ชวนเที่ยว ๙ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน ได้ความสนุกเกินพิกัด

          ชวนเที่ยวไทยในรูปแบบใหม่ ได้เที่ยว ได้ความรู้ ได้ส่งเสริมชุมชนอย่างแท้จริง กับการเยือนแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนต่าง ๆ ทั่วไทย ซึ่งได้ซ่อนสิ่งดี ๆ ทางวัฒนธรรมไว้มากมาย


๕๐ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน

          จะดีแค่ไหนถ้าการไปเที่ยวแล้วกลับมามีทั้งความสุขและความรู้ และยังได้แรงบัลดาลใจดี ๆ ติดมาด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวไทยที่มีความน่าสนใจไม่น้อยไปกว่าที่เที่ยวธรรมชาติและสถานบันเทิงสุดทันสมัยต่าง ๆ นั่นก็คือ "แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน" อ๊ะ ๆ เห็นชื่อแบบนี้บางท่านอาจจะคิดว่าดูน่าเบื่อ แต่อยากให้เปิดใจสักนิดค่ะ บอกเลยว่าถ้าได้ลองไปทำความรู้จักกับแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนกันให้มากขึ้น จะหลงรักชุมชนเหล่านั้น รวมถึงความเป็นไทยขึ้นอีกเป็นกองแน่ ๆ ที่สำคัญในประเทศไทยมีแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนหลายแห่ง ซึ่งเราได้คัดตัวท็อป ๙ แห่ง มาไว้ให้ที่นี่แล้ว จะมีที่ไหนบ้าง ตามไปเก็บข้อมูลกันได้เลย

๑. แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนวัดสูงเม่น จังหวัดแพร่










          ถ้าใครเคยผ่านไปผ่านมาในอำเภอสูงเม่น จะต้องสะดุดตากับวัดสวย ๆ ริมถนนยันตรกิจโกศล ช่วงตำบลสูงเม่นกันมาบ้าง ด้วยเป็นวัดที่มีกำแพงสวยงามแปลกตาและยังโดดเด่นด้วยพระอุโบสถ สถาปัตยกรรมล้านนาที่งดงามมาก ๆ วัดที่ว่านี้ก็คือ "วัดสูงเม่น" วัดเก่าแก่ของจังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าก่อตั้งในสมัยกรุงธนบุรี-รัตนโกสินทร์ตอนต้น มีสถาปัตยกรรมของอาคารและเจดีย์ต่าง ๆ แบบล้านนาเก่าแก่ พร้อมทั้งยังพบโบราณวัตถุล้ำค่าหลายอย่าง ทั้งพระพุทธรูปแกะสลักด้วยไม้ พระพุทธรูปถอดชิ้นส่วนได้ พระไตรปิฎกฉบับภาษาไทย และพระไตรปิฎกฉบับภาษาบาลี คัมภีร์ใบลานที่สมบูรณ์มากที่สุดในประเทศไทย















          และด้วยความที่มีทั้งโบราณวัตถุและโบราณสถานสวยล้ำค่า จึงได้เกิดเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนวัดสูงเม่น เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี ขึ้น เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าเยี่ยมชม ทั้งนี้นักท่องเที่ยวก็ยังจะได้มากราบไหว้ขอพรพระประธานภายในพระอุโบสถ ชมความงดงามของพระอุโบสถสไตล์ล้านนาอายุกว่า ๒๐๐ ปี สักการะพระบรมธาตุและสารีริกธาตุ ณ เจดีย์ทรงหกเหลี่ยมสีทองอร่าม ชมหอพระไตรปิฎกอักขระภาษาล้านนา และร่วมถวายผ้าห่อคัมภีร์ใบลาน อิ่มบุญกันถ้วนหน้า ได้ความรู้กันเต็มเปี่ยม 

          ที่ตั้ง : ถนนยันตรกิจโกศล ตำบลสูงเม่น อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่
          เฟซบุ๊ก : วัดสูงเม่น

๒. แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนวัดหลวงนางอย จังหวัดลำปาง











          วัดหลวงนางอย ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวดาวเด่นของจังหวัดลำปางไปแล้ว เมื่อมีการสร้างขัวแตะ หรือสะพานไม้ไผ่ที่ยาวที่สุดในภาคเหนือ ระยะทางยาว ๔๐๐ เมตร เพื่อเชื่อมโยงระหว่างวัดหลวงนางอยกับพระอุโบสถ ผ่านกลางทุ่งนาสีเขียวขจี บรรยากาศสวยสะกดใจ แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือวัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองลำปาง สร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๒๐๐ เดิมชื่อวัดดอนแก้วทรายมูล ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา พ.ศ. ๒๔๐๐















          จุดเด่นของวัดหลวงนางอยคือพระอุโบสถสถาปัตยกรรมล้านนาผสมผสานกับสถาปัตยกรรมแบบเมียนมา ซึ่งมีรายละเอียดของการตกแต่งที่ละเมียดละไม พร้อมทั้งยังมีโบราณวัตถุที่สำคัญมากมาย เช่น พระพุทธรูปโบราณปางต่าง ๆ ข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน วิหารน้อย เครื่องสักการะโบราณ หีบพระธรรม ฯลฯ จึงได้ก่อเกิดเป็นพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดหลวงนางอย และกลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนวัดหลวงนางอยในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเที่ยวชมได้ทุกวัน และร่วมตักบาตรยามเช้ากับบรรยากาศสวย ๆ ของวัดหลวงนางอยได้อีกด้วย

          ที่ตั้ง : ตำบลเสริมซ้าย อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง

๓. พิพิธภัณฑ์ของเล่นพื้นบ้านรุ่งอรุณทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร















          สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวที่จะได้ทั้งความรู้และความสนุกสนาน รวมทั้งยังอยู่ในกรุงเทพฯ เราขอแนะนำให้ลองไปเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์ของเล่นพื้นบ้านรุ่งอรุณทวีวัฒนา แหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับของเล่นพื้นบ้านที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งสามารถเที่ยวได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ภายในพิพิธภัณฑ์ของเล่นพื้นบ้านรุ่งอรุณทวีวัฒนาจะจัดการแสดงและสาธิตเกี่ยวกับของเล่นพื้นบ้านหลากหลายชนิดจากทั่วทุกภาคของไทย เช่น หมากขุม, หุ่นกระบอกพื้นบ้าน, ของเล่นจากเครื่องปั้นดินเผา, ของเล่นเครื่องจักรสาน, เครื่องบินกระดาษ, หุ่นมือ, หนูวิ่ง, พัดบุหงา, ว่าวไทย, โคมกระบอก, เดินกะลา, ไม้โถกเถก เป็นต้น เป็นการฝึกทักษะทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ได้อย่างดีทีเดียว

















          พิพิธภัณฑ์ของเล่นพื้นบ้านรุ่งอรุณทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เปิดให้บริการทุกวันอังคาร-วันอาทิตย์ (หยุดทุกวันจันทร์) ตั้งแต่เวลา ๐๙.๓๐-๑๘.๐๐ น. ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

          ที่ตั้ง : เลขที่ ๗๒/๔๙๒-๔๙๓  ถนนศาลาธรรมสพน์  แขวงศาลาธรรมสพน์  เขตทวีวัฒนา  กรุงเทพฯ
          เฟซบุ๊ก : รุ่งอรุณของเล่นพื้นบ้าน

๔. ศูนย์ส่งเสริมฝีมือจักสานด้วยไม้ไผ่ จังหวัดชลบุรี













          จากไม้ไผ่ธรรมดากลายเป็นสินค้าล้ำค่า สร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน ชวนไปชมศิลปหัตถกรรมพื้นบ้านซึ่งเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวไทยมาเนิ่นนาน กับศูนย์ส่งเสริมฝีมือจักสานด้วยไม้ไผ่ อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี แหล่งเรียนรู้การจักรสานผลิตภัณฑ์จากไม้ไผ่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ. ๒๕๒๑ เมื่อมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ













          นักท่องเที่ยวจะได้ชมและเรียนรู้การจักสานไม้ไผ่สุดประณีตจากช่างฝีมือหัตถกรรมจักสานฝีมือเทพของเมืองไทย ตื่นตาตื่นใจไปกับผลิตภัณฑ์สวย ๆ ที่สร้างสรรค์จากไม้ไผ่ธรรมดา สู่สินค้าที่มีมูลค่า ส่งจำหน่ายไปทั่วโลก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นลายดอกพิกุล อันเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่น



๕๐ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน

          ทั้งนี้ใครที่สนใจสินค้าสามารถเลือกซื้อไปใช้ ไปเป็นของที่ระลึก หรือเป็นของฝากให้กับคนพิเศษก็ได้เช่นกัน สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ ๐ ๓๘๔๖ ๑๓๑๓, ๐๘ ๑๘๙๙ ๔๔๗๑

          ที่ตั้ง : ๓๖ ถนนอินทอาษา ตำบลพนัสนิคม อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
          เว็บไซต์และเฟซบุ๊ก : tbhc1978.com, ศูนย์ส่งเสริมฝีมือจักสานด้วยไม้ไผ่

๕. ศูนย์ฟื้นฟูวัฒนธรรมไตดำโบราณ จังหวัดสุพรรณบุรี











          สนุกสนานไปกับการเรียนรู้วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของชาวไตดำ หรือที่คนไทยรู้จักกันในนามลาวโซ่ง หรือไทยทรงดำ ณ ศูนย์ฟื้นฟูวัฒนธรรมไตดำโบราณ สถานที่ท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมอันโดดเด่นของจังหวัดสุพรรณบุรี และที่เที่ยวใกล้กรุงเทพฯ ดี ๆ ที่อยากจะชวนให้ลองไปสัมผัสกันสักครั้ง


















          นักท่องเที่ยวจะได้เพลิดเพลินไปกับกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่สนุกสนาน ได้เดินชมบ้านเรือนเก่าแก่ของชาวไตดำ ที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้พื้นบ้าน และสิ่งของต่าง ๆ ซึ่งแสดงถึงอัตลักษณ์ที่แท้จริงของชาวไตดำ รวมทั้งเครื่องแต่งกายประจำท้องถิ่น ซึ่งจะให้นักท่องเที่ยวได้ลองสวมใส่กัน นอกจากนี้ก็ยังมีการแสดงและสาธิตการทอผ้าแบบโบราณ การทำเครื่องจักสานตามภูมิปัญญาท้องถิ่น การทำเครื่องประดับพื้นเมือง การตำข้าวและฟาดข้าว การทำอาหารพื้นเมือง และกิจกรรมอื่น ๆ ให้ได้ชมกันอย่างจุใจ สามารถจัดเป็นทริปเที่ยวแบบวันเดย์ทริปได้สบาย ๆ หรือถ้าอยากไปนอนโฮมสเตย์ก็มีให้บริการเช่นกัน

          ที่ตั้ง : ๑๗๓ หมู่ ๑ ตำบลบ้านดอน อำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี
          เฟซบุ๊ก : ศูนย์ฟื้นฟูวัฒนธรรมไตดำโบราณ


๖. พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดศรีสุพนอาราม (เรือโบราณ) จังหวัดอุบลราชธานี









          ใครที่ชอบชมโบราณวัตถุต่าง ๆ โดยเฉพาะของทางภาคอีสาน ต้องไม่พลาดที่จะมาเที่ยวชมที่นี่ค่ะ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านวัดศรีสุพนอาราม (เรือโบราณ) จังหวัดอุบลราชธานี แหล่งรวบรวมโบราณวัตถุที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งของภาคอีสาน ก่อตั้งโดยพระอธิการฉลอง ธัมมิโก และชาวบ้านในท้องถิ่น ปัจจุบันมีโบราณวัตถุ สิ่งของ และข้าวของเครื่องใช้โบราณมากกว่า ๑,๐๐๐ ชิ้น เช่น รอยพระพุทธบาทจำลอง ขันหมาก ขันโตกไม้ เครื่องจักสาน เครื่องดักสัตว์ ไหโบราณ ผ้าซิ่น เงินโบราณ เครื่องดนตรีพื้นบ้าน พระพุทธรูปโบราณ หนังสือใบลาน เป็นต้น







          แต่สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ "เรือโบราณอายุกว่า ๒๐๐ ปี" ซึ่งมีการค้นพบในท้องถิ่นบริเวณลำเซบก มีลักษณะเป็นเรือขนาดใหญ่ ทำจากต้นตะเคียนเพียงต้นเดียว มีความกว้าง ๑.๘๕ เมตร ยาว ๒๑.๖๐ เมตร ปัจจุบันตั้งไว้ด้านหน้าอาคารพิพิธภัณฑ์ นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวได้ทุกวัน

          ที่ตั้ง : บ้านหนองช้างน้อย ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี

๗. พิพิธภัณฑ์สระกำแพงใหญ่ วัดสระกำแพงใหญ่ จังหวัดศรีสะเกษ








          ปราสาทสระกำแพงใหญ่ หรือปราสาทศรีพฤทเธศวร เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดศรีสะเกษ และของประเทศไทย ด้วยเป็นปราสาทของโบราณแบบบาปวนตอนปลายที่งดงามมาก ตัวปราสาทประกอบด้วยระเบียงคดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ล้อมรอบกลุ่มปราสาทอิฐและบรรณาลัยรวมทั้งหมด ๖ หลัง มีทับหลังปราสาทที่ยังคงสมบูรณ์ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้มีบารายหรือสระน้ำรูปสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ เรียกว่า "สระกำแพง"







          สันนิษฐานว่าที่นี่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานเทวรูป มีการขุดค้นพบประติมากรรมและโบราณสถานหลากหลายชิ้น จึงได้มีการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์สระกำแพงใหญ่ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และศึกษาถึงประวัติความเป็นมาของปราสาทสระกำแพงใหญ่ และประวัติศาสตร์สมัยขอมเรืองอำนาจ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวที่ได้ศึกษาและเรียนรู้เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมขอมได้อย่างดีทีเดียว





          ที่ตั้ง : บ้านกำแพงใหญ่ วัดสระกำแพงใหญ่ ตำบลสระกำแพงใหญ่ อำเภออุทุมพรพิสัย จังหวัดศรีสะเกษ
          เฟซบุ๊ก : museumthailand.com

๘. แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนบ้านร้อยปีเทียนสือ จังหวัดระนอง











          ระนองไม่ได้งดงามเฉพาะธรรมชาติเท่านั้น ในด้านวัฒนธรรมของชุมชนเก่าแก่ที่นี่ก็มีให้เที่ยวชมเช่นกัน บ้านร้อยปีเทียนสือเป็นอีกหนึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นของระนอง เป็นสถานที่รวบรวมองค์ความรู้และเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับจังหวัดระนอง มีลักษณะเป็นบ้านโบราณตามสไตล์เปอรานากันอายุกว่า ๑๕๐ ปี ดั้งเดิมเป็นบ้านของนายเทียนสือ ซึ่งมีข้าวของเครื่องใช้โบราณที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตและภูมิปัญญาของชาวบาบ๋า-ย่าหยา และยังมีเครื่องแต่งกายพื้นเมือง รวมทั้งเครื่องแต่งกายสวยงามที่ใช้โอกาสต่าง ๆ ของชาวบาบ๋า-ย่าหยา จัดแสดงไว้ให้ได้ชมกันด้วย











          ไม่เพียงเท่านั้นภายในบ้านก็ยังมีรูปภาพเก่า ๆ จัดแสดงไว้ทั่วบ้าน ซึ่งสามารถเล่าเรื่องราวความเป็นมาของบ้านร้อยปีเทียนสือ และชาวบาบ๋า-ย่าหยา ที่อยู่ในจังหวัดระนองได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ถ้าไปเที่ยวชมในโอกาสพิเศษก็จะได้ลิ้มลองอาหารพื้นเมืองอร่อย ๆ กันด้วย ทั้งอร่อยและให้ชิมไม่อั้น ดีต่อใจมาก ๆ เลย :)













          แหล่งเรียนรู้วัฒนธรรมของชุมชนบ้านร้อยปีเทียนสือ เปิดให้เข้าเที่ยวชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐-๑๖.๐๐ น. โทรศัพท์ ๐๘ ๑๐๘๘ ๒๖๒๙

          ที่ตั้ง : ซอยผาตาด ตำบลเขานิเวศน์ อำเภอเมือง จังหวัดระนอง
          เฟซบุ๊ก : บ้านร้อยปีเทียนสือ

๙. แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา



















          ถ้าพูดถึงศิลปวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่นของพี่น้องชาวใต้ นอกจากการแสดงมโนราห์แล้ว อีกสิ่งที่จะขาดไม่ได้ก็คือ "หนังตะลุง" ไม่ว่าใครได้ชมการแสดงสดเป็นต้องหลงรัก เพราะทั้งตลก สนุกสนาน มีเรื่งราวที่น่าติดตาม แต่กว่าจะมาเป็นการแสดงหนังตะลุงที่โดนใจผู้ชมได้นั้น จะต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย ตั้งแต่การแกะรูปหนัง ที่ไม่ใช่ว่าใครก็จะทำได้ เพราะต้องใช้ความเชี่ยวชาญพอสมควรกว่าจะได้เป็นรูปหนังตะลุงที่มีลวดลายสวยงาม พอได้รูปหนังมาแล้ว ก็ยังต้องมาฝึกเล่าเรื่องไปพร้อมกับการหัดเชิดรูปหนัง สร้างเป็นการแสดงที่สนุกสนานให้กับผู้ชม







          แหล่งเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรม อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา จึงได้ถือกำเนิดขึ้นเพื่ออนุรักษ์ และถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอันโดดเด่นนี้ให้อยู่คู่กับชาวสงขลาไปยังรุ่นลูกรุ่นหลาน ที่นี่นักท่องเที่ยวจะได้ชมการแกะรูปหนังอย่างใกล้ชิด และยังจะได้ลองแกะรูปหนังด้วยมือของตัวเองด้วย พร้อมทั้งยังจะได้รับความรู้เกี่ยวกับหนังตะลุงอย่างเต็มอิ่ม ถ้าโชคดีก็จะได้ชมการแสดงหนังตะลุงแบบฟรี ๆ อีกต่างหาก เที่ยวก็ได้ ความรู้ก็มีติดตัวกลับบ้าน ไม่มีอะไรสุขไปกว่านี้แล้วจริง ๆ

          ที่ตั้ง : ๖๖๖ หมู่ ๒ ตำบลรัตภูมิ อำเภอควนเนียง จังหวัดสงขลา

          แต่ละสถานที่ที่เราคัดสรรมา ล้วนมีความน่าสนใจแตกต่างกันออกไป ซึ่งสามารถรองรับความชอบของนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างดีทีเดียว เป็นการเที่ยวที่คุ้มค่าจริง ๆ ว่าไหมคะ :D อ๊ะ ๆ แต่ถ้ายังไม่อิ่มใจ อยากลองไปเที่ยวแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนที่หลากหลายมากกว่านี้ เราขอแนะนำให้ไปติดตามดูในหนังสือ ๕๐ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน

หรือเพียงสแกนคิวอาร์โค้ด ๕๐ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน

          ซึ่งจัดทำโดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม ในหนังสือได้รวบรวมแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชนไว้อีกเพียบเลยค่ะ รับรองได้เลยว่าจะต้องถูกใจแน่นอน :)

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม, culture.go.th, Phrae : สภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่, ททท., sungmen.weebly.com, วัดสูงเม่น, pr.prd.go.th, region3.prd.go.th, culture.go.th, รุ่งอรุณของเล่นพื้นบ้าน, tbhc1978.com, ศูนย์ส่งเสริมฝีมือจักสานด้วยไม้ไผ่, museumthailand.com, ศูนย์ฟื้นฟูวัฒนธรรมไตดำโบราณ, sac.or.th, bandon.go.th, nongchangyai.go.th, lib2.ubu.ac.th, พิพิธภัณฑ์สถาบันวิจัยศิลปะและวัฒนธรรมอีสาน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, museumthailand.com, isan.tiewrussia.com,
บ้านร้อยปีเทียนสือ, culture.go.th และ khuanniangcity.go.th


เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
ชวนเที่ยว ๙ แหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของชุมชน ได้ความสนุกเกินพิกัด โพสต์เมื่อ 30 พฤษภาคม 2561 เวลา 14:01:16 5,948 อ่าน
TOP