แบกเป้ สะพายกล้อง ไปเที่ยวหลีเป๊ะ...กันเถอะ

หลีเป๊ะ

หลีเป๊ะ

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก คุณ Supanich และ คุณ Supanich

          ไม่แปลกที่คนเราจะมีสถานที่ท่องเที่ยวในดวงใจ และอยากลองไปเยือนสักครั้งหนึ่งในชีวิต โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งมีมนต์เสน่ห์ชวนให้หลงใหลอยู่มากมาย แถมบางแห่งความงดงามยังติดอันดับโลกอีกด้วย

          เพราะฉะนั้น วันนี้กระปุกดอทคอมจึงขอปลุกความอยากในตัวคุณ ให้ออกไปทำตามความฝันให้เป็นจริง ด้วยการนำเอาบันทึกการเดินทางไปท่องเที่ยว "เกาะหลีเป๊ะ" ของ คุณ Supanich  มาบอกเล่ากัน เผื่อเป็นอีกหนึ่งแรงบันดาลใจ ในการแบกเป้ สะพายกล้อง ลองไปท่องเที่ยว แต่ก่อนอื่นเราไปทำความรู้จักกับ เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล กันสักนิด

          เกาะหลีเป๊ะ หนึ่งทางตอนใต้ของประเทศไทย มีลักษณะแบน ๆ คล้ายบูมเมอแรง ชื่อ "เกาะหลีเป๊ะ" หมายถึง เกาะที่ราบเรียบคล้ายกระดาษ ซี่งมีที่มาจากภาษาท้องถิ่นชาวน้ำหรือชาวเล และด้วยความงดงามของน้ำทะเลสีมรกต ท้องฟ้าใส หาดทรายขาวนวล ปะการังรอบเกาะ และธรรรมชาติรื่นรมย์ จึงขึ้นเรียกได้ว่าเป็นเกาะสวรรค์บนทะเลอันดามันก็ว่าได้ ที่สำคัญคือเป็นจุดหมายปลายทางของนักเดินทาง ที่อยากลองมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้งในชีวิต (จริงไหม)

          เอ้า...ถ้าเตรียมตัวพร้อมแล้วก็แบกเป้ สะพายกล้อง ไปเที่ยวหลีเป๊ะกับ คุณ Supanich กันเถอะ...






          เวลา 18.30 น. ล้อรถทัวร์หมุนจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ ผมตีตั๋วปลายทางที่ขนส่งอำเภอละงู ก่อนจะต่อรถสองแถวไปท่าเรือปากบารา ใช้เวลาประมาณ 10 – 15 นาที ก็ได้สัมผัสบรรยากาศของท่าเรือที่มีผู้คนขวักไขว่ ไม่รอช้าผมรีบไปซื้อตั๋วเรือไปหลีเป๊ะทันที ผมใช้บริการของอาดังซีทัวร์ เป็นเรือเฟอร์รี่ไป-กลับ ราคา 800 บาท ซึ่งท่าเรือออกตอน 10.30 น. เมือนาฬิกาบอกเวลา 10.30 น. ผมก็ขึ้นเรือตรงสู่เกาะหลีเป๊ะ เลือกนั่งข้างบนครับเพราะอยากเห็นวิว จากนั้นเรือจะจอดรับ-ส่งผู้โดยสารที่เกาะตะรุเตา แต่จะไม่ให้ลงไปเดินเล่นหรือถ่ายรูปนะครับ ระหว่างทางก็ได้ชมวิวไปเรื่อย เพลินดีครับ



          บ่ายสองโมงกว่า ๆ เรือก็ถึงหน้า "หาดพัทยา" ซึ่งเรือก็จะจอดให้ผู้โดยสารลงที่โป๊ะกลางน้ำ เพื่อที่จะนั่งเรือหางยาวไปยังหาดต่าง ๆ อีกที เหตุที่ต้องมีโป๊ะกลางน้ำก็เพราะว่าถ้าไม่มี เรือใหญ่ก็จะทิ้งสมอไม่เลือกที่ ทำให้ปะการังเสียหายไปด้วย


          นาทีแรกที่ได้เห็นเกาะหลีเป๊ะตัวเป็น ๆ สวยมาก ๆ น้ำใสมาก ๆ ฟ้าใสมาก ๆ ผมไปหาดพัทยาครับ ใกล้นิดเดียว จะว่ายน้ำเข้าฝั่งก็ดูจะไม่สะดวก+งกเกินไป ก็เลยใช้บริการเรือหางในราคา 50 บาท เรือก็มุ่งตรงไปสู่หาดพัทยาทันที ซึ่งทริปนี้ผมพักที่วารินทร์ เพราะบรรยากาศเงียบสงบ แถมราคาถูก







          พอถึงห้องก็รีบเก็บของ อาบน้ำ แล้วออกไปตระเวนเกาะทันที ผมเดินผ่านซอยข้างวารินทร์เข้าไปครับ จะมีป้ายบอกทางไปร้านต่าง ๆ และแล้วก็เดินมาถึงหน้า "หาดชาวเล" ครับ เห็นฝรั่งเดินกันอยู่คู่นึง มุมสวยเลยเก็บมาซักช็อต มีตาข่ายไว้เล่นวอลเล่ย์บอลชายหาดด้วย น่าจะเป็นของโรงเรียนรึเปล่า



          นี่ก็สนามบาส น่าเล่นมาก ๆ เล่นไปดูวิวสวย ๆ ไป เด็ก ๆ มานั่งคุยกัน ไม่ต้องคิดอะไร ปล่อยใจไปตามอารมณ์ คนเมืองกรุงจะมีโอกาสแบบนี้ซักกี่ทีนะ





          โรงเรียนบ้านเกาะอาดัง มีการสร้างตึกเรียนใหม่ หันหน้าเข้าทะเลซะด้วย น่าจะยังไม่เสร็จดี เพราะยังเห็นบรรดาเครื่องกำลังจักรยังทำงานอยู่แถว ๆ นั้น เสร็จแล้วก็เดินต่อมาซักพัก เจอบ้านหลังนึง อ้าวบ้านหลังนี้มันมุมมหาชนนี่หว่า ก็เลยเก็บมาซักภาพ





          ภาพนี้เป็นทางระหว่างทางไป "หาดเมาท์เท่น" มีรีสอร์ทอยู่แต่ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้ววว รมรื่นดีมาก ๆ ในบริเวณเดียวกันก็จะมีเก้าอี้ชายหาดให้นั่งหรือนอนเล่นกัน เดินมาซักพักก็เจอสิ่งมหัศจรรย์ "สโตนเฮนจ์กลางทะเล"





          ถึงหาดเมาท์เท่นแล้ว ทีแรกกะว่าจะมาถ่ายชายหาดที่มันยื่น ๆ ออกไป อย่างที่เคยเห็นในรูป แต่วันนี้น้ำลงมากมาย ถ่ายไม่สวย (โทษน้ำซะงั้น)





          หลังจากเดินเล่นซักพักก็วกกลับมาที่หาดชาวเลอีกครั้ง เพื่อนจะกลับไปหาดพัทยา ก็ได้เจอคนเยอะแยะมากมายที่โรงเรียน มาเตะบอลกัน บางคนก็นั่งดู เด็กตัวเล็ก ๆ ก็เล่นบนกองทราย พอเล็งกล้องไปที่เด็ก ๆ ก็โพสท่ากันใหญ่เลยครับ ไม่มีอาการอายกันเลยทีเดียว


          วิถีชีวิตในหมู่บ้านของชาวอูรักลาโว้ยบนเกาะหลีเป๊ะครับ ใช้ชีวิตกันอย่างเรียบง่าย


          แล้วก็เดินกลับมาที่หาดพัทยา มานั่งตากลมเล่นบนชาดหาด กลับมาถึงคนเริ่มเยอะแล้ว มีทัวร์มาหลายกลุ่มด้วยกัน ก็มีเจ้าตัวนี้คอยต้อนรับอยู่บริเวณร้านอุปกรณ์ดำน้ำ น่ารักมาก ๆ


          นั่งเล่นสบาย ๆ ไม่มีอะไรทำก็เก็บบรรยากาศผู้คนบนหาดไปเรื่อย ๆ ครับ บางครั้งการที่ได้มองความสุข ความสนุกจากความเหงา นี่คิดแล้วมันก็น่าเศร้าเหมือนกัน บางทีก็คิดว่ามีผู้คนมากันมากมาย แต่ทำไม เรามาทำอะไร...ที่นี่...คนเดียว...แต่การที่อยู่ตัวคนเดียวซักพัก ทำให้เราได้คิด ทำให้เราได้ออกมาจากตัวตนของเรา แล้วมองย้อนกลับไปว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคยทำนั้น ถูกหรือผิด







          วันที่ 2 วันนี้มีโอกาสได้ตื่นเช้า หลังจากที่อยู่บ้านไม่เคยเลยที่จะตื่นเช้าแบบนี้ นาฬิกาปลุกตอน 05.30 น. รีบอาบน้ำ น้ำเย็นมาก เสร็จแล้วก็เดินไปที่ "หาดซันไรซ์" เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้น ซึ่งสวยงามมาก ๆ



ขากลับมาก็พึ่งรู้ครับว่ามีพระออกบิณฑบาตรบนเกาะนี้ด้วย



          กลับเข้าห้องพักไปเตรียมของ แล้วออกไปดำน้ำกันโลด โดยไปกับเรือของพี่คนนี้ครับ และไกด์ของเราวันนี้ชื่อ Stamp ครับ ทริปนี้มีสมาชิกทั้งหมด 5 คนครับ (รวมพี่คนเรืออีก 3 คนก็เป็น 8)




          จุดแรกที่ไปถึง เสียงเรือกระทบกับฝั่งเสียงดังครืด ๆ คงเป็นที่อื่นไปไม่ได้ นอกจากที่นี่ครับ "เกาะหินงาม"


          เวลาหินโดนน้ำแล้วช่างสวยสมคำร่ำลือจริง ๆ กิจกรรมอย่างหนึ่งเมื่อไปเยือนเกาะหินงาม นั่นคือ การเรียงหิน ซึ่งผมก็ยังไม่ได้นั่งเรียงหินเลย มัวแต่ถ่ายรูป - - เลยไปถ่ายของคนอื่นมา อันนี้ไม่กี่ชั้นแต่สวยดีครับ


          จากนั้นไกด์ก็พาเราไปดำน้ำที่จุดแรกหลังเกาะหินงาม แต่จุดนี้ผมไม่ได้ถ่ายไว้ เพราะด้วยอาการอยากดำน้ำมาก ก็เลยลงทันที น้ำนิ่งดีครับ เห็นปะการังเต็มไปหมด สวยงามมาก Stamp พาเราไปจุดที่ 2 กัน นั่นก็คือคือ "เกาะยาง" จุดนี้ผมไม่ได้ลงไปดำ เพราะขอถ่ายรูปอยู่บนเรือดีกว่า 55 เกาะนี้น้ำใสมากๆ เรือในภาพเป็นเรืออีกลำ ที่ไปพร้อมกับเรือของเราตลอด เพราะไกด์เค้าสนิทกัน


          พอดำน้ำเสร็จจากเกาะยาง เราก็ไปพักทานข้าวเที่ยงกันที่ "เกาะราวี" หน้าหาดทรายขาวเรือจอดเป็นล้าน หาที่ลงไม่ได้เลย ต้องหนีความวุ่นวายออกมาจอดไกล ๆ หน่อย


          หลังจากกินข้าวเสร็จอย่างรวดเร็ว ก็เดินถ่ายรูปไปเรื่อย จะไปถ่ายชิงช้า แต่ดูจากจำนวนคนแล้ว อืม...คงอีกนานแน่ ๆ เลยพยายามปีนขึ้นไปบนต้นไม้ เก็บมุมแปลก ๆ มาแทนละกัน





          บ่ายโมงกว่า ๆ เราก็ออกจากเกาะราวี เพื่อไปยังจุดหมายต่อไป ผาชะโด@เกาะอาดัง โดยใช้เวลาในการเดินขึ้นไปยังจุดชมวิวจุดที่ 2 ประมาณ 40 นาที ขอบอกว่าหนื่อยเอาเรื่องเลยครับ แต่พอได้เห็นวิวเกาะหลีเป๊ะกับทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตาแล้ว ก็...ยังเหนื่อยอยู่ดีครับ...ล้อเล่น แต่สวยมากมายจริง ๆ นะ


          หลังจากไปขึ้นผาชะโดมาประมาณ 1 ชั่วโมง ก็ออกจากอาดังเพื่อกลับไปหลีเป๊ะ ก็จะผ่านบริเวณหน้าหาดชาวเล ในรูปที่ซูมจากผาชะโดน้ำใส ๆ อะครับ มาเจอใกล้ ๆ น้ำใสจริง ๆ นิ่งมาก แล้วตื้นไปไกลเลยครับ เหมือนสระว่ายน้ำเลย


          เรือแบบนี้ทุกครั้งที่ถ่าย เหมือนมีเสน่ห์ของเกาะหลีเป๊ะตลอดเวลาเลยครับ จบทริปการดำน้ำของวันที่ 2 บนเกาะหลีเป๊ะของผมแล้วครับ



          เช้าวันที่ 3 บนเกาะหลีเป๊ะ วันนี้กลับแล้ว ก่อนกลับก็ออกมาเดินเล่นบนหาดพัทยาอีกรอบ วันนี้ฟ้าใส แดดจ้ามาก ลาก่อนหลีเป๊ะ แล้วจะมาใหม่...สัญญา





          ขากลับต้องไปขึ้นเรือหน้าอันดามันรีสอร์ทอีกฟากนึงของหาดพัทยา นั่งเรือมาซักพักก็เป็นโชคดีจริง ๆ ที่เรือเค้าแวะ "เกาะไข่" เพราะตอนขามาไม่ได้แวะ พอดีบนเรือมีกรุ๊ปทัวร์อยู่ ตามโปรแกรมแล้วต้องแวะเกาะไข่ด้วย นึกว่าจะไม่ได้มาซะแล้ว มาถึงเกาะไข่ไม่มีเรือลำอื่นเลยครับโล่งมาก ๆ ผมก็ไม่รอช้าลงไปจากนั้นก็ 100เมตร ไปซุ้มหินทันทีอย่างรวดเร็ว เห็นว่าทิ้งห่างมากเลยเก็บบรรยากาศข้างหลังซะหน่อย



ถึงแล้วซุ้มประตูแห่งทะเลอันดามันใต้


          จบแล้วครับสำหรับ 3 วันบนเกาะหลีเป๊ะของผม สนุกมากครับ ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างมากมาย สุดท้ายก็ขอลาตอนหลีเป๊ะ ไปด้วยภาพนี้ครับ


แนะนำที่ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร พร้อมคูปองส่วนลดโรงแรม เพียบ

 คลิกอ่านความคิดเห็นของเพื่อน ๆ ได้ที่นี่ค่ะ     


ขอขอบคุณข้อมูลจาก
และ                      


คิดอย่างไรกับเรื่อง: แบกเป้ สะพายกล้อง ไปเที่ยวหลีเป๊ะ...กันเถอะ ?

รอโหลดข้อความของเพื่อน ๆ ด้านล่างนี้สักครู่ แล้วร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย !
แบกเป้ สะพายกล้อง ไปเที่ยวหลีเป๊ะ...กันเถอะ โพสต์เมื่อ 31 มกราคม 2555 เวลา 11:44:47 1,474 อ่าน แสดงความคิดเห็น
TOP