เที่ยวอินเดียกับ THAI Smile หลงรักชัยปุระ เมืองสีชมพูแบบถอนตัวไม่ขึ้น

เที่ยวชัยปุระ

          ชวนติดตามการเดินทางเที่ยวอินเดียกับ THAI Smile ในแบบฉบับสุดเก๋ ณ เมืองชัยปุระ เมืองสีชมพูที่ไม่ว่าใครได้มาสัมผัสต่างก็ต้องเอาหัวใจทิ้งไว้ที่นี่ วางแผนเที่ยวอินเดียด้วยตัวเองต้องไม่พลาด

          เที่ยวอินเดียลำบาก...ห้องน้ำอินเดียไม่โอเค...อาหารอินเดียไม่อร่อย และอีกสารพัดเรื่องราวที่เราเคยได้ยินเกี่ยวกับอินเดีย จนทำให้หลายคนถึงกับถอดใจที่จะไปเยือนประเทศแห่งนี้ แต่ถ้าเราไม่ลองแล้วจะรู้ได้อย่างไร ? เหมือนกับที่ คุณฉันกลัวที่แคบ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้พิชิตใจตัวเองลองเดินทางไปเที่ยวอินเดียสักครั้งกับสายการบิน THAI Smile ณ "เมืองชัยปุระ" เมืองสีชมพูที่มีชื่อเสียงระดับโลก จนทำให้เธอถึงกับยกหัวใจให้กับประเทศนี้ แต่เอ๊ะ...แล้วอินเดียทำให้เธอหลงรักได้อย่างไรกันนะ ? เราไปร่วมค้นหาคำตอบกับการเดินทางด้วยกันเลยค่ะ :)


+++++++++++++++++++++++++++

          อินเดียแค่ครั้งแรกก็ติดใจ "ชัยปุระ" ::: #Jaipur #India #ThaiSmile

          ถ้าย้อนกลับไปเมื่อสองเดือนที่แล้ว และพูดถึงประเทศ "อินเดีย" ขึ้นมา บอกเลยว่าเป็นประเทศที่เราขอส่ายหัวเซย์โนไม่ขอเดินทางไปเด็ดขาด เพราะทั้งจากภาพที่เคยเห็นหรือเรื่องที่ได้ยินมาแบบมีกลิ่นและไม่ค่อยสวยงามสักเท่าไร แต่ก็นั่นแหละค่ะ ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรที่แน่นอน จากที่เคยปฏิเสธ … "อินเดีย" กลับกลายเป็นทริปต่างประเทศทริปแรกในปีนี้ของเรา มันพีคมากค่ะ แต่ก็อีกนั่นแหละไอ้ที่เคยได้ยินมาอย่างนั้นอย่างนี้ มันก็คือคำพูดของคนอื่น แต่พอได้เปิดใจแล้วไปลองสัมผัสด้วยตัวเอง แค่ครั้งแรกก็เข้าใจถึงที่เคยมีคนบอกเราเลยว่า "อินเดีย ครั้งเดียวไม่เคยพอ"

          พอจบทริปบอกเลยว่า เฮ้ยยยยยยยยยยยย ประเทศนี้มันสุดจริง เรื่องที่แย่ ๆ ที่เคยได้ยินมาอย่างเรื่องความสกปรก มันก็จริงนะ จริงมากด้วย 55555 แต่ถ้ามองให้มันเป็นเรื่องสนุกมันสนุกสุด ๆ เลยล่ะ มีประสบการณ์ มีรายละเอียดของการเดินทางให้เอามาเล่าเอามาคุยกันได้อีกนาน และที่สำคัญในมุมที่ดีมันก็ดีงามแบบสุด ๆ เช่นกัน ที่นี่เป็นประเทศที่เต็มไปด้วยความสวยงาม ความมีชีวิตชีวา และมีเสน่ห์ที่น่าค้นหาแบบเหนือคำบรรยายจริง ๆ ดีงามแบบที่บอกเลยว่าต้องมาสัมผัสด้วยตัวเราเองสักครั้งจริง ๆ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          จุดหมายปลายทางของการเดินทางครั้งนี้คือเมือง "ชัยปุระ หรือเมืองจัยปูร์ หรือเมืองจัยเปอร์ นครสีชมพู ประตูสู่ราชสถาน"

          โดยต้องขอสารภาพว่าก่อนเดินทางเราไม่เคยรู้จักหรือได้ยินชื่อของที่นี่มาก่อน แต่พอเล่าให้หลาย ๆ คนรอบตัวฟังว่ากำลังจะเดินทางมาที่นี่ เพื่อน ๆ เราที่ชอบประเทศนี้บอกว่า ที่นี่คือหนึ่งใน Dream Destination ของนักเดินทางหลาย ๆ คนเลยนะ ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม มีเทศกาลหรือประเพณีที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกสนใจ จนถึงความสนุกของการไปสัมผัสวิถีชีวิตของชาวอินเดีย ที่เป็นเหตุผลที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างเดินทางมาที่นี่กัน

          เฮ้ยยยยยยย ได้ยินแบบนี้ค่อยมีความอยากที่จะไปมากขึ้นหน่อย 5555 เอาล่ะค่ะโฆษณากันมาซะขนาดนี้ เดี๋ยวตามมาดูกันว่า "อินเดียครั้งแรกของเรา" ที่ทำให้เราประทับใจจากที่เคยกลัวประเทศนี้ได้นั้น จะสวยงามและมีความน่าค้นหาขนาดไหน (ที่สำคัญใช้เงินน้อยมากกกกกกกกกกกก)

เที่ยวชัยปุระ

          ป.ล. การเดินทางไปอินเดียต้องขอ Visa นะคะ ซึ่งเราขอ Visa Online ค่ะ ขอไม่ยาก ไม่ต้องมี Statement อะไรเลย ใช้เวลาไม่เกินสองวันในการอนุมัติ และสามารถใช้ได้หนึ่งครั้งในช่วง 30 วัน

          ลองดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://indianvisaonline.gov.in/visa/index.html

เที่ยวชัยปุระ

          ขอเริ่มทริปจากสุวรรณภูมิกันเลยค่ะ รอบนี้เราเดินทางสู่ชัยปุระ อินเดีย ด้วยสายการบิน THAI Smile ซึ่งมีไฟลท์บินตรงไม่ต้องต่อเครื่องต่อรถเหมือนเมื่อก่อน โดยช่วงนี้มีโปรราคาเริ่มต้นที่ 4,510 บาท และมีเที่ยวบินให้บริการ 3 เที่ยวบินต่อสัปดาห์

          เที่ยวบินขาไปออกจากสุวรรณภูมิ  22.05 น. ถึงชัยปุระ 01.15 น. กับเที่ยวบิน WE337
          เที่ยวบินขากลับจะออกจากชัยปุระ 02.15 น. ถึงสุวรรณภูมิเวลา 08.15 น. เที่ยวบิน WE338

          ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมงครึ่ง (เวลาที่นั่นช้ากว่าบ้านเราหนึ่งชั่วโมงครึ่ง)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          เครื่องออกสี่ทุ่มแต่เรารีบมาสนามบินตั้งแต่ช่วงเย็น ๆ เพราะกลัวรถติด และที่สำคัญรอบนี้นั่งที่นั่งแบบ Smile Plus Class ทำให้ได้สิทธิ์ไปนั่งชิล นั่งชิมของอร่อย ๆ รอขึ้นเครื่องได้ใน Royal Silk Lounge ด้วย ความดีงามในนี้ ไม่ได้มีแค่เครื่องดื่มและ Snack เท่านั้นนะคะ มีอาหารมื้อหนักเลยค่ะ ได้จัดหนักก่อนขึ้นเครื่องกันเลยทีเดียว

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          สามทุ่มนิด ๆ ขึ้นเครื่องพร้อมลุยอินตะระเดีย เที่ยวบินนี้รวมแก๊งเรา 6 คนแล้ว มีคนไทยไม่น่าจะเกิน 10 คน นอกนั้นเป็น ๆ หนุ่มอินเดียซะส่วนใหญ่ ขึ้นเครื่องปุ๊บส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มให้กันปิ๊ง ๆๆๆๆ 555

เที่ยวชัยปุระ

          สำหรับที่นั่งของ Smile Plus Class จะเป็นแถวสามที่นั่ง แต่จะนั่งแค่สองคนโดยตรงกลางจะเป็นที่วางแก้วแบบนี้ ทำให้นั่งค่อนข้างสบายและเป็นส่วนตัว (ถ้าคนน้อยนอนเหยียดยาวได้เลยค่ะ)

เที่ยวชัยปุระ

          น้องแอร์โฮสเตสคนสวยมอบรอยยิ้มพร้อมเวลคัมดริงก์ก่อนเครื่องออก

เที่ยวชัยปุระ

          เครื่องขึ้นได้แป๊บหนึ่งก็มีอาหารให้เราเลือกสองแบบ คืออาหารไทยและอาหารอินเดีย อาหารไทยจะเป็นข้าวราดแกงเขียวหวานลูกชิ้นปลากราย ส่วนอาหารเป็นข้าวราดแกงอะไรสักอย่างที่เราไม่สามารถระบุได้ 5555 ซึ่งเสิร์ฟมาพร้อมแป้งนานด้วย (สารภาพว่าทานไม่เป็น)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          อิ่มท้องแล้วมีเวลานอนหลับปุ๋ยต่ออีกประมาณ 3 ชั่วโมงก่อนถึงชัยปุระ ประเทศอินเดียค่ะ

เที่ยวชัยปุระ

          ตีหนึ่งนิด ๆ เครื่องลงที่สนามบินนานาชาติชัยปุระ ประเทศอินเดีย ซึ่งภาพรวมสนามบินที่นี่ถือว่าทันสมัย สะอาด แต่สำหรับคนที่คิดจะค้างที่นี่เพื่อรอออกเดินทางตอนเช้าเราไม่แนะนำเลยค่ะ เพราะเก้าอี้สนามบินนอนไม่สบายอย่างแรงมากกกกกก และถ้านอนพื้นก็ไม่แน่ใจว่าควรนอนดีหรือเปล่า เพราะช่วงที่ทำความสะอาดที่นี่ทำแบบเปียกเลยค่ะ เลยแนะนำว่าให้เข้าเมืองไปนอนโรงแรมหรือโฮสเทลดีกว่า ฟันธง !!!!!

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          สำหรับเรื่องตรวจคนเข้าเมืองของที่นี่ไม่ค่อยยุ่งยากเท่าไร ใช้เวลาไม่นานและไม่เข้มงวดมาก (แต่ตอนกลับกรุงเทพฯ ยุ่งยากวุ่นวายหลายขั้นตอนมากกกกกก ใช้เวลานานและหลายด่าน สงสัยจะไม่อยากให้เรากลับ อิอิ) ปกติถ้าไปต่างประเทศแล้วลงเครื่องช่วงเวลาแบบนี้เรามักจะเลือกนอนสนามบิน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาอินเดียเลยไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง เลยตัดสินใจจองห้องพักโฮสเทลในเมืองไว้ตั้งแต่ก่อนมาแล้วค่ะ

เที่ยวชัยปุระ

          การเดินทางอินเดียครั้งแรกของเราเริ่มต้นจาก ณ บัดนี้ !!!!!!! เราทั้ง 6 คน เข้าเมืองโดยใช้ Taxi สนามบินที่จ่ายแบบ Prepaid (ตกลงราคาและจ่ายก่อนเดินทาง) เป็นมินิแวนนั่งได้ 6 คน ตกคนละ 200 รูปี หรือ 100 บาท ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงถึงที่พักของทริปนี้ (เดี๋ยวเรามีภาพที่ให้ดูตอนท้ายนะคะ)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          เอาล่ะต่อจากนี้คือการผจญภัยเล็ก ๆ ของเราใน "ชัยปุระ" ครั้งแรกอินเดีย กับช่วงเวลาสั้น ๆ 2 วัน ซึ่งเราใช้เงินรวมทุกอย่าง ทั้งค่ารถ ค่ากิน ค่าช้อปปิ้ง ค่าเข้าสถานที่ท่องเที่ยว โดยไม่รวมแค่ค่าตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว ไปทั้งหมดแค่ 2,250 บาท ใช่ !!!!!! อ่านไม่ผิด ใช้เงินทุกอย่างไม่รวมแค่ค่าตั๋วเครื่องบินอย่างเดียว ไปทั้งหมดแค่ 2,250 บาท เท่านั้น บอกเลยว่าบางทีไปสยามยังเสียเงินมากกว่านี้เลยค่ะ

เที่ยวชัยปุระ

          งั้นตามเรามาดูทริปนี้ใน "ชัยปุระ" กับเงิน 2,250 บาท ว่าเราได้ไปทำอะไรที่ไหนกันมาบ้าง ที่ทำให้จากคนที่ไม่คิดจะอยากมาประเทศนี้อย่างเรา กลายเป็นคนที่คิดว่า "อินเดีย ครั้งเดียวไม่เคยพอ"

เที่ยวชัยปุระ

          ก่อนจะเริ่มออกเดินทางเรามาทำความรู้จักกับที่นี่แบบเป็นทางการกันสักเล็กน้อยก่อนค่ะ เมืองชัยปุระ (Jaipur) หรือจัยปูร์ เป็นเมืองหลวงของรัฐราชสถาน (Rajasthan) คนอินเดียจะเรียกเมืองนี้ว่าจัยปูร์ หรือจัยเปอร์ โดยตั้งอยู่ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอินเดีย (ใกล้ ๆ กับกรุงนิวเดลี) และนักเดินทางทั่วโลกรู้จักที่นี่ในชื่อของนครสีชมพู (Pink City)

          โดยที่มาของเมืองสีชมพูก็เนื่องจากในปี ค.ศ. 1876 มหาราชซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อแสดงถึงไมตรีจิตครั้งต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษ ซึ่งภายหลังคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward Vll) แห่งสหราชอาณาจักร และต่อมารัฐบาลอินเดียก็ยังออกกฎหมายควบคุมให้สิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่าต้องทาสีชมพูเช่นเดิม จนกลายเป็นสิ่งที่เชิดหน้าชูตาและทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก ต่างพากันเดินทางมายังเมืองชัยปุระเพื่อเยี่ยมชมความสวยงามของที่นี่ (ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oceansmile.com/India/RajaJaipu.htm ที่ช่วยให้รีวิวนี้ดูเป็นทางการมากขึ้นนะคะ 555)

เที่ยวชัยปุระ

          สิ่งสำคัญอย่างแรกก่อนจะไปสถานที่ต่าง ๆ ในเมืองนี้ เรามารู้จักวิธีการเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ ของเรากันก่อน ส่วนตัวเราแล้ว 2 วัน ในเมืองนี้เราใช้วิธีการเดินทางแบบเดียวเลยคือใช้บริการเจ้า Auto Rickshaw หรือสามล้อตุ๊กตุ๊กบ้านเรานี่เอง เราว่ามันง่ายและสะดวกที่สุด (เมืองนี้มีรถเมล์ซึ่งถูกกว่าแต่ความสะดวกน้อยกว่า เพราะเราเกลียดการข้ามถนนที่นี่มากกกกกก)

เที่ยวชัยปุระ

          ข้อดีของมันคือมีอยู่ทุกที่ในเมืองนี้ จะเรียกจากตรงไหนไปไหนก็ได้ มีแบบที่นั่งหลายแบบ นั่งได้ตั้งแต่ 2-6 คน และราคาถูก เหมาครึ่งวันตกคนละหนึ่งร้อยบาท (ไปได้ 4-5 ที่เลย) หรือนั่งจากที่ไปอีกที่หารกันก็ไม่เกินคนละ 20-30 บาท

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          แต่ !!!!!! ข้อควรระวังคือตกลงราคาดี ๆ เพราะที่นี่น่าจะคล้าย ๆ บ้านเราคือจ้องจะฟันราคานักท่องเที่ยวถ้าเราพลาด (เราเจอทั้งคนขับใจดีน่ารักและเจอทั้งแบบที่พาขับอ้อมเพื่อเพิ่มราคา)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          และที่สำคัญการนั่ง Auto Rickshaw ไม่ค่อยเหมาะกับสตรีมีครรภ์และคนที่เป็นโรคหัวใจอย่างมาก เพราะการจราจรบนท้องถนนอินเดียตื่นเต้นที่สุดในสามโลก ที่นี่กฎจราจรคืออะไรหนูไม่รู้ ตื่นเต้นจนเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ของการเดินทางเลยล่ะ เราสามารถประสาทเสียกับเสียงแตรที่ดังตลอดเวลา คนขับรถที่นี่ไม่มีใครยอมใคร มีวัวที่เดินอยู่กลางถนน คนจรจัดที่เดินตัดหน้ารถตลอดเวลา รถที่ขับข้ามเลนมาจากฝั่งตรงข้าม หรือแม้กระทั่งคนที่นั่งอี้อยู่ริมถนน !!!! มันมีจริง ๆ นี่นา 5555

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          เอาล่ะถ้าเรียกเจ้า Auto Rickshaw ได้แล้ว ก็มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่งดงามที่ไม่ควรพลาดในเมืองนี้ บอกก่อนเลยว่าก่อนมาเราไม่ได้คาดหวังอะไรกับสถานที่ท่องเที่ยวที่นี่เลย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะมาเจออะไรบ้าง (ตอนแรกนึกภาพไว้ว่ามาแค่วัดประมาณนี้) จนได้พ่อหนุ่มอินเดียในโฮสเทลที่เราพักชี้เป้าให้ว่ามีที่ไหนที่เรา "ต้องไป" บ้าง สุดท้ายแล้ว เฮ้ยยยยยยยยยยยย (จะเฮ้ยกี่รอบนี่) สถานที่ท่องเที่ยวที่นี่แต่ละที่ของเมืองนี้คือดีงาม อลังการ สวย สวย สวยมากกกกกกกกกก สวยมากจนเข้าใจเลยว่าทำไมเมืองนี้นักท่องเที่ยวถึงเยอะมากขนาดนี้ เดี๋ยวจะหาว่าโม้ ตามเราไปดูกันว่าแต่ละที่เป็นยังไงกันบ้าง โดยที่แรกคือแลนด์มาร์กของเมืองนี้ ถ้าไม่มาที่นี่เค้าบอกว่ามาไม่ถึง

เที่ยวชัยปุระ

          ที่แรกคือ Hawa Mahal หรือพระราชวังแห่งสายลม ถ้าลองเสิร์ชหารูปของเมืองนี้ในกูเกิลรูปของพระราชวังแห่งนี้จะโผล่มาให้เห็นเต็มไปหมด

          ที่นี่สร้างในปี ค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฎพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือบริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้ง ซึ่งประกอบด้วยหน้าต่างขนาดเล็กตกแต่งด้วยลวดลายฉลุเป็นช่องลมจำนวน 953 บาน โดยลายฉลุนั้นมีเพื่อนางในวังสามารถมองทะลุออกมาเห็นชีวิตภายนอกบนท้องถนนได้ โดยไม่มีใครสังเกตเห็นจากด้านนอก เนื่องจากนางในเหล่านั้นต้องมีความเคร่งครัดในการคลุม "ปูร์ดาห์" (ผ้าคลุมหน้า)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยหินทรายสีชมพูและสีแดง ตั้งอยู่ใจกลางเมืองของชัยปุระ โดยเป็นส่วนหนึ่งของซิตี้พาเลส (City Palace) ซึ่งอยู่ในบริเวณติดกันกับเซนานา (Zenana) หรือฮาเร็ม โดยนิยมไปเยี่ยมชมในตอนเช้าพร้อมแสงอาทิตย์ตกกระทบบริเวณหน้าต่างเพื่อชมความงามของช่องลม (ขอขอบคุณข้อมูลจาก http://www.oceansmile.com/India/RajaJaipu.htm)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          และนอกจากการเดินเล่นในพระราชวัง ถ่ายรูปกับมุมยอดฮิตด้านหน้าแล้ว เราแนะนำให้ลองข้ามถนน (ซึ่งข้ามยากมากกกกกก) มาฝั่งตรงข้าม ซึ่งจะมี Rooftop Café เก๋ ๆ อยู่ 2 ที่ คือ Tatoo Café และ Wind view Café (คาเฟ่ในเมืองนี้หายากเหมือนกันนะ)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          ที่นี่มีกาแฟอร่อย ๆ ให้เราได้นั่งชิล ๆ พร้อมกับถ่ายรูปวิวสวย ๆ ของ Hawa Mahal ในมุมนี้ไว้อวดโซเชียลอีกด้วย

เที่ยวชัยปุระ

          และถนนย่าน Hawa Mahal ยังเป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นที่นิยมในการช้อปปิ้งของนักท่องเที่ยวอีกด้วย (ลืมแบรนเนมด์ไปก่อนนะยูว์)

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          จาก Hawa Mahal เดินมาอีกแค่สองสามร้อยเมตรก็ถึงอีกหนึ่งสถานที่สำคัญของเมืองที่ต่อมา คือ "City Palace"

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          พระราชวังซิตี้พาเลซ (City Palace) ตั้งอยู่บริเวณถนน Hawa Mahal Bazar ครอบคลุมพื้นที่ถึง 1 ใน 7 ของใจกลางเมือง สร้างขึ้นในสมัยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 จากนั้นก็ได้รับการดูแลต่อเติมโดยมหาราชาของชัยปุระรุ่นต่อ ๆ มา ที่สำคัญตอนเริ่มก่อสร้างพระราชวัง ยังอยู่ในช่วงที่ราชวงศ์โมกุลเข้ามามีอิทธิพลต่อรัฐราชสถานแล้ว สถาปัตยกรรมจึงมีการผสมผสานระหว่างแบบราชปุตกับโมกุล

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          นอกจากนี้การออกแบบพื้นที่ใช้สอยอาคารอย่างลงตัว ไม่แน่นทึบและมีทางเดินกว้างขวาง ซึ่งถือเป็นความน่าสนใจอย่างหนึ่งของพระราชวังแห่งนี้ โดยปัจจุบันพระราชวังซิตี้พาเลซได้เปิดให้ประชาชนเข้าชมในนามของพิพิธภัณฑ์สะหวายมานสิงห์ (Sawai Man Singh Museum)

          แม้ยุคนี้จะไม่มีมหาราชาอีกต่อไป แต่ City Palace แห่งนี้ก็ยังเป็นสมบัติส่วนพระองค์ และชาวเมืองชัยปุระบางส่วนก็ยังนับถือพระองค์อยู่แม้พระองค์จะไม่มีอำนาจใด ๆ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          และถ้าได้มาเดินเล่นเดินถ่ายรูปในโซนนี้แล้ว ต้องขอปิดท้ายด้วยสถานที่สุดท้ายที่ห้ามพลาดในย่านใกล้เคียง Hawa Mahal และ City Palace  คือหอดูดาวจันตาร์มันตาร์ (Jantar Mantar)

เที่ยวชัยปุระ

          ที่นี่จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองชัยปุระ โดยได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 2010 สร้างและคิดค้นขึ้นโดยมหาราชาสะหวายจัย สิงห์ที่ 2 ด้วยทรงมีความสนพระทัยและพระปรีชาในเรื่องดาราศาสตร์ จึงได้ทรงรับสั่งให้สร้างหอดูดาวแห่งนี้ขึ้นมาพร้อม ๆ กับการก่อสร้างพระราชวังซิตี้พาเลซ เพื่อใช้ดูความเคลื่อนไหวของพระอาทิตย์ พระจันทร์ และดวงดาว โดยหอดูดาวจันตาร์มันตาร์แห่งนี้ ถือได้ว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในสมัยโบราณ เนื่องจากจะใช้คำนวณฤกษ์เวลาในการออกรบนั่นเอง

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          อย่าเพิ่งหยุด ไปต่อ ไปต่อกันค่ะ วนไปในเมืองแสนจะวุ่นวายเมืองนี้กันต่อ

เที่ยวชัยปุระ

          ที่ต่อมาขึ้น Auto Rickshaw มาต่อกันที่ อัลเบิร์ตฮอลล์ (Albert Hall) หรือพิพิธภัณฑ์กลางของเมืองชัยปุระ สร้างตามสถาปัตยกรรมของอังกฤษ ดูแปลกแยกจากรูปแบบอาคารบ้านเรือนของเมืองชัยปุระ ด้านในจัดแสดงวิถีชีวิตของชนกลุ่มน้อยในราชสถาน รวมถึงห้องสมุดและภาพวาดแบบย่อส่วน (Miniature Painting) ในสมัยของโมกุลให้ชมด้วย เปิดให้เข้าชมวันอังคาร-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. ค่าเข้าชม 100 รูปี

เที่ยวชัยปุระ

          สารภาพว่าเป็นคนที่ไม่ได้อินกับประวิติศาสตร์สักเท่าไร แต่การเสียเงินเข้ามาถ่ายรูปเล่นด้านในนี่บอกเลยค่ะอย่างแหล่ม

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

บรรยากาศภายในพิพิธภัณฑ์

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ


          จบจาก Albert Hall น่าจะหมดไปหนึ่งวันละ ยิ่งสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูปน่าจะใช้เวลาหลายชั่วโมงต่อหนึ่งที่ ซึ่งคนที่นี่บอกว่าถ้าจะเที่ยวชัยปุระแบบเต็มอิ่มน่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 5 วัน โดยที่ต่อมาออกมาจากใจกลางเมืองเล็กน้อย แต่ไม่ต้องห่วงเพราะ Auto Rickshaw ก็ยังพาเราไปได้ทุกที่ในเมืองนี้

เที่ยวชัยปุระ

          เริ่มจากนั่ง Auto Rickshaw ขึ้นเขาไปชมวิวเมืองกันแบบพาโนรามา ใช่จ้ะ ขึ้นเขา เขาแบบสูง ๆ จริง ๆ ย้ำว่าไม่ต้องห่วงเพราะ Auto Rickshaw พาเราไปได้ทุกที่จริง ๆ

เที่ยวชัยปุระ

          โดยจุดหมายแรกอยู่ที่ ป้อมนราห์การห์ (Naharagrh Fort) หรือรู้จักกันในชื่อป้อมไทเกอร์ (Tiger Fort) ห่างจากเมืองชัยปุระไปทางทิศเหนือประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นป้อมที่มองเห็นได้จากใจกลางเมืองชัยปุระ สร้างในปี ค.ศ. 1734 สมัยมหาราชาสะหวายจัย ซิงห์ที่ 2 เพื่อช่วยปกป้องเมืองชัยปุระอีกด้านหนึ่ง ปัจจุบันด้านบนยังมีพระราชวังเก่าหลงเหลือให้ชมอยู่บ้าง เปิดทุกวันตั้งแต่เวลา 10.00-17.00 น.

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          ต่อมายังอีกหนึ่งสถานที่สุดว้าวววววว ติดดาวที่เราใช้เวลาอยู่ที่นี่สองชั่วโมงยังเที่ยวได้ไม่ถึงครึ่งเลยอย่าง "Amber Fort" ที่นี่เป็นสถานที่ที่อยากให้เรากลับมาแก้ตัวที่เมืองนี้มาก เพราะพลาดที่เที่ยวที่นี่ไม่ครบแบบที่ควร

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          ป้อมอาเมร์ (ฮินดี: आमेर क़िला, อังกฤษ: Amer Fort) หรือป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) ตั้งอยู่ที่เมืองอาเมร์ ชานเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย (เป็นเมืองเล็ก ๆ ที่มีขนาดเพียง 4 กม² (1.5 sq mi)) ห่างจากชัยปุระเป็นระยะทาง 11 กิโลเมตร (6.8 ไมล์) ป้อมอาเมร์นั้นเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของชัยปุระ โดยที่ตั้งนั้นโดดเด่นอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบสร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1

          ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุตอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกลเนื่องจากมีขนาดกำแพงปราการที่ใหญ่และแน่นหนา พร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย ซึ่งเมื่ออยู่บนป้อมแล้วสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตาได้อย่างชัดเจนบริเวณด้านหน้า

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          ป้อมอาเมร์และป้อมจัยการห์ ทั้งสองนั้นตั้งอยู่บนเขา "ชีลกาทีลา" (เขาแห่งอินทรี) อันเป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาอะราวัลลี ทั้งสองป้อมนี้ถือว่าเป็นสถานที่เดียวกัน เนื่องจากสามารถเดินทางหากันได้โดยทางเชื่อมใต้ดิน ซึ่งใช้เป็นทางหลบหนีสำหรับเชื้อพระวงศ์ในกรณีที่ป้อมอาเมร์นั้นถูกยึดครอง

          จากสถิติปี ค.ศ. 2007 จำนวนนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมป้อมอาเมร์มีจำนวนถึง 5,000 คนต่อวัน และ 1.4 ล้านคนต่อปี

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          สุดท้ายก่อนกลับเข้าเมืองแวะถ่ายรูปที่ Jal Mahal หรือพระราชวังสายน้ำ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้หลายคนหลงใหลที่นี่น่าจะหนีไม่พ้นวิถีชีวิตของคนที่นี่ ซึ่งบอกเลยว่าวุ่นวายมาก แต่ก็มีเสน่ห์มากเช่นกัน

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          สาวไทยมาที่นี่ป๊อปมากบอกเลย 5555

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          มาถึงเรื่องของอาหารการกิน สำหรับเราถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่สุดของทริปนี้เลยล่ะค่ะ เพราะเราเป็นคนทานอาหารแปลก ๆ ยาก และที่สำคัญเพิ่งตั้งท้องค่ะ เลยไม่ค่อยกล้าลองอะไรสักเท่าไร เราแทบจะไม่เจอร้านอาหารยุโรปเลย ส่วนใหญ่เป็นสตรีทฟู้ดของที่นี่ ซึ่งบอกตามตรงว่าหน้าตาดูน่าทานนะ แต่พอเห็นกรรมวิธีการทำกับเบื้องหลังของแต่ละร้านแล้ว ต้องขออนุญาตขอบายเลยล่ะ แต่ถ้าใครกล้าลองบอกเลยว่าอาหารที่นี่ราคาถูกมากจริง ๆ อารมณ์แบบห้าบาทสิบบาท ทานเยอะแค่ไหนก็ไม่จนแน่นอน

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          แล้วถามว่าเราไม่ได้ลองสตรีทฟู้ดของที่นี่เรารอดมาได้ไงสองวัน เราเลือกทานอาหารอินเดียในร้านที่ดูดีนิดหนึ่งไม่ใช่ร้านข้างถนน แต่ราคาก็ไม่ได้แพงนะคะ หมดไปคนละร้อยกว่าบาทเท่านั้นเอง บวกกับทานชุดอาหารเช้าที่โรงแรม ในราคา 40 บาท และที่สำคัญได้แมคโดนัลด์กับพิซซ่าฮัทมาช่วยไว้อยู่สามมื้อ 555

          มาเมืองนี้เราแนะนำว่าเอาอาหารแห้งมาจากบ้านเราด้วยน่าจะดีที่สุด เพราะร้านอาหารหายาก ถนนก็เดินยาก  และที่สำคัญพวกร้านขายของแบบมินิมาร์ทหรือโชว์ห่วยนี่แทบจะไม่มีให้เห็นเลยค่ะ ประเด็นของกินจึงอาจจะต้องแพลนกันดี ๆ นิดหนึ่งหากจะเดินทางมาที่นี่

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          กลับมาในส่วนของที่พักที่เราพัก 2 คืน ในการเดินทางรอบนี้เรานอนโฮสเทลใจกลางเมือง ชื่อว่า Backpacker Panda Hostel ที่มีอยู่หลายสาขาในหลาย ๆ เมืองท่องเที่ยวของอินเดีย ที่พักห่างจากโซนท่องเที่ยวประมาณ  4-5 กิโลเมตร เราเลือกจองห้องมาแบบห้อง Private ราคาคืนละ 450 บาท สภาพห้องพักตามราคาไม่ได้หรูหรา แต่สะอาด มีผ้าเช็ดตัว มีน้ำอุ่น มีกระติกน้ำร้อน มีพัดลม และมีแอร์ (แต่ไม่กล้าเปิด 555) รวม ๆ โอเค ติดอยู่นิดหนึ่งตรงที่ห้องพักติดถนนใหญ่ ซึ่งกว่าถนนจะสงบจากเสียงแตรรถก็เกือบห้าทุ่ม และตอนเช้าสักหกโมงก็ปลุกเราให้ตื่นแล้วค่ะ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          และในส่วนฟังค์ชั่นอื่นของที่นี่ก็ตามสไตล์โฮสเทลทั่วไป มีห้องครัว มีเครื่องซักผ้า มีห้อง Common Area

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          แต่จะเก๋ ๆ นิดหนึ่งตรงที่ที่นี่มีดาดฟ้าให้ขึ้นไปนั่งชิล ๆ ช่วงเย็น ๆ หรือถ้าตื่นไหวก็มารอดูพระอาทิตย์ขึ้นในช่วงเช้าก็ได้ด้วย บรรยากาศช่วงเช้าขึ้นมานั่งชิล สั่งชุดอาหารเช้ากับทางโฮสเทลคนละ 40 บาท มีไข่คน ขนมปังปิ้ง คอนเฟล็ก และกาแฟร้อน

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

เที่ยวชัยปุระ

          ใครสนใจลองดูข้อมูลโฮสเทลที่นี่ได้จาก https://www.backpackerpanda.com ได้เลยค่ะ

          ป.ล. ที่จริงในเมืองนี้มีโรงแรมหลากหลายแบบให้เลือกเลยนะคะ มีตั้งแต่โฮสเทลแบบที่เราพักจนถึงโรงแรมห้าดาวเลยค่ะ แต่เราเลือกพักแบบนี้เพราะไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่ในที่พักสักเท่าไร

เที่ยวชัยปุระ

          เห็นไหมว่าสถานที่แต่ละที่ในเมืองนี้สวยงามขนาดไหน บอกตรง ๆ ว่าสวยแบบเหนือความคาดหมายเลยค่ะ ถ้าคนขี้กลัว กินยากแบบเรามาได้ คุณก็มาได้แน่นอน ได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองสักครั้งจะเข้าใจว่าทำไม "อินเดีย ครั้งเดียวไม่พอ"

          และก่อนจบต้องขอขอบคุณข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในทริปนี้จาก

          http://www.oceansmile.com/India/RajaJaipu.htm
          https://th.wikipedia.org/wiki/ชัยปุระ

          และขอขอบคุณสายการบิน Thai Smile สำหรับทริปเดินทางอินเดียครั้งแรกสุดแสนจะประทับใจครั้งนี้ด้วยนะคะ และฝากติดตามการเดินทางทริปอื่น ๆ ของ "ฉันกลัวที่แคบ" ได้ที่ www.facebook.com/claustrophobiatravel นะคะ

          ขอบคุณมากค่ะ ^__^

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
คุณฉันกลัวที่แคบ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวอินเดียกับ THAI Smile หลงรักชัยปุระ เมืองสีชมพูแบบถอนตัวไม่ขึ้น โพสต์เมื่อ 29 มีนาคม 2560 เวลา 16:10:28 473 อ่าน
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
TOP