เที่ยวพัทลุงแบบครบรส ล่องเรือชมทะเลน้อย เดินป่าหาซาไก

เที่ยวพัทลุง

          จังหวัดพัทลุง เป็นจังหวัดที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยนึกถึงมากนัก แต่รู้หรือไม่ว่าจังหวัดนี้ได้ซ่อนความสวยงามของธรรมชาติและสิ่งที่น่าสนใจไว้อีกมากมาย เคยได้นั่งอยู่กลางทะเลสาบสุดกว้างใหญ่ที่สงบนิ่งหรือไม่ เคยเห็นยออันใหญ่กันไหม หรือเคยสัมผัสกับชีวิตของเงาะป่าซาไกที่มีอยู่จริงกันหรือยัง หากคุณได้ลองมองจังหวัดพัทลุงอย่างลึกซึ้ง คุณก็จะได้สัมผัสกับประสบการณ์เหล่านี้ เหมือนอย่างที่ คุณ samitdoc สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ไปพบเจอมา ซึ่งเธอก็ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางสุดประทับใจครั้งนี้ออกมา ผ่านภาพถ่ายที่จะทำให้คุณหลงรักพัทลุงตั้งแต่ยังไม่ได้ไปสัมผัสเองเลยด้วยซ้ำ พัทลุงในความคิดของคุณจะเป็นแบบที่ คุณ samitdoc ไปพบเจอมาหรือไม่ ตามไปชมพร้อม ๆ กันเลยค่ะ


เที่ยวพัทลุง

          เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้

          พัทลุง พอบอกใคร ๆ ว่าจะลางานไปเที่ยวที่นี่ คำถามคือที่นี่มีอะไร...ปกติคนที่ลงใต้มักจะไปดูหาดทรายขาว น้ำทะเลใส ๆ และส่วนมากคนที่นิยมเที่ยวแนวนี้ก็จะไม่ไปที่พัทลุงกัน เราเลยตอบว่าไปพักผ่อนบวกกับดูวิถีชาวเล (น่านนนนน เท่ซะ !!!) และ......ไปดูควายน้ำ สีหน้าคนฟังดูฉงนงงงวย แต่ก็ไม่มีใครถามอะไรต่อ บอกแค่ว่าไปถึงแล้วอย่าลืมส่งรูปควายน้ำมาให้ดูด้วยละกัน

          เรามีเวลาอยู่นี่กัน 3 วัน 2 คืน เลยเลือกที่จะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ กันแต่เช้าตรู่ เพื่อที่จะได้มีเวลาเที่ยวกันเยอะ ๆ เพื่อนที่เป็นคนพัทลุงแนะนำให้นั่งเครื่องไปลงที่จังหวัดตรัง จะได้ขับรถกันไม่ไกลมาก สายการบินที่ไปลงตรังมีอยู่ 2 สายการบิน คือนกแอร์และแอร์เอเชียค่ะ ใครจะเลือกสายการบินไหนก็เลือกกันตามที่สะดวกเลยค่ะ ทั้งคณะของเรามีกันทั้งหมด 5 คน เลยเช่าอัลติสมาไว้เป็นพาหนะในการเดินทาง

          เป้าหมายหลักของการมาเที่ยวพัทลุงคือ "ปากประ" การบ้านแรกก่อนออกทริปคือจะพักที่ไหนกันดี โจทย์มีแค่ว่าต้องใกล้กับทะเลน้อย ตื่นมาสามารถเห็นวิวพระอาทิตย์ขึ้นเคียงคู่กับยอยักษ์ที่ตั้งอยู่ที่คลองปากประ หลังจากตามอ่านกระทู้ต่าง ๆ ในพันทิปรวมกับการหาข้อมูลจาก Google เราก็ได้ชื่อ Wetland camp กันขึ้นมาเป็นตัวเลือก แต่ก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกพักที่นี่ จนกระทั่งได้เข้าดูเฟซบุ๊กของทางรีสอร์ท โอ้แม่เจ้า ! คือภาพมันดึงดูดจนคุณช่างภาพต้องโทรศัพท์ไปสอบถามกับเจ้าของรีสอร์ทกันเลยว่าภาพทั้งหมดนี่ถ่ายเองใช่หรือไม่ อีกทั้งสถานที่ถ่ายรูปอยู่ตรงไหน มีอะไรให้ถ่ายบ้าง ฯลฯ คุยกันพักใหญ่ จนได้คำตอบที่พอใจ เลยพาลถูกใจเจ้าของรีสอร์ทไปซะงั้น คุณช่างภาพเลยตัดสินใจจองที่นี่แบบไม่ยากเย็น

เที่ยวพัทลุง

          เงาะป่าซาไก เป็นอะไรที่นอกเหนือจากแผน นอกเหนือจากความคาดหมาย ไม่เคยคิดว่าชีวิตนี้จะได้เห็นเงาะป่าซาไกตัวจริง ๆ แต่การมาพัทลุงคราวนี้เรื่องเรื่องนี้มันก็เกิดขึ้นแล้ว

เที่ยวพัทลุง

          เราขับรถเรื่อย ๆ จนมาถึงที่ปากประกันตอนบ่ายแก่ ๆ เก็บข้าวของ นอนพักตากแอร์เย็น ๆ ให้คลายร้อนกันสักพัก ก็ออกตะลอนเที่ยวกันต่อค่ะ

เที่ยวพัทลุง

          เค้าว่าช่วงเย็น ๆ ไม่มีอะไรจะดีกว่าการไปขับรถเล่น ถ่ายรูปที่สะพานเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ระหว่างเดินชมวิวและถ่ายรูปกัน เราก็สัมผัสได้ว่าคนที่นี่น่ารักไม่ใช่น้อย มีพี่คนหนึ่งเห็นคุณช่างภาพดูเอาจริงเอาจังกับการถ่ายรูปมาก ๆ เลยเดินมาแนะนำว่าจุดไหนที่น่าถ่ายรูปบ้าง รวมทั้งกลุ่มคนอื่น ๆ ที่มาชมวิวใกล้ ๆ กับเราก็ดูอัธยาศัยดีไม่น้อย คนใต้ไม่ดุอย่างที่แอบคิด

เที่ยวพัทลุง

          กิจกรรมที่พลาดไม่ได้เลยเมื่อมาเยือนที่นี่ นั่นก็คือการนั่งเรือชมพระอาทิตย์ขึ้นที่คลองปากประและท่องทะเลน้อยค่ะ คุณช่างภาพได้ทำการติดต่อเรือไว้กับทางคุณหนุ่ม เจ้าของรีสอร์ท (ที่พวกเราเรียกว่า "พี่หนุ่ม" ประหนึ่งว่าสนิทกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน) นัดเรือไว้ 6 โมงเช้า เราเลยต้องตื่นกันตั้งแต่ตีห้า เพื่อเตรียมตัวออกเรือ ปรากฏว่าตื่นมาฟ้ายังมืดอยู่เลยบอกพี่เค้าว่าขอนั่งจิบกาแฟ กินขนมปังรอพระอาทิตย์ขึ้นสักพักก่อน ได้เวลาหกโมงเกือบครึ่งพี่คนขับเรือก็เรียกขึ้นเรือ พร้อมออกเดินทางกัน (พี่คนขับเห็นยังทานอาหารเช้ากันเพลิน เลยบอกว่าขนเอาไปทานบนเรือก็ได้นะ)

เที่ยวพัทลุง

          ขึ้นเรือได้ก็คว้าเสื้อชูชีพมาเตรียมใส่กัน เพื่อความปลอดภัย อีกทั้งว่ายน้ำไม่ค่อยเก่งกันมากมาย เลยแอบกังวลใจเล็กน้อย ถามพี่คนขับไปว่าน้ำลึกแค่ไหน ... พี่บอกว่าไม่ถึงเอว บางจุดสูงแค่เข่า

          ฤดูนี้น้ำยังไม่สูง สบายใจกันได้ แหม....เห็นอุปกรณ์ช่วยชีวิตแล้วเล่นเอาใจสั่นก่อนลงเรือ พอบอกมาว่าน้ำไม่ลึกมากมายทีนี้ก็ล่องเรือกันแบบสนุกสนานกันไปเลยทีเดียว

เที่ยวพัทลุง

          ความที่เจ้าของรีสอร์ทเป็นคนที่รักการถ่ายภาพเอามาก ๆ ดังนั้นพี่คนขับเรือคงมีโอกาสออกเรือไปถ่ายรูปกับคุณหนุ่มบ่อย ๆ แกเลยรู้ว่าจุดไหนสวย จุดไหนเหมาะกับการถ่ายรูป เรียกว่าไม่ต้องถาม ไม่ต้องบอกเลยค่ะ พี่พาลุยไปเองตามความเคยชิน

          วันที่เราออกเรือกันนั้นพระอาทิตย์หลบอยู่หลังเมฆค่ะ เห็นแต่แสงโผล่มารำไร ฟ้าสีทองยามพระอาทิตย์ขึ้น บวกกับภาพของน้ำที่กว้างจนไปจรดกับเส้นขอบฟ้า และบรรดายอยักษ์ที่ตั้งกระจายอยู่บริเวณรอบ ๆ มันเป็นภาพที่สวยงามตรึงตาตรึงใจมาก ๆ ค่ะ เพื่อน ๆ ถึงกับบอกว่าไม่อยากยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปกันเลย เพราะกลัวจะพลาดช่วงเวลาดี ๆ ที่ควรจะเห็นด้วยสองตาตัวเองไป

เที่ยวพัทลุง

          ระหว่างทางก็จะเห็นชาวประมงออกเรือกันเป็นระยะ ๆ ค่ะ

เที่ยวพัทลุง

          แต่ช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูทำประมง เราเลยไม่ได้เห็นภาพตอนชาวประมงกำลังหว่านแหกันด้วยตา

เที่ยวพัทลุง

          ไฮไลท์สุดของการออกเรือในวันนั้นคือต้นลำพู ตอนที่พี่คนขับเรือบอกว่าจะพาไปดูต้นลำพูเราก็นึกภาพไม่ออกนะคะว่ามันจะมีอะไร เพราะเมื่อเอ่ยถึงต้นลำพูก็จะนึกถึงแต่หิ่งห้อย กับแม่อังศุมาลินรอพ่อดอกมะลิที่ใต้ต้นลำพู

เที่ยวพัทลุง

          แต่พอเรือเข้าใกล้ต้นลำพูมากขึ้นเท่าไร ภาพความสวยงามตรงหน้าก็ยิ่งชัดขึ้นและชัดขึ้นเรื่อย ๆ พี่เค้าจอดเรือแช่ให้พวกเราได้ถ่ายรูปและซึมซับกับภาพตรงหน้ากันอย่างเต็มที่

เที่ยวพัทลุง

          นึกขอบคุณพี่คนขับเรือมาก ๆ ที่พาพวกเรามาจุดนี้กัน เป็นอีกหนึ่งความประทับใจที่คงจะตราตรึงไปอีกนาน

เที่ยวพัทลุง

          ยอยักษ์และพระอาทิตย์ขึ้นเหนือน่านน้ำ...ที่คลองปากประ

เที่ยวพัทลุง

          นั่งล่องเรือกันเป็นเวลากว่าสามชั่วโมง ระหว่างทางก็จะเห็นนกหลากหลายชนิด ล้วนแต่เป็นนกที่ไม่คุ้นตาทั้งนั้น แต่นกที่นี่ดูจะคุ้นกับเสียงเรือกันไม่น้อย เพราะไม่ว่าเรือขับผ่านอย่างไรเจ้านกน้อยทั้งหลายก็ยังคงยืนหยัดไม่หนีหายไปไหน

เที่ยวพัทลุง

          แต่สิ่งที่เราอยากเจอกันมากที่สุดก็คือ "ควายน้ำ" เหล่านี้ ควายไม่ใช่สิ่งแปลกใหม่สำหรับเราเลยค่ะ จริง ๆ แล้วเห็นควายมาตั้งแต่เด็ก แต่ก็เป็นควายที่อยู่บนบก ไม่ก็อยู่ในปลักกันไปตามประสา แต่ควายน้ำมันคืออะไร ???????

เที่ยวพัทลุง

          จริง ๆ แล้วควายน้ำมันก็คือควายบ้านธรรมดานี่แหละค่ะ แต่เจ้าพวกนี้ปรับตัวเก่ง ในยามปกติพวกเค้าก็จะหากินกันตามพื้นดิน เล็มหญ้ากินกันตามประสาควาย แต่เมื่อไหร่ที่เข้าหน้าน้ำหลาก น้ำท่วมผืนดิน ผืนหญ้า แหล่งอาหารของเค้าละก็ เค้าก็จะติดครีบแล้วแปลงร่างเป็นปลา....ไม่ใช่ละ หน้าน้ำหลากทุ่งหญ้าโดนน้ำท่วมเมื่อไหร่ เหล่าควายก็จะลงไปว่ายน้ำหาแหล่งอาหารอย่างสายบัวหรือสาหร่ายกินแทน เรื่องควายกินสายบัวนี่ก็เพิ่งเคยจะได้ยิน หลังจากล่องเรือไปพี่คนขับก็บอกว่าถ้าอยากมาดูทุ่งบัวแดงต้องมาช่วงเดือนมีนาคม ช่วงนั้นบัวจะบานเต็มทุ่ง แต่ช่วงนี้บัวออกดอกน้อย แถมออกมาปุ๊บควายก็ลงมากินจนเหี้ยนเตียนหมด

          ความสงสัยบวกกับเคยเห็นแต่ควายกินหญ้า เลยถามพี่เค้าไปว่าควายนี่เหรอชอบกินสายบัว พี่ตอบว่า ของโปรดควายเลยล่ะ !!!!! อร๊ายยยย.........เมื่อคืนเพิ่งจะซัดยำสายบัว แกงส้มสายบัว ส้มตำสายบัวไป นี่ชั้นไปเบียดเบียนแหล่งอาหารควายหรือนี่ แต่เหนือกว่าการตกใจเรื่องควายกินสายบัวแล้ว การได้เห็นควายว่ายน้ำด้วยสปีดที่เร็วเหมือนการว่ายท่าฟรีสไตล์ 50 เมตร นั้นเป็นเรื่องที่เซอร์ไพรส์มากกว่ายิ่งนัก ควายหรือฉลามเนี่ย

          พี่คนขับเรือจะให้ความรู้เล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่เป็นระยะ ๆ อย่างเรื่องควาย พี่เค้าก็จะให้สังเกตว่าเจ้าควายตัวเล็กจะยังว่ายน้ำไม่เป็น ลงน้ำเมื่อไหร่ก็จะเกาะหลังแม่ลอยคอกันไปเรื่อย ๆ เห็นแล้วน่าเอ็นดูเชียวค่ะ

เที่ยวพัทลุง

          ความสมบูรณ์ของผืนป่ายังมีให้เห็น เราจะโดนบิวท์จากพี่คนขับเรือเสมอว่าถ่ายรูปเลย ๆๆๆ ต้นไม้แบบนี้ไม่มีให้เห็นที่กรุงเทพฯ นะ หรือไม่ก็ของแบบนี้ไม่มีให้เห็นง่าย ๆ นะ ถ่ายรูป ๆๆๆ

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวพัทลุง

          ความสวยข้างหน้ามันมากจนทำให้ลืมกังวลเรื่องแสงแดดกันไปเลยค่ะ ล่องเรือกันเจอแดดแรงบ้าง บางทีก็โชคดีเจอเมฆก้อนใหญ่มาช่วยเป็นร่มเงาให้ แต่แปลกที่พวกเราไม่มีใครบ่นเลยค่ะ ทั้งที่แต่ละคนปกติจะห่วงเรื่องหนังหน้ากันไม่ใช่น้อย

เที่ยวพัทลุง

          สะพานเฉลิมพระเกียรติ ที่มีความยาวกว่า 8 กิโลเมตรแห่งนี้ สร้างคร่อมพื้นที่ชุ่มน้ำระหว่างทะเลน้อย จังหวัดพัทลุง กับทะเลสาบสงขลา ยามเย็นที่นี่ก็เป็นไปตามคาดค่ะ มีรถหลายคันมาจอดชมวิว แต่ก็ไม่ได้มากมายจนบดบังทัศนียภาพข้างทางไปนะคะ อาจเป็นเพราะเราไปเที่ยวกันวันพฤหัสบดีนักท่องเที่ยวเลยไม่เยอะมาก

เที่ยวพัทลุง

          แต่ที่มากคือรถที่วิ่งผ่านไป-มา จะวิ่งไปถ่ายรูปกันกลางถนนทีไรเจอจังหวะรถวิ่งสวนมาไปเสียทุกที อย่างว่าแหละค่ะ ถนนมันเป็นที่สำหรับรถไม่ใช่ที่ที่เราจะไปยืนเก๊กท่าถ่ายรูปกัน

เที่ยวพัทลุง

          หลังจากฟินไปกับการล่องเรือแล้วก็กลับมาที่รีสอร์ทกัน ได้เจอกับเพื่อนเจ้าของรีสอร์ท เลยขอคำแนะนำเรื่องสถานที่ถ่ายรูปเจ๋ง ๆ เนื่องจากเห็นพี่เค้าพกกล้อง+เลนส์ตัวเบ้อเร่อ ท่าทางจะรักการถ่ายภาพไม่เบา คำตอบที่ได้มาคือ "หมู่บ้านเงาะป่าซาไก"

          เงาะป่าซาไก !!!!!!! แค่ได้ยินหัวใจก็พองโต เรื่องราวเกี่ยวกับเงาะป่าซาไกที่เคยเรียนมาเมื่อตอนเด็ก ๆ วันนี้เราจะได้มีโอกาสเจอตัวจริงหรือนี่ ยิ่งหันไปมองภาพถ่ายที่คุณหนุ่มเจ้าของรีสอร์ทถ่ายไว้ สายตาอันทรงพลังผ่านรูปของเหล่าซาไกยิ่งเป็นสิ่งตอกย้ำให้รู้ว่าไม่ไปวันนี้จะไปกันวันไหน

          สอบถามเรื่องการเดินทางได้ความว่าการจะไปหมู่บ้านเงาะป่าซาไกนั้นใช้เวลาขับรถไปประมาณ 1 ชั่วโมงกว่า และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 1 กิโลเมตร หลังจากปรึกษาหารือกันในทีมแล้วก็ได้ความว่าภูกระดึงยังเคยขึ้นมาแล้ว (นั่นสมัยยังสาวไหม) ออกค่ายอนุรักษ์ ค่ายดูนก นอนกลางดินกินกลางทราย โบกรถเที่ยว ลำบากกว่านี้ก็ลองมาหมดแล้ว (นั่นมันเมื่อสิบกว่าปีก่อนหรือเปล่ายะ) ... สรุปคือทุกคนสู้ตาย

เที่ยวพัทลุง

          แต่การไปดูซาไกต้องเตรียมตัวอะไรไหม คำตอบคือการไปดูเค้าก็แค่ให้เกียรติเค้า เคารพในวิถีของเค้า ถ่ายรูปได้ไหม......ถ่ายได้ แต่อย่าไปสาดแฟลชใส่เค้าเป็นพอ จากนั้นก็ได้ข้อสรุปว่าเราจะไม่ขับรถไปกันเอง เนื่องจากไม่รู้ทาง และรถอัลติสที่เช่ามาก็คงขับไปที่นั่นได้แบบลำบากพอสมควร เลยให้ทางรีสอร์ทจัดหารถพร้อมคนขับมาให้ เจอหน้าคนขับถึงกับฮา นี่พี่คนขับเรือเมื่อเช้านี่นา ความสามารถรอบด้านจริง ๆ

          ได้รถกระบะตอนครึ่งมา สาวๆ  สี่คนนั่งเบียดกันไปกะว่าชั่วโมงกว่า ๆ เดี๋ยวก็ถึง ระหว่างทางคนขับรถแนะนำให้ซื้อข้าวสาร ไข่ไก่ไปฝากชาวซาไก พวกเราเลยซื้อนมกล่องติดไม้ติดมือไปอีกอย่าง ส่วนพี่คนขับเห็นซื้อขนมติดมือไปด้วยเช่นกัน นั่งรถไปชั่วโมงกว่า ๆ ก็ยังไม่ถึงเสียที ขยับก้นเปลี่ยนท่านั่งกันแล้วกันเล่าก็ยังไม่ถึงเสียที ยิ่งหนทางยิ่งใกล้ถนนหนทางก็ยิ่งเริ่มขรุขระ แต่เด็ดกว่านั้นคือช่วงโค้งสุดท้ายก่อนถึงจุดหมาย เรากลับพบว่ามีการขุดถนนเพื่อวางท่อทำให้รถผ่านไม่ได้

          โอ๊ยยยยยย........หัวใจสลาย ผิดหวังกันแบบที่ไม่สามารถจะบอกได้ คือเรามากันไกลมากแล้วจะให้ถอยกลับนี่บอกเลยว่าเฮิร์ตมาก คนขับรถเองก็ดูใจเสียไม่ใช่น้อย เลยขอลงไปสอบถามคนขับรถแบ็คโฮและเจ้าหน้าที่ที่กำลังขุดวางท่อก่อนว่ารถจะข้ามได้ไหม สักพักพี่เดินยิ้มกลับมา บอกว่ารอแป๊บหนึ่งเค้ากำลังถมดินและอัดให้แน่น อีกสักพักรถก็จะผ่านได้ ค่อยยังชั่ว..........พวกเราเลยใช้เวลาช่วงนี้ไปเดินยืดเส้นยืดสายกัน ถึงควรแก่เวลาก็รีบออกเดินทางต่อ

เที่ยวพัทลุง

          จุดหมายแรกของเราคือการไปหาคนนำทาง เราได้คุณยายเอื้อน วัย 74 ปี ซึ่งคนขับรถบอกว่าเป็นบุคคลที่รู้จักซาไกดีที่สุดเป็นคนนำทางให้ บ้านของคุณยายเป็นสวนสมุนไพรที่เต็มไปด้วยพรรณไม้จำนวนมาก สงบ ร่มรื่น คุณยายพักอยู่สองคนกับคุณตา คุณยายเล่าว่าวันดีคืนดีชาวซาไกก็จะเดินลงมาดูทีวีที่บ้านคุณยาย แต่วันนี้โชคไม่ดีที่เค้าไม่ได้ลงมากัน ถ้าอยากเจอเค้าต้องเดินขึ้นไปหาบนเขาลูกโน้นนนนน......หันมองไปตามเสียงคุณยายแล้วก็ได้แต่งงว่าภูเขาลูกไหนเนี่ย

          คุณยายบอกว่าเราต้องเตรียมออกเดินทางกัน เพราะนี่ก็ปาไปบ่ายสามโมงกว่าแล้ว ไม่เช่นนั้นขากลับจะมืด ส่วนพวกข้าวสาร อาหารต่าง ๆ ที่ซื้อมาให้เอาไว้ที่บ้านคุณยาย เดี๋ยวซาไกจะลงมาเอาเอง ใจเราอยากแบกขึ้นไปแต่พี่คนขับบอกว่าเอาไปแค่น้ำคนละขวดพอ ขืนหอบไข่ไก่ขึ้นไปมีได้แตกกลางทางแน่นอน คุณยายแนะนำให้เอาไม้ไปคนละอัน เอาไว้ค้ำยันเวลาเดิน ตอนแรกเราปฏิเสธ แต่คนขับรถบอกว่าเอาไปเหอะได้ใช้ประโยชน์แน่นอน.........

เที่ยวพัทลุง

          ถามคุณยายว่าใช้เวลาแค่ไหนจึงจะถึง คุณยายบอกว่าครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว เอ้าลุยยยยยย ... แค่ด่านแรกกับการเดินข้ามน้ำตกบนขอนไม้ใหญ่ที่ทอดเป็นสะพานก็เอาบางคนในทีมแทบไม่รอดแล้ว ดีที่ได้ไม้ที่คุณยายให้ถือติดตัวมาช่วยค้ำยันไม่ให้ตกจากสะพานกัน หลังจากนั้นเราก็เดินขึ้นเขากันอย่างต่อเนื่อง คือถ้าคนที่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอคงไม่มีปัญหาอะไร แต่กับคนที่ชีวิตนี้ไม่เคยออกกำลังกายแม้แต่น้อยอย่างเรา บอกได้เลยว่าการปีนเขาแค่ไม่กี่เมตรมันทำเอาหัวใจแทบทะลุอกออกมา อีกทั้งแดดที่ร้อนมากก็ยิ่งทำให้เหนื่อยจนไม่อยากจะพูดจะคุยกับใครเลยแม้แต่น้อย

          เราต้องแบ่งกันเป็นสองทีม ใครเดินเร็วก็เดินตามคุณยายขึ้นไปก่อน ส่วนบางคนต้องแวะพักเป็นระยะ ๆ เพราะมีอาการหน้ามืด เลยให้พี่คนขับรถดูแลและเดินตามกันมาช้า ๆ บางคนในทีมไม่เคยแม้แต่จะเดินป่า ไม่เคยแม้แต่จะขึ้นเขา กายไม่พร้อมแต่ใจพร้อมกันเต็มที่ ระหว่างทางก็ถอดใจกันเป็นช่วง ๆ แต่เสียงคุณยายบอกว่าอีกไม่ไกลแล้ว ก็เป็นตัวฉุดให้พวกเราลุกเดินต่อไป อีกทั้งคนขับรถก็ทำหน้าที่บิวท์เช่นเคยว่าไปให้ถึงเหอะแล้วจะติดใจจนไม่อยากลงมา

          ระหว่างทางเราโชคดีเจอซาไกกลุ่มหนึ่งเดินกลับมาจากการหาอาหาร คุณยายเลยชวนนั่งคุย ถือเป็นโอกาสให้พวกเรานั่งพักไปในตัว เพื่อนเราแบกนมขึ้นมา 6 แพ็ก เลยถือโอกาสแจกเด็ก ๆ ไปตอนนั้นเลย เห็นเด็ก ๆ ดูดกันอย่างเอร็ดอร่อยก็ชื่นใจคนที่แบกมา

เที่ยวพัทลุง

          ระหว่างนั้นเห็นชายซาไกที่อาวุโสสุดในกลุ่มคุยกับคุณยาย เลยถามว่าเค้าพูดว่าอะไร คุณยายบอกว่าเค้าบอกให้รีบออกเดินทางกันต่อ เพราะได้ยินเสียงช้าง โอ้ววววว.......ชะ ช้าง ช้างงงง เราตกใจไม่น้อยกับคำนี้ แต่เมื่อคนขับรถถามคุณลุงซาไกกันสักพักก็หัวเราะ ได้ความว่าลุงแกได้ยินเสียงรถขุดถนนเป็นเสียงช้าง พอบอกแกไปว่านั่นไม่ใช่ช้างแกถึงกับหัวเราะแบบเขิน ๆ ออกมา (เราฟังเค้าคุยกันไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ ต้องคอยถามจากคุณยายและคนขับรถเอาว่าเค้าพูดอะไรกันบ้าง)

          นั่งสักพักกลุ่มซาไกก็ออกเดินทางกัน เราเลยถือโอกาสเดินตามเค้ากลับไปที่หมู่บ้านด้วย คุณยายบอกอีกครั้งว่าใกล้แล้ว.....แต่ใกล้ของคุณยาวมันยาวไกลเหมือนไม่มีจุดสิ้นสุดสำหรับเราเลยค่ะ เราเดินกันช้าลง ๆๆๆ จนซาไกกลุ่มนั้นหายไปกับสายตา ทางก็ชันขึ้นเรื่อย ๆ พวกเราก็ยิ่งใช้เวลาในการปีนป่ายนานขึ้น จนต้องถามคุณยายว่าหนูถามรอบสุดท้ายนะคะว่าอีกไกลไหม คุณยายก็ตอบเหมือนเคยว่าใกล้แล้ว เลยแซวคุณยายไปว่าบอกหนูมาแบบนี้ตั้งแต่ออกจากบ้านละนะ คุณยายบอกนั่นไง มองไปข้างบน เห็นไหม ๆ (แว่นก็ไม่ได้ใส่ คอนแทคเลนส์ก็ไม่เอามา บอกตรง ๆ หนูไม่เห็นค่ะยาย)

เที่ยวพัทลุง

          ณ ตรงหน้าเราคือต้องปีนป่ายข้ามต้นไม้ใหญ่ที่ล้มขวางทาง อีกทั้งเกาะเกี่ยวเถาวัลย์และกิ่งไม้ข้างทางเพื่อไต่ระดับขึ้นไปอย่างช้า ๆ เราตามคุณยายไปจนได้ยินเสียงเด็กร้อง เสียงนั้นเหมือนเสียงสวรรค์เลยทีเดียว  เราตะโกนบอกเพื่อนร่วมทีมที่หยุดเดินและกำลังท้อว่าให้อดทนอีกนิดเดียว หมู่บ้านเงาะป่าซาไกอยู่ข้างหน้าแล้วจริง ๆ

          ทุกคนรวบรวมแรงฮึดและเดินตามกันมาจนถึงจุดหมาย ภาพตรงหน้าคือทับ ซึ่งคือที่พักของพวกเค้า ทำด้วยกิ่งไม้และใบไม้ และจะจุดไฟไว้ให้ความอบอุ่นภายในทับ เราเห็นทับมีอยู่ประมาณ 5 หลัง มีผู้หญิงและเด็กเล็กนั่งกันอยู่จำนวนไม่น้อยแล้วหายเหนื่อยเลยค่ะ

เที่ยวพัทลุง

          เด็กน้อยตาใสนั่งมองพวกเราด้วยสีหน้าที่ไม่ไว้วางใจ แต่ดูทุกคนจะสนิทกับคุณยายมากพอสมควร เห็นคุณยายเรียกชื่อได้ทุกคน คุณยายช่วยเรียกเด็ก ๆ มารับนมและขนมไปทานกัน เด็ก ๆ ดูท่าทางติดใจนมกล่องกันน่าดู ได้ความว่าไม่ค่อยมีคนถือนมติดมือขึ้นมามากนัก เพราะมันค่อนข้างจะหนัก แปลกใจที่เราไม่เห็นผู้ชายอื่นเลยนอกจากคุณลุงซาไกที่ดูอาวุโสคนที่เราเจอระหว่างทาง ถามคนขับรถได้ความว่าช่วงบ่ายผู้ชายจะออกไปหาอาหารกัน กว่าจะกลับก็ค่ำ ๆ ซาไกทานมันเป็นอาหาร นาน ๆ ที่จะได้สัตว์ป่าเล็ก ๆ มาทานกัน ได้ยินคุณยายบอกพวกเค้าว่าที่บ้านมีข้าวและไข่ไก่ให้ลงไปเอากันด้วย

          แต่ปัจจุบันป่าโดนบุกรุกทำให้แหล่งอาหารของพวกเค้าน้อยลงเรื่อย ๆ ค่ะ พวกเค้าจะย้ายที่อยู่กันไปเรื่อย ๆนะคะ อาหารหมดก็ได้เวลาหาที่พักใหม่ แต่ไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนคุณยายก็จะตามไปหาพวกเค้าจนเจอค่ะ

          คุณยายเล่าให้ฟังว่าก่อนหน้าที่เราจะมาไม่กี่วันก็มีคนจากทางการขึ้นมาเยี่ยมดูความเป็นอยู่เค้า มีการจัดทำบัตรประชาชนให้ จริง ๆ คุณยายก็ชวนเด็ก ๆ ให้ไปเรียนหนังสือนะคะ โดยคุณยายเสนอตัวจะไปรับ-ส่งที่โรงเรียนให้ แต่เด็ก ๆ ก็ปฏิเสธค่ะ

เที่ยวพัทลุง

          นั่งมองชีวิตของเด็ก ๆ ที่นี่แล้วก็ทึ่งในวิถีของเค้านะคะ เค้ามีความสุขกันบนพื้นที่เล็ก ๆ ของเค้า เด็ก ๆ ดูร่าเริง ของเล่นของพวกเค้าคือเถาวัลย์ เผลอแป๊บ ๆ คนโน้นคนนี้ก็วิ่งไปโหนเถาวัลย์ยังกับทาร์ซาน ไอ้เราก็ร้องวี้ดว้ายกลัวเด็กร่วงตกลงมา แต่พี่เค้าบอกว่าไม่ต้องตกใจ เด็กพวกนี้โหนแล้วตกลงมาเดี๋ยวเค้าก็ปีนขึ้นมาเอง เค้าโตมาแบบนี้อยู่แล้วไม่ต้องห่วง

เที่ยวพัทลุง

          ซาไกตัวจิ๋วที่เพิ่งคลอดได้ไม่กี่วัน เห็นพี่ชายจับโยน จับถูไถไปกับเปล ป้า ๆ ที่ยืนมองหัวใจจะวาย เราใช้เวลาอยู่กับพวกเค้าไม่นานค่ะ เพราะตอนนั้นก็ปาไปห้าโมงกว่าแล้ว เรากลัวว่าขาลงเขาจะลื่นไถลกัน เลยต้องรีบบอกลาพวกเค้ากัน ทั้งที่ใจอยากจะอยู่ต่ออีกสักพัก เนื่องจากบริเวณทับของพวกเค้ามันร่มรื่น อากาศเย็นสดชื่นมากมายเลยทีเดียว เป็นไปได้ก็อยากจะเอาเปลมาผูกนอนเสียด้วยซ้ำ

          ขาลงใช้เวลาเดินเร็วต่างกับขาขึ้นโดยสิ้นเชิงค่ะ แต่ก็มีลื่นไถลเป็นช่วง ๆ ตามคาด ดีที่มีต้นไม้ กิ่งไม้ให้เกาะเกี่ยว ไม่ให้กลิ้งหลุนลงไปที่ตีนเขา

          ลงมาถึงบ้านคุณยายเห็นน้ำตกที่ข้างบ้านคุณยาย ยิ่งกว่าเป็นน้ำทิพย์ใด ๆ กันเลย ทุกคนวิ่งลงไปล้างหน้าล้างตา ล้างหัว ล้างเนื้อตัวที่เหนียวเหนอะไปด้วยเหงื่อ น้ำใสไหลเย็นจนแทบอยากจะทิ้งตัวลงไปในน้ำกันเลย ติดตรงที่ไม่ได้เอาเสื้อผ้าชุดใหม่ติดตัวมาด้วย

เที่ยวพัทลุง

          ถึงแก่เวลา เราก็บอกลาคุณตาคุณยายกันไป (เสียดายมากค่ะที่มัวแต่เหนื่อยกัน จนคุณช่างภาพลืมถ่ายรูปคุณยายมาด้วย)

          กลับถึงที่พักเจอคำถามจากผู้ที่แนะนำว่าเป็นยังไงบ้างกับการไปหมู่บ้านเงาะป่าซาไก ดีไหม สนุกไหม ดีค่ะ...แต่จะดีกว่านี้ถ้าพี่ไม่แนะนำให้ไป ฮาครืนกันทุกคนค่ะ

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวพัทลุง

          นอกจากการท่องเที่ยวธรรมชาติแล้ว พื้นที่ชุมชนริมทะเลน้อยยังมีกิจกรรมท่องเที่ยวชุมชน วิถีชีวิต ที่บ้านทะเลน้อย พาสัมผัสกับการทำกระจูดและปลาดุกร้า และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถซื้อติดไม้ติดมือเป็นของฝากกลับไปได้

เที่ยวพัทลุง

          ส่วนใครอยากสัมผัสชีวิตสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดก็แนะนำให้ขับรถไปดูฝูงจ๋อกันได้ค่ะ คุณหนุ่มแนะนำมาเช่นกัน ตอนเช้าขับรถออกมาไม่ไกลจากรีสอร์ท ก็จะเห็นบรรดาเจ้าจ๋อพวกนี้ตามต้นไม้ข้างทาง ไม่ต้องขับเข้าไปหาไกลเลยค่ะ แต่ว่าถ้าสายหน่อยพวกเค้าก็จะไม่อยู่แล้วนะคะ อยากเจอก็แนะนำให้ไปเร็วหน่อย

เที่ยวพัทลุง

          เรามาแอบซุ่มดูเค้าก็โดนซุ่มดูกลับเช่นกันค่ะ

          ไหนก็แวะลงที่ตรังกันแล้ว เราก็ถือโอกาสเที่ยวตรังกันไปด้วยเลย "สถานีรถไฟกันตัง" ได้คุยกับหัวหน้าสถานี ได้ความมาว่าที่นี่มีอายุมาร้อยกว่าปีแล้ว สถานีเล็ก ๆ ที่คนจะพลุกพล่านเฉพาะในช่วงเทศกาล สอบถามเรื่องอาหารการกินได้คำแนะนำจากหัวหน้าสถานีว่ามาเที่ยวตรังก็ต้องลองทานหมูย่าง ติ่มซำ แต่ที่นี่เค้าทานของพวกนี้เป็นอาหารเช้ากัน ใกล้เที่ยงแบบนี้ของหมดแล้ว

          เราก็ฟังแล้วยังไม่เชื่อนะคะ เพราะงงว่าเป็นไปได้เหรอที่เค้าขายเฉพาะช่วงเช้า เลยดันทุรังขับรถเข้าเมืองไปหาหมูย่าง ติ่มซำทานกัน สรุปก็เป็นไปตามที่หัวหน้าสถานีรถไฟกันตังบอก ร้านหมูย่าง ติ่มซำปิดหมดทุกร้านจริง ๆ

เที่ยวพัทลุง

เที่ยวตรัง

          พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี บ้านพักของพระยารัษฏานุประดิษฐ์ เมื่อครั้งเป็นเจ้าเมืองตรังตัวบ้านเป็นเรือนไม้แบบเก่า สองชั้น อยู่บนเนินท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติและแมกไม้เขียวชอุ่ม เดินเข้าไปในบ้านแล้วเย็นสบาย เลยพาลไปนึกถึงบ้านที่ต่างจังหวัดเมื่อสมัยก่อนเลยค่ะ

เที่ยวตรัง

          เด็กน้อยเมืองตรัง มาถ่ายรูปชุดครุยจิ๋วกันที่พิพิธภัณฑ์

เที่ยวตรัง

          3 วัน 2 คืน ที่เราใช้ทุกช่วงเวลากันเต็มที่มาก เต็มที่จนคิดว่าเราสามารถข้ามขีดจำกัดของร่างกายกันไปได้อย่างไร ที่เต็มที่อีกอย่างคือเราสนุกกันเต็มที่ หัวเราะกันเต็มที่ มีความสุขกันอย่างเต็มที่ แม้บางครั้งจะมีคำว่าเหนื่อยเต็มที่เข้ามาขวางบ้าง

          ขอบคุณเพื่อนร่วมทริปของเรา ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมไม่ว่าจะเป็นคนขับเรือ แม่ครัว เจ้าของรีสอร์ท เพื่อนเจ้าของรีสอร์ท แขกที่มาพักที่รีสอร์ท ที่ทำให้เรารู้สึกว่าทุกเช้าที่ตื่นมา เหมือนเราตื่นมาที่บ้านตัวเอง ออกมาทานอาหารเช้า และนั่งคุยกับทุก ๆ คนเหมือนกับว่าเรารู้จักกันมาก่อน

          ขอบคุณคุณยายวัย 74 ปี ที่พาเราขึ้นเขาไปหาซาไก รวมทั้งแรงกระตุ้นที่คุณยายมีให้ตลอดเส้นทางเดิน ขอบคุณมิตรภาพจากเพื่อนทางเฟซบุ๊กที่นำพาคุณช่างภาพไปถ่ายรูปสนามบินตรังระหว่างรอขึ้นเครื่อง และท้ายสุดอยากขอบคุณทุกภาพที่นำพาพวกเราไปถึงที่นี่กัน ทุกภาพที่ทำให้เรารู้ว่า...เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้

          ใครที่รักการท่องเที่ยวฝากกระทู้เก่า ๆ ที่เคยทำมาด้วยนะคะ

          Winter in Paris ☛ http://pantip.com/topic/33381242

          Italy ☛ http://pantip.com/topic/33671651

          Iceland ☛ http://pantip.com/topic/34241234

          Swiss ☛ http://pantip.com/topic/34424033

          Autumn in Paris & Benelux ☛ http://pantip.com/topic/34585251

          Japan ☛ http://pantip.com/topic/34716043

          เชียงใหม่ ☛ http://pantip.com/topic/33868882

          กาญจนบุรี ☛ http://pantip.com/topic/32296012http://pantip.com/topic/34271247

          สำหรับเพื่อน ๆ ท่านใดที่มีคำถามเกี่ยวกับทริปที่ผ่านมา สามารถหลังไมค์มาสอบถามได้นะคะ เราเข้ามาเช็กอยู่เรื่อย ๆ ค่ะ หรือจะสอบถามผ่านเพจที่ทำไว้แชร์รูปและประสบการณ์การท่องเที่ยวของตัวเราที่ผ่านมาก็ได้ค่ะ

          https://www.facebook.com/livelife.by.noopoo


ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ samitdoc สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก Live Life to the Fullest by NooPoo

คิดอย่างไรกับเรื่อง: เที่ยวพัทลุงแบบครบรส ล่องเรือชมทะเลน้อย เดินป่าหาซาไก ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
เที่ยวพัทลุงแบบครบรส ล่องเรือชมทะเลน้อย เดินป่าหาซาไก โพสต์เมื่อ 27 มกราคม 2559 เวลา 16:51:35 5,729 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP