทั้งสองข้างรับอาหารจากพระองค์ ซึ่งปกติพลายบุญเลิศจะดื้อมาก นับเป็นความอัศจรรย์ และยังคงเป็นเรื่องราวดี ๆ ในความทรงจำของ ผอ.พิทักษ์ มาจนถึงปัจจุบัน
 

          อีกเหตุการณ์หนึ่งที่ ผอ.พิทักษ์ บอกว่าพอนึกถึงทีไรก็ยิ้มได้และความรู้สึกปลื้มใจที่ได้ทำงานที่เขาดิน ก็คือ เหตุการณ์ตอนที่เด็ก ๆ กลุ่มหนึ่งมาเที่ยวเขาดิน เวลาที่เด็ก ๆ มาเที่ยวเป็นหมู่คณะ ถ้าใครพูดอะไรสักอย่างที่ดูน่าตื่นเต้น พวกเขาก็จะพูดตาม ๆ กัน วันนั้นเด็ก ๆ ไปที่ส่วนจัดแสดงแม่มะลิ พอคุณครูบอกว่าแม่มะลิเป็นฮิปโปโปเตมัสที่ตัวใหญ่ที่อายุยืนที่สุดในประเทศไทย เด็ก ๆ ก็จะพากันส่งเสียงแม่มะลิ ๆ ๆ แล้วก็ไปยืนเกาะกระจก ตอนนั้นแม่มะลินอนอยู่ในน้ำ เด็ก ๆ ก็พากันส่งเสียงเรียกให้ตื่น ซึ่งปกติแล้วฮิปโปโปเตมัสจะสามารถกลั้นหายใจในน้ำได้ประมาณ 5-6 นาที พอแม่มะลิถึงเวลาที่ต้องขึ้นมาหายใจ เขาก็โผล่ขึ้นมา เด็ก ๆ ก็คิดว่าพวกเขาสามารถเรียกแม่มะลิให้ตื่นได้ ก็พากันเฮเสียงดังมาก แล้วก็ยิ้มหัวเราะ สร้างความสุขให้กับหลาย ๆ คนที่เห็น

          ทั้งนี้ ผอ.พิทักษ์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายเกี่ยวกับความประทับใจในเขาดินว่า ในความเป็นซิตี้ซู (City Zoo) ของเขาดิน ผู้ที่เข้ามาเที่ยวชมเขาดินก็ได้รับความรู้พร้อมกับความสุขมากมาย ซึ่งเวลาที่ได้เห็นแววตาของเด็ก ๆ ที่เห็นสัตว์ที่อยู่ในส่วนจัดแสดง ดูเป็นแววตาที่มีความสุข สนุกสนาน ได้เห็นผู้ใหญ่ที่มาพักผ่อนกับครอบครัว หัวเราะ ยิ้มร่าเริง จะรู้สึกดีใจมาก และอยากแนะนำให้มาเยี่ยมชมบริเวณเขาน้ำตก ซึ่งเป็นเขาน้ำตกจำลอง อยู่ใกล้ ๆ กับทางเข้าประตู 1 บรรยากาศรอบ ๆ เงียบสงบ สามารถนั่งชิล หรือจะหาหนังสือสักเล่มมานั่งอ่านก็ได้

4. คุณวิศิษฎ์ วิชาศิลป์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์และอดีตรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์

         ในสวนสัตว์ไม่ได้มีเพียงแค่พนักงานดูแลสัตว์เท่านั้นนะคะที่สำคัญกับสัตว์ อีกหนึ่งอาชีพที่สำคัญมาก ๆ ไม่แพ้กันเลยก็คือ สัตวแพทย์ เพราะต้องคอยดูแลสัตว์ต่าง ๆ ให้มีสุขภาพดี และแข็งแรงพร้อมกับการขยายพันธุ์ ซึ่งคุณวิศิษฎ์ วิชาศิลป์ ที่ปรึกษาผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์และอดีตรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีส่วนในการดูแลสัตว์ต่าง ๆ ในเขาดินตลอดระยะเวลากว่า 37 ปีที่ผ่านมา


          คุณวิศิษฎ์ เล่าว่า ตั้งแต่เรียนจบจากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้เข้ามาทำงานที่เขาดินเลย เพราะรู้สึกว่าการทำงานในสวนสัตว์เป็นความท้าทาย เพราะเรื่องที่เรียนส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับปศุสัตว์และสัตวบาล แต่ที่เขาดินจะเป็นเรื่องของสัตว์ป่า จึงคิดว่าถ้าหากได้ทำงานที่เขาดินก็จะได้ทั้งความรู้ใหม่ ๆ และได้ทำงานที่สนุกด้วย
 

          ซึ่งพอคุณวิศิษฎ์ได้เข้ามาสัมผัสกับการทำงานที่เขาดิน ก็รู้สึกว่าไม่ผิดหวัง นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องราวใหม่ ๆ แล้ว ก็ยังจะได้ทำงานในสถานที่ทำงานที่มีบรรยากาศเป็นธรรมชาติ มีความผูกพันกับสัตว์ ได้เห็นเด็ก ๆ หรือคนที่มาเที่ยวเขาดินมีความสุข ได้เห็นว่างานที่คุณวิศิษฎ์ทำนั้น ทำให้คนมีความสุข และก็ทำให้ตัวของคุณวิศิษฎ์ทำงานอย่างมีความสุขด้วยเช่นกัน
 

          "เรามองเห็นว่าเขาดินเป็นแหล่งที่จะกล่อมเกลาเด็ก ๆ  และทำให้เด็กหรือครอบครัวได้มาสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัว แล้วเด็กที่มาเที่ยวที่นี่เขาก็จะมีจิตใจที่อ่อนโยน มีความรักสัตว์ไปในตัว การได้เห็นครอบครัวเขามาเที่ยวกันมีความสุข มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในครอบครัว มาทำกิจกรรมร่วมกัน คล้าย ๆ กับเขาดินเป็นโรงเรียนที่ปลูกฝังให้เด็ก ๆ รักสัตว์ไปในทางอ้อมโดยที่ไม่รู้ตัว จุดนี้ทำให้เรามีความสุขไปด้วย

          การทำงานที่มีความสุขที่สุด ก็คือ การสร้างความสุขให้ผู้ที่มาใช้บริการ การได้เห็นเด็ก ๆ ที่เข้ามามีความสุข ได้เห็นสายตาของเด็กที่จะมีประกายเวลาที่เขาเห็นสัตว์ต่าง ๆ ในสวนสัตว์ เห็นพวกเขาตื่นเต้น และมีความสุขมาก ๆ เราเป็นคนบริการและเป็นเจ้าหน้าที่ที่ดูแลอยู่ พอเห็นแบบนั้นก็ประทับใจ"


          บรรยากาศการพูดคุยเริ่มสนุกมากยิ่งขึ้น เมื่อถามคุณวิศิษฎ์ถึงความประทับใจที่ได้ทำงานในเขาดิน คุณวิศิษฎ์เล่าอย่างสนุกสนานว่า ตนเองนั้นชอบมาก ๆ เวลาที่เห็นเด็ก ๆ ที่ได้เข้ามาเที่ยวที่เขาดิน ทันทีที่รถเลี้ยวเข้ามายังสวนสัตว์สายตาของเด็ก ๆ ก็จะเปลี่ยนไป ในตาของเด็ก ๆ จะมีประกาย ตื่นเต้น แล้วก็ดีใจสุดขีด ดูพวกเขามีความสุขมาก เด็กทุกคนจะเป็นแบบนี้หมด รู้สึกประทับใจที่เห็นว่าการมีสวนสัตว์ทำให้เด็กมีความสุข ทำให้ผู้เข้าเยี่ยมชมมีความสุข แล้วครอบครัวก็มีความสัมพันธ์ที่ดีด้วย  

          ก่อนจากกันคุณวิศิษฎ์ยังแนะนำสถานที่ที่ห้ามพลาดของเขาดินให้ด้วยค่ะ นั่นก็คือ บริเวณท่าเรือจักรยานนาวา เพราะตรงนั้นจะสามารถมองเห็นนักท่องเที่ยวมาปั่นเรือจักรยานนาวาอยู่กลางสระน้ำ เมื่อมองออกไปทิวทัศน์ก็สวยงาม มองเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคม อากาศเย็นสบาย และอีกที่ที่ไม่ควรพลาดก็คือ หลุมหลบภัยสาธารณะ เป็นหลุมหลบภัยสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเปิดให้เข้าเที่ยวชมเพียงแค่แห่งเดียวในกรุงเทพฯ เท่านั้น

          "ภารกิจของสวนสัตว์นอกจากจะได้ความเพลิดเพลินแล้ว เรายังมีการให้การศึกษา มีวิทยากรให้ความรู้ เกี่ยวกับการมีอยู่ของสัตว์ป่าเหล่านี้มันสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมหรือระบบนิเวศที่อาศัยของเขาในป่า เราต้องช่วยกันอนุรักษ์ไว้ ไม่งั้นเราจะไม่มีสัตว์ต่าง ๆ มาให้เห็นในอนาคต และในสวนสัตว์ก็ยังมีกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง แต่ละสวนสัตว์ก็มีกิจกรรมแตกต่างกันออกไป แต่มีความสนุกสนานไม่แพ้กันแน่นอน"

5. คุณทนง นทีพิทักษ์ อดีตรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์

          ถ้าถามถึงการเปลี่ยนแปลงจากอดีตจนมาถึงปัจจุบันของเขาดิน ผู้ที่สามารถตอบคำถามเราได้อย่างดีที่สุดหนึ่งในนั้นก็คงต้องมีชื่อของ คุณทนง นทีพิทักษ์ อดีตรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ รวมอยู่ด้วย ด้วยระยะเวลาการทำงานและการอยู่ดูแลเขาดินแห่งนี้มายาวนานมากถึง 44 ปี จึงได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลาย ๆ อย่างของที่นี่ และยังเป็นหนึ่งในผู้ที่พัฒนาให้เขาดินเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของกรุงเทพฯ อีกด้วย
 

          คุณทนง เล่าว่า ในสมัยที่เป็นนักศึกษานั้น ได้เคยมีโอกาสเข้ามาเยี่ยมชมเขาดิน และใช้สถานที่แห่งนี้เป็นเสมือนอีกโรงเรียนหนึ่งในการสอนให้ตัวเองได้เขียนรูปในแบบต่าง ๆ ทั้งสัตว์ ต้นไม้ ภูมิทัศน์ ฯลฯ พอเรียนจบในปี พ.ศ. 2512 จึงได้ตัดสินใจเข้ามาทำงานที่องค์การสวนสัตว์ จนเกษียณอายุตอน 60 ปี และเป็นที่ปรึกษาให้กับองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีก 2 ปี รวมระยะเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดเขาดินก็ประมาณ 44 ปีเลยทีเดียว
 

          เริ่มแรกของการทำงานของคุณทนง ก็ได้มีส่วนในการปรับปรุงภูมิทัศน์เขาดิน ทำให้ที่นี่มีความสวยงามร่มรื่นมากยิ่งขึ้น มุมไหนที่ดูว่าอยู่ในมุมอับ ก็ปรับแต่งใหม่ให้โปร่งโล่ง ดูน่าเที่ยวและน่าพักผ่อน พร้อมทั้งยังมีการทำสื่อความรู้เพิ่มเติม เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชม และทราบกันไหมคะ ว่าในสมัยนั้นการทำสื่อไม่ได้ง่ายเหมือนปัจจุบันเลย เพราะต้องทำแบบแฮนด์เมดเกือบทั้งหมด ใช้มือวาดและเขียนกันอย่างบรรจงมาก ๆ การประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ก็อาศัยป้ายประกาศที่ทำจากมือ และการใช้ปาก ไม่ได้มีเฟซบุ๊กหรือโซเชียลมีเดียเหมือนตอนนี้

          แต่ช่องทางหนึ่งที่เขาดินได้มีโอกาสประชาสัมพันธ์และทำให้เขาดินเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น ก็คือ การถ่ายทอดสดรายการเฮฮาหน้าเขาดิน และรายการสนุกกับเราที่เขาดิน ในช่วงปี พ.ศ. 2523-2525 เป็นรายการที่ให้ความรู้และความบันเทิง ได้รับการตอบรับที่ดีมากจากประชาชน ซึ่งคุณทนงก็มีบทบาทในการทำ 2 รายการนี้ด้วย
 

          และถ้าใครได้เห็นภาพของเขาดินเมื่อประมาณ 50-60 ปีที่แล้ว ก็จะเห็นว่าค่อนข้างแตกต่างจากปัจจุบัน ด้วยเมื่อก่อนนั้นจะเป็นกรง คอกตาข่าย มีรั้วกั้น ดูน่าอึดอัด แต่ปัจจุบันส่วนจัดแสดงสัตว์ต่าง ๆ ได้เปลี่ยนแปลงไป มีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้สัตว์ได้อยู่อย่างผ่อนคลาย และผู้เข้าชมได้เข้าถึงสัตว์ต่าง ๆ ได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น

          "สมัยก่อนจะเรียกส่วนที่ให้สัตว์อยู่ว่ากรง คอก และบ่อสัตว์ ซึ่งก็มีลักษณะเป็นกรงเหล็กบ้าง ตาข่ายบ้าง มีรั้วกั้น เกิดความรู้สึกถูกกักกัน กักขัง จึงเปลี่ยนรูปแบบเริ่มด้วยการเปลี่ยนชื่อมาเรียกว่า ส่วนจัดแสดงสัตว์ แล้วก็ให้พนักงานมีความเข้าใจในเรื่องของการจัดการ ให้ศึกษาว่าสัตว์เหล่านี้ควรมีสภาพความเป็นอยู่อย่างไร ก็เปลี่ยนจากกรงเป็นคูน้ำแทน หรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นผนังกระจกที่แข็งแรงทนทาน เมื่อก่อนเวลาให้อาหาร ก็แค่เอาอาหารใส่ถาดไปวางทิ้งไว้ สัตว์กินอิ่มก็นอน สุขภาพเสีย ต่อมาก็เลยเปลี่ยนเป็นการซ่อนอาหารบ้าง แขวนไว้กับพุ่มไม้ต่าง ๆ บ้าง สัตว์ก็จะไปค้นหาอาหารเหมือนตอนที่อยู่ในธรรมชาติ ทำให้สัตว์รู้สึกผ่อนคลาย ได้ออกกำลังกายไปในตัว สุขภาพสัตว์ก็ดีขึ้น ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมเห็นสัตว์ร่าเริง ก็พึงพอใจและได้รับความสุขกลับไป"


          แต่ไม่ใช่แค่สัตว์และผู้เข้าชมเท่านั้นนะคะที่มีความสุขจากการที่ปรับเปลี่ยนวิธีการดูแลเลี้ยงสัตว์ในเขาดิน เพราะพนักงานเลี้ยงสัตว์และเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ในเขาดินต่างก็มีความสุขไปด้วยค่ะ ที่ได้เห็นรอยยิ้มของนักท่องเที่ยว ได้เห็นสัตว์มีสุขภาพที่แข็งแรง ภูมิทัศน์ที่สวยงามของที่นี่ยังทำให้เจ้าหน้าที่ในเขาดินมีสุขภาพกายและใจที่ดีอีกต่างหาก
 

          พอถามคุณทนงถึงสิ่งที่ประทับใจในเขาดิน จากใบหน้าที่เรียบเฉยในตอนแรก ก็ค่อย ๆ ผ่อนคลาย และกลับกลายเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่คุณทนงจะตอบด้วยน้ำเสียงอันตื้นตันว่า

          "ต้องยอมรับว่าสัตว์ป่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่า และนับวันจะสูญสิ้น เนื่องจากธรรมชาติเขาอยู่ในป่า เมื่อป่าถูกทำลาย วงจรชีวิตเขาก็คงมีปัญหา การมีสวนสัตว์ เมื่อนำเขาเข้ามาในสวนสัตว์ แล้วใช้หลักการทางวิชาการเข้าไปดูแล เพื่อการอนุรักษ์ เพื่อการขยายพันธุ์ ก็เป็นที่น่ายินดีอย่างยิ่งที่สัตว์หลายชนิดที่ใกล้จะสูญพันธุ์ ก็สามารถต่ออายุการสูญสิ้นไปได้อีก การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ก็ทำให้สัตว์อยู่ดี ผู้ปกครองพาลูก ๆ มาเที่ยว ก็ได้ทั้งความรู้และความเพลิดเพลินกลับไป มีความสัมพันธ์ที่ดีเกิดขึ้นในครอบครัว และยังรู้สึกดีมาก ๆ ที่เจ้าหน้าที่ที่ทำงานที่นี่มีความรักใคร่กลมเกลียวกัน และมีความรู้สึกว่าเขาดินคือบ้านของพวกเขา จึงช่วยกันดูแลรักษาทั้งสถานที่และสัตว์
 

          ผลจากตรงนี้ก็เป็นไปตามนโยบายขององค์การสวนสัตว์ที่จะเป็นทั้งสถานที่ให้การศึกษาและความรู้ เป็นสถานที่อนุรักษ์ และขยายพันธุ์สัตว์ป่า พร้อมทั้งเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชน"

          ทั้งนี้คุณทนงยังได้แนะนำมุมโปรดในเขาดินมาด้วย นั่นก็คือ จุดชมวิวพระที่นั่งอนันตสมาคม เพราะมีฉากหลังเป็นพระที่นั่งอนันตสมาคม มีสระน้ำกว้างหลายไร่ มีเกาะกลางน้ำ แล้วก็มีฝั่งที่เป็นท่าเรือ มองไปในจุดนี้ก็ยังมีแต่สิ่งเดิม ๆ ไม่เปลี่ยนแปลงมากนักจากตอนที่สร้างในสมัยก่อน มุมนี้ไม่ได้สวยมากมาย แต่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ดูแล้วผ่อนคลาย
 

          และยังบอกทิ้งท้ายไว้อีกนิดว่า การเที่ยวสวนสัตว์ต่าง ๆ  อย่าคิดเพียงแค่ว่าผู้เข้าเที่ยวชมจะได้เพลิดเพลินกับสัตว์เพียงเท่านั้น เพราะในสวนสัตว์ยังมีการให้ความรู้ และยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัวด้วย ค่าใช้จ่ายไม่ได้สูง จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้มาใช้ช่วงเวลาวันว่างกับครอบครัว  การมาเที่ยวสวนสัตว์จะได้อะไรมากกว่าที่คิดแน่นอน

6. น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ อดีตผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต

          ได้ยินมาว่าหมอกับสัตว์ไม่ถูกกัน ก็ยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไรค่ะ จนได้มีโอกาสพูดคุยกับ น.สพ.อลงกรณ์ มหรรณพ อดีตผู้อำนวยการสวนสัตว์ดุสิต บุคคลสำคัญที่มีบทบาทด้านการรักษาและดูแลสัตว์ป่าของเขาดิน และเป็นผู้ที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการรักษาสัตว์ป่ามาอย่างโชกโชน วันนี้ น.สพ.อลงกรณ์ เล่าให้ฟังหลากหลายเหตุการณ์ของความแสบซนและความยากของการรักษาสัตว์ป่าที่ท่านเคยเจอมา ซึ่งพอได้ฟังแล้ว ก็ต้องปรบมือให้เลยค่ะ เพราะแต่ละเหตุการณ์นั้น นอกจากจะต้องใช้ความรู้ทางด้านวิชาการแล้ว ก็ยังต้องใช้ไหวพริบการเอาตัวรอดไม่น้อยเลยล่ะ
 

          แต่ก่อนที่ท่านจะเล่าให้ฟังถึงตรงนั้น ก็ได้เล่าให้ฟังถึงที่มาที่ไปในการเข้ามาทำงานที่เขาดิน โดยสมัยที่ท่านเรียนจบสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ได้มีโอกาสเข้ามาฝึกงานที่เขาดินเป็นระยะเวลา 3 เดือน ในตอนนั้นท่านได้เห็นปัญหาระบบลำไส้ที่เกิดขึ้นกับชะนี ก็เลยมีความอยากที่จะช่วยเหลือชะนี จึงตัดสินใจสมัครงานที่สวนสัตว์ดุสิต และนั่นเองก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ท่านได้มาคลุกคลีกับสัตว์ป่านานาชนิด พอถามถึงเหตุการณ์ที่ประทับใจ ท่านก็เล่าให้ฟังอย่างสนุกสนาน

          "ที่จำได้มีหลายเหตุการณ์มาก อย่างแม่มะลิ เป็นฮิปโปโปเตมัสที่ได้รับความนิยมมาก นักท่องเที่ยวก็มาเที่ยวชมกันเยอะ แต่ก็มีบางคนโยนลูกเทนนิส โยนรองเท้าบูทลงไป หมอก็ต้องหาวิธีเอาออกมาโดยเร็วที่สุด ไม่งั้นเขาจะตาย หรืออย่างตอนคลอดลูก ปกติฮิปโปโปเตมัสจะคลอดลูกในน้ำ แต่มีบางตัวที่คลอดบนบก ก็ต้องหาวิธีที่จะทำให้ลูกฮิปโปโปเตมัสลงไปในน้ำ"

          ส่วนชะนี ลิง ค่าง เป็นสัตว์ที่มีระบบลำไส้เปราะบางที่สุด ถ้าดูแลไม่ดี เกิดท้องเสียจนขาดน้ำก็อาจจะตายได้ เราก็ต้องหาวิธีช่วยให้เร็วที่สุด แต่อวัยวะเขาเล็กมาก เราก็ต้องหาทางฉีดยาเข้าไป ก็พบว่าต้องฉีดเข้าที่เส้นเลือดดำตรงขาหนีบ เป็นสิ่งที่เราต้องเรียนรู้
 

          ลิงชิมแปนซีจะฉลาดมาก ก็ต้องระวังมากเป็นพิเศษ เคยมีกรณีที่เขาหลุดออกมาจากบ่อ เพราะจดจำว่าเวลาที่พนักงานเลี้ยงปล่อยน้ำในคูกั้นออก จะสามารถกระโดดขึ้นไปเกาะกำแพงอีกด้านหนึ่งได้และออกไปด้านนอกส่วนจัดแสดงได้ วันนั้นพนักงานเลี้ยงลืมเอาเข้าส่วนจัดแสดงด้านหลัง 1 ตัว เขาก็หนีออกไปได้ หมอก็ต้องตามไปฉีดยาสลบ เพราะต้องเอาเข้าส่วนจัดแสดงก่อนสวนสัตว์เปิด แต่มันไม่ง่าย เพราะพอเขาเห็นหมอ หรือเห็นอุปกรณ์ยิงยาสลบเขาจะหนี หมอก็ต้องใช้วิธีเข้าไปให้ใกล้มากที่สุด ตอนแรกให้กินยาสลบกับผลไม้ เขาก็รู้ก็แงะออกทิ้ง ก็เลยต้องใช้วิธีฉีดยา ถ้าฉีดยาต้องโดนกัดแน่ ๆ จึงต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว พอเข้าใกล้ตัวได้ ก็หาจังหวะฉีดยาเขา พอฉีดเข้าไปก็กัดหมอเลยที่เหนือเข่า แต่ดีที่ใส่กางเกงยีนส์ ก็บอกลูกน้องให้เอาไม้แห้งโยนเข้ามา แล้วหมอก็ใช้งัดขากรรไกรบนล่างเพื่อให้อ้าปาก พอยาออกฤทธิ์เขาก็เริ่มซึม เราก็เอาเขาเข้าส่วนจัดแสดง" 

          ท่านยังบอกอีกว่าสัตว์แต่ละชนิดจะมีวิธีการรักษาที่ไม่เหมือนกัน เพราะสัตว์มีอวัยวะที่แตกต่างกัน และยังมีพฤติกรรมที่ไม่เหมือนกันด้วย สัตว์บางตัวถ้าอยู่กับพนักงานเลี้ยงหรือผู้เข้าเยี่ยมชมก็จะขี้เล่น น่ารัก แต่สัตว์ทุกตัวเวลาเจอหมอจะต่อต้านทันที และจำได้ด้วยว่าคนนี้เป็นหมอ เพราะเขาจะจดจำกลิ่น เสียง และรูปลักษณ์ได้ดี เพราะฉะนั้นเวลาเข้าไปรักษาก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับ น.สพ.อลงกรณ์ นั้นโดนมาแล้วทั้งตัวค่ะ แต่เพราะใจรัก ท่านถึงทำงานนี้มาจนเกษียณอายุ :)
          "การช่วยเหลือสัตว์ให้พ้นจากความเจ็บไข้ พ้นจากความทรมาน แล้วให้เขาแก่ตายไปเอง เป็นเรื่องที่สัตวแพทย์ต้องศึกษาหาความรู้ แล้วจดจำไว้ว่าจะทำอย่างไรให้สัตว์แต่ละชนิดรอด ทำเป็นบันทึกไปสอนรุ่นน้อง ไปเผยแพร่ต่อ เพราะฉะนั้นการทำงานในสวนสัตว์ นอกจากจะได้ความรู้ใหม่ ๆ ตลอดเวลา และได้ช่วยเหลือสัตว์แล้ว ก็ยังจะได้เอาความรู้ที่เรามีไปเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ให้กับหมอรุ่นหลังด้วย ก็จะได้มีหมอด้านสัตว์ป่าเพิ่มมากขึ้น"

          นอกจากนี้ น.สพ.อลงกรณ์ ยังแนะนำว่า ในเขาดินนั้นมีจุดที่น่าสนใจไม่น้อย และจุดที่มาชมแล้วจะสบายตาที่สุด จะอยู่บริเวณรอบ ๆ สระน้ำ โดยเฉพาะแถว ๆ บริเวณท่าเรือจักรยานนาวา ช่วงเช้า ๆ ลมจะเย็นมาก หรือไม่ก็ตรงบริเวณลานพรม ฝั่งที่ติดกับถนนอู่ทองใน บริเวณนั้นมีต้นไม้ค่อนข้างหนาแน่น บรรยากาศเงียบสงบ และ น.สพ.อลงกรณ์ ยังทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า การมาเที่ยวสวนสัตว์ นอกจากจะได้รู้จักกับสัตว์ป่านานาชนิดแล้ว ก็ยังจะได้ความรู้ใหม่ ๆ ด้วย และเป็นแรงบันดาลใจให้กับเด็ก ๆ และเยาวชนในการเรียนทางด้านสัตวศาสตร์ สัตวแพทย์ ผู้ใหญ่ที่มาก็ได้รู้จักสัตวป่า เวลาไปเจอสัตว์ป่าในธรรมชาติจริง ๆ จะได้รู้ว่าสัตว์ชนิดนี้คือตัวอะไร ต้องเอาตัวรอดอย่างไร

7. คุณบุญนาค พงษ์ภมร อดีตรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์

          ในช่วงบ่ายของวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน คุณบุญนาค พงษ์ภมร อดีตรองผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ ได้เปิดโอกาสให้เราได้นั่งพูดคุยอย่างสบาย ๆ ใต้ร่มไม้ใกล้กับบริเวณอาคารเรือนกระจกภายในเขาดิน บรรยากาศการพูดคุยเป็นไปอย่างเรียบง่าย รอยยิ้มของคุณบุญนาคจะดูสดใสทุกครั้งที่ได้พูดถึงสถานที่ทำงานที่ไม่เหมือนใคร คุณบุญนาคบอกว่าคงจะหาสถานที่ทำงานที่มีบรรยากาศสวยงามได้เท่ากับเขาดินได้ยาก เพราะมีทั้งสวนสัตว์และสวนพักผ่อนหย่อนใจ เพียงแค่ก้าวออกมาจากอาคารสำนักงาน ก็จะเจอกับบรรยากาศของธรรมชาติ มีสัตว์นานาชนิดให้เดินไปทักทาย ไปพูดคุยเล่นด้วย คุณบุญนาคจึงทำงานอยู่ที่นี่ด้วยความสุขใจตลอดระยะเวลา 37 ปี

          คุณบุญนาคยังเล่าให้ฟังต่ออีกว่าการทำงานที่องค์การสวนสัตว์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเขาดิน ทำให้มีโอกาสได้เดินเที่ยวชมบริเวณรอบ ๆ เขาดินอยู่ตลอด มุมโปรดที่ชอบมาก ๆ ก็อยู่ที่บริเวณท่าเรือจักรยานนาวา เพราะได้เห็นนักท่องเที่ยวมาถีบเรือกันแบบชิล ๆ พอเห็นนักท่องเที่ยวมีความสุข คุณบุญนาคก็มีความสุข และก็ยังได้เห็นหอนาฬิกา ศาลากลางน้ำ พร้อมทั้งพระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งล้วนแต่เป็นสัญลักษณ์ของเขาดิน และยังบอกอีกว่ารู้สึกดีใจมาก ๆ ที่ตอนนี้พอพาใครมาเที่ยวเขาดิน ทุกคนต่างก็บอกว่าเขาดินสวยงาม น่าท่องเที่ยวมาก

          "เมื่อก่อนพอพูดถึงเขาดิน หลาย ๆ คนก็จะนึกถึงแต่กรง และคอกสัตว์ แต่ปัจจุบันเปลี่ยนปรับปรุงเพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถชมสัตว์ได้อย่างใกล้ชิด สวนสัตว์มีการพัฒนามาเรื่อย ๆ เวลาชวนใครมาเที่ยวเขาดิน ตอนแรกก็จะบอกว่าไม่ไป คือเขายังติดภาพลักษณ์เดิม ๆ ของเขาดิน แต่พอได้มาแล้ว ต่างก็บอกว่า สมัยนี้เขาดินเปลี่ยนไปเยอะมาก น่าเที่ยว ดูสดชื่นสบายใจ ครั้งต่อไปจะพาครอบครัวมาเที่ยวบ้าง เป็นคำพูดที่เป็นกำลังใจของคนทำงานมาก ๆ เพราะเราเปลี่ยนแปลงแล้วคนเห็นคุณค่า"  
          ทั้งนี้คุณบุญนาคยังบอกทิ้งท้ายไว้ด้วยว่า นอกจากที่เขาดินแล้ว สวนสัตว์อื่น ๆ ที่อยู่ในการดูแลขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ก็ล้วนแต่มีบรรยากาศที่สวยงาม และมีกิจกรรมที่น่าสนใจ มีส่วนให้การศึกษาความรู้ และปลูกฝังเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และสิ่งแวดล้อม พร้อมกับมีสิ่งอำนวยความสะดวก มีร้านค้า ร้านอาหารไว้รองรับอย่างครบถ้วน เหมาะกับทุกเพศทุกวัย เปิดให้เที่ยวกันได้ตลอดทั้งปีเลยค่ะ

8. คุณวัลลภ ธนะสังข์ อดีตหัวหน้าสวนสัตว์ดุสิต

          สำหรับใครที่มีโอกาสไปเที่ยวเขาดิน แล้วได้เห็นบรรยากาศที่สวยงามร่มรื่น ได้เห็นต้นไม้น้อยใหญ่มากมาย ก็คงจะประทับใจกันไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ วันนี้เราโชคดีมาก ๆ ที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณวัลลภ ธนะสังข์ อดีตหัวหน้าสวนสัตว์ดุสิต ซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่มีส่วนสำคัญในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของเขาดินแห่งนี้ให้งดงามเหมือนในปัจจุบัน ต้นไม้หลาย ๆ ต้น ก็เป็นฝีมือการปลูกของคุณวัลลภนี่เอง อย่างต้นลานอันสูงใหญ่บริเวณครัววังวนา คุณวัลลภก็ได้นำมาปลูกจากสวนพฤกษศาสตร์พุแค จังหวัดสระบุรี จนตอนนี้กำลังออกดอกมากมาย

          "ผมเป็นคนต่างจังหวัด วันแรกที่เข้ามาในกรุงเทพฯ ก็ได้มาเที่ยวเขาดินเลย ก็นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะได้มาทำงานที่เขาดิน เพราะตอนที่เรียนอยู่ที่ศิลปากร ก็ได้มีโอกาสเข้ามาวาดรูปที่นี่ พอเรียนจบก็เข้ามาทำงานที่เขาดิน ดูแลทั้งในส่วนของการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรม และการจัดสวน การจัดภูมิทัศน์ คนที่ปลูกฝังว่าสวนสัตว์จะต้องเป็นทั้งสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์ให้กับผม ก็คือ พล.ต.อ. สุทัศน์ สุขุมวาท อดีตผู้อำนวยการองค์การสวนสัตว์ และท่านยังแนะนำให้ไปหาคนที่เก่งทางด้านการจัดสวน ซึ่งในสมัยนั้นก็มีอาจารย์สิทธิพร โทณวนิก ซึ่งท่านก็ได้แนะนำให้ลองไปหาหนังสือที่เกี่ยวกับต้นไม้และการจัดสวนมาอ่าน และแนะนำให้ไปดูงานที่สวนพฤกษศาสตร์พุแค จังหวัดสระบุรี และอุทยานวังตะไคร้ จังหวัดนครนายก"

          คุณวัลลภ เล่าต่อด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นว่า การทำงานในสวนสัตว์และในเขาดินตลอดระยะเวลา 28 ปีนั้น มีความสุขมาก เพราะได้อยู่กับต้นไม้และสัตว์นานาชนิด หน้าที่ของคุณวัลลภจะต้องทำให้คนที่มาเที่ยวชมเขาดินมีความสุข ด้วยการได้เห็นได้ชมต้นไม้ วิวธรรมชาติ และภูมิทัศน์ที่สวยงาม พอผู้ที่มาเที่ยวได้เห็นก็จะรู้สึกประทับใจ ตัวของคุณวัลลภเองก็ไม่เครียด เวลาเหนื่อย ๆ ก็แค่เดินออกมาชมวิวสวย ๆ การได้ทำงานในสิ่งที่คุณวัลลภชอบและรัก จึงเป็นการทำงานที่มีความสุขสุด ๆ
 

          นอกจากนี้คุณวัลลภยังได้เล่าถึงความประทับใจในขณะที่ทำงานอยู่ที่เขาดินว่า รู้สึกประทับใจมาก ๆ ที่ราชวงศ์ให้ความสำคัญกับเขาดิน มีครั้งหนึ่งที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เสด็จเป็นการส่วนพระองค์มาที่เขาดิน ตอนนั้นทางสำนักพระราชวังแจ้งล่วงหน้าเพียงแค่ประมาณ 2-3 ชั่วโมง ทางเขาดินก็ไม่มีเครื่องรับรองที่สมพระเกียรติของพระองค์ท่าน แต่ผู้ที่นำเสด็จก็บอกว่าไม่เป็นไร มีเท่าไหนก็เตรียมไว้เท่านั้น พระองค์ก็ทรงม้ามาด้วยตนเองจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อเสด็จมาถึงที่เขาดิน พระองค์ก็ทรงพระดำเนินชมรอบ ๆ เขาดิน พร้อมกับได้พระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการบำรุงเขาดิน และพระราชทานเมล็ดพันธุ์พืชต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ในเขาดิน ซึ่งพอเจ้าหน้าที่นำเมล็ดพันธุ์พระราชทานไปปลูก ปรากฏว่าก็เป็นพืชผักที่มีความสมบูรณ์มาก ประทับใจมาจนถึงวันนี้ที่ราชวงศ์มีเมตตาต่อองค์การสวนสัตว์


          และแน่นอนว่าการทำงานมากว่า 20 ปีที่เขาดิน คุณวัลลภก็ต้องมีมุมโปรด สำหรับสถาปนิกแล้ว มุมที่คุณวัลลภอยากแนะนำก็ต้องเป็นมุมที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปะอย่างอาคารเรือนกระจก อาคารเรือนพยาบาล และน้ำพุสมัน

 

          ในส่วนของอาคารเรือนกระจกก็เป็นอาคารที่ได้รับพระราชทานเกียรติบัตร รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรมดีเด่นจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปี พ.ศ. 2545 มีลักษณะเป็นอาคารไม้ชั้นเดียวติดดิน สไตล์กึ่งยุโรป หลังคาปั้นหยา ประดับด้วยไม้ฉลุโดยรอบชายคา และยังโดดเด่นด้วยการติดกระจกรายรอบหลากสีสวยงาม สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 7 พร้อม ๆ กับอาคารเรือนพยาบาล

 

          ส่วนน้ำพุสมันนั้นก็เป็นฝีมือของคุณสวัสดิ์ เนียมศิริ ซึ่งคุณสวัสดิ์ก็ได้ให้อาจารย์พิมาน มูลประมุข ลูกศิษย์ของอาจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้หล่อโลหะให้ด้วย

          "อยากเชิญชวนเที่ยวสวนสัตว์ทั่วประเทศ เพราะสวนสัตว์มีนโยบายส่งเสริมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม นอกจากนักท่องเที่ยวจะได้รับความเพลิดเพลินแล้ว ก็ยังจะได้ชมต้นไม้ ได้ชมภูมิทัศน์ที่สวยงาม เป็นการปลูกฝังเรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดจนพืชและสัตว์ป่าให้กับตัวของท่านและลูกหลาน และก็จะได้รับความรู้กลับไปด้วยครับ"
          เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับการได้ทำความรู้จักกับผู้บริหารปัจจุบันและอดีตผู้บริหารองค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสวนสัตว์ดุสิต แต่ละท่านมีมุมมองและเรื่องเล่าที่น่าสนใจทั้งนั้นเลยใช่ไหมคะ ทั้งนี้ก็มีสวนสัตว์ที่อยู่ในการดูแลขององค์การสวนสัตว์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อีก 7 แห่งทั่วไทย ใครอยู่ใกล้ที่ไหน ก็ไปเที่ยวกันได้นะคะ :)
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
8 บุคคล 8 มุมมอง ความประทับใจที่มีต่อเขาดิน โพสต์เมื่อ 7 กันยายน 2561 เวลา 15:06:55 1,626 อ่าน
TOP