ตะลอนเที่ยวนางาซากิ มนตร์เสน่ห์เมืองที่มีกลิ่นอายตะวันตก

          พาทัวร์จังหวัดนางาซากิ เมืองท่าสำคัญของเกาะคิวชู ทั้งชมถนนสายปลาคาร์พ ดื่มด่ำกับสถานีรถไฟติดทะเลมากที่สุด หรือจะเดินชมเมืองเก่านางาซากิก็ไม่ควรพลาด
          หลังจากที่เราพาไปเที่ยวจังหวัดโออิตะและจังหวัดคุมาโมโตะกันไปแล้ว คราวนี้ขอไปเยือน "นางาซากิ" (Nagasaki) จังหวัดที่ตั้งอยู่เกือบใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น บนเกาะคิวชู กันบ้างนะคะ เพราะจังหวัดแห่งนี้มากล้นไปด้วยเสน่ห์ที่หลากหลาย ทั้งญี่ปุ่น จีน และตะวันตก ผสมผสานอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังเป็นประตูแห่งแรกที่เปิดรับโลกตะวันตกเข้ามาสู่ดินแดนอาทิตย์อุทัย และปัจจุบันก็ยังคงปรากฏร่องรอยให้เห็นอยู่

          สำหรับจังหวัดนางาซากิประกอบด้วย 13 เมือง ได้แก่ นางาซากิ (Nagasaki), ชิมาบาระ (Shimabara), ซาเซโบะ (Sasebo), ไซไก (Saikai), มินามิชิมาบาระ (Minamishimabara), มัตสึอูระ (Matsuura), สึชิมะ (Tsushima), อิกิ (Iki), อิซาฮายะ (Isahaya), อุนเซ็ง (Unzen), โกโต (Goto), โอมูระ (Omura) และฮิราโดะ (Hirado) โดยมีเมืองหลวงอยู่ที่นางาซากิ ซึ่งทริปนี้เราเลือกไปจังหวัดนางาซากิทางเรือ จากเมืองคุมาโมโตะ โดยนั่งเรือโดยสารตัดผ่านอ่าว ไปลงที่เมืองชิมาบาระ จังหวัดนางาซากิ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที ก็ได้ไปโลดแล่นกันแล้ว เอาล่ะ..ไปดูกันว่ามีอะไรในจังหวัดนางาซากิที่น่าสนใจบ้าง

Carp Street ถนนสายปลาคาร์พ เมืองชิมาบาระ เมืองแห่งน้ำสะอาด

          มาเริ่มต้นเที่ยวจังหวัดนางาซากิกันที่ "เมืองชิมาบาระ" (Shimabara) เป็นเมืองที่อุดมไปด้วยแหล่งน้ำใต้ดิน รอบ ๆ เมืองมีคูน้ำใส ๆ บรรยากาศร่มรื่น ที่นี่มี  Carp Street (Koi No Mizube Michi) ที่เหล่าปลาคาร์พหลากหลายสีสัน แหวกว่ายไปมาให้ได้ชมเพลิน ๆ จนได้ฉายาว่า "เมืองปลาคาร์พ"

          ทันทีที่ก้าวเข้าไปบนถนนสายนี้ ได้ยินเสียงน้ำไหลเบา ๆ ลมพัดอ่อน ๆ สายตาเราจับจ้องไปที่คูเมืองเล็ก ๆ ใช่แล้วค่ะ ! ไฮไลต์ที่เราอยากชวนทุกคนไปชม ก็คือ เหล่าปลาคาร์พที่ว่ายวนเวียนไปมาอยู่ในคูน้ำของเมืองนี้นี่เอง ซึ่งเป็นน้ำพุธรรมชาติที่มีความใสสะอาด ถือกำเนิดขึ้นจากการระเบิดของภูเขาไฟหลายต่อหลายครั้งในอดีต ซึ่งส่งผลให้เกิดเปลี่ยนแปลงทางไหลของน้ำ ปัจจุบันนี้มีปลาคาร์พร่วม 1,500 ตัว ที่คอยแหวกว่ายในน้ำพุใส มอบสีสันให้แก่เมืองชิมาบาระ และสร้างเสน่ห์อันน่าประทับใจชักชวนให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเยี่ยมเยือนอย่างต่อเนื่อง และที่น่าประทับใจยิ่งกว่านั้นก็คือชาวเมืองที่จะมาคอยช่วยกันดูแลความสะอาดให้แก่ท่อระบายน้ำเหล่านี้อีกด้วย

          เดินไปเรื่อย ๆ จะพบกับ Yusui Teien Shimeiso House หรือชิเมโซ บ้านสวนสไตล์ญี่ปุ่นโบราณ ดูแลโดย คุณป้า Koida ภายในบริเวณบ้านมีบ่อน้ำผุดตั้งอยู่ด้วย อีกทั้งยังมีปลาคาร์พหลากสีสันแหวกว่ายอวดโฉมให้เราได้ชมกัน ยังไม่หมดเพียงเท่านั้นนะคะ คุณป้ายังได้เล่าเรื่องราวของบ้านหลังนี้ให้เราฟังด้วย จิบชาร้อน ชมปลาคาร์พ นั่งมองสวนสวย ๆ แหม...ช่างเพลิดเพลินดีแท้

ใครสนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ visit-nagasaki.com

Omisaki Station สถานีรถไฟติดทะเลมากที่สุด

          อีกหนึ่งที่ที่น่าสนใจในเมืองชิมาบาระ ก็คือ สถานี Ohmisaki หรือสถานีรถไฟที่อยู่ติดทะเลมากที่สุดในญี่ปุ่นค่ะ ตั้งอยู่บนรถไฟสาย Shimatetsu เรียกได้ว่าแค่ไม่กี่ก้าวก็สัมผัสกับน้ำทะเลได้แล้ว...ว้าว ! ถึงแม้ที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ แต่สถานีก็ยังคงเปิดให้ใช้บริการตามปกตินะคะ โดยสามารถนั่งรถไฟ JR จากสถานี Nagasaki ไปยังสถานี Isahaya จากนั้นเปลี่ยนไปสาย Shimatetsu ก็สามารถไปถึงสถานี Ohmisaki ได้ค่ะ

          นอกจากเป็นสถานีรถไฟที่อยู่ติดทะเลมากที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ที่นี่ผู้คนยังนิยมนำผ้าสีเหลืองที่เขียนคำอธิษฐานขอพรเรื่องต่าง ๆ มาผูกไว้ด้วย โดยสามารถซื้อผ้าสีเหลืองได้ที่สถานีรถไฟใหญ่ ๆ ของเมืองนางาซากิค่ะ

ท่าเรือ Dejima Wharf จุดชมวิวอ่าวนางาซากิ

          ไปต่อกันที่เมืองนางาซากิ (Nagasaki) ณ ท่าเรือ Dejima Wharf ซึ่งเป็นจุดชมวิวอ่าวนางาซากิ สถานที่ที่เหมาะสำหรับการกินอาหารกลางวันหรืออาหารค่ำในบรรยากาศที่ผ่อนคลาย ในร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่นหรือตะวันตก เลือกได้ตามใจชอบเลย เพราะมีอยู่หลากหลายร้าน ที่สำคัญยังได้กินข้าวเคล้ากับการชมวิวของอ่าวนางาซากิด้วย

          ทริปนี้เราก็ได้ลิ้มลองอาหารแปลก ๆ อย่างเนื้อปลาวาฬทอดกันด้วยยยยย อืม...กัดไปคำแรก ค่อย ๆ ละเลียดกับรสชาติ ก็ไม่รู้สึกว่ามันคือเนื้ออะไร 555 แต่โดยรวมก็อร่อยดีค่ะ นอกจากนี้ใกล้ ๆ กันยังมีแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของเมืองนางาซากิ รวมถึงแหล่งช้อปปิ้งอยู่ด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ visit-nagasaki.com

เดินชมเมืองเก่า Nagasaki Town Walking

          อีกหนึ่งกิจกรรมไฮไลต์ที่เราขอแนะนำให้ลิสต์ไว้ในรายชื่อการไปเยือนเมืองนางาซากิในอันดับต้น ๆ เพราะการเดินชมเมืองเก่านางาซากิ ใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็ได้ซึมซับกับบรรยากาศและเรื่องราวในวันวานของเมืองแห่งนี้กันได้มากทีเดียว ซึ่งทริปนี้เรามีไกด์ท้องถิ่นพาตะลุยเดินชิล ๆ ชมไปเรื่อย ๆ

         โดยเริ่มกันที่ตามหาหินรูปหัวใจที่ปะปนอยู่กับก้อนหินบริเวณผนังของ "สะพานแว่นตามากาเนะบาชิ" (Meganebashi Brigde) และถ้าสังเกตดี ๆ จะมีหินรูปตัว I อยู่ใกล้ ๆ กับหัวใจด้วยนะ โดยมีความเชื่อกันว่าหากคู่รักได้ไปสัมผัสด้วยกันจะมีความรักที่ยั่งยืน บอกเลยว่าหาไม่ยากค่ะ ^^

          สำหรับสะพานแว่นตาแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นมากว่า 300 ปีแล้ว เพื่อให้แม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ผ่ากลางเมืองไหลผ่านสะดวกยิ่งขึ้น ก่อด้วยหินแบบตะวันตก น้ำใส มีปลาคาร์พหลากสีสันว่ายวนเวียนไปมา ซึ่งจริง ๆ แล้วมีอยู่ด้วยกันหลายสะพาน แต่ที่ใคร ๆ ก็ต้องไปแวะเช็กอินโพสท่าคู่กับสะพานแว่นตาแห่งนี้ แถมยังเดินลงไปริมน้ำได้ด้วย

          จากนั้นมุ่งหน้าเดินไปชม Koeiji temple หรือ Koyozan Koyeiji วัดพุทธในนางาซากิ ด้านในมีต้นแปะก๊วยขนาดใหญ่ผลิดอกสีเหลืองสะพรั่งงดงามน่ามอง (ต้องไปช่วงเดือนพฤศจิกายน - ธันวาคม) ก่อนจะได้เวลาเลาะเลียบเข้าสู่ถนนคนเดิน ซึ่งเป็นย่านเก่าแก่ มีร้านค้า ร้านขนม และร้านอาหารแบบฉบับนางาซากิให้ได้ชมและชิมกันเพลิน ๆ เช่น ขนม Castella ร้านเก่าแก่ นุ่มละลายในปาก

          ปิดท้ายด้วยการเดินข้ามสะพาน ลอดซุ้มประตูใหญ่สีแดงไปย่าน Nagasaki Chinatown เที่ยวชมไชน่าทาวน์แห่งนางาซากิ ซึ่งที่นี่ถือเป็นย่านไชน่าทาวน์เพียงไม่กี่แห่งในญี่ปุ่น มีสินค้า ของที่ระลึก และอาหารจีนจำหน่ายเพียบ ใครอยากชิมอย่าพลาดเชียว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ visit-nagasaki.com

เยือน Kujuku Island Pearl Sea Resort มีกิจกรรมเจ๋ง ๆ เพียบ

          เดินเที่ยวเมืองเก่านางาซากิจนฉ่ำใจแล้ว อีกหนึ่งเมืองที่เราแนะนำก็คือ "เมืองซาเซโบะ" (Sasebo) ไปยังเป้าหมายของพวกเราที่ Kujuku Island Pearl Sea Resort ที่นี่มีกิจกรรมให้ทำหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเข้าชม Umi Kirara Aquarium เพลิดเพลินกับสัตว์น้ำนานาชนิด โดยเฉพาะอุโมงค์ปลาอันใหญ่ยักษ์ ราวกับเรากำลังดำดิ่งสู่โลกใต้ทะเล

          แต่ไฮไลต์ที่เราไม่อยากให้พลาดคือการไปชม Kurage Symphony Dome หรือโดมแสดงแมงกะพรุนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น มีแมงกะพรุนมากกว่า 100 สายพันธุ์ ที่สำคัญคือเป็นแมงกะพรุนที่ค้นพบในน่านน้ำของ Kusukishima อีกด้วย ตื่นตาตื่นใจสุด ๆ

          อ๊ะ ๆ กิจกรรมสนุก ๆ ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพื่อน ๆ ยังลองแกะไข่มุกแท้ ๆ นำมาทำเครื่องประดับต่าง ๆ ได้อีกด้วย แกะเองกับมือมันก็จะภูมิใจหน่อย ๆ เนอะ โดยสนนราคาอยู่ที่ 600 เยน ต่อไข่มุก 1 อัน

          จากนั้นเราได้ไปล่องเรือชมวิวเกาะเล็กเกาะใหญ่รูปทรงแปลกตา ที่ตั้งอยู่กลางทะเล ณ Kujuku Island Cruise ใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง โดยเรือจะมีทั้งแบบส่วนตัว ราคาประมาณ 30,000 เยนต่อลำ (บรรจุได้ 12 คน) หรือแบบเรือสาธารณะลำใหญ่ ราคาประมาณ 1,400 เยนต่อคน (บรรจุได้ 200 คน) บอกเลยว่ากิจกรรมนี้สร้างความเพลิดเพลินให้คุณได้มากทีเดียว ก็แหม...จะมีอะไรดีไปกว่าการนั่งชมวิวพระอาทิตย์ค่อย ๆ ลาลับขอบฟ้าล่ะ..จริงไหม

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.pearlsea.jp

ลิ้มลอง Lemon Steak Restaurant ร้านสเต๊กเนื้อชื่อดัง

          ปิดท้ายเมืองซาเซโบะกันที่การได้ไปลิ้มลองสเต๊กเนื้อรสชาติเยี่ยมที่ร้าน Lemon Steak Restaurant Mon ทีเด็ดอยู่ตรงซอสราดเลมอนและเนื้อสไลซ์ที่วางมาบนกระทะร้อน ๆ กินคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ เครื่องเคียงอีกนิด … ช่างเป็นอีกหนึ่งมื้อที่ลืมไม่ลง

          และนี่เป็นเพียงที่เที่ยวจังหวัดนางาซากิตามเมืองต่าง ๆ เพียงไม่กี่แห่งที่เราหยิบนำมาฝากกันค่ะ จริง ๆ แล้วนางาซากิยังมีของดีของเด็ดซุกซ่อนเอาไว้อีกเพียบ เอาเป็นว่าหากไปเยือนเกาะคิวชูก็อย่าลืมลิสต์นางาซากิเป็นจังหวัดห้ามพลาดในการไปเยือนนะคะ … บอกเลยว่ามันสวยมากกกกกก

          ทั้งนี้ดูรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงการเดินทางได้ที่ visit-nagasaki.com ที่สำคัญขอขอบคุณกรมการขนส่งคิวชู และจังหวัดนางาซากิ ผู้ใหญ่ใจดีที่สนับสนุนการเดินทางในครั้งนี้ด้วยนะคะ ^^
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
อ่านความคิดเห็นของเพื่อนๆ ..คิดอย่างไรกับเรื่องนี้ เขียนเลย
ตะลอนเที่ยวนางาซากิ มนตร์เสน่ห์เมืองที่มีกลิ่นอายตะวันตก โพสต์เมื่อ 5 กุมภาพันธ์ 2562 เวลา 18:18:41 42,605 อ่าน
TOP