เที่ยวเมืองอุจิ ญี่ปุ่น สัมผัสเมืองชาเขียวเงียบสงบ ที่ใครก็หลงรัก

          เมืองอุจิ (Uji) ญี่ปุ่น เมืองเล็กใกล้เกียวโตที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเขียว ท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบริมแม่น้ำ เต็มไปด้วยวัดเก่าแก่ วิวสวย และเสน่ห์ญี่ปุ่นดั้งเดิมชวนหลงใหล
          ถ้ากำลังมองหาที่เที่ยวญี่ปุ่น บรรยากาศสงบและมีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เมืองอุจิ (Uji) คือจุดหมายที่ไม่ควรพลาด เมืองเล็กใกล้เกียวโตที่ขึ้นชื่อเรื่องชาเขียวคุณภาพ พร้อมวิวแม่น้ำอุจิที่สวยงามและวัดเก่าแก่ที่สะท้อนวัฒนธรรมญี่ปุ่นดั้งเดิมได้อย่างลงตัว เหมาะสำหรับสายชิลที่อยากเดินเล่น ถ่ายรูป และสัมผัสความเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ในทริปเดียว ใครที่ไม่เคยมา วันนี้เราจะพาไปทำความรู้จักเมืองนี้ให้มากขึ้นกัน

เมืองอุจิ ญี่ปุ่น

เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

เมืองอุจิ อยู่ที่ไหน

          อุจิ (Uji) เมืองเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ห่างจากตัวเมืองเกียวโตเพียงประมาณ 15-20 กิโลเมตร และยังอยู่กึ่งกลางระหว่างเกียวโตกับนารา จึงสามารถแวะเที่ยวได้ง่ายมาก (Google Maps : เมืองอุจิ ญี่ปุ่น)

รู้จักเมืองอุจิ

          ลองใครมาเที่ยวเมืองอุจิ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศอันเงียบสงบ ริมแม่น้ำอุจิที่ไหลผ่านกลางเมือง ไม่พลุกพล่านแออัดแบบเมืองใหญ่ เหมาะมากสำหรับคนที่อยากหลีกหนีความวุ่นวาย แวะพักผ่อน ไหว้พระ และจิบชาเขียวในบรรยากาศแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ โดยอุจิมีความโดดเด่นทั้งด้านวัฒนธรรม ธรรมชาติ และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ทำให้ใครมาแล้วก็ประทับใจ
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ตำนานเก็นจิ เมืองอุจิ

          เก็นจิโมโนกาตาริ คือนวนิยายรักคลาสสิกจากยุคเฮอัน ประพันธ์โดยนางสนองพระโอษฐ์ มุราซากิ ชิกิบุ เรื่องราวในช่วงท้ายของนิยายส่วนหนึ่งมีฉากอยู่ที่เมืองอุจิแห่งนี้ หลายคนจึงเรียกว่าเป็น "เมืองแห่งตำนานรัก"
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : rminedaisy / shutterstock.com

          ร่องรอยของวรรณกรรมชิ้นนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วเมือง ไม่ว่าจะเป็นรูปปั้นมุราซากิ ชิกิบุ ริมแม่น้ำ ป้ายสถานีรถไฟ ฝาท่อน้ำ นาฬิกาบอกเวลาประจำเมือง ล้วนมีภาพตัวละครจากนิยาย รวมถึงยังมี พิพิธภัณฑ์ตำนานเก็นจิ (The Tale of Genji Museum) ให้แวะชมและทำความเข้าใจเรื่องราวอย่างลึกซึ้ง
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : rminedaisy / shutterstock.com

ที่เที่ยวเมืองอุจิ

  • วัดเบียวโดอิน
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

          แลนด์มาร์กอันดับหนึ่งของอุจิ วัดโบราณที่สร้างในปี ค.ศ. 1053 และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลกทางวัฒนธรรมของยูเนสโก จุดเด่นที่สุดคือ "วิหารฟีนิกซ์" หรือ Phoenix Hall ซึ่งเป็นอาคารไม้เก่าแก่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น และยังปรากฏอยู่บน เหรียญ 10 เยน ของญี่ปุ่น และนกฟีนิกซ์บนหลังคาวัดยังปรากฏบนแบงค์หมื่นเยนอีกด้วย ภายในวัดยังมีพิพิธภัณฑ์ Hoshokan ที่จัดแสดงวัตถุโบราณ และร้านชา Tea Salon Toka ที่เสิร์ฟมัทฉะแบบดั้งเดิมในสวนญี่ปุ่นสวยงาม

         *** ค่าเข้าชม : ประมาณ 600 เยน (เพิ่ม 300 เยนสำหรับเข้าชม Phoenix Hall)

  • ศาลเจ้าอุจิกามิ
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : Alex_Mastro / shutterstock.com

          เป็นศาลเจ้าอีกแห่งที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และมีชื่อว่าเป็นศาลเจ้าที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น อาคารศาลเจ้าหลักมีอายุมากกว่า 1,200 ปี ส่วนอาคารกราบไหว้มีอายุกว่า 800 ปี ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำกับวัดเบียวโดอิน สามารถเดินข้ามสะพานไปได้ในเวลาไม่นาน บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น มีป่าไผ่และต้นไม้ใหญ่ล้อมรอบ เหมาะสำหรับการมาไหว้พระและสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแท้ ๆ
  • สะพานอุจิ
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

          หนึ่งในสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น เชื่อมสองฝั่งของแม่น้ำอุจิ เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมและจุดสังเกตการณ์วิวสวย ๆ ของเมือง ริมแม่น้ำอุจิยังเป็นพื้นที่พักผ่อนยอดนิยม คนญี่ปุ่นมาออกกำลังกาย จ๊อกกิ้ง นั่งเล่น หรือทานขนมริมน้ำ บรรยากาศชิลมาก ช่วงฤดูใบไม้ผลิจะสวยเป็นพิเศษเมื่อดอกซากุระริมน้ำบานพร้อมกัน และช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็งดงามไม่แพ้กัน และใกล้ ๆ สะพานยังมีรูปปั้นมุราซากิ ชิกิบุ นักเขียนผู้ประพันธ์ตำนานเก็นจิ เป็นจุดถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด
  • ถนน Byodoin Omotesando
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : dekitateyo / shutterstock.com

          ถนนสายหลักที่มุ่งตรงสู่วัดเบียวโดอิน บางคนเรียกว่า "ถนนสายชาเขียว" เพราะเต็มไปด้วยร้านค้าที่เกี่ยวกับชาเขียว ของฝาก ขนม และสตรีทฟู้ดที่ทำจากมัทฉะ ของที่ขึ้นชื่อบนถนนสายนี้ได้แก่ ดังโงะสามสี (เซนฉะ มัทฉะ โฮจิฉะ), ราเมงชาเขียวเส้นสีเขียว, ทาโกะยากิมัทฉะ, ซอฟท์ครีมมัทฉะ และของฝากนานาชนิดที่ระลึกถึงเมืองอุจิ
  • ที่เที่ยวอื่น ๆ ที่น่าสนใจ
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : Various images / shutterstock.com

          ได้แก่ พิพิธภัณฑ์ตำนานเก็นจิ (The Tale of Genji Museum) จัดแสดงเรื่องราวและวัฒนธรรมยุคเฮอัน เหมาะสำหรับคนที่ชอบวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เดินจากสถานีเพียง 3 นาที, เกาะโทโนะชิมะ (Tounoshima) เกาะกลางแม่น้ำ เป็นจุดชมซากุระและใบไม้เปลี่ยนสีอันสวยงาม ช่วงซากุระยังมีบริการนั่งเรือชมดอกในราคา 500 เยน, ทางเดินริมน้ำ Ajirogi no Michi เส้นทางเดินเล่นริมแม่น้ำอุจิที่เงียบสงบและงดงาม เหมาะสำหรับการพักผ่อนชิล ๆ และไร่ชาและโรงงานชา บางแห่งเปิดให้เข้าชมและเรียนรู้กรรมวิธีการผลิตชา สามารถเดินชมไร่ชาบนเนินเขา หรือลองทำชาด้วยตัวเองผ่าน Workshop อีกด้วย

ชาเขียวอุจิมัทฉะ

          ชาเขียวอุจิมีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี เมื่อนักบวชชาวญี่ปุ่นนำเมล็ดชาจากจีนมาเพาะปลูกที่นี่ตั้งแต่ยุคคามาคุระ สภาพภูมิอากาศของหุบเขาแม่น้ำอุจิที่มีหมอกปกคลุมบนพื้นที่ราบเขา สร้างสภาวะที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับการปลูกชาคุณภาพสูง ทั้งนี้ ลักษณะเด่นของของมัทฉะอุจิ จะมีสีเขียวสดสดใส กลิ่นหอม รสเข้มข้นแต่นุ่มนวล รสหวานตามธรรมชาติและอุมามิชัดเจน ซึ่งที่เมืองอุจิมีร้านชาเขียวที่น่าสนใจ ได้แก่

เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : dekitateyo / shutterstock.com

เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

  • Nakamura Tokichi ร้านชาเขียวชื่อดังที่สุดแห่งหนึ่งของอุจิ มีสาขาหน้าสถานี JR Uji และสาขาแถววัดเบียวโดอิน เมนูเด่น: มัทฉะเจลลี่เซ็ต และพาร์เฟต์มัทฉะ (พิกัด Google Maps ที่นี่, เว็บไซต์ global.tokichi.jp)

  • Itoh Kyuemon ร้านชาเก่าแก่อีกแห่งที่ได้รับความนิยมมากในหมู่คนญี่ปุ่น มีทั้งร้านชาแบบดั้งเดิมและของฝากจากชาเขียวหลากหลาย (พิกัด Google Maps ที่นี่)

  • Tsuen Tea ร้านชาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก (ก่อตั้งปี ค.ศ. 1160) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำอุจิ สามารถลิ้มลองชาอุจิมัทฉะแท้ ๆ ที่ชงอย่างพิถีพิถัน (พิกัด Google Maps ที่นี่, เว็บไซต์ tsuentea.ca)

  • Masuda Chaho เสิร์ฟเมนูน่าสนใจอย่างมัทฉะลาเต้ มัทฉะโซดา และเครื่องดื่มชาเขียวหลากหลาย บรรยากาศดีริมถนน Omotesando (พิกัด Google Maps ที่นี่)

เมืองอุจิ ของกิน

          นอกจากมัทฉะแล้ว ที่เมืองอุจิยังเชี่ยวชาญในการนำมัทฉะมาใส่ในเกือบทุกเมนู เกิดเป็นเมนูของกินที่น่าลองมาก ๆ ได้แก่
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

  • อุจิมัทฉะโซบะ เส้นโซบะสีเขียวจากมัทฉะ กลิ่นชาหอมกลมกลืนกับเส้นอย่างน่าประหลาด ถูกปากคนไทยหลายคน

  • มัทฉะพาร์เฟต์ ถือว่าที่นี่คือมาตรฐานของพาร์เฟต์มัทฉะ เข้มข้นและอร่อยสมชื่อ
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

  • ซอฟท์ครีมมัทฉะ สตรีตฟู้ดขึ้นชื่อ ราคาไม่แพง รสชาติเข้มข้นกว่าที่อื่น

  • มัทฉะราเมง เส้นสีเขียวจากมัทฉะในน้ำซุปกลมกล่อม แปลกใหม่น่าลอง

  • น้ำแข็งใสมัทฉะ ยิ่งในฤดูร้อนยิ่งอร่อย ราดด้วยน้ำมัทฉะเข้มข้นและซีรัปดั้งเดิม

เมืองอุจิ เที่ยวช่วงไหนดี

          จริง ๆ แล้วเมืองอุจิเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ขึ้นอยู่กับว่าตัวคนเที่ยวชอบเที่ยวสไตล์ไหน แต่โดยรวมแล้วช่วงฤดูใบไม้ผลิและใบไม้ร่วง ถือเป็นช่วงที่สวยที่สุดและได้รับความนิยมสูงสุด แต่เอาจริง ๆ ทุกฤดูก็มีเสน่ห์เป็นของตัวเอง 

  • ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม - พฤษภาคม) ดอกซากุระริมแม่น้ำและบนเกาะโทโนะชิมะ งดงามมาก เป็น Peak Season ที่สุด คนพลุกพล่าน แนะนำไปเช้า

  • ฤดูร้อน (มิถุุนายน - สิงหาคม) ร้อนและชื้น แต่มีน้ำแข็งใสและเมนูเย็น ๆ มากมาย บรรยากาศสีเขียวของไร่ชาสดสวย คนน้อยกว่าฤดูใบไม้ผลิ
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

  • ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม - พฤศจิกายน) ใบเมเปิ้ลเปลี่ยนเป็นสีแดงส้มริมแม่น้ำ สวยไม่แพ้ซากุระ อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินเล่น

  • ฤดูหนาว (ธันวาคม - กุมภาพันธ์) อากาศหนาว คนน้อย บรรยากาศเงียบสงบมาก บางปีมีหิมะตกซึ่งทำให้วัดเบียวโดอินสวยมาก ๆ

เมืองอุจิ ของฝาก

          มาเยือนเมืองอุจิทั้งที นอกจากเดินเที่ยวชมเมืองแล้ว อีกหนึ่งไฮไลต์ที่ห้ามพลาดคือการเลือกซื้อของฝากเกี่ยวกับ “ชาอุจิ” เริ่มจากผงมัทฉะบริสุทธิ์ ที่มีหลายเกรดให้เลือก เหมาะสำหรับซื้อกลับไปทำเครื่องดื่มหรือขนมเองที่บ้าน ต่อด้วยชาใบแบบดั้งเดิม อย่างเซ็นฉะ เกียวคุโระ และโฮจิฉะ ที่ให้รสชาติกลมกล่อมและหอมเป็นเอกลักษณ์
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : rawf8 / shutterstock.com

          สายของหวานก็ต้องถูกใจ เพราะมีขนมมัทฉะให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นโดรายากิ มันจู ช็อกโกแลต หรือคุกกี้ กลายเป็นของฝากยอดนิยมที่ทั้งอร่อยและได้ฟีลญี่ปุ่นแท้ ๆ นอกจากนี้ยังมีชุดเครื่องชงชา เช่น ชามชา ฉะเซ็น (แปรงตีชา) และถ้วยชาดินเผา เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสวัฒนธรรมการดื่มชาแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง หรือซื้อเป็นของที่ระลึกก็ดูดีมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : Morumotto / shutterstock.com

ข้อควรรู้ก่อนเที่ยวเมืองอุจิ

  • ช่วงพีคซีซั่น (ซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี) คนค่อนข้างเยอะ แนะนำมาตั้งแต่เช้า ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงคิวยาว

  • เงินสด ร้านเล็ก ๆ บางแห่งและสตรีทฟู้ดยังไม่รับบัตร ควรเตรียมเงินสดเยนติดไว้

  • รองเท้าสบาย เนื่องจากเที่ยวด้วยการเดินเกือบทั้งวัน ควรใส่รองเท้าที่สวมสบาย

  • เวลาเปิด-ปิด วัดเบียวโดอินเปิด 08.30-17.30 น. ส่วนร้านค้าส่วนใหญ่เปิดประมาณ 10.00-17.00 น.

เมืองอุจิ วิธีเดินทาง

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากเกียวโต มีวิธีเดินทางดังนี้
เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : Ortho Bro / shutterstock.com

  • นั่ง JR Nara Line มาลงที่ Uji (JR) ใช้เวลาประมาณ 25 นาที

  • นั่ง Kintetsu Line มาลงที่ Kintetsu Uji ใช้เวลาประมาณ 35 นาที

         *** ทั้งสองสถานีอยู่ใกล้แม่น้ำ เดินเที่ยวต่อได้สบาย ๆ

          สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากโอซาก้า/นารา มีวิธีเดินทางดังนี้ 

  • จากโอซาก้า นั่ง Kintetsu Line มาลง Kintetsu Uji ใช้เวลาประมาณ 50 นาที

  • จากนารา นั่ง JR Nara Line มาลง Uji (JR) ใช้เวลาประมาณ 30-35 นาที

          และเมื่อมาถึงเมืองอุจิแล้ว สามารถเดินเที่ยวได้เลยแบบทั้งวัน ไม่จำเป็นที่จะต้องนั่งรถเที่ยว เพราะสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดเดินถึงกันได้จากสถานีรถไฟภายใน 5-15 นาที เรียกได้ว่าชิลมาก ๆ 

เมืองอุจิ Uji ญี่ปุ่น

ภาพจาก : Serena Lin / shutterstock.com

          อุจิ คือเมืองเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ ทั้งชาเขียว วัดเก่า และบรรยากาศเงียบสงบ เหมาะสำหรับแวะพักใจ เดินเที่ยวชิล ๆ และสัมผัสญี่ปุ่นแท้ ๆ ใครมีโอกาสมาเกียวโต อย่าลืมปักหมุดอุจิไว้ในลิสต์ แล้วจะตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว ^ ^ 

หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

บทความ ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่เที่ยวเกียวโต เมืองน่าเที่ยว อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ขอบคุณข้อมูลและภาพจาก : เว็บไซต์ japan.travelเว็บไซต์ kyoto-uji-kankou.or.jpเว็บไซต์ japan-experience.comเว็บไซต์ insidekyoto.comเว็บไซต์ japanandmore.com

เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
เที่ยวเมืองอุจิ ญี่ปุ่น สัมผัสเมืองชาเขียวเงียบสงบ ที่ใครก็หลงรัก อัปเดตล่าสุด 18 มีนาคม 2569 เวลา 16:23:48
TOP
x close