พิกัดล่องเรือดูวาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งทะเลอ่าวไทย เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปดู

            ชวนขึ้นเรือไปดูวาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ตัวเบิ้มในท้องทะเล ที่เห็นได้เต็ม ๆ ตาที่ทะเลอ่าวไทย เมืองไทยของเรานี่เอง
          ถ้าพูดถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ใหญ่ที่สุดในโลก หลายคนคงนึกถึง “วาฬ” เป็นคำตอบเดียวกัน แต่ถ้าถามว่าเคยเห็นวาฬตัวเป็น ๆ หรือไม่ คำตอบก็น่าจะไม่เคย เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่โตมโหฬาร อีกทั้งเป็นหนึ่งในสัตว์อนุรักษ์และใกล้สูญพันธุ์ แต่กระนั้นในประเทศไทยก็มีโอกาสได้ดูวาฬตามธรรมชาติแหวกว่ายในท้องทะเลได้ โดยสายพันธุ์ที่พบมากที่สุดคือ วาฬสายพันธุ์บรูด้า (Bryde’s Whale) ซึ่งก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถนั่งเรือดูวาฬบรูด้าได้หลายแห่งเลยทีเดียว จะมีที่ไหนบ้างนั้น เรารวบรวมมาไว้ให้แล้ว ไปดูกัน
วาฬบรูด้า

วาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเล

          วาฬบรูด้า เป็นสัตว์ทะเลเลี้ยงลูกด้วยนม มีจุดเด่นคือ ครีบหลังที่มีรูปโค้งอยู่ค่อนไปทางด้านปลายหาง แพนหางวางตัวตามแนวราบ มีรอยเว้าเข้าตรงกึ่งกลาง และจะมีสันบนหัว 3 สันเด่นชัดด้านบนของปาก ซึ่งจะวางตัวขนานกันจากปลายปากจนถึงตำแหน่งของรูหายใจ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มสัตว์ทะเลที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ในประเทศไทย ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก ได้ดำเนินการศึกษาจำแนกประชากรวาฬบรูด้าโดยการใช้ภาพถ่าย และอาศัยตำหนิบริเวณครีบหลัง ส่วนหัว ตลอดจนตำหนิบริเวณต่าง ๆ ตามลำตัว อัปเดตล่าสุดว่าประเทศไทยของเรามีวาฬบรูด้าทั้งหมด 61 ตัว และแต่ละตัวก็มีชื่อเรียกเป็นของตัวเองด้วย
วาฬบรูด้า

           ตามปกติแล้ววาฬบรูด้าจะถูกพบเจอได้ทั่วไปในท้องทะเลเขตอบอุ่นทั่วโลก ซึ่งในประเทศไทยส่วนใหญ่จะพบวาฬบรูด้าทั้งทางฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทย โดยในฝั่งอันดามันจะพบในบริเวณเกาะสุรินทร์ จังหวัดพังงา และเกาะพระทอง เกาะราชาน้อย-ราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต เป็นต้น และในอ่าวไทย จะพบทั้งในจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา สมุทรปราการ กรุงเทพฯ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ไปจนถึงประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เลยทีเดียว

ฤดูกาลดูวาฬบรูด้า ช่วงเวลาที่พบวาฬบูรด้าบ่อยที่สุด

         ตามข้อมูลของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันตก พบว่า อาหารหลักของวาฬบรูด้า คือ ปลากะตักแก้ว ปลากะตักควาย ปลาทู และเคยโกร่ง  ซึ่งในระหว่างเดือนเมษายน-กันยายน จะเป็นช่วงเวลาที่มีปลากะตักและกุ้งเคยอุดมสมบูรณ์ที่สุด จึงเป็นช่วงเวลาที่วาฬบรูด้าว่ายขึ้นมาบนผิวน้ำทะเลบ่อยที่สุด แต่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงฤดูมรสุม ทำให้การนั่งเรือออกไปชมไม่สะดวก

          แต่ในฤดูหนาว ช่วงปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนธันวาคม จะเป็นช่วงเวลาที่ท้องฟ้าสดใส สามารถเดินเรือได้ตามปกติ จึงเหมาะกับการออกไปชมวาฬบรูด้า สำหรับพื้นที่ที่มีโอกาสพบวาฬบรูด้าได้บ่อยตั้งแต่เดือนสิงหาคม-พฤศจิกายน จะอยู่บริเวณชายฝั่งอ่าวไทยรูปตัว ก หรืออ่าวไทยตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่ตั้งแต่อ่าวบางตะบูน แหลมผักเบี้ย และหาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรี ในระยะห่างจากฝั่ง 2-10 กิโลเมตร ซึ่งเป็นระยะที่วาฬบรูด้าว่ายน้ำกินอาหาร (ปลากะตัก) นั่นเอง จนมีการจัดเทศกาลชมวาฬบรูด้าขึ้นที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นประจำด้วย

วาฬบรูด้า

จุดขึ้นเรือไปดูวาฬบรูด้า ในอ่าวรูปตัว ก หรืออ่าวไทยตอนบน

           สำหรับใครที่อยากไปดูวาฬบรูด้าด้วยตา สามารถติดต่อขึ้นเรือชมวาฬบรูด้าและโลมา ซึ่งมีอยู่ 4 จุด ใน 2 จังหวัดหลัก ๆ คือ สมุทรสาคร และเพชรบุรี ดังนี้

1. ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร

          นับเป็นจุดขึ้นเรือที่ใกล้กรุงเทพฯ มาก ขับรถเพียง 30 นาทีก็ถึงแล้ว จึงเป็นจุดที่หลายคนมักจะเรียกว่า จุดขึ้นเรือบางขุนเทียน กรุงเทพฯ ซึ่งในจุดนี้มีผู้ให้บริการล่องเรือดูวาฬบรูด้าหลายเจ้า เช่น

2. บ้านบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

          บริเวณนี้จะมีร้านอาหารทะเลบรรยากาศริมน้ำ ที่มีบริการล่องเรือชมวาฬบรูด้าเมื่อถึงช่วงเทศกาลด้วย เช่น

3. ท่าเรือแหลมผักเบี้ย ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

          จุดนี้เป็นศูนย์ติดต่อเช่าเรือของชมรมวาฬบรูด้า ตำบลแหลมผักเบี้ย ซึ่งนอกจากการล่องเรือดูวาฬแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ เช่น ล่องเรือชมทะเลแหวก เก็บหอย เล่นโคลน ปล่อยลูกปู และปลูกป่าโกงกางอีกด้วย

4. หาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี

          จุดนี้จะเป็นจุดหลักในการขึ้นเรือไปดูวาฬในเทศกาลชมวาฬ ทานปู @หาดเจ้าสำราญ ซึ่งนอกจากจะมีกิจกรรมหลักเป็นการล่องเรือดูวาฬแล้ว นักท่องเที่ยวยังสามารถอิ่มอร่อยกับปูม้าและอาหารทะเลสด ๆ เลือกซื้อเลือกช้อปสินค้า OTOP ของตำบลหาดเจ้าสำราญ ของดีของเด็ดจากสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯ และฟังเพลงชิล ๆ กับบรรยากาศริมทะเลได้ด้วย 

เตรียมตัวอย่างไรก่อนออกทริปไปดูวาฬบรูด้า

          การไปดูวาฬบรูด้าที่อ่าวรูปตัว ก หรืออ่าวไทยตอนบน ส่วนใหญ่แล้วจะใช้เวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็น และต้องนั่งรอบนเรือประมาณ 6-8 ชั่วโมง เพราะต้องขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและความอุดมสมบูรณ์ของปลาที่เป็นอาหารของวาฬด้วย โดยสามารถเลือกได้ว่าอยากไปล่องเรือดูวาฬแบบไปเช้า-เย็นกลับหรือค้างคืน ดังนี้
ดูวาฬบรูด้าแบบไปเช้า-เย็นกลับ
           เหมาะสำหรับคนที่มีเวลาจำกัด อยากไปเช้า เห็นวาฬบรูด้า แล้วกลับตอนเย็น สามารถเลือกทัวร์ที่ตำบลพันท้ายนรสิงห์ จังหวัดสมุทรสาคร หรือบ้านบางตะบูน อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งส่วนใหญ่เรือจะออกตอนเช้า เวลาประมาณ 07.00 น. และจะกลับเข้าฝั่งเวลาประมาณ 15.00 น. สามารถขับรถกลับกรุงเทพฯ ได้สบาย ๆ ไม่เหนื่อยมาก
ดูวาฬบรูด้าแบบค้างคืน

          เหมาะสำหรับคนที่ต้องการไปพักผ่อนต่างจังหวัดใกล้ ๆ กรุงเทพฯ และไม่อยากรีบขับรถกลับ แนะนำเป็นเรือที่ท่าเรือแหลมผักเบี้ย ตำบลแหลมผักเบี้ย อำเภอบ้านแหลม หรือหาดเจ้าสำราญ อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี โดยแต่ละเจ้าก็จะมีโปรแกรมที่แตกต่างกันไป

          ทั้งนี้ สิ่งที่ควรเตรียมไป ได้แก่ หมวก แว่นกันแดด เสื้อแขนยาว ครีมกันแดด และแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกทริปกันด้วย

เรือแบบไหน ที่จะล่องไปดูวาฬบรูด้า

           สำหรับเรือดูวาฬบรูด้าจะมีหลายรูปแบบ ตั้งแต่เรือธรรมดา ไปจนถึงเรือยอชต์สุดหรู ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละเจ้า ซึ่งก็มีทั้งแบบเหมาเรือ (10-15 คน/ลำ) หรือเดินทางร่วมกับกลุ่มอื่นให้ครบตามจำนวนคนที่กำหนดก็ได้ ทั้งนี้ เรือแต่ละเจ้าก็มีบริการที่แตกต่างกันไป เช่น อาหาร น้ำดื่ม ผู้บรรยายให้ความรู้ และช่างภาพ เป็นต้น
วาฬบรูด้า

ค่าใช้จ่ายในการล่องเรือดูวาฬบรูด้า

           โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายในการล่องเรือดูวาฬบรูด้าจะอยู่ที่ประมาณ 1,200-1,800 บาท/คน หรือเหมาเรือเป็นลำจะอยู่ที่ 5,000-6,000 บาท/ลำ หรือเป็นหลักหมื่นขึ้น ซึ่งราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของเรือ รวมถึงการบริการต่าง ๆ บนเรือด้วย สำหรับใครที่สนใจอยากไปดูวาฬบรูด้า สามารถติดต่อเพื่อจองล่วงหน้าและสอบถามราคาอีกครั้ง

ข้อควรปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยว และคนขับเรือนำชมวาฬบรูด้า

  • เมื่อเจอวาฬ ควรดับเครื่องยนต์เรือ ไม่ควรนำเรือเข้าใกล้วาฬมากกว่ารัศมี 300 เมตร และไม่ควรเปลี่ยนทิศทางและความเร็วเรือ
     
  • ไม่ควรแล่นเรือขวางหรือไล่ตามวาฬ รวมถึงถ้าวาฬว่ายน้ำออกจากตำแหน่งที่มองเห็น ไม่ควรเร่งเครื่องยนต์ตาม
     
  • ห้ามกระโดดน้ำลงไปถ่ายรูปกับวาฬ
     
  • งดใช้เสียงดัง หรือใช้เสียงให้น้อยที่สุด เพราะวาฬจะใช้คลื่นเสียงในการสื่อสาร หาอาหาร และเดินทาง หากเสียงดังอาจจะเป็นการรบกวนการสื่อสารของวาฬได้

          ในช่วงฤดูกาลดูวาฬบรูด้า นักท่องเที่ยวมีโอกาสสูงมากที่จะได้เจอวาฬโผล่หัวขึ้นพ้นน้ำทะเล อ้าปากกว้าง ๆ งับปลากะตัก แต่ก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่างด้วย ถ้าใครอยากไปเห็นวาฬบรูด้า สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ที่น่ารัก ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งท้องทะเลอ่าวไทย ก็ลองดูข้อมูลต่าง ๆ ที่เรานำมาฝากกันได้เลย ขอให้โชคดี ไปแล้วได้เห็นวาฬกันทุกคนนะ 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
พิกัดล่องเรือดูวาฬบรูด้า ยักษ์ใหญ่ใจดีแห่งทะเลอ่าวไทย เตรียมตัวอย่างไรก่อนไปดู อัปเดตล่าสุด 20 กรกฎาคม 2565 เวลา 14:02:58 31,880 อ่าน
TOP