10 ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์น่าติดตามในปี 2569 ท้องฟ้ายังมีเรื่องราวให้เงยหน้ามองตลอดทั้งปี ชวนออกเดินทางตามล่าความมหัศจรรย์ของจักรวาล พร้อมเปิดประสบการณ์เที่ยวใต้แสงดาว ปี 2569 คืออีกหนึ่งปีที่ท้องฟ้าจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทางและคนรักการเฝ้ามองดวงดาวตลอดทั้งปีจะมีเหตุการณ์น่าตื่นตาให้วางแผนออกทริป ทั้งคืนที่ดาวตกพร่างพราย การเคลื่อนตัวของดวงดาวและดาวเคราะห์ รวมถึงช่วงเวลาพิเศษที่ท้องฟ้าเผยความงามแบบหาดูได้ยาก เกริ่นชวนแพ็กกระเป๋า ออกไปสัมผัสประสบการณ์ท่องเที่ยวเคียงคู่ความมหัศจรรย์ของฟากฟ้าสำหรับปีหน้ากัน วันที่ 10 มกราคม 2569 ดาวพฤหัสบดีจะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Jupiter Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 633 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดคืน ปรากฏสว่างบนท้องฟ้า หากชมผ่านกล้องโทรทรรศน์กำลังขยายตั้งแต่ 30 เท่าขึ้นไป จะสามารถสังเกตเห็นดวงจันทร์กาลิเลียน รวมถึงแถบเมฆที่สวยงามของดาวพฤหัสบดี และหากใช้กำลังขยาย 100 เท่าขึ้นไป จะสามารถเห็น “จุดแดงใหญ่” พายุหมุนยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าโลกถึง 1.3 เท่า ได้อย่างชัดเจน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 13 เดือน วันที่ 3 มีนาคม 2569 ตรงกับวันมาฆบูชา ช่วงเวลาประมาณ 15.44 น. ถึง 21.23 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ในไทยจะเริ่มสังเกตได้ตั้งแต่ดวงจันทร์โผล่พ้นขอบฟ้า เวลาประมาณ 18:23 น. เป็นต้นไป (เวลา ณ กรุงเทพฯ ซึ่งจังหวัดอื่นเวลาอาจต่างจากนี้ไปเล็กน้อย) ทางทิศตะวันออก ซึ่งตรงกับช่วงที่กำลังเกิดจันทรุปราคาเต็มดวงพอดี ช่วงดังกล่าวดวงจันทร์เต็มดวงปรากฏเป็นสีแดงอิฐ จนถึงเวลาประมาณ 19:02 น. หลังจากนั้นจะเกิดเป็นจันทรุปราคาบางส่วน จนสิ้นสุดปรากฏการณ์เวลาประมาณ 21:23 น. มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าทั่วไทย ปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์เต็มดวงไกลโลกที่สุดในรอบปี” (Micro Full Moon) จะตรงกับวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันวิสาขบูชา นอกจากนี้ยังเป็นดวงจันทร์เต็มดวงครั้งที่สองของเดือน หรือ บลูมูน (Blue Moon) เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก เรียกว่า “ไมโครบลูมูน (Micro Blue Moon)” ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏเล็กว่าปกติเล็กน้อย สำหรับปรากฏการณ์ดวงจันทร์เต็มดวงใกล้โลกที่สุดในรอบปี (Super Full Moon) จะตรงกับวันที่ 24 ธันวาคม 2569 ซึ่งตรงกับวันคริสต์มาสอีฟพอดี ดวงจันทร์เต็มดวงจะมีขนาดปรากฏใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย วันที่ 14 กันยายน 2569 เวลาประมาณ 19.28-20.34 น. (เวลา ณ กรุงเทพมหานคร) เริ่มสังเกตการณ์ได้ตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ หลังดวงอาทิตย์ตกลับขอบฟ้า ทางทิศตะวันตก ในช่วงเวลาประมาณ 19.28 น. ดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนที่ไปบังดาวศุกร์ จนดาวศุกร์ลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งพื้นผิวส่วนมืด และโผล่พ้นออกมาทั้งดวงอีกครั้งฝั่งเสี้ยวสว่าง เวลาประมาณ 20.34 น. อย่างไรก็ตามในคืนดังกล่าว ดวงจันทร์จะตกลับขอบฟ้าเวลาประมาณ 20.24 น. ส่งผลให้ผู้สังเกตในประเทศไทยไม่สามารถสังเกตได้ครบทั้งปรากฏการณ์ แต่ยังคงสามารถติดตามชมช่วงสำคัญของการบังส่วนแรกได้ หากฟ้าใส ไร้เมฆฝน สังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่าทุกพื้นที่ทั่วประเทศไทย เกิดขึ้น 2 ครั้งในรอบปีนี้ ครั้งแรกวันที่ 22 กันยายน 2569 ช่วงหัวค่ำทางทิศตะวันตก และวันที่ 27 พฤศจิกายน 2569 ช่วงรุ่งเช้าทางทิศตะวันออก หากมองผ่านกล้องโทรทรรศน์จะเห็นดาวศุกร์ปรากฏเป็นเสี้ยวคล้ายดวงจันทร์ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 ดาวเสาร์จะโคจรมาอยู่ตำแหน่งตรงข้ามดวงอาทิตย์ (Saturn Opposition) จึงมีระยะใกล้โลกที่สุดในรอบปี ห่างจากโลกประมาณ 1,261 ล้านกิโลเมตร สังเกตการณ์ได้ตลอดทั้งคืน ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นทุก ๆ ประมาณ 378 วัน เช้ามืดวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 จะเกิดปรากฏการณ์ “ดวงจันทร์บังดาวพฤหัสบดี” เมื่อมองจากโลกจะเห็นดวงจันทร์จะค่อย ๆ เคลื่อนมาบังดาวพฤหัสบดี จนดาวพฤหัสบดีลับหายไปหลังดวงจันทร์ฝั่งเสี้ยวสว่าง และโผล่พ้นออกมากทั้งดวงอีกครั้งฝั่งพื้นที่ผิวส่วนมืด เวลาประมาณ 05.23 น. (เวลา ณ จังหวัดสงขลา) ในไทยสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า เฉพาะภาคใต้และบางเกาะในจังหวัดตราด สำหรับพื้นที่อื่นจะเห็นเป็นปรากฏการณ์ดาวพฤหัสบดีเคียงดวงจันทร์ตลอดคืน ฝนดาวตกเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี เกิดจากโลกโคจรเข้าตัดผ่านสายธารเศษหินและฝุ่นในอวกาศที่ดาวเคราะน้อยและดาวหางทิ้งไว้ สำหรับฝนดาวตกที่ไร้แสงจันทร์รบกวน และสามารถสังเกตการณ์ได้ในปี 2569 ได้แก่ วันที่ 22-23 เมษายน 2569 ฝนดาวตกไลริดส์ (18 ดวงต่อชั่วโมง) วันที่ 12-13 สิงหาคม 69 ฝนดาวตกเพอร์เซอิดส์ (100 ดวงต่อชั่วโมง) วันที่ 21-22 ตุลาคม 69 ฝนดาวตกโอไรออนิดส์ (20 ดวงต่อชั่วโมง) วันที่ 5-6 พฤศจิกายน 69 ฝนดาวตกทอริดส์ใต้ (10 ดวงต่อชั่วโมง) วันที่ 12-13 พฤศจิกายน 2569 ฝนดาวตกทอริดส์เหนือ (5 ดวงต่อชั่วโมง) วันที่ 17-18 พฤศจิกายน 2569 ฝนดาวตกลีโอนิดส์ (15 ดวงต่อชั่วโมง) วันที่ 14-15 ธันวาคม 2569 ฝนดาวตกเจมินิดส์ (150 ดวงต่อชั่วโมง) ทั้งนี้ การชมฝนดาวตกขึ้นอยู่กับสภาพอากาศในช่วงนั้น หากท้องฟ้ามีเมฆ หรือฝนตก จะสังเกตการณ์ได้ยาก แต่หากฟ้าใสไร้เมฆ ให้เลือกสถานที่ที่ท้องฟ้ามืดสนิท ห่างไกลจากแสงของตัวเมือง และแนะนำให้นอนชมด้วยตาเปล่า เพราะฝนดาวตกจะกระจายทั่วฟ้า ในปี 2569 มีปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน และดาวเคราะห์ชุมนุมให้ชมตลอดทั้งปี ได้แก่ วันที่ 16 เมษายน 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์ วันที่ 19-23 เมษายน 2569 / ดาวเคราะห์ชุมนุม (ดาวพุธ ดาวอังคาร และดาวเสาร์) วันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวเสาร์ วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพฤหัสบดี วันที่ 10 มิถุนายน 2569 ดาวศุกร์เคียงดาวพฤหัสบดี วันที่ 16-18 มิถุนายน 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวพุธ ดาวพฤหัสบดี และดาวศุกร์ วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ดวงจันทร์ผ่านหน้ากระจุกดาวลูกไก่ วันที่ 11 ตุลาคม 2569 ดาวอังคารผ่านหน้ากระจุกดาวรวงผึ้ง วันที่ 16 พฤศจิกายน 2569 ดาวอังคารเคียงดาวพฤหัสบดี วันที่ 25 พฤศจิกายน 2569 ดาวอังคารเคียงดาวเรกูลัส วันที่ 30 พฤศจิกายน - 1 ธันวาคม 2569 ดวงจันทร์เคียงดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี และดาวเรกูลัส ประเทศไทยมีช่วงที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ 2 ครั้งในรอบปี ได้แก่ ครั้งแรกในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม เริ่มจากภาคใต้ไล่ขึ้นไปเรื่อย ๆ ถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 27 เมษายน 2569 และจบที่ภาคเหนือในเดือนพฤษภาคม ครั้งที่สองอยู่ในช่วงเดือนกรกฎาคม - กันยายน โดยเริ่มจากภาคเหนือปลายเดือนกรกฎาคม ไล่ลงไปจนถึงกรุงเทพฯ ตรงกับวันที่ 16 สิงหาคม 2569 และจบที่ภาคใต้ในช่วงเดือนกันยายน *** ช่วงเวลาที่ดวงอาทิตย์ผ่านจุดเหนือศีรษะ (ตั้งฉากกับประเทศไทย) จะแตกต่างกันไปแต่ละพื้นที่ สังเกตได้จากเงาจะตกอยู่ใต้วัตถุพอดีเสมือนไร้เงา สำหรับผู้ที่สนใจติดตามชมได้ในวันและเวลาดังกล่าว หรือติดตามข้อมูลปรากฏการณ์ดาราศาสตร์เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง พิกัด 10 สถานที่ดูดาว ชมความแพรวพราวยามค่ำคืนจากทั่วไทย แจกพิกัด 18 สถานที่ดูดาวแห่งใหม่จากทั่วไทย ไปชมความงามยามค่ำคืนกัน ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เฟซบุ๊ก NARIT สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ