กาลครั้งหนึ่ง ณ ภูลมโล เมื่อภูเขากลายเป็นสีชมพูหวานแหวว


ภูลมโล

          นาทีนี้ถ้าเอ่ยถึงชื่อสถานที่ท่องเที่ยว ที่สามารถชมดอกนางพญาเสือโคร่งบานสะพรั่งออกดอกชมพูสวยหวานได้เต็มสายตาคงหนีไม่พ้น "ภูลมโล" แหล่งปลูกต้นนางพญาเสือโคร่งมากที่สุดในเมืองไทย ... จริงไหม อ๊ะ ๆ แล้วอยากเห็นภูลมโลในวันที่ภูเขากลายเป็นสีชมพูกันไหม ? ถ้าอย่างนั้นก็ตามบันทึกการเดินทางของ คุณ Jira Traveler สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ไปเที่ยวภูลมโลกันเลยดีกว่า เพราะเธอได้ไปสัมผัสกับความสวยตระการตาและเก็บเอาภาพความงามของภูลมโลมาให้เราได้ชมกัน บอกเลยว่ามันแจ่มมาก ^__^




          หน้าหนาวทีไรเชื่อว่าหลายคนคงต้องนึกถึงอากาศหนาวบนยอดดอยทางภาคเหนือ และนับวันรอคอยดอกนางพญาเสือโคร่งเบ่งบานกันแน่นอน ถ้าจะออกตามล่าดอกนางพญาเสือโคร่งจะไปที่ไหนกันบ้างนะ เชื่อว่าที่แรก ๆ ที่เรามักจะนึกถึงก็คือ สถานีเกษตรขุนวาง ดอยอินทนนท์ ดอกพญาเสือโคร่งบนถนนสายโรแมนติกที่ดอยอ่างขาง ขุนช่างเคี่ยน เส้นทางชมดอกไม้ที่ไม่ไกลจากตัวเมืองเชียงใหม่ เส้นทางสายสีชมพูแถว ๆ ภูชี้ฟ้า ดอยผาตั้ง จังหวัดเชียงราย แต่ช่วงปีสองปีมานี้ชื่อของ "ภูลมโล" ได้ถูกกล่าวถึงมากที่สุดทั้งทางสื่อสิ่งพิมพ์และโลกโซเชียล ปีนี้เราเลยอยากไปชมความงามของดอกนางพญาเสือโคร่งที่ "ภูลมโล" กับเค้าบ้าง อยากไปพิสูจน์ด้วยตาของตัวเองว่าจะสวยขนาดไหนเชียว

          การเดินทางนั้นเราเริ่มต้นจากเชียงใหม่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง ก็มาถึงบ้านร่องกล้า พิษณุโลก ต้องบอกก่อนว่าหากจะไปเที่ยวภูลมโลนั้นไปได้หลายทางนะคะ เพราะภูลมโลเป็นภูเขาที่ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ พิษณุโลก เพชรบูรณ์ และเลย จะขึ้นมาจากทางพิษณุโลกหรือทางเพชรบูรณ์ผ่านภูทับเบิกมาก็ได้ เราเลือกพักที่อุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ที่นี่มีทั้งบ้านพัก ที่กางเต็นท์ และร้านอาหาร เรียกว่าสะดวกสบายมาก ๆ หากเลือกพักที่นี่

          จากที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ใช้เส้นทางบ้านร่องกล้า ไปภูลมโลใช้เวลาเดินทางไปประมาณครึ่งชั่วโมง แต่ถนนช่วงที่จะเข้าไปยังภูลมโลนั้นยังเป็นถนนดินแดงลูกรัง ทางเรียบบ้างขรุขระบ้าง ควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อหรือกระบะเข้าไปจะดีกว่า ไม่แนะนำให้รถเก๋งเข้าไปนะคะ เห็นหลายคันเลยขับเข้าไป จอดเสียข้างทางกันเพียบ แนะนำว่าจ้างรถของชาวบ้านเข้าไปดีกว่าค่ะ

          ค่ารถก็แบบเหมา ๆ คันละประมาณ 800-1,000 บาท ติดต่อได้ตรงปากทางเข้าเลยค่ะ มีรถจอดรออยู่เพียบ เราไปมาเมื่อวันที่ 18-20 มกราคม 2559 เลือกเที่ยววันธรรมดาเพราะคิดว่าช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์คนต้องเยอะแน่ ๆ เอารถไปกันเอง และเลือกช่วงเวลาเข้าไปเฉพาะช่วงเช้าตรู่ และบ่าย ๆ เกือบเย็น เพราะจะไปดูพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกกันค่ะ

          ตอนนี้แปลงที่หนึ่งและสองบานเต็มที่แล้วนะคะ แต่แปลงที่สามและภูขี้เถ้ายังไม่บาน คิดว่าอีกไม่กี่วันนี้แหละต้องบานแน่นอน ดังนั้นภาพในเซตนี้จะเป็นภาพเฉพาะแปลงที่หนึ่งและแปลงที่สองบางส่วนเท่านั้น แต่เราว่าแม้ดอกจะยังบานไม่หมดก็สวยมาก ๆ แล้วค่ะ ที่นี่เป็นสวรรค์ของคนชอบถ่ายภาพแลนด์สเคป ถ่ายได้ทั้งแสงเช้า แสงเย็น ถ่ายได้ทั้งวันไม่มีเบื่อ (ถ้าวันนั้นอากาศดี)

          เอาล่ะมาดูกันดีกว่าว่าภูลมโลจะสวยขนาดไหนเชียว เราจะเน้นถ่ายแสงเช้าและแสงเย็น และภาพกว้าง ๆ มาให้ชมกันนะคะ

          เย็นวันแรกไปถึงเราก็มุ่งหน้าไปยังมุมที่มองเห็นพระอาทิตย์ตกและดอกไม้บานกันก่อนเลยค่ะ

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          เย็นวันที่สอง รอคอยนานมากกว่าจะได้เห็นแสงแบบนี้ เพราะทั้งวันมืดครึ้ม แดดแทบไม่มี นี่ล่ะมั้งที่เค้าเรียกว่ารางวัลของการรอคอย

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          เช้าวันแรกตรงจุดชมวิวแปลงที่หนึ่งค่ะ วันนี้ไม่เห็นพระอาทิตย์เป็นไข่แดงแต่ฟ้าเปลี่ยนสีสวยมาก ๆ อากาศหนาวกำลังดีเลยค่ะ

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          เช้าวันที่สองของเราตอนแรกนึกว่าจะกินแห้วซะแล้ว เพราะเมฆเยอะมาก ๆ แต่มาถึงแล้วก็ต้องรอสักหน่อยเผื่อจะโชคดี แล้วก็โชคดีจริง ๆ เช้าวันนี้เมฆสวยมาก แสงแรกของวันนี่มันหวานละมุนจริง ๆ เลย ให้ตายเถอะ !!! มุมเดิม ๆ เพิ่มเติมคือสีหวาน ๆ ของท้องฟ้าค่ะ

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          นี่ใช่ไหมที่เค้าเรียกกันว่า "ภูเขาสีชมพู" เหมือนเอาสีชมพูมาแต้ม ๆ ลงบนผืนป่าเลย ถ้าดอกบานแบบเต็ม ๆ คงจะสวยกว่านี้อีกหลายเท่า แต่สำหรับเราแค่นี้ก็สวยมาก ๆๆๆๆ แล้ว

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          เสน่ห์ของภูลมโลแห่งนี้เราว่าคงเป็นที่ฝูงวัว ฝูงควาย ที่อยู่ท่ามกลางดอกไม้สีชมพูหวานนี่แหละ เมืองนอกมีแกะ มีกวาง เมืองไทยก็มีวัวมีควายนี่แหละเสน่ห์ไทยแท้ ๆ

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          เนื่องจากที่ภูลมโล ต้นนางพญาเสือโคร่งยังไม่สูงมากนัก เวลาออกดอกกิ่งก้านเลยค่อนข้างต่ำ หลายคนคงอดใจไม่ไหวที่จะไปจับ เอาแก้มไปแนบถ่ายรูปเซลฟี่ เราจึงได้เห็นกระแสดราม่าเด็ดดอกไม้บ้าง โน้มกิ่งบ้าง หักกิ่ง หรือปีนขึ้นไปถ่ายรูปกันเพียบ จะด้วยความไม่รู้ก็คงไม่ใช่ เราว่าอยู่ที่จิตสำนึกกันมากกว่า เที่ยวแล้วต้องช่วยกันเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีด้วยนะคะ กว่าเค้าจะปลูกต้นไม้ต้องใช้เวลาหลายปี กว่าดอกจะบานต้องใช้เวลาเนิ่นนาน ปีหนึ่งเราเข้ามาชมความงามกันได้แค่ช่วงเดือนสองเดือนเท่านั้น ดอกไม้ร่วงคนก็ลืมกัน แต่ต้นไม้ยังคงต้องยืนต้นเพื่อรอวันดอกไม้เบ่งบานอีก พื้นที่มันกว้างมาก คงไม่มีใครมายืนคอยห้ามได้ตลอดเวลา มาชื่นชมความงาม ถ่ายภาพเก็บความประทับใจกันก็พอเนอะ ดอกไม้จะได้อยู่ให้เราได้ชื่นชมไปอีกนานแสนนาน

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

ภูลมโล

          หากใครกำลังวางแผนมาเที่ยว ปีนี้สภาพอากาศแปรปรวน ดอกบานไม่พร้อมกัน ยังเหลืออีกสองแปลงที่ยังไม่บาน สอบถามทางเจ้าหน้าที่อุทยาน เค้าบอกว่าน่าจะเที่ยวได้จนถึงช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้เลยค่ะ

          ยังไงแล้วก็ขอให้สนุกกับการเดินทาง มีความสุขกับการชมดอกไม้สวย ๆ มีน้ำใจแบ่งปันให้กับเพื่อนร่วมทางกันนะคะ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก คุณ Jira Traveler สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม และ เฟซบุ๊ก jiratraveler

คิดอย่างไรกับเรื่อง: กาลครั้งหนึ่ง ณ ภูลมโล เมื่อภูเขากลายเป็นสีชมพูหวานแหวว ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
กาลครั้งหนึ่ง ณ ภูลมโล เมื่อภูเขากลายเป็นสีชมพูหวานแหวว โพสต์เมื่อ 22 มกราคม 2559 เวลา 14:32:52 13,881 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP