ตามรอยกระแส “พันช์คุง” ชวนเปิดพิกัดที่เที่ยวชิบะ ญี่ปุ่น ดินแดนใกล้โตเกียวที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทั้งธรรมชาติและจุดเช็กอินน่ารัก ๆ เพียบ
กระแสความน่ารักของ “พันช์คุง” เจ้าลิงน้อยขวัญใจโซเชียล กลายเป็นไวรัลที่ทำให้คนทั่วโลกตกหลุมรัก กับท่าทางซุกซนและขี้เล่น ที่ถูกแชร์ส่งต่อจำนวนมาก ซึ่งพันซ์คุงอาศัยอยู่ที่สวนสัตว์อิชิกาวะ ในจังหวัดชิบะ ญี่ปุ่น จากกระแสเจ้าลิงน้อยตัวนี้ ทำให้หลายคนเริ่มหันมามองหาเสน่ห์ของจังหวัดชิบะมากขึ้น เมืองใกล้โตเกียวที่เต็มไปด้วยบรรยากาศหลากหลายทั้งธรรมชาติ ทะเล และมุมพักผ่อนสุดชิล หากกำลังมองหาทริปที่ทั้งเดินทางง่ายและได้สัมผัสเสน่ห์ใหม่ ๆ ชิบะน่าจะเป็นจุดหมายต่อไปที่คุณอยากปักหมุดไว้ในแพลนเร็ว ๆ นี้ ว่าแต่มีที่เที่ยวไหนน่าสนใจบ้างนั้น มาเช็กลิสต์กันได้เลย
1. สวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์เมืองอิจิคาวะ
ถ้าพูดถึงจุดเช็กอินที่ “พันช์คุง” (Punch Khung) เจ้าถิ่นชิบะพาไปบุกจนกลายเป็นพิกัดยอดฮิต คงหนีไม่พ้น สวนสัตว์อิชิกาวะ สวนสัตว์ที่เต็มไปด้วยพลังบวก ไฮไลต์ที่ทำเอาพี่พันช์และแฟนคลับใจละลายคือ “แก๊งนากน้อย” ที่ออกมาวิ่งพาเหรดโชว์ความแสนรู้ รวมถึงเจ้าเรดแพนด้าและพี่คาปิบาร่าที่นั่งนิ่งให้เราถ่ายรูปได้แบบรัว ๆ ตัวสวนสัตว์มีความร่มรื่น เดินง่าย และยังมีโซนรถไฟจิ๋ว Mini Railway ให้ได้นั่งกินลมชมวิว บอกเลยว่าใครอยากสัมผัสความน่ารักแบบตะโกนในบรรยากาศที่ไม่วุ่นวายเหมือนสวนสัตว์ใหญ่ ๆ ต้องตามรอยพี่พันช์มาปักหมุดที่นี่ให้ได้
ภาพจาก : X @ichikawa_zoo
2. น้ำตกโนมิโซและถ้ำคาเมะอิวะ
ไฮไลท์ที่ทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดอันซีน คือ ยามเช้าที่แสงอาทิตย์สาดส่องลอดผ่านปากถ้ำลงมากระทบผิวน้ำ จนเกิดเงาสะท้อนเป็นรูหัวใจสีทอง บรรยากาศรอบ ๆ เต็มไปด้วยความร่มรื่นของป่าไม้และเสียงสายน้ำไหลที่ช่วยฮีลใจได้ดีสุด ๆ เหมาะสำหรับสายถ่ายภาพและคนที่อยากหนีความวุ่นวายมาสูดอากาศบริสุทธิ์แบบฉบับชิบะแท้ ๆ บอกเลยว่าถ้าได้มาเห็นความงามนี้ด้วยตาตัวเอง รับรองว่าจะเป็นความทรงจำที่ประทับใจไม่รู้ลืม
3. แหลมโนจิมะซากิ
จุดใต้สุดของคาบสมุทรโบโซที่พร้อมสะกดสายตาวิวท้องฟ้าบรรจบมหาสมุทรแปซิฟิกแบบ 360 องศาอีกหนึ่งสถานที่น่าถ่ายรูป หรือจะมานั่งสวีตดูพระอาทิตย์ตกดินขอบฟ้าก็ฟินสุด ๆ นอกจากประภาคารสีขาวทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว บรรยากาศรอบ ๆ ยังเงียบสงบ มีเส้นทางเดินเลียบชายฝั่งให้สูดกลิ่นอายทะเลได้เต็มปอด ใครอยากตามรอยคอนเทนต์ภาพสวยฟีลพระเอกนางเอกซีรีส์ญี่ปุ่นท่ามกลางลมหนาวและแสงเย็นสีทอง ต้องลองมาสัมผัสเสน่ห์ของแหลมแห่งนี้ตามแบบฉบับเจ้าถิ่นชิบะดูสักครั้ง
4. รถไฟสายท้องถิ่น Isumi Railway
สัมผัสเสน่ห์ความเนิบช้าและทัศนียภาพที่เหมือนหลุดออกมาจากอนิเมะญี่ปุ่น ขบวนรถไฟสดใสสุดวินเทจที่จะวิ่งตัดผ่านอุโมงค์ต้นไม้และทุ่งดอกไม้ตามฤดูกาล โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกนาโนะฮานะสีเหลืองอร่ามขนาบข้างรางรถไฟยาวสุดลูกหูลูกตา เหมาะแก่การนั่งเหม่อมองวิวทุ่งนาและป่าเขาเพื่อหลีกหนีความวุ่นวายจากเมืองใหญ่ ใครที่อยากตามรอยคอนเทนต์ภาพสวยฟีลสโลว์ไลฟ์ ที่มีกลิ่นอายความคลาสสิกขนานแท้ของจังหวัดชิบะ
5. ท่าเรือฮาราโอกะ
จุดหมายปลายทางที่จะทำให้คุณตกหลุมรัก กัยวิวสะพานที่ทอดยาวลงสู่ทะเล ยามเย็นเมื่อแสงสีทองอาบไล้ขอบฟ้าและโคมไฟดวงเล็ก ๆ บนสะพานเริ่มส่องสว่าง บรรยากาศจะเปลี่ยนเป็นความละมุนตาราวกับหลุดออกมาจากฉากในภาพยนตร์ และถ้าวันไหนฟ้าเปิดเป็นใจ คุณจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิ ตั้งเด่นอยู่ฝั่งตรงข้ามทะเลแบบเต็มตาอีกด้วย ใครอยากได้รูปถ่ายโปรไฟล์สวยสไตล์มินิมอล หรืออยากสัมผัสความเงียบสงบพร้อมกลิ่นอายทะเล ต้องรีบมาปักหมุดที่นี่ได้เลย
6. หุบเขาโยโรเคโคะคุ
ที่เที่ยวของคนรักสายธรรมชาติ ตื่นตากับ “น้ำตกอาวามาตะ” น้ำตกที่ลาดเอียงสวยงาม ซึ่งเราสามารถเดินทอดน่องเลียบลำธารบนเส้นทางเดินป่าสุดชิลที่ล้อมรอบด้วยหน้าผาหินและพรรณไม้นานาชนิด โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีที่หุบเขาแห่งนี้จะถูกแต่งแต้มด้วยสีส้มแดงสดใส นอกจากนี้ยังมีเสน่ห์ของสะพานสีแดงสดและออนเซ็นธรรมชาติให้ได้แช่เท้าผ่อนคลายความเมื่อยล้า นักท่องเที่ยวสายธรรชาติที่อยากเสพความสโลว์ไลฟ์ ที่นี่น่าเที่ยวสุด ๆ
7. ปราสาทคุรุริ
ปราสาทแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “ปราสาทฝนพรำ” ตามตำนานที่เล่าขานว่าเมื่อใดที่เริ่มสร้างปราสาท ฝนจะตกลงมาสร้างความชุ่มฉ่ำเสมอ ตัวปราสาทสีขาวโพลนที่ตั้งตระหง่านล้อมรอบด้วยป่าเขาเขียวขจี ซึ่งจากจุดชมวิวบนยอดปราสาท จะสามารถมองเห็นทัศนียภาพของภูเขาคาซูซะได้แบบกว้างไกลสุดสายตา นอกจากความงดงามของสถาปัตยกรรมแล้ว เมืองรอบ ๆ ปราสาทแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุธรรมชาติ ที่ใสสะอาดจนชาวบ้านและนักท่องเที่ยวต่างพากันมาตักดื่มฟรี ๆ ได้จากก๊อกริมทางทั่วเมือง
8. ประภาคารอินุโบซากิ
แลนด์มาร์คสีขาวที่ตั้งตระหง่านอยู่บนหน้าผาสูงชันในเมืองโชชิ ประภาคารแห่งนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรม ห้ามพลาดคือการเดินขึ้นบันไดวน เพื่อออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์บนจุดชมวิวที่เห็นโค้งขอบฟ้าของท้องทะเลกว้างไกล รอบ ๆ ประภาคารยังมี "ไปรษณีย์สีขาว" สำหรับส่งโปสการ์ดหาคนพิเศษ และมีคาเฟ่เก๋ ๆ ที่เสิร์ฟขนมปังอบใหม่ ๆ พร้อมวิวทะเลหลักล้าน เป็นอีกหนึ่งจุดเช็กอินที่เที่ยวชิบะที่ไม่ควรพลาด
9. จุดพักรถบนทะเลอุมิโฮตารุ
สถาปัตยกรรมระดับโลกที่เปรียบเสมือนเกาะสวาทหาดสวรรค์กลางอ่าวโตเกียว ที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงจุดพักรถทั่วไป แต่เป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างอุโมงค์ใต้ทะเลและสะพานข้ามทะเลที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่ง ซึ่งถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างคล้ายกับเรือสำราญขนาดมหึมาลอยอยู่กลางมหาสมุทร เดินเล่นบนดาดฟ้าชมวิวแบบ 360 องศา มองเห็นวิวเมืองโตเกียว ภูเขาไฟฟูจิ และเครื่องบินที่กำลังทะยานขึ้นจากสนามบินฮาเนดะได้อย่างชัดเจน ภายในอาคารยังอัดแน่นไปด้วยร้านอาหารชื่อดัง ของฝากลิมิเต็ดที่มีเฉพาะที่นี่ และโซนความบันเทิงมากมายที่เปลี่ยนการเดินทางธรรมดาให้กลายเป็นการท่องเที่ยวสุดพิเศษอีกด้วย
10. ตลาดเช้าคัตสึอุระ
ตลาดเช้าที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 400 ปี ตลอดสองข้างทางเดินคุณจะได้เพลิดเพลินกับอาหารทะเลสด ๆ ที่เพิ่งขึ้นจากเรือ ผักผลไม้จากไร่ของคนท้องถิ่น และขนมโบราณที่หากินยาก หรือจะนั่งล้อมวงกิน "คัตสึอุระทันทันเมน" รสเผ็ดร้อนซิกเนเจอร์ประจำเมืองที่ช่วยปลุกความสดชื่นในยามเช้าได้เป็นอย่างดี บรรยากาศการเลือกซื้อของท่ามกลางกลิ่นอายทะเลและเสียงทักทายอย่างอบอุ่นของพ่อค้าแม่ขาย จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่เรียบง่ายและจริงใจ
ภาพจาก : Dane Gillett / shutterstock.com
หากอยากลองเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ นอกเส้นทางยอดฮิต ชิบะคือจุดหมายที่น่าสนใจไม่น้อยแต่เต็มไปถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่น ลองปักหมุดชิบะไว้ในลิสต์ แล้วออกไปเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กัน ^ ^
หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง
บทความ ที่เที่ยวชิบะ ญี่ปุ่น เที่ยวญี่ปุ่น อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง